เขียนในวันอาทิตย์ - ค่ำคืนลมโชยพัด กำลังพอดี
อยู่ดีๆผมก็นึกเกลียดเมืองกรุงขึ้นมากระทันหัน แวบเดียวเท่านั้นในยามเช้าวันเสาร์ ที่เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าสองชุด และคาดหมายว่ายามบ่ายของวันนั้นเองจะเดินทางกลับบ้าน แต่ทั้งงานการและความวุ่นวายของสายการบินธันเดอร์เบิร์ด จึงทำให้กาลเวลาของการเดินทางถูกกลืนหายไปในมิติพิศวง อย่างลงตัว
หลายชั่วโมง…
กลับถึงบ้านในยามมืดมิด มีเพียงแสงไฟข้างทาง และผู้คนต่างพากันขวนขวายหาความสุข บ้างก็ความสนุก แต่มีไม่กี่คนหรอกที่ค้นพบความสงบ
เท้าแตะพื้นหญ้าหน้าบ้าน กลิ่นดอกปีบลอยแตะจมูกเช่นกัน มันลอยมากับสายลมและความเงียบสงบของหมู่บ้านชานเมือง นานเหลือเกินจะมีเสียงเร่งรถยนต์สักหนึ่งครั้งผ่านหน้าหมู่บ้าน ดอกปีบก็เช่นกัน มันเริ่มมาถึงพร้อมอากาศที่เริ่มเย็น มันเป็นเวลาของการผลัดเปลี่ยนฤดู
เปิดประตูเข้ามา – ตกใจ - เห็นคุณหลานนั่งอ่านหนังสือ เปล่า เธอกำลังเปิดหนังสือมองภาพ และกำลังหาเหยื่อ เหยื่อในที่นี้คือ ใครก็ตามที่เข้าใกล้และหยิบหนังสือเล่มใดก็ตามที่อยู่ในมือ ขึ้นมาอ่านให้เธอฟัง
คุณอาแม้จะเหนื่อยจากการเดินทางและงานเมื่อช่วงกลางวัน แต่ก็พยายามสอดส่ายหาหนังสือเล่มบางๆ ขึ้นมาอ่านให้เธอฟัง อ่านรอบแรก เธอนั่งฟังนิ่งๆ อ่านรอบที่สองในเล่มเดียวกัน ลองอ่านแบบผิดเพี้ยน หล่อนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะตัวละครที่ใส่เข้าไปคือเธอและองครักษ์คู่ใจนายแจ๊บนั่นเอง
และค่ำคืนก็หมดไปกับการอ่านหนังสือและเล่นเกมต่อเลโก้ อีกทั้งคุณอายังเอาภาพถ่ายสวนสัตว์มาอวดหลานด้วย เพราะเธอยังไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์สักที - ดูเหมือนว่าเธอจะชอบรูปม้าลายเป็นพิเศษ
ปู่กับย่าเห็นคุณอาเริ่มเบลอ จึงพาเจ้าหลานขึ้นข้างบน เพื่อให้คุณอาได้นอนหลับพักผ่อน ในค่ำคืนแห่งนั้น ไร้เสียงรบกวนใด ภายใต้ฟ้ามืดดำ มีเพียงลมและกลิ่นจางของดอกไม้รอบบ้าน มันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้สัมผัสนักสำหรับพฤติกรรมของคนเมือง
ผมเดินรอบๆบ้านหนึ่งรอบ และขอแถมอีกรอบ ก่อนจะรู้สึกอยากหลับนอน
ภาพแรกของยามเช้า คือภาพเจ้าหลานสาวตื่นขึ้นมานั่งอ่านหนังสือเล่มโต เมื่อก่อนนี้เธอมาที่บ้านปู่กับย่า มักร้องเรียกว่าจะเล่นเกมคอม เดี้ยวนี้ไม่แล้ว ดูเหมือนว่าหนังสือสร้างความสุขได้ดีกว่าเกม
คุณอาตื่นขึ้นมา ขี้ตายังไม่ทันล้างออกก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายหลานสาว - ก็แหม ภาพแรกของวันมันช่างน่าประทับใจอะไรอย่างนี้
และเราก็ทานข้าวกันตอนสายๆ เมื่อคุณอาได้อาบน้ำล้างตาเรียบร้อย
เจ้าตัวน้อยนั่งคอยจัดแจงตำแหน่งก่อนเพื่อนเลย : )
อาหารวันนี้ มีผัก น้ำพริก และไข่ต้ม และที่คุณอาชอบกินอีกอย่างคือ ต้มเห็ดโคน (คุณน้าเก็บมาฝากจากบ้านนอก-กว่า)
เห็ดโคนแบบบานแล้ว ขายตามท้องตลาด กก.ละหนึ่งร้อย แต่แบบที่ยังตูมอยู่ ขาย กก.ละ สองร้อย ที่น้าเอามาให้เป็นแบบที่บานแล้ว กินไปก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่ามันอร่อยกว่ากันตรงไหน ราคามันถึงได้แตกต่างกันนัก
ดอกแคร์ ยอดมะรุม และชะอม เด็ดเอาจากข้างบ้านที่ปลูกไว้ มีให้กินจนเบื่อกันไปข้าง - แต่ดูเหมือนอีกยาวนานกว่าจะรู้สึกเบื่อ
ใครจะกินผักกินอะไร หนูไม่สน หนูเล่นไข่ต้มก่อนละนะคุณอา
ดื่มน้ำ อึกๆ (( ถ่ายทำไมคะอา?))
ทานอาหารเสร็จ สายๆหน่อย เราทั้งผองก็ต้องไปทำภาระกิจทางการเมือง คือ การเลือกตั้งซ่อม สว. จังหวัดนครสวรรค์ เสียดายว่าครั้งนี้ คนที่ผมเลือกคราวที่แล้ว(แต่ไม่ได้) ท่านไม่ได้ลง ที่ลงให้ท่านเพราะรู้จักกัน นานมากแล้วตอนที่ยังเป็นนักเรียน เคยไปฝึกงานกับท่าน แต่คราวนี้ท่านไม่ลง ก็เลยไม่รู้จะเลือกใคร เลยได้แต่กา สงวนสิทธิ์
ลงคะแนนเสร็จ คุณปู่ก็พาหลานสาวและคุณอาไปเก็บกล้วย - ช่วงนี้กล้วยออกลูกเต็มไปหมด บ้างสุกคาเครือเลยก็มี มีหัวปลีเยอะเหมือนกัน
“รู้มั้ยว่าใครหญ่าย…”
ปู่ : เห็นมั้ยแม่ มีแต่กล้วยทั้งงั้นเลย ชีวิตเราจะได้มีแต่เรื่องกล้วยๆ
ย่า : แล้วเมื่อไหร่ต้นขนุนมันจะออกลูกละคุณ?
“ คุณอาคะ สงสัยปู่ปลูกเป็นแต่กล้วยค่า…”
กล้วยที่เก็บได้นั้นเสือเฒ่าเอาไปให้คนในหมู่บ้าน คนที่สำนักงาน และคนที่บ้านเก่า(ก่อนที่เราย้ายมาบ้านใหม่) และ สุดท้าย คนที่บ้านของหลานสาว
กำลังคิดว่า จะมีใครมั้ยนะที่ปลูกกล้วยอย่างเป็นจริงเป็นจัง ได้ผลออกมาเป็นหลายหวีหลายเครือ เพื่อที่เอาเก็บเอาใส่รถ แล้วขับตระเวนแจกจ่ายไปทั่วเมือง
และแล้ว บ้านของเรา ปู่ ย่า อา และหลานสาว ก็หมดเวลาไปหนึ่งวันอย่างมีความสุข เป็นความสุขแบบกล้วยๆ เสียด้วยสิ
จบแบบ กล้วยๆ (ซะงั้น)
: )
ปล. แถมลูกมะม่วงเปรี้ยวและมันส์ ในลูกเดียวอีกหนึ่งลูก
เขียนโดย habitation ที่ 2009-10-13 17:52:51 น. 20 ความคิดเห็น
เพิ่งทำแกงอ่อมเห็ดโคนขาวใส่ปลาร้า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ตจว เหมือนกันค่ะ
ปลาร้าที่ว่า เป้นปลาร้าก้อนอ่ะค่ะ คล้าย ๆ ซุปคนอร์ก้อน อร่อยดี อิอิ
ช่วงนี้เห็ด และผักพื้นบ้านในตลาดเยอะ ซื้อมา 20 บาท ได้เยอะเลยค่ะ แม่ค้าใจดี ;-)
เห็นภาพหลานสาว แล้วน่ารักจัง ปู่กับย่าด้วยค่ะ... ความสุขอยู่ใกล้แค่นี้เองเนอะ
เหนื่อยจากงานแค่ไหน???..มีเวลาได้กลับบ้าน ก็แทบไม่อยากมาทำงานเหมือนกันค่ะ ;-)
เบื่อเมืองเหมือนกัน..ทุกอาทิตย์เลยต้องไปเฝ้าร้านที่ตจว อิอิ ;-)
แว๊บแรกที่เห็นประโยคโปรย ก็ทำให้ผมหยุดคิดและอ่านจนจบประโยค เพราะช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตคนสามารถเกิดอะไรขึ้นหลายอย่างมากมาย อย่างเช่นผมในตอนนี้ ที่รู้สึกเหมือนเจ้าของบทความนี้ .. สักวันเมื่อเวลาหมุนผ่าน ทุกอย่างก็จะค่อยๆเปลี่ยนไป อย่างช้าๆ จนบางทีเราไม่รู้สึกตัว..
**ขอบคุณครับสำหรับสิ่งดีๆที่แบ่งปันกัน**
น่ารักแบบกล้วย ๆ อิอิ
คุณหลานสาวนี่มีแววเป็นนักวิชาการนะคะคุณน้องแฮป ดูคร่ำเคร่งเชียว อิอิ
ภาพสวย ๆ อีกตามเคยนะคะ พลอยสดชื่น และก็มีความสุขเพราะได้ยิ้มตามตัวอักษรไปด้วยนะคะ
ปล. สังเกตแล้วว่า น้องแฮปหน้าละม้ายคล้ายคุณแม่นะคะ - ในสายตาพี่น่ะ อิอิ
เนื้อหากับภาพ.......ตรึงใจค่ะชอบภาพถ่ายมากสวย......ดูภาพตั้งวงสำรับข้าวแล้วคิดถึงพ่อ แม่ พี่ๆหลานๆที่บ้านจัง......
ฉันกำลังจากลับบ้านวันศุกร์นี้ค่ะ อ่านแล้วก็อยากกลับซะวันนี้จังเลย
เหนื่อยแล้วอยากกอดพ่อกะแม่แล้วอ่ะ พักผ่อนเหมือนได้ชาร์ตแบต
ให้ตัวเอง กลับไปทีไรก็ไม่อยากกลับมาทุกทีเลยล่ะ คนอุทัยฯ เด้อค่า
ไม่มีโอกาสเข้ามาอ่านในคอลัมน์นี้บ่อยนักค่ะ
แต่เข้ามาอ่านครั้งนี้ชอบเหลือเกิน
คิดถึงหลานสาวตัวเล็กๆที่บ้านที่โปรดปรานหนังสือนิทานเล่มบางเอามากๆ
อยากจะกลับบ้านไปกินอาหารบ้านๆใจจะขาด
ขอบคุณที่ยังมีอะไรเย็น-เย็น ดี-ดี อย่างนี้ให้อ่าน
ขอบคุณจริงๆค่ะ
ที่สำคัญ แม่ดองเห็ดโคนไว้ซะด้วย อิอิ อยากกินๆ
amseen : คุณออยครับ เห็ดโคนในถ้วยนั้น อร่อยจริงๆ คอนเฟริม :)
พี่กุ้ง : คุณอาก็น่ารักเหมือนกันนะ :)
alone778 : บางที ก็ต้องปรับเปลียน เพื่อเปลี่ยนแปลงมุมที่มองครับ หาจังหวะเหรอ ยากส์ครับ คราวนี้ ผมใช้หักดิบ นึกจะกลับ เฮ้ยย กลับเลย ไปนอนบ้านสองคืน ออกจากนครสวรรค์ แต่ตีสี่ มาเข้างานตอนเช้าต่อ ไม่รู้สิครับ สำหรับผม มันคุ้มค่าจริงๆ :)
พี่ลี : ใครๆก็ว่าอย่างงั้นครับ :) ยิ่งหลานผมนี่ เหมือนพ่อเขายังกับแกะ
RIN : ดีใจด้วยครับ :)
ชลรีี่ : คนที่มาทำงานในเมือง ผมว่า เวลากินข้าวคนเดียวแล้วนึกถึง วงข้าวที่บ้านนะ มันบอกไม่ถูกจริง ถ้ามีโอกาส กลับบ้านไปกินข้าวบ้าน อร่อยกว่าเยอะ :)
พิชชากร : เดินทางโดยสวัสดิ์ภาพครับ ขอให้มีความสุขกับบ้านครับ :) กับเห็ดโคน ขอย้ำ อะหร่อยเหาะ :)
plathongss : ไม่ค่อยมีโอกาสเขียนเหมือนกันครับ ระยะนี้งานการมันยุ่งวุ่นวาย ใจเลยไม่ค่อยสงบ ได้กลับบ้านแต่ละที่ มันก็มีแรงเขียนอะไรออกมาบ้าง ฝนตกทั้งเมือง เรื่องเย็นๆกลับขาดแคลนนะครับ ว่ามัย :)
khomsam : ยังเหลือกระท่อมในสวนครับ ถ้ามีเมื่อไหร่ละก่อ... กืดดด :)
This article and pictures is very impress. Make me so really homesick. I miss my flowers, my banana, mango, star fruit and many in my house here. I also miss all the food that display here. I love Thailand very much. From SanDiego, USA.
