Archive for November, 2010

some day : ตูม ตาม

Monday, November 22nd, 2010

 

ตูม ตามด้วยเสียงซา-กระจายพรายพราวของแสงระยิบ

 

ตูม ตามด้วยเสียงดนตรี กรีดร้องของคนคะนอง คึกคัก

 

ตูม ตามด้วยน้ำเมา เมรัยเติมให้เต็ม ทั้งทุกแก้ว ดีกรี

 

ตูม ตามด้วยหวีดเสียงไซเรนเป็นระยะ

 

ตูม ตามด้วยแรงสะเทือน ขับเคลื่อนคืนค่ำ ประเวณี

 

ตูม ตามมองเจ้าเดือนกระจ่างเต็ม เกิดสะดุ้ง สะเทือนในหัวใจ

 

ตูม ตามด้วยควันตลบ อบคลุมไป ทั้งราตรีกาล

 

ตูม ตามด้วยความแหลก แตกสลาย ว่างเปล่า

 

.. คล้ายร่ายมนต์

 

(more…)

some day : ซ้าย-ขวา

Friday, November 19th, 2010

 

แล้วก็นึกอยากเปลี่ยนจากสองขาเป็นสองล้อ

 

สองขาก็พอจะพาตัวตนไปทำงานอาชีพได้อยู่หรอก แต่ถ้าเป็นสองล้อก็พอจะทำให้ไปไหนได้ไกลกว่าเดิม และอย่างน้อยหนึ่งก็คือ สามารถหลีกหนีเจ้าเขี้ยวขาวประจำซอยทั้งหลายได้

 

วันที่ไปถอยเจ้าสองล้อมาเถ้าแก่ก็ได้บอกสอนวิธีการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อย่นย่อเรี่ยวแรง อันมีมาด้วย

 

ด้านขวานี่สำหรับเฟืองหลัง มีแปดตัวเลข เลขน้อยเบา แต่ช้า เลขมากหนักแต่เร็ว แล้วแกก็หมุนล้อพร้อมขยับกลไกที่ด้ามจับด้านขวา ส่วนด้านซ้าย นี่สำหรับเฟืองหน้า เหมือนกัน น้อยจะเบาแต่ช้า เลขมากจะหนักแต่ไปเร็ว มีสามหมายเลข หนึ่งถึงสาม แล้วแกก็หมุนล้ออีกครั้งพร้อมกับแสดงให้ดูการเปลี่ยนเฟืองเกียร์

 

ก่อนจบการบรรยาย เฮียบอกว่า อันนี้ข้อควรระวัง แกปรับซ้ายไปที่ตัวเลขมาก และขวาไปที่ตัวเลขมาก อันนี้เบามาก โซ่จะหย่อน หย่อนไปไม่ดี แล้วเสร็จจากเลขมากแกปรับมาที่เลขน้อยทั้งสองข้าง อันนี้โซ่ตึงไป ไม่ดีเหมือนกัน เอาแต่พอดี

 

ซ้ายขวาปรับให้ประสานกันแล้วปั่นไป .. ด้วยแรงแต่พอดี

 

(more…)

some day : ทางสว่าง

Friday, November 19th, 2010

 

ชีวิตเมื่อเกิดมาแล้วจำต้องเจริญงอกงาม

 

ไม่จำเป็นต้องขวนขวายให้เหน็ดเหนื่อย ต้นไม้เมื่ออกจากเมล็ดก็ต้องเติบโตเป็นธรรมดา หากแต่ผิดเพี้ยนกันตรงที่ว่า เติบโตไปในทางไหน รูปทรงร่างกายเป็นไปอย่างไร และจะประคองวันนาอายุไปได้เนิ่นนานเพียงกี่วันเดือนปี

 

ระหว่างทางของการเติบใหญ่ ไหนเลยพบเจอแต่เรื่องราวรื่นรมย์  ไหนเลยพบเจอแต่คืนวันและเวลาอันหรรษาสุขสมเพียงอย่างเดียว แล้วเราจะผ่านกำแพงแห่งความทุกข์ทนไปได้อย่างไร

 

แสงสว่างที่เห็นรำไรภายนอกนั้น อาจไม่ได้สดสวย สุกสกาววาบวับจับหัวจิตติดหัวใจเมื่อได้พบเห็นในระยะอันกระชั้นชิด คนหวาดกลัวก็หลบหลุบคุ้มครองตนอยู่ในซอกมืดสืบไป ไม่คิดออกไปพบเจอสิ่งต่างๆภายนอก คนใจหาญกล้าชนก็อดทนฟาดฟันความดำมืดมุ่งสู่ทิศทางอันสว่างเรืองรอง

