Greenpeace Thailand กรีนพีซ ประเทศไทย

ปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อทุกชีวิต

เดินหน้าหาแนวร่วมพลังเสียงคนไทยปฏิวัติพลังงานสู่พลังงานหมุนเวียน

August19

งานเสวนา

.มหกรรมปฏิวัติพลังงานที่จัดขึ้นโดยกรีนพีซ ระหว่างวันที่
2-18 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ
สนามราชมังคลากีฬาสถานได้สิ้นสุดลงด้วยรอยยิ้มแห่งความหวังที่จะทำให้อนาคต
ของประเทศไทยขับเคลื่อนไปด้วยพลังงานหมุนเวียนเกิดขึ้นได้จริง
โดยตลอดช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอพลังงานหมุนเวียนในแง่ต่างๆ
ให้ประชาชนได้รู้จักและคุ้นเคยกับพลังงานสะอาดชนิดต่างๆ
มากขึ้นผ่านทางการเสวนาหลากความรู้ คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง
และกิจกรรมสนุกรายล้อมโดมกู้วิกฤติโลกร้อน
ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยของเราจะ
บอกลาพลังงานสกปรกและเข้าสู่ยุคพลังงานหมุนเวียนด้วยการผลักดันให้เกิด
กฎหมายพลังงานหมุนเวียนฉบับแรกของประเทศไทยขึ้น

นางสาวรสนา  โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานครนางสาว
รสนา  โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร
ซึ่งติดตามตรวจสอบนโยบายพลังงานของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง
กล่าวในระหว่างการเสวนาว่า “การยกร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียนถือว่าเป็นเรื่องที่มีความก้าวหน้าและเห็นว่าควรมีการรื้อโครงสร้างกระทรวงพลังงานใหม่โดยแบ่งเป็นกระทรวงพลังงานด้านปิโตรเลียม และกระทรวงพลังงานที่ดูแลเรื่องพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ไม่เช่นนั้นพลังงานปิโตรเลียมซึ่งมีขนาดใหญ่มากก็จะควบคุมทุกอย่างทำให้พลังงานหมุนเวียนไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้

ปัจจุบันพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทยสามารถผลิตได้
8,272.08 เมกะวัตต์หรือร้อยละ 9.4 ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมดในประเทศ
โดยกระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ 25 ภายใน 10 ปี (2555-2564)
กรีนพีซเชื่อว่าถ้าประเทศไทยมีกฎหมายพลังงานหมุนเวียนที่เข้มข้นตามหลักการ
พื้นฐานที่กรีนพีซเสนอไว้
ประเทศไทยจะสามารถเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนตามเป้าที่กระทรวงพลังงาน
ตั้งไว้ได้ภายในเวลาไม่ถึง10 ปี

ประเทศไทยเรานั้นมีศักยภาพในการผลิตพลังงานหมุนเวียนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานจากแดด ลม น้ำ หรือพลังงานชีวมวลต่างๆ ขาดแต่เพียงแค่การให้ความรู้และสนับสนุนจากรัฐบาลเท่านั้น
คงไม่มีใครอยากให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือถ่านหินตั้งอยู่ในพื้นที่ของบ้าน
ตนโดยที่ประเทศไทยเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากขนาดนั้น
และเป็นการได้ที่ไม่คุ้มเสียอย่างแท้จริง
เพราะนอกจากจะเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมจนยากที่จะฟื้นฟูแล้ว
ยังเป็นการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย แหล่งประกอบอาชีพ
และสุขภาพชีวิตอย่างที่ไม่มีวันคุ้มค่ากับการแลกมาด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่าง
แน่นอน

 “และไม่ใช่เพียงช่วยลดปัญหาโลกร้อนเท่านั้น แต่การลงทุนกับพลังงานหมุนเวียนจะส่งผลดีกับสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งการสร้างงานสร้างรายได้ ลดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวสรุป
“โดยกฎหมายนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านพลังงาน
หมุนเวียน
และที่สำคัญคือเป็นการกำหนดนโยบายที่เอื้อให้ชุมชนในพื้นที่ผลิตกระแสไฟฟ้า
ตามศักยภาพที่มีอยู่ในชุมชนได้อย่างเต็มที่”

ถึงเวลาที่เราต้องเวลาบอกลาโดมกู้วิกฤติโลกร้อนเพื่อให้เดินทางไปสร้าง
ความหวังและแรงบันดาลใจเรื่องพลังงานหมุนเวียนที่ประเทศอื่นๆ ต่อไป
แต่กิจกรรมรณรงค์กฎหมายพลังงานหมุนเวียนฉบับแรกของประเทศไทยของเรายังไม่จบ
สิ้นลง เราต้องการทุกเสียงสนับสนุนของคนไทย เพื่อจะทำให้เราปฏิวัติสู่พลังงานหมุนเวียนได้สำเร็จ แล้วประเทศเราก็จะได้บอกลาพลังงานสกปรกกันเสียที


 

ร่วมปฏิวัติพลังงานได้ที่ http://www.greenpeace.or.th/GoRenewable

by posted under general | No Comments »    

You must be logged in to post a comment.