กาแฟร้อน : เหรียญบนหลังเต่า

 

 

“พ่อคะ..ทำไมมีเหรียญล่ะ?”

 

เสียงของเด็กผู้หญิงถามหาคำตอบต่อผู้เป็นบิดา ขณะมือน้อยๆชี้นำสายตาไปยังต้นตอแห่งคำถาม ผู้เป็นพ่อชะเง้อมองแล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แทบไม่มีอารมณ์อันใดในน้ำเสียงนั้น

 

“เพราะมันไม่ยอมขยับนะสิ”

 

คำตอบสั้นได้ใจความชัดเจน และผมไม่แน่ใจว่าเด็กผู้หญิงเข้าใจความหมายที่คนเป็นพ่อต้องการบอกออกมาหรือเปล่า ผมอาจเดาเอาเองว่าเธอคงเข้าใจ อย่างน้อยผู้ใหญ่มักคิดอย่างนั้น และเด็กคนนั้นก็เริ่มตั้งคำถามที่น่าสนใจในความเห็นของผม 

 

.

ภาพที่เห็นคือเต่าตัวหนึ่งนอนลอยคอพ้นน้ำ ดวงตากะพริบปริบ ๆ เป็นการเคลื่อนไหวที่ดูจะว่องไวที่สุดของมัน ข้างกายมันและบนหลังหรือกระดองมีเหรียญหนึ่งบาท เหรียญสิบบาทหลายเหรียญ บางเหรียญมีสีเขียวเข้มคล้ายถูกตะไคร่ขึ้นจนกลืนเป็นเนื้อเดียวกับหลังของมัน

 

มันอาศัยอยู่ในอ่างซีเมนต์ เป็นบ่อน้ำที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และไม่มีอะไรกั้นขวางระหว่างทางเดินและบ่อ ผิดจากบ่อบางบ่อที่เป็นกรงตะแกรงลวดพาดซ้อนกันหลายชั้นหรือผนังกระจกหนาหลายเซนติเมตร

 

อาจเพราะมันเป็นสัตว์ที่ดูจะมีอันตรายน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับจระเข้ งู หรืออีกัวน่ายักษ์ ซึ่งผมเองไม่แน่ใจว่า ระหว่างคนกับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ อย่างไหนน่ากลัวกว่ากัน จระเข้อาจน่ากลัวเมื่อเราอยู่ใกล้ ๆ มันโดยไม่มีกระจกกั้นขวาง แต่มันอาจไม่น่ากลัวถ้ามันกลับไปอยู่ในบ้านของมัน และเราต่างเดินกันคนละเส้นทาง อาจพบกันบ้างถ้ามีบุญวาสนา

 

 

 

เต่า คือสัตว์เลือดเย็นและจัดอยู่ในจำพวกเลื้อยคลานตามความเห็นของมนุษย์ มีทั้งชนิดกินพืชและกินเนื้อ  เต่าบกว่ายน้ำไม่เป็นและไม่จำเป็นต้องอาศัยในน้ำ ดังนั้นแล้วเมื่อเห็นใครนำเต่าบกไปปล่อยแม่น้ำเพื่อเอาบุญละก็ ให้รีบไปยับยั้งไว้เพราะเราอาจได้บุญมากกว่าคนที่กำลังปล่อยเต่าเอาบุญ

 

ตามเชื่อของคนจีนในเรื่องเต่านั้นมีทั้งเกี่ยวข้องกับคำทำนายและโชคลางความมงคล ซึ่งมักแปรความตามกายภาพร่างกายของมัน อย่างที่เราเข้าใจได้ง่ายคือ ความอายุยืนของมันและความแข็งแกร่งของกระดอง ในทางฮวงจุ้ย เต่าคือสัตว์มงคลหนึ่งในสี่ซึ่งประจำในแต่ละทิศของบ้าน ทางด้านขวาคือมังกรเขียว ด้านซ้ายคือพยัคฆ์ขาว ด้านหน้าบ้านคือนกกระเรียนแดง ส่วนยามประตูหลังคือ เต่าดำ

 

ความเชื่อเหล่านี้ช่วยค้ำจุนความรู้สึกอ่อนแอของคนเราจากปัญหาที่มองไม่เห็นหนทางแก้ไข ส่วนคนไทยนั้นก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเต่าในเรื่องเครื่องบูชาเพื่อความเป็นมงคล ที่เคยอ่านเจอคือ ‘พญาเต่าเลือน’

 

เป็นเรื่องราวเล่าขานเป็นชาดกว่าเคยมีพญาