Greenpeace Thailand กรีนพีซ ประเทศไทย

ปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อทุกชีวิต

Author Archive

greenpeacesea

This user hasn't shared any biographical information

Homepage: www.greenpeace.or.th

แถลงการณ์ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับล่าสุดของประเทศไทย

April29

กรุงเทพฯ, 28 เมษายน 2558 – กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า 2558-2579 (PDP 2015) (1) ที่นำเสนอโดยกระทรวงพลังงานเป็นแผนที่ล้มเหลวอย่างน่าผิดหวัง เนื่องจากแผนดังกล่าวยังผูกติดอยู่กับเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและอันตรายอย่างถ่านหินและนิวเคลียร์ ทั้งนี้ ร่างแผน PDP2015 (2) ได้บรรจุการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงต่างๆ รวมถึง: การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่จำนวน  9 โรง มีกำลังการผลิตรวม 7,365 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จำนวน 2 โรง มีกำลังการผลิตรวม 2,000 เมกะวัตต์ การรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและเขื่อนขนาดใหญ่ผลิตไฟฟ้าจากประเทศเมียนมาร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและกัมพูชา ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 11,016 เมกะวัตต์ นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า “ผู้นำไทยรวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจงใจหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะลงทุนในด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำหรือไม่สร้างผลกระทบ อย่างเช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ แต่ยังเลือกใช้ถ่านหินและนิวเคลียร์ที่มีต้นทุนสูง เสี่ยงภัยและสกปรก” “ในยุคปัจจุบัน มันดูไม่น่าเชื่อที่ผู้นำทางการเมืองของเรายังคงเชื่อในข้ออ้างที่บิดเบือนเรื่อง “ถ่านหินสะอาด” ในขณะที่พลังงานนิวเคลียร์บีบบังคับผู้คนในประเทศและในภูมิภาคต้องแบกรับความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมโดยไม่จำเป็น” “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต้องเน้นให้ความสำคัญในการลงทุนด้านการจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและไม่มีผลกระทบ และรวมถึงเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดอย่างขนานใหญ่ แผน PDP2015 ยังเป็นแผนที่นำไปสู่การการทำลายสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรงจากมลพิษ […]

คนละไม้คนละมือ ความหวังจากประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค เพื่อความยั่งยืนของทะเลไทย

April29

การจับปลาไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจับปลาอย่างยั่งยืนเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ท้องทะเลไปด้วยนี่สิ คือ เรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ทุกภาคส่วน และนั่นคือความแตกต่างระหว่าง การประมงพื้นบ้านที่คำนึงถึงคุณค่าของท้องทะเล และการประมงพาณิชย์ที่มุ่งเน้นเพื่อผลประโยชน์และการค้าโดยไม่สนใจว่าการประมงเกินขนาดจะทำให้เราไม่มีปลากินในอนาคตอันใกล้ แต่เราทุกคนสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับท้องทะเลของเราได้ ดังเช่นที่ ชาวชุมชนคั่นกระได สมาชิกและอาสาสมัครกรีนพีซ ได้ร่วมมือกันสร้างบ้านปลาและซ่อมแซมธนาคารปู ลงมือกันคนละไม้คนละมือ ทั้งผู้บริโภคอาหารทะเล และชาวประมง เพื่อรักษาความยั่งยืนของทะเลไทยเพื่อชาวไทยทุกคน “ปล่อยหนึ่งจักเกิดแสน” นี่คือคำที่เป็นเสมือนกติกาชี้นำแนวทางประมงอย่างรับผิดชอบที่ยึดถือกันมาของชาวคั่นกระได จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อระหว่างวันที่ 20-26 เมษายน ที่ผ่านมา อาสาสมัครและสมาชิกกรีนพีซได้มาร่วมเรียนรู้ถึงเจตนารมณ์นี้ร่วมกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสร้างรักให้ทะเล ตอนชุมชนปลาชุม  ถึงจะเป็นเพียงช่วงหนึ่งสัปดาห์ แต่ก็เป็นสัปดาห์ที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย จากการเป็นเพียงผู้บริโภคอาหารทะเล ได้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนชาวประมง ลงมือทำซั้งปลา และธนาคารปู อุปกรณ์เหล่านี้ต่างแลกมาด้วยหยาดเหงื่อซึ่งในการประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อฟื้นฟูท้องทะเล แต่ความพยายามเเหล่านี้ไม่เสียเปล่า เพราะได้พิสูจน์มาแล้วว่า จากที่ปลาในอ่าวคั่นกระไดเคยหายไปจนไม่สามารถประมงได้อีก ได้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการประมงที่เป็นมิตรต่อท้องทะเล สร้างบ้านปลา ธนาคารปู ปล่อยหนึ่งจักเกิดแสน คืนความอุดมสมบูรณ์ให้ท้องทะเล หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา อาสาสมัครกรีนพีซได้ใช้เวลาเตรียมอุปรณ์สำหรับสร้างบ้านปลา และซ่อมแซมธนาคารปู ซึ่งถือเป็นการซ่อมแซมธนาคารปูครั้งแรกในระยะเวลา 3 ปี โดยการเตรียมอุปกรณ์นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สำหรับทางชุมชนคั่นกระไดนั้นเลือกที่จะใช้ฐานเป็นปูน เพื่อป้องกันเรืออวนลาก และเครื่องมือทำลายล้างจากเรือประมงพาณิชย์อื่นๆ ที่อาจจะลากเอาซั้งปลาไป บ้านปลาของพี่น้องคั่นกระไดจึงมีฐานเป็นปูน งานที่ต้องทำเพื่อให้ได้บ้านปลาก็เริ่มตั้งแต่ การหล่อปูนลงบล็อก […]

แรงงานทาส เบื้องหลังอาหารทะเลผลพวงจากการประมงเกินขนาด

April29

อาหารทะเลจานโปรดที่อยู่หน้าคุณ มาจากบาดแผลของทะเลและแรงงานทาสหรือเปล่า…? เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา การใช้แรงงานทาสและการละเมิดสิทธิมนุษยชนบนเรือประมงอวนลากบนเรือประมงไทยที่ดำเนินการโดยบริษัทชื่อดังซึ่งจัดส่งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่และบริษัทแปรรูปอาหารทะเลทั่วสหรัฐอเมริกา ได้กลายเป็นข่าวอื้อฉาวในไทย ซึ่งทำให้ผู้บริโภคเริ่มหันมาตั้งคำถามว่า อาหารทะเลที่เรากินอยู่นั้นมีส่วนทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ แต่อีกประเด็นหนึ่งนอกเหนือจากปัญหาแรงงานทาสในห่วงโซ่การผลิตอาหารทะเลที่เราอาจยังไม่รู้ คือการประมงเกินขนาดอันเนื่องมาจากอุตสาหกรรมการประมงที่เน้นการจับปลาปริมาณมากด้วยเครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง  ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ  ทั้งแรงงานทาส ปลาที่เหลือน้อยลงจนใกล้หมดไปจากท้องทะเล รวมถึงทำให้ผู้บริโภคกลายเป็นผู้สร้างบาดแผลให้กับท้องทะเล และแรงงานโดยไม่รู้ตัว Transshipment (การลักลอบขนถ่ายสินค้าและสัตว์น้ำกลางทะเล) วิธีเลี่ยงการประมงผิดกฏหมาย เอื้อต่อการเกิดแรงงานทาส เบื้องหลังอาหารทะเลผลพวงจากการประมงเกินขนาด คือปัญหาแรงงานทาส ที่เกิดขึ้นควบคู่กับการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) โดยเรือประมงที่ไม่สนใจต่อปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจว่าการประมงที่ทำอยู่นั้นส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างร้ายแรง หรือละเมิดกฏหมายใดบ้างของการประมง หนึ่งในวิธีการหลบซ่อนการประมงที่ผิดกฏหมายของตน และยืดเวลาที่เรือประมงจะอยู่ในน่านน้ำได้ โดยที่การส่งสินค้าจากประเทศ A  ผ่านพรมแดนประเทศ B  ไปยังประเทศ C  โดยมีการขนถ่ายสินค้าในประเทศ B ในเขตปลอดภาษี  หรือถ่ายลำไปยังพาหนะลำเลียงอื่น แต่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรของประเทศ แทรกรูปการขนย้ายให้ชัดเจนตรงนี้ เช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นในทะเลเขตน่านน้ำอินโดนีเซีย โดยเรือประมงเถื่อนของไทย หรือเรือจดทะเบียนถูกต้อง จะขนถ่ายสินค้าจากเรือแม่ที่จอดรอการขนถ่ายปลากลางทะเลจากเรือประมง หลังจากนั้นจะนำปลาทูน่ามาแปรรูป (นึ่ง/แช่แข็ง) และขนส่งไปยังท่าเรือของบริษัทแปรรูป โดยปลาเหล่านั้น ไม่ถูกจดบันทึกและรายงานไปยังเจ้าของน่านน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าธรรมเนียมการจับให้กับประเทศเจ้าของน่านน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การจับปลาที่ไม่ใช่ปลาเป้าหมายขึ้นมา (Bycatch) ซึ่งมีปลาที่ยังเป็นขนาดเล็ก และปลาที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง ฉลาม เต่าทะเล […]

แถลงการณ์ของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องสหภาพยุโรปออกใบเหลืองกรณีที่ประเทศไทยขาดมาตราการที่เพียงพอในการต่อสู้กับการประมงผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงานและขาดการควบคุม (IUU)

April29

กรุงเทพฯ, 23 เมษายน 2558 – คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปเตือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเรื่องการขาดมาตรการที่เพียงพอในการต่อสู้การประมงผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงานและขาดการควบคุม (IUU) และให้เวลา 6 เดือนในการดำเนินแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหา การประกาศของสหภาพยุโรปเป็นผลมาจากความล้มเหลวของประเทศไทยต่อการจัดการและต่อกรกับการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ทำลายล้างและไม่ยั่งยืน นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า “การออกใบเหลืองจากสหภาพยุโรปครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ย้ำเตือนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องแผนปฏิบัติการเพื่อยุติการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจคิดเป็นเงินราว 659 พันล้านบาท (1) จากการทำประมงที่ผิดกฎหมายนั้นเป็นผลโดยตรงจากการที่ประเทศไทยล้มเหลวในการฟื้นฟูทะเลและปกป้องมหาสมุทรจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ จากการเตือนของคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปครั้งก่อน รัฐบาลไทยได้ดำเนินการโดยการนิรโทษกรรมเรืออวนลากเถื่อน และออกใบอนุญาตให้แก่เรืออวนลากเถื่อน ทั้งๆที่เรืออวนลากเป็นการทำประมงที่ทำลายล้าง กวาดล้างปลาและพันธุ์สัตว์น้ำในทะเลไทยและทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยและระบบนิเวศทางทะเลที่มีความสำคัญ การแก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้ได้สร้างผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่งที่พึ่งพาระบบนิเวศทางทะเลอย่างมาก กรมประมงควรใช้วิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสและยึดถือการพัฒนาที่ยั่งยืนการจัดการทรัพยากรประมง รวมถึงการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนประมงและชุมชนชายฝั่งทะเลในการวางแผนและการตัดสินใจเพื่อปกป้องระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์” กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ ยกเลิกการใช้เครื่องมือประมงทำลายล้างรวมถึงอวนลาก อวนรุน ซึ่งทำลายแหล่งปลาและระบบนิเวศของทะเลไทย ดำเนินการปฏิรูปกฎหมายประมงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งระบบและยกระดับธรรมาภิบาลด้านการประมงในอันที่จะต่อกรกับการทำประมงเกินขนาดที่นำไปสู่ความเสื่อมโทรมของทะเลและมหาสมุทร สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการควบคุม ติดตามตรวจสอบ รวมถึงการประสานงานเชิงนโยบายและการจัดการประมงในระดับภูมิภาคเพื่อที่จะอุดช่องโหว่ของการทำประมงผิดกฎหมาย เช่น การขนถ่ายสินค้าจากการประมงนอกน่านน้ำกลางมหาสมุทร เป็นต้น หมายเหตุ : (1) http://europa.eu/rapid/press-release_IP-15-4806_en.htm ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร 089 […]

วันคุ้มครองโลก ปกป้องมหาสมุทรเพื่อทุกสรรพชีวิตบนโลก

April29

22 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก ซึ่งวันนี้คงจะเป็นเพียงแค่วันวันหนึ่งที่มนุษย์ตั้งไว้เพื่อย้ำเตือนว่าเราควรหันมาใส่ใจดูแลโลกของเราอย่างไร ให้ทรัพยากรบนโลกยังคงมีให้กินและใช้อย่างยั่งยืน ในวันคุ้มครองโลกปีนี้ ลองมาเซ็คชีพจรสีน้ำเงินของโลก กับอีกวิกฤตที่ถูกซุกซ่อนลึกลงไปใต้มหาสมุทรที่แสนกว้างใหญ่สีคราม คุณรู้หรือไม่ว่าแหล่งโปรตีนสำคัญของโลกกำลังถูกทำลาย ปลากำลังหมดไปจากท้องทะเล และต้นเหตุของปัญหาเกิดขึ้นจากการประมงเกินขนาดของอุตสาหกรรมการประมงที่ใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง และทำให้ผู้บริโภคกลายเป็นหนึ่งในผู้ทำร้ายท้องทะเลโดยไม่รู้ตัว ในวันคุ้มครองโลกปีนี้ กรีนพีซได้จัดแสดงงานนิทรรศการงานศิลปะและภาพถ่าย “Art for the Ocean” เพื่อสะท้อนถึงหลากหลายวิกฤตปัญหาทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการประมงเกินขนาด ปัญหาแรงงานทาส และปัญหาขยะ ภายใต้ความสวยงามของผืนมหาสมุทร ภายในการจัดแสดงภาพถ่ายเหล่านี้ได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นใต้ท้องทะเลราวกับเป็นมุมมืดที่อุตสาหกรรมการประมงไม่อยากให้ใครรับรู้ สิ่งเหล่านี้กำลังรอให้คุณมาลองค้นหาว่าวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นนั้นคืออะไร รวมถึงภาพความสวยงาม และทางออกที่ยั่งยืนของท้องทะเล ด้วยการทำประมงแบบยั่งยืนและอนุรักษ์ที่ไม่ทำร้ายมหาสมุทร เพื่อรักษาความมหัศจรรย์ของมหาสมุทรไว้เพื่อทุกสรรพชีวิตบนโลก หนึ่งในไฮไลท์ของงานที่คุณไม่ควรพลาด คือ งานศิลปะที่สร้างสรรค์จากขยะวัสดุเหลือใช้ แปรเปลี่ยนเป็นวาฬที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในมวลหมู่ดอกไม้ทะเล โดยศิลปินชาวลาว Aligna (อลิญญะ) ในชื่อผลงานว่า “Let me live among beautiful corals” (ขอให้ฉันได้อยู่ท่ามกลางดอกไม้ทะเลอันสวยงาม) อลิญญะเป็นศิลปินผู้อุทิศตนให้กับสร้างสรรค์ศิลปะที่สะท้อนโลกแห่งสังคมบริโภคนิยม อันส่งผลกระทบต่อท้องทะเลที่เคยรองรับมลพิษจากมนุษย์เช่นกัน ซึ่งในการร่วมงานกับกรีนพีซในครั้งนี้ เขาได้กล่าวว่า “หากเราไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดปัญหาขยะในท้องทะเลปลาและสัตว์น้ำทุกชนิดกำลังได้รับสารพิษปนเปื้อน  ไม่ต่างอะไรกับการแหวกว่ายท่ามกลางขยะพลาสติกในผลงานชิ้นนี้ ผมได้แปรเปลี่ยนขยะให้เป็นดอกไม้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เราร่วมกันช่วยทำให้ท้องทะเลสะอาดสวยงาม ผมจึงจินตนาการถึงวาฬที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรท่ามกลางขยะพลาสติก ร้องขอให้เราหยุดทำลายบ้านอันสวยงามของเขา ‘ขอร้องละ มนุษย์ ขอให้ฉันและครอบครัวสัตว์ทะเลได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สวยงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ให้เราทุกคนได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข”   โลกของเราคือโลกแห่งมหาสมุทร ประกอบด้วยน้ำมากถึงสามในสี่ส่วน ร้อยละ 80 ของสรรพชีวิตบนโลกนั้น มีถิ่นฐานซ่อนเร้น […]

กรีนพีซจัดแสดงงานศิลปะปกป้องทะเลและมหาสมุทรในวันคุ้มครองโลก

April29

กรุงเทพฯ, 22 เมษายน 2558 – เนื่องในวันคุ้มครองโลก (Earth Day) กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดนิทรรศการแสดงงานศิลปะและภาพถ่าย ภายใต้หัวข้อ “Art for the Ocean” เพื่อนำเสนองานศิลปะจากขยะในท้องทะเลและจากครัวเรือนโดย Aligna (อลิญญะ)[1] ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน รวมทั้งการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย สะท้อนวิกฤตของท้องทะเลต่อสังคม เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรโลก ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้ประชาชนและทุกภาคส่วนลงมือทำเพื่อปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทร นิทรรศการภาพถ่ายได้รวบรวมผลงานภาพถ่ายกว่า 20 ภาพ จากหลายประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยภาพความสวยงามของท้องทะเลและมหาสมุทร พร้อมทั้งสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในมหาสมุทร ได้แก่ การทำประมงที่ผิดกฎหมาย การทำประมงเกินขนาด การใช้เครื่องมือประมงทำลายล้าง การจับสัตว์น้ำพลอยได้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลพิษ “มนุษย์พึ่งพาทะเลและมหาสมุทรเพื่อความอยู่รอด แต่ในขณะนี้ ทะเลและมหาสมุทรกำลังเผชิญกับวิกฤตทางนิเวศวิทยาหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการทำประมงเกินขนาด การใช้เครื่องมือทำลายล้าง รวมถึงการประมงผิดกฎหมายที่เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง” อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว “กรีนพีซทำงานร่วมกับเครือข่ายประมงพื้นบ้าน ชุมชนชายฝั่ง บุคคลและกลุ่มองค์กรต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลรวมถึงหน่วยงานภาครัฐร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ นอกจากกลไกทางกฎหมายที่มีอยู่แล้ว รัฐบาลจำเป็นต้องสร้างแผนการเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลที่เสื่อมโทรมและยุติการทำประมงเกินขนาด […]

ปล่อยหนึ่งจักเกิดแสน ชุมชนคั่นกระไดกับการประมงพื้นบ้าน ทางออกเพื่อความยั่งยืนของท้องทะเล

