Archive for January, 2011

some day : เห็น-ใจ

Saturday, January 22nd, 2011

 

บางอย่างไม่จำเป็นต้องเข้าใจกับมัน

 

 

แค่เห็นใจมันบ้างก็พอ

 

(more…)

some day : ขยับออกบ้าง

Saturday, January 22nd, 2011

 

บางครั้ง


เราอาจมองเห็นเพียงว่า ชีวิตมีเพียง..


เดินไปข้างหน้า ก้าวถอยหลัง

 

..


จุดสูงสุด จุดต่ำสุด


..

 

หากเพียงเราจับ – ขยับบางสิ่งออกเสียงบ้าง


จึงเห็นได้ว่า


จริงๆแล้ว ชีวิตมี..


ซ้ายและขวา เคียงข้างให้เลือก

 

อยู่เสมอ

 

(more…)

some day : ทำลาย

Saturday, January 22nd, 2011

 

ณ ขณะ ที่

 

เราได้ทำร้าย ทำลายผู้อื่น

 

ในเวลาเดียวกันนั้น สิ่งที่เราได้กระทำ

 

ก็ได้ทำลายตัว – ของเรา

 

ให้แหลกสลายลงไป

 

ในทุก ขณะ

 

 

ณ ตรงนั้นเอง

 

ที่เราหลงลืมความเจ็บปวด ///// ความเสียใจหล่นหาย ///// ลมหายใจลบเลือน

 

ที่เคยมีเหมือนไม่มี – ภาพการทำลายงดงาม – อารมณ์ที่เสพรสเหนือล้ำคำพรรณนา

 

สายตาเฝ้าจดจ้อง จ่อเอาเจ้าเป้าหมาย

 

นภากว้างใหญ่

 

สุดท้ายเป็นเพียงอาหารของกาลเวลา กลืนกิน และ คลี่คลาย

 

 

หมุนเวียน..

 

 

(more…)

some day : จำ-เลิร์น

Saturday, January 15th, 2011

 

“นี้เอาไว้เก็ชาย แถมตัดชายผ้าไปด้วยพร้อมกัน” พนักงานขายอธิบาย “ส่วนเครื่องนี้ใช้เย็บอย่างเดียว มีหลายลายให้เลือก” พนักงานพูดต่อไปเล็กน้อย

 

ทำไมต้องใช้สองเครื่อง เธอถาม ส่วนผมเกาหัวรอฟังคำตอบ พนักงานอธิบายต่อพร้องแสดงการทำงานอย่างเป็นขั้นตอนให้ดู คือ เริ่มจากการเย็บชายเก็บขอบผ้าให้เรียบร้อยก่อน จากนั้น นำผ้าสองชิ้นที่ได้รับการเก็บชายผ้าไว้เรียบร้อยแล้วนำมาเย็บติดกัน เกิดเป็นชิ้นงานขึ้นมา หลักการง่ายๆเบื้องต้นที่ไม่ต้องจ่ายค่าความรู้

 

จำ – ได้ว่าเมื่อก่อนนี้แม่ก็ตัดเสื้อผ้าใส่เอง ยิ่งเป็นกางเกงนักเรียนสมัยประถม มัธยมแล้วละก็ ไม่รอดพ้นฝีมือรอยเข็มของคุณแม่ เข็มด้ายพร้อมเมื่อไรเป็นอันต้องนั่งคอยอยู่ข้างๆ เพราะแม่จะคอยใช้ให้ร้อยด้ายเข้าไปในเข็ม ตาแม่ไม่ดีเท่าไรนัก จึงมักพึ่งบริการตาใสๆตัวเล็กอยู่เสมอ

 

แม่มีจักรเย็บผ้าแบบใช้เท้าถีบหนึ่งตัว ภายหลังแม่ถีบไม่ไหวจึงเพิ่มมอร์เตอร์แบบสายพานเอามาทุ่นแรง เพื่อเหลือแรงไว้ถีบอย่างอื่น แม่มีจักรเย็บเพียงหนึ่งตัวเท่านั้น จำไม่ได้ตรงที่ว่า แม่เย็บเก็บชายผ้าเหมือนเจ้าเครื่องที่อยู่ตรงหน้าปัจจุบันอย่างไร หรือเพราะเทคโนโลยีของเราสูงขึ้น ความต้องการของคนจึงแยกย่อยมากขึ้น ของใช้บางชิ้นที่เคยอำนวยความสะดวกให้กับเรา พลันแยกร่างออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ย่อยจนขีเกียจจะนับ

 

เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย เหมือนที่ต้องมีแพทย์เฉพาะทาง หากคุณป่วยหลายโรค คุณก็ต้องเดินเข้าโรงพยาบาลหลายแห่ง การตัดเย็บเสื้อหนึ่งตัวต้องใช้จักรเย็บผ้าสองตัวสำหรับผลิตงานหนึ่งชิ้น บางครั้งอาจจำเป็นต้องมีเครื่องเย็บกระเป๋า ติดกระดุม เครื่องตัดผ้า เครื่องขึ้นลาย มากมายเยอะแยะจนรู้สึกรำคาญ ซื้อเขาใส่น่าจะง่ายกว่า

 

จึงกลายเป็นความจำเป็นต้องจำยอม เพราะทำด้วยตนเองไม่ได้

 

เลิร์น – เดินออกจากร้านขายจักรผ่านราวแขนเสื้อผู้ชาย ราคาในห้างตัวละ หกถึงแปดร้อย(จะแพงถึงไหนกันนะ) เสื้อนอกห้างอย่างรูปแบบที่เรียบร้อยพอใส่ทำงานได้ ตัวละ ร้อยเจ็ดถึงสามร้อย สีมีให้เลือกไม่เยอะ ผ้าดีสีไม่สวย สีสวยผ้าดีแบบไม่ดี กระเป๋าไม่ชอบ กระดุมไม่ชอบ ชายเสื้อแขนเสื้อ ทรงแปลกๆ ไม่ถูกใจเอาง่ายๆ

 

เดินเพลินจนเห็นพื้นที่ๆ เขาสอนตัดเย็บเสื้อผ้า มีเบอร์โทรของครูผู้สอนติดอยู่ โทรไปถามว่าถ้าจะเรียนต้องเตรียมอะไรบ้าง ครูบอกว่าวันแรกเตรียมผ้ามาอย่างเดียว อุปกรณ์มาของยืมครูเอา เรียนแล้วถึงรู้ว่าจะต้องซื้ออุปกรณ์อะไรบ้าง ผ้าสำหรับทำเสื้อใช้ยาว หนึ่งเมตร สำหรับตัดกระโปรงยาวเมตรครึ่ง ขอบคุณครูแล้ววางสายจากนั้นก็เดินไปหาซื้อผ้า ได้ผ้าฝ้ายมายาวเมตรละ เจ็ดสิบหกบาท สำหรับทำเสื้อหนึ่งตัว

 

“ชีวิตคือการเรียนไม่รู้จบ” มีบางคนพูดไว้ที่ไหนสักแห่งเมื่อนานมาแล้ว ผมอยากลองดูอะไรใหม่ๆบ้าง มันก็เหมือนกับที่เพื่อนบางคนไปเรียนทำอาหาร ทำขนม เป็นการก้าวข้ามเขตแดนของโลกเดิมๆที่เราอยู่อาศัย

 

เป็นตัวเสริมและพักผ่อนหย่อนคลายในการเดินทางของชีวิต สำหรับ…บางวัน

(more…)

some day : คนตัวเล็ก

Wednesday, January 12th, 2011

 

กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมาแล้ว อาหลานคู่หนึ่งเดินทางต่างเท้าสี่ข้างสองคู่ดุ่มไปข้างหน้าหาสวนเพลินจริต ทั้งสองดูเหมือนจะติดใจและอกตรงชิงช้าหน้าหมู่บ้าน

 

นั่งไกวเหยียดเท้าไว้ตรงหน้า แกว่งเหวียงเคียงคู่กันไปมา สลับกันเพียงว่าใครนำ ใครตาม สุดทางแล้วเราต่างเคียงคู่อยู่ในคานเหวียงเคียงเดียวกัน เท้าสองคู่อาหลานวางเรียงเทียบไว้เบื้องหน้า

 

รองเท้าคุณอาใหญ่กว่าเท้าที่สวมอยู่ เจ้าคนหลานพาลสงสัยใจ เพียงกล่าวขานวานบอกคนตนเล็กทีเถอะคุณอาเจ้าขา ทำไมหรือเล่าเท้าคุณอาจึงสวมรองบาทาใหญ่เกินจริง

 

อานิ่งยิ้มให้เจ้าหลานขานตอบวิสัชนาเจ้าของปุจฉา “รองเท้าอาก็หาใช่ของอาไม่ เป็นของควายตัวหนึ่ง”

 

“ควายที่ไหนใส่รองเท้าหรือคะอาขา”

 