 

ครั้งเมื่อผ่านพ้นช่องว่างอันสว่างเจิดจ้า อาจพบได้ว่าที่มาดหมายไว้ไม่เป็นอย่างใจนึก ตรึกตรองอยู่ไม่นานก็ก้าวผ่านความสว่างเบื้องหน้านั้นไป แล้วคิดไปในขณะนั้นว่า

 

ก็แค่สิ่งใหม่ .. ที่ต้องทำความเข้าใจอีกครั้ง

(more…)

some day : ดอกพริก

Thursday, November 18th, 2010

ดอกพริก คงไม่มีใครตั้งใจให้มันเกิด ดังนั้นแล้วเจ้าต้นพริกที่เห็น ณ ขณะนั้นจึงกำพร้าโดยอัตโนมัติ

 

และอีกอย่างคือ เกิดในพื้นที่อันไม่น่าจะเกิด คือแทรกตัวขึ้นมาจากพื้นปูนที่มีช่องแตกเพียงเล็กน้อย

 


 


บ่งบอกถึงความพยายามที่จะเจริญงอกงาม ต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด ? นี่อาจเป็นคำถามโง่ๆในสายตาเจ้าต้นพริก มันอาจแสยะยิ้มเล็กน้อย ยกไหล่ทั้งสองข้าง (หากมันมี) และพูดเบาๆ เหมือนไม่ให้ความสำคัญอะไรกับคำถามนั้นว่า

 

 

“ก็แค่ทำตัวให้เป็นไปตามธรรมขาติ”

 

 

(more…)

some day : ร่มในใจ

Wednesday, November 17th, 2010

เมื่อนึกได้ว่า

 

อากาศมักร้อนเสมอเมื่อเรารู้สึกถึงการดำรงอยู่ของมันและตัวเราเอง  ซึ่งเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ยากเอาการที่จะต่อว่าต่อขานเจ้าตัวต้นเหตุ

 

ก็เป็นทั้งเขา มัน เธอ ทั้งไอ้นั่น โน้น นี้ นี่ น่ะ ว่ากันไปต่างๆ สุดท้ายความร้อนก็ไม่พ้นวนเวียนอยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น แม้จะมีบ้างที่มีใครอื่นช่วยบรรเทาเป่าปัดความร้อนภายนอก หรือดีหน่อยก็ช่วยผ่อนเบาความร้อนเร่าภายในจิตใจ แต่ถึงยังไงก็ยังคงเหลือตกค้างให้ตนเองได้บำบัดด้วยตัวคนเดียว

 

ไม่มีใครยืนอยู่เคียงข้างเราตลอดเวลา

 

ในเวลากลางวันที่เจอแดดร้อน เราเองก็ได้แต่ยกมือที่ไม่ถือร่มเพื่อบดบังแสงแดด ด้วยเงาเพียงฝ่ามือเดียว ก็เพียงพอให้ผ่อนผันความร้อนได้

 

แม้ชีวิตคนหนึ่งคนกำเนิดเกิดมาเพื่อ หรือ เพราะใครอื่นอีกหลายคน แต่คนเราก็ต้องมีบางวัน บางเวลาที่ต้องก้าวผ่านเรื่องราวสาหัสแสนลำเค็ญเพียงเดียวดาย ใครไหนจะรู้เล่าว่า ร่มที่ถูกหยิบถือขึ้นมากางออกไว้ในดวงใจเวลานั้น

 

 

มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่สามารถถือมันได้.. อย่างมั่นคง

 

(more…)

memo : ต้วมเตี้ยม

Monday, November 15th, 2010

 

 

ในวันเล็กๆ วันหนึ่ง

 

และ .. เจ้าต้วมเตี้ยมเกาะนิ่งอยู่ตรงนั่นสักพัก แล้วมันจึงค่อยๆ ขยับขาน้อยๆ ของมัน เดินไปข้างหน้าแล้ววกกลับตัวเดินกลับมาที่เดิม จากนั้นเดินเลยไปจากตรงจุดเดิมอีกสักพักจึงหยุด ทำปากขมุบขมิบ ยอดไม้ใบเขียวใหญ่เกินตัวมันหลายร้อยเท่ามันคงไม่ได้เอามาใส่ใจ

 

มันอาศัยในโลกสีเขียวอันกว้างใหญ่ ในหนึ่งช่วงชีวิตมันเองคงไม่สามารถเห็นความล่มสลายของโลกใบโตที่รองรับโลกใบน้อยของมันอีกชั้น

 

(more…)