Greenpeace Thailand กรีนพีซ ประเทศไทย

ปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อทุกชีวิต

Posts tagged with i love my ocean

คนละไม้คนละมือ ความหวังจากประมงพื้นบ้านสู่ผู้บริโภค เพื่อความยั่งยืนของทะเลไทย

April29

การจับปลาไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจับปลาอย่างยั่งยืนเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ท้องทะเลไปด้วยนี่สิ คือ เรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ทุกภาคส่วน และนั่นคือความแตกต่างระหว่าง การประมงพื้นบ้านที่คำนึงถึงคุณค่าของท้องทะเล และการประมงพาณิชย์ที่มุ่งเน้นเพื่อผลประโยชน์และการค้าโดยไม่สนใจว่าการประมงเกินขนาดจะทำให้เราไม่มีปลากินในอนาคตอันใกล้ แต่เราทุกคนสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับท้องทะเลของเราได้ ดังเช่นที่ ชาวชุมชนคั่นกระได สมาชิกและอาสาสมัครกรีนพีซ ได้ร่วมมือกันสร้างบ้านปลาและซ่อมแซมธนาคารปู ลงมือกันคนละไม้คนละมือ ทั้งผู้บริโภคอาหารทะเล และชาวประมง เพื่อรักษาความยั่งยืนของทะเลไทยเพื่อชาวไทยทุกคน “ปล่อยหนึ่งจักเกิดแสน” นี่คือคำที่เป็นเสมือนกติกาชี้นำแนวทางประมงอย่างรับผิดชอบที่ยึดถือกันมาของชาวคั่นกระได จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อระหว่างวันที่ 20-26 เมษายน ที่ผ่านมา อาสาสมัครและสมาชิกกรีนพีซได้มาร่วมเรียนรู้ถึงเจตนารมณ์นี้ร่วมกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสร้างรักให้ทะเล ตอนชุมชนปลาชุม  ถึงจะเป็นเพียงช่วงหนึ่งสัปดาห์ แต่ก็เป็นสัปดาห์ที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย จากการเป็นเพียงผู้บริโภคอาหารทะเล ได้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนชาวประมง ลงมือทำซั้งปลา และธนาคารปู อุปกรณ์เหล่านี้ต่างแลกมาด้วยหยาดเหงื่อซึ่งในการประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อฟื้นฟูท้องทะเล แต่ความพยายามเเหล่านี้ไม่เสียเปล่า เพราะได้พิสูจน์มาแล้วว่า จากที่ปลาในอ่าวคั่นกระไดเคยหายไปจนไม่สามารถประมงได้อีก ได้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการประมงที่เป็นมิตรต่อท้องทะเล สร้างบ้านปลา ธนาคารปู ปล่อยหนึ่งจักเกิดแสน คืนความอุดมสมบูรณ์ให้ท้องทะเล หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา อาสาสมัครกรีนพีซได้ใช้เวลาเตรียมอุปรณ์สำหรับสร้างบ้านปลา และซ่อมแซมธนาคารปู ซึ่งถือเป็นการซ่อมแซมธนาคารปูครั้งแรกในระยะเวลา 3 ปี โดยการเตรียมอุปกรณ์นั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด สำหรับทางชุมชนคั่นกระไดนั้นเลือกที่จะใช้ฐานเป็นปูน เพื่อป้องกันเรืออวนลาก และเครื่องมือทำลายล้างจากเรือประมงพาณิชย์อื่นๆ ที่อาจจะลากเอาซั้งปลาไป บ้านปลาของพี่น้องคั่นกระไดจึงมีฐานเป็นปูน งานที่ต้องทำเพื่อให้ได้บ้านปลาก็เริ่มตั้งแต่ การหล่อปูนลงบล็อก […]

วันคุ้มครองโลก ปกป้องมหาสมุทรเพื่อทุกสรรพชีวิตบนโลก

April29

22 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก ซึ่งวันนี้คงจะเป็นเพียงแค่วันวันหนึ่งที่มนุษย์ตั้งไว้เพื่อย้ำเตือนว่าเราควรหันมาใส่ใจดูแลโลกของเราอย่างไร ให้ทรัพยากรบนโลกยังคงมีให้กินและใช้อย่างยั่งยืน ในวันคุ้มครองโลกปีนี้ ลองมาเซ็คชีพจรสีน้ำเงินของโลก กับอีกวิกฤตที่ถูกซุกซ่อนลึกลงไปใต้มหาสมุทรที่แสนกว้างใหญ่สีคราม คุณรู้หรือไม่ว่าแหล่งโปรตีนสำคัญของโลกกำลังถูกทำลาย ปลากำลังหมดไปจากท้องทะเล และต้นเหตุของปัญหาเกิดขึ้นจากการประมงเกินขนาดของอุตสาหกรรมการประมงที่ใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง และทำให้ผู้บริโภคกลายเป็นหนึ่งในผู้ทำร้ายท้องทะเลโดยไม่รู้ตัว ในวันคุ้มครองโลกปีนี้ กรีนพีซได้จัดแสดงงานนิทรรศการงานศิลปะและภาพถ่าย “Art for the Ocean” เพื่อสะท้อนถึงหลากหลายวิกฤตปัญหาทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการประมงเกินขนาด ปัญหาแรงงานทาส และปัญหาขยะ ภายใต้ความสวยงามของผืนมหาสมุทร ภายในการจัดแสดงภาพถ่ายเหล่านี้ได้บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นใต้ท้องทะเลราวกับเป็นมุมมืดที่อุตสาหกรรมการประมงไม่อยากให้ใครรับรู้ สิ่งเหล่านี้กำลังรอให้คุณมาลองค้นหาว่าวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นนั้นคืออะไร รวมถึงภาพความสวยงาม และทางออกที่ยั่งยืนของท้องทะเล ด้วยการทำประมงแบบยั่งยืนและอนุรักษ์ที่ไม่ทำร้ายมหาสมุทร เพื่อรักษาความมหัศจรรย์ของมหาสมุทรไว้เพื่อทุกสรรพชีวิตบนโลก หนึ่งในไฮไลท์ของงานที่คุณไม่ควรพลาด คือ งานศิลปะที่สร้างสรรค์จากขยะวัสดุเหลือใช้ แปรเปลี่ยนเป็นวาฬที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในมวลหมู่ดอกไม้ทะเล โดยศิลปินชาวลาว Aligna (อลิญญะ) ในชื่อผลงานว่า “Let me live among beautiful corals” (ขอให้ฉันได้อยู่ท่ามกลางดอกไม้ทะเลอันสวยงาม) อลิญญะเป็นศิลปินผู้อุทิศตนให้กับสร้างสรรค์ศิลปะที่สะท้อนโลกแห่งสังคมบริโภคนิยม อันส่งผลกระทบต่อท้องทะเลที่เคยรองรับมลพิษจากมนุษย์เช่นกัน ซึ่งในการร่วมงานกับกรีนพีซในครั้งนี้ เขาได้กล่าวว่า “หากเราไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดปัญหาขยะในท้องทะเลปลาและสัตว์น้ำทุกชนิดกำลังได้รับสารพิษปนเปื้อน  ไม่ต่างอะไรกับการแหวกว่ายท่ามกลางขยะพลาสติกในผลงานชิ้นนี้ ผมได้แปรเปลี่ยนขยะให้เป็นดอกไม้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เราร่วมกันช่วยทำให้ท้องทะเลสะอาดสวยงาม ผมจึงจินตนาการถึงวาฬที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรท่ามกลางขยะพลาสติก ร้องขอให้เราหยุดทำลายบ้านอันสวยงามของเขา ‘ขอร้องละ มนุษย์ ขอให้ฉันและครอบครัวสัตว์ทะเลได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สวยงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ให้เราทุกคนได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข”   โลกของเราคือโลกแห่งมหาสมุทร ประกอบด้วยน้ำมากถึงสามในสี่ส่วน ร้อยละ 80 ของสรรพชีวิตบนโลกนั้น มีถิ่นฐานซ่อนเร้น […]