อายิ้มอีกครั้งไม่ตอบว่ารองเท้าที่ใส่เป็นของน้องชายที่ได้ของหยิบติดยืมมาใส่ ใจก็ฉงนปนคิดเตลิดเพลินใจถึงความใหญ่ความเล็ก เด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า รองเท้าใหญ่ตรงหน้าอีกต่อไปคงเล็กลงในสักวัน

 

อาบอกเจ้าหลานสาวอย่างตั้งใจ “หลานรู้มั้ย วันนี้อาตัวใหญ่กว่าหลาน วันหน้าหลานจะตัวใหญ่กว่าอา” หลานทำหน้าสงสัย “อาจะตัวเล็กลงหรือ?” อาก็ทำท่าฉงนสนใจในคำถาม “เออว่ะ?” อาท่าจะตัวเล็กลง คงเหมือนเมื่อตอนที่เมื่อครั้งอายังเด็ก พ่อของอานั้นตัวใหญ่ พี่ชายอาก็ตัวสูงฉิบหาย นานเข้าไป พี่ชายอาก็ตัวเล็ก พ่ออายิ่งเล็กไปใหญ่ น้องชายอาภายหลังก็ใหญ่ล้ำเกินอาเข้าไปอีก หลานว่าน่าประหลาดมั้ย จากคนเล็กกลายเป็นตัวใหญ่ จากคนเคยใหญ่กลับกลายเป็นตัวเล็ก 

 

หลานทำหน้าสงสัยไกวเหวียงชิงช้าไปข้างหน้าย้อนกลับหลัง วนเวียนไปไม่หยุดยั้ง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าขนาดของผู้คนนั้นจะเอาคำสำคัญมันไปทำไม จากนั้นรอยยิ้มพริ้มละไมคล้ายบังเกิดบนใบหน้าจิ้มลิ้ม จากนั้นบรรจงจริตกรีดฝีปากกล่าววาจา

 

“อาขา – ควายใส่รองเท้าได้ด้วยหรือคะ”

 

อายิ้ม คิดในดวงหทัย นี่ถ้าไม่ติดว่าเห็นเป็นหลานที่รัก สิ่งที่ขานส่งออกมา คงจักก่อเกิดปฏิกริยาให้ฝ่าเท้าที่ส่วมใสรองบาทาของควาย ได้แสดงปรากฏการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

 

เป็นเที่ยงแท้…

(more…)

some day : เพื่อนเก่า

Wednesday, January 12th, 2011

 

น้ำตกคลองลาน


 

น้ำตกคลองลานอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร อำเภอคลองลาน

 

เมื่อครั้งยังเด็ก ในตอนประมาณประถมหนึ่ง บ้านของเราอยู่ที่กำแพงเพชร พ่อจะพาไปเล่นน้ำที่นั่นบ่อย แต่พอหลังจากย้ายออกจากกำแพงเพชรไปเรียนที่อื่น ก็ไม่เคยได้กลับไปที่นั่นอีกเลย

 

จำแทบไม่ได้เลยว่าอะไรเป็นอย่างไร ต้นไม้ต้นเดิมเหมือนคนแปลกหน้า ก้อนหินใหญ่ตรงหน้ายังคงยืนนิ่งไม่ไหวสะท้านสักนิดแม้สายน้ำกระทั้นโถมใส่

 

ตอนเด็กๆทำไมเราจึงไม่สงสัยหรือตั้งคำถามแบบนี้บ้างนะ เราเล่นกันกับมัน เจ้าน้ำตกตรงหน้าเหมือนเพื่อนสนิท สายน้ำเหมือนผ้าห่มอันอบอุ่นชุ่มเย็น เราว่ายดำผุดเป็นเนื้อเดียวกับมัน เรากอดเกี่ยวมันป่ายปีนอย่างไม่รังเกียจจงชัง

 

 

ปัจจุบันขณะนั้น ความรู้สึกเหมือนพบเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เล่นกันมาแสนนาน เราต่างมีอายุมากกว่าเก่าก่อนวันวาน แต่เมื่อได้ยืนมองเพื่อนเก่าอย่างพิจารณาแล้ว

 

เพื่อนคนนี้กลับดูนิ่งสงบ สุขุมอย่างประหลาด ทั้งๆที่สิ่งรอบๆตัวนั้นมีแต่โถมเข้าหา เสียงผู้คนเร้าร้อง เสียงน้ำตีโขดหินแล้วดิ่งลงกระแทกผิวน้ำเบื้องล่าง

 

มองอยู่เนิ่นนานก่อนจะเอ่ยถามเจ้าเพื่อนเก่าว่า

 

 

“ผอมลงไปรึเปล่า – แต่มึงดูไม่แก่เลยว่ะ”

 

(more…)