วันเวลามันผ่านไปเร็ว ใกล้จะหมดอีก1ปีแล้ว คุณทำชีวิตอย่างมีความสุขในครอบครัวได้ทุกวัน สิ่งแววดล้อมเราสร้างได้ ในราคาไม่แพง+มีความสุขที่ได้เลือก
nalinee : บ้านเป็นหนึ่งในปัจจัย สี่ ใครละไม่คิดถึงบ้านละ ว่ามั้ย ขอให้มีโอกาสได้กลับมาบ้านโดยเร็ววันนะครับ กลับมาชื่นใจในอาหารบ้านเรากัน :)
santi : เรื่องง่ายๆ แต่ไม่ค่อยมีใครทำกันครับ น่าสงสัยนะเนี้ย? :)
สุพรรณเองค่ะ ไม่ได้เข้ามาเว็บผจก.บล๊อกนานมากๆแล้ว แว็บเข้ามาดูแล้วก็คิดถึงบ้านเลยค่ะ บ้านที่พัทลุง เห็นรูปแล้วก็อดคิดถึงตัวเองกับแม่แก่ไม่ได้ อยากกลับบ้านจัง
อาหารน่าทานจังเลยค่ะ น้ำพริกผักสด ลวก ทานเท่าไหร่ก็ไม่เลี่ยนไม่เบื่อ
พูดถึงกล้วยแล้ว ที่บ้านเราทำแกงคั่วกล้วยค่ะ ใช้กล้วยดิบทำ กินแล้วฉาดหร๊อยได้แร๊งอ๊กหนิ
คุณถ่ายรูปสวยมากๆเลยค่ะ ดูแล้ว รู้สึกได้ผ่านสายตา มาที่หัวใจเลยค่ะ
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวและรูปดีๆ
ความสุข....
บางทีก็ไม่ต้องไปไกลถึงอเมริกา..
อยากกลับบ้านจัง
คุณสุ : ฮ่าๆ ชอบประโยคนี้จัง "กินแล้วฉาดหร๊อยได้แร๊งอ๊กหนิ " ผมมีเพื่อนคนใต้ก็เยอะ พอนึกออกเลยครับว่าเวลาพูดประโยคนี้ มันได้อารมณ์ ยังไง อิอิ
กลับบ้านเมื่อไหร่ แบ่งปันความสุขกันอีกนะครับ :)
ท่าทางบ้านเราไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก
แต่เห็ดโคนที่บ้านคุณเล็กกว่าที่บ้านเรามากเลยนะ(ขอบอก)555
แถวบ้านเราแบบตูม..ตูม ก้านใหญ่มากค่ะ
ดลละ 300 บาท ส่วนใหญ่มักซื้อฝก แต่ที่บานๆ แล้วราคาตกมาตามสภาพ
ปีนี้เห็ดโคนมาปลายมือมากเลย แต่ก็ยังทันเทศกาลเจ
อ่านเรื่องคุณแล้ว บรรยากาศใกล้เคียงบ้านเราเลยนะ ปลูกกลว้วย แค มะรุม
ภาพสวยมากค่ะ