April28

เคยสงสัยไหมคะว่า เหตุใดอาหารทะเลจึงแพงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ปลาก็ตัวเล็กลงเรื่อยๆ ปลาในทะเลของเรากำลังหายไปไหน ทำไมทะเลที่แสนกว้างใหญ่จึงเหลือปลาน้อยลง? คำตอบที่เราค้นหาไม่ใช่สิ่งลี้ลับอย่างสัตว์ประหลาดที่กว้านกินปลาใต้ผืนมหาสมุทร แต่เกิดจากการประมงเกินขนาดอันเนื่องมาจากอุตสาหกรรมการประมงที่เน้นการจับปลาปริมาณมากด้วยเครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง จนกระทั่งระบบนิเวศถูกทำลาย ปลาไม่มีโอกาสได้เติบโตฟื้นตัวทัน และแม้แต่สัตว์น้ำที่ไม่ใช่ปลาเศรษฐกิจเป้าหมาย อาทิ เต่าทะเล โลมา วาฬ และฉลาม ก็เป็นเหยื่อให้กับการประมงอย่างขาดความรับผิดชอบต่อท้องทะเล การประมงเกินขนาดและการประมงแบบทำลายล้างนี้ นอกจากจะเป็นการตักตวงผลประโยชน์จากท้องทะเลอันเป็นสมบัติของเราทุกคนแล้ว ยังทำให้สัตว์น้ำหลายชนิดใกล้สูญพันธุ์ โดยที่ทำให้ผู้บริโภคอย่างพวกเราเป็นหนึ่งในตัวการนั้นเนื่องจากเราเป็นผู้กินปลาที่จับมาอย่างไม่คำนึงถึงท้องทะเล ทางออกไม่ใช่การเลิกกินปลา เพราะปลายังคงเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของโลก  ทางออกเพื่อความยั่งยืนของท้องทะเล คือ การประมงพื้นบ้านที่จับปลาอย่างเห็นคุณค่าของทะเล และฟื้นฟูท้องทะเลเพื่ออนุรักษ์ให้มีปลาสำหรับชนรุ่นหลัง ชุมชนคั่นกระได จากที่ปลาเคยหายไป และการฟื้นฟู เชื่อหรือไม่ว่า จะมีชุมชนหนึ่งซึ่งเคยประมงด้วยอวนตาถี่ จับปลาเล็กปลาน้อยจนกระทั่งอ่าวของตนไม่มีปลา จนต้องไปแย่งปลาของอ่าวอื่น ทำให้โดนไล่กลับมา และในที่สุดก็สามารถฟื้นฟูทะเลบ้านของตนเองให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการประมงที่เป็นมิตรต่อท้องทะเล นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของชุมชนอ่าวคั่นกระได เดิมทีพี่น้องชาวคั่นกระไดก็ทำประมงด้วยรูปแบบที่ไม่แตกต่างจากชุมชน หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ คือ เมื่อเหลือแต่ปลาที่มีขนาดเล็กลง ก็ลดขนาดตาของอวนตาม จาก 2.9 เซนติเมตร เหลือ 2 เซนติเมตร จนกระทั่งในปี 2551 เกิดวิกฤตปลาเริ่มหมดไปจากอ่าวคั่นกระได ไม่สามารถจับปลาได้ เนื่องจากลูกปลาถูกจับไปจนหมดไม่หลงเหลือให้เติบโตและขยายพันธุ์ ต้องออกไปจับปลาที่เขตบางสะพานน้อย และถูกชุมชนที่นั่นคัดค้านขับไล่ […]

ดอกไม้ที่เบ่งบานจากขยะ ศิลปะแห่งการรีไซเคิลเพื่อท้องทะเล

April23

“ผมดัดแปลงให้ขยะกลายเป็นดอกไม้และวาฬในนิทรรศการนี้ ขณะนี้เรากำลังสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่เราก็สามารถเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนให้เป็นโลกที่น่าอยู่ขึ้นสำหรับสัตว์น้ำได้ หากเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงการบริโภคและวิถีชีวิตสักวันหนึ่งวาฬและสัตว์น้ำอื่นก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ และเราเองก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้เช่นกัน เราทุกคนควรร่วมกันทำอะไรสักอย่าง นอกจากเพียงแค่ใช้สิ่งของอย่างทิ้งขว้าง” — อลิญญะ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ศิลปะจากขยะ เมื่อมองดูสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน หรือลองสังเกตสิ่งที่เราไม่ต้องการหลังจากการชอปปิ้งในแต่ละครั้ง คุณจะรู้ว่าแต่ละวันเราสร้างขยะกันเยอะมากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นหลอด ถุงพลาสติก ขวดน้ำ ช้อนไอศกรีม และแก้วกาแฟ ซึ่งขยะเหล่านี้หากขาดการจัดการที่ดี ท้ายที่สุดแล้วอาจจะตกลงสู่ทะเล กลายเป็นมลพิษที่คร่าชีวิตสัตว์น้ำน้อยใหญ่ ในงานนิทรรศการงานศิลปะและภาพถ่าย “Art for the Ocean” ได้จัดแสดงถึงหนึ่งในวิกฤตปัญหาท้องทะเล ซึ่งก็คือปัญหาขยะ  แต่ขยะ สิ่งที่ไร้ค่าและถูกมองว่าเป็นสิ่งสกปรก ได้กลายเป็นผลงานศิลปะที่ทรงคุณค่าเมื่ออยู่ในมือของศิลปินนามว่า อลิญญะ (Aligna) ก่อนที่จะไปชมงานศิลปะของเขาในงานนี้ ลองมาทำความรู้จักกับอลิญญะ และแรงบันดาลใจดีๆ ที่ผลักดันให้เขาสร้างสรรค์ผลงานจากขยะที่หลายคนไม่เห็นค่า คิดก่อนทิ้ง ลดปัญหาบริโภคนิยม คุ้มครองโลกอย่างยั่งยืน อลิญญะ เป็นศิลปินชาวลาวที่อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส เขาทำงานศิลปะจากขยะเพื่อสะท้อนประเด็นเรื่องบริโภคนิยมในสังคม เพื่อแสดงให้ผู้คนเห็นว่ามีวัสดุต่างๆ ที่ยังสามารถใช้ได้ และไม่จำเป็นต้องซื้อของใหม่เสมอไป เขาเล่าว่าเมื่อครั้งที่เขาอาศัยอยู่ที่ลาวนั้น ชาวลาวไม่มีวัสดุสิ่งของมากมายเท่าที่ยุโรป มักประดิษฐ์ของเล่นขึ้นเอง และใช้สิ่งของอุปโภคบริโภคต่างๆ จนกระทั่งชำรุด โดยอลิญญะ ได้บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ศิลปะที่สะท้อนโลกแห่งสังคมบริโภคนิยมนี้ว่า “ในวันนี้ได้มีโอกาสมาสร้างสรรค์งานศิลปะสำหรับวันคุ้มครองโลกร่วมกับกรีนพีซ ปัจจุบันนี้คนเริ่มตระหนักเรื่องรีไซเคิลมากขึ้น เพราะเริ่มมีขยะเพิ่มขึ้น เราไม่เล็งเห็นถึงคุณค่าของสิ่งของต่างๆ และสังคมบริโภคนิยมทำให้ผู้คนโหยหาต้องการของใหม่อยู่เสมอ อาทิเช่น […]