ปล่อยหนึ่งจักเกิดแสน ชุมชนคั่นกระไดกับการประมงพื้นบ้าน ทางออกเพื่อความยั่งยืนของท้องทะเล

April28

เคยสงสัยไหมคะว่า เหตุใดอาหารทะเลจึงแพงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ปลาก็ตัวเล็กลงเรื่อยๆ ปลาในทะเลของเรากำลังหายไปไหน ทำไมทะเลที่แสนกว้างใหญ่จึงเหลือปลาน้อยลง? คำตอบที่เราค้นหาไม่ใช่สิ่งลี้ลับอย่างสัตว์ประหลาดที่กว้านกินปลาใต้ผืนมหาสมุทร แต่เกิดจากการประมงเกินขนาดอันเนื่องมาจากอุตสาหกรรมการประมงที่เน้นการจับปลาปริมาณมากด้วยเครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง จนกระทั่งระบบนิเวศถูกทำลาย ปลาไม่มีโอกาสได้เติบโตฟื้นตัวทัน และแม้แต่สัตว์น้ำที่ไม่ใช่ปลาเศรษฐกิจเป้าหมาย อาทิ เต่าทะเล โลมา วาฬ และฉลาม ก็เป็นเหยื่อให้กับการประมงอย่างขาดความรับผิดชอบต่อท้องทะเล การประมงเกินขนาดและการประมงแบบทำลายล้างนี้ นอกจากจะเป็นการตักตวงผลประโยชน์จากท้องทะเลอันเป็นสมบัติของเราทุกคนแล้ว ยังทำให้สัตว์น้ำหลายชนิดใกล้สูญพันธุ์ โดยที่ทำให้ผู้บริโภคอย่างพวกเราเป็นหนึ่งในตัวการนั้นเนื่องจากเราเป็นผู้กินปลาที่จับมาอย่างไม่คำนึงถึงท้องทะเล ทางออกไม่ใช่การเลิกกินปลา เพราะปลายังคงเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของโลก  ทางออกเพื่อความยั่งยืนของท้องทะเล คือ การประมงพื้นบ้านที่จับปลาอย่างเห็นคุณค่าของทะเล และฟื้นฟูท้องทะเลเพื่ออนุรักษ์ให้มีปลาสำหรับชนรุ่นหลัง ชุมชนคั่นกระได จากที่ปลาเคยหายไป และการฟื้นฟู เชื่อหรือไม่ว่า จะมีชุมชนหนึ่งซึ่งเคยประมงด้วยอวนตาถี่ จับปลาเล็กปลาน้อยจนกระทั่งอ่าวของตนไม่มีปลา จนต้องไปแย่งปลาของอ่าวอื่น ทำให้โดนไล่กลับมา และในที่สุดก็สามารถฟื้นฟูทะเลบ้านของตนเองให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการประมงที่เป็นมิตรต่อท้องทะเล นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของชุมชนอ่าวคั่นกระได เดิมทีพี่น้องชาวคั่นกระไดก็ทำประมงด้วยรูปแบบที่ไม่แตกต่างจากชุมชน หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ คือ เมื่อเหลือแต่ปลาที่มีขนาดเล็กลง ก็ลดขนาดตาของอวนตาม จาก 2.9 เซนติเมตร เหลือ 2 เซนติเมตร จนกระทั่งในปี 2551 เกิดวิกฤตปลาเริ่มหมดไปจากอ่าวคั่นกระได ไม่สามารถจับปลาได้ เนื่องจากลูกปลาถูกจับไปจนหมดไม่หลงเหลือให้เติบโตและขยายพันธุ์ ต้องออกไปจับปลาที่เขตบางสะพานน้อย และถูกชุมชนที่นั่นคัดค้านขับไล่ […]