กรีนพีซยินดีกับแผนการของแอปเปิลด้านการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในจีน

April23

⁞ ปักกิ่ง, 17 เมษายน 2558 – หลังจากแอปเปิลประกาศแผนพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ 2 โครงการในมณฑลเสฉวนของจีน Download English version here หยวน หยิง ผู้ประสานงานรณรงค์อาวุโสด้านพลังงานหมุนเวียน กรีนพีซ เอเชียตะวันออก กล่าวว่า “ประกาศของแอปเปิลเป็นย่างก้าวที่สำคัญก้าวแรกสำหรับการบริหารจัดการการใช้พลังงานของแอปเปิลในจีน และเป็นกรณีตัวอย่างที่สำคัญยิ่งต่อบริษัทอื่นๆ ที่ประกอบธุรกิจอยู่ในจีน เป็นการกระตุ้นเตือนว่าพวกเขาสามารถขับเคลื่อนธุรกิจด้วยพลังงานหมุนเวียนได้จริง ทั้งนี้ จีนประกาศเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานจากแหล่งที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นร้อยละ 15 ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2563 โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์จะเพิ่มเป็น 200 กิกะวัตต์ (GW) และ 100 กิกะวัตต์ ตามลำดับ ทั้งบริษัทท้องถิ่นและบริษัทข้ามชาติหลายแห่งได้เริ่มดำเนินการเพื่อใช้พลังงานหมุนเวียนในการขับเคลื่อนธุรกิจในจีนกันบ้างแล้ว และเมื่อมีบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่อย่างเช่นแอปเปิลเป็นผู้นำทาง เราก็คาดหวังว่า การลงทุนในพลังงาหมุนเวียนจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและนำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2563 “ก้าวต่อไปของแอปเปิลน่าจะเป็นการประสานความร่วมมือจากบรรดาผู้จัดจำหน่ายของแอปเปิลในการขับเคลื่อนโรงงานผลิตสินค้าในจีนด้วยพลังงานหมุนเวียนเต็มร้อย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของจีนที่จะลดการใช้ถ่านหินและเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนกำลังก้าวหน้าด้วยดี แต่เราต้องการความก้าวหน้าที่รวดเร็วกว่านี้ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่ถึงขั้นวิกฤตในหลายเมืองของจีน ทั้งนี้เพื่อให้การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในจีนถึงจุดอิ่มตัวและเริ่มลดปริมาณการปล่อยอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บรรดาบริษัทธุรกิจที่มีโรงงานผลิตอยู่ในจีนและต้องใช้พลังงานมากมีความรับผิดชอบในการช่วยเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนด้วย” ทั้งนี้ โรงงานผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีความต้องการใช้พลังงานมากทั้งในจีนและทั่วโลก และความต้องการนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณการว่าอาจสูงถึงร้อยละ 2-3 ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกภายในปี 2560 (1) ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ หยู […]

รักน้ำ รักษ์ทะเล: สงกรานต์ไม่ขาดน้ำ มหาสมุทรไม่ขาดรัก

April23

ภูมิปัญญาของไทยเราเป็นเรื่องน่าทึ่งเสมอ สงกรานต์กับประเพณีเล่นน้ำนั้นช่วยดับร้อนในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปีได้เป็นอย่างดี เราคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าโลกของเรานั้นเป็นดาวเคราะห์ที่ปกคลุมด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ และน้ำนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่โอบอุ้มโลกเอาไว้ โดยทั้งผืนดิน มหาสมุทร และชั้นบรรยากาศ ล้วนมีน้ำเป็นส่วนประกอบที่หมุนเวียนเป็นวัฏจักรทั้งสิ้น ในวันสงกรานต์อันชุ่มฉ่ำนี้ ลองมาทำความรู้จักกับความสำคัญของมหาสมุทรต่อวงจรของน้ำ และวิกฤตที่กำลังคุกคามมหาสมุทรของเรา เพื่อร่วมกันรักษาน้ำเอาไว้ได้อย่างยั่งยืน สงกรานต์ปีนี้หรือปีไหนๆ เราจะได้สนุกได้โดยที่ไม่ขาดน้ำ มหาสมุทรก็ไม่ขาดรักและขาดแคลนความอุดมสมบูรณ์ copyright © 2014 – 2015 raycollinsphoto.com   ความสำคัญของมหาสมุทรต่อวัฏจักรน้ำและโลก มหาสมุทรมีบทบาทสำคัญมากต่อวัฏจักรน้ำ โดยมหาสมุทรนั้นมีน้ำมากถึงร้อยละ 97 ของน้ำทั้งหมดบนโลก ร้อยละ 78 ของหยาดน้ำฟ้า (น้ำในอากาศ) เกิดขึ้นเหนือมหาสมุทร อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของการระเหยน้ำของโลกถึงร้อยละ 86 ซึ่งตัวเลขนี้นอกจากแสดงถึงความสำคัญของมหาสมุทรต่อการหมุนเวียนของน้ำ การเกิดฝน และการผลิตน้ำจืดแล้ว ยังรวมถึงสมดุลของสภาพภูมิอากาศโลกอีกด้วย มหาสมุทรของโลกนั้นช่วยให้โลกของเราอบอุ่น ขณะที่ผืนดินและชั้นบรรยากาศนั้นดูดซับแสงอาทิตย์ รังสีของดวงอาทิตย์ก็ถูกดูดซับไว้โดยมหาสมุทร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในน่านน้ำเขตร้อนบริเวณเส้นศูนย์สูตร และมีชั้นบรรยากาศของโลกช่วยในการกักเก็บความร้อนไว้ ไม่ให้กลับคืนไปยังอวกาศเร็วเกินไปหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน กล่าวได้ว่ากระบวนการระเหยของน้ำที่ทำให้เกิดฝนบนผืนดินนั้นส่วนใหญ่แล้วมีจุดเริ่มต้นมาจากมหาสมุทร นอกจากนี้กระแสน้ำยังช่วยสร้างสมดุลให้กับสภาพภูมิอากาศโลกด้วยการรับมือกับรังสีดวงอาทิตย์ที่กระจายไม่สม่ำเสมอบนพื้นผิวโลก หากไม่มีกระแสน้ำในมหาสมุทรแล้ว อุณหภูมิที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรจะร้อนจนเกินไป และหนาวสุดขั้วที่บริเวณขั้วโลก และทำให้บางพื้นที่ของโลกนั้นไม่สามารถอยู่อาศัยได้เลย วัฎจักรของน้ำ มหาสมุทร และสภาพภูมิอากาศ ขอบคุณข้อมูลจากนาซ่า   มหาสมุทรนั้นแสนกว้างใหญ่ สง่างาม และทรงพลัง แต่ปัญหาต่างๆ […]

« Older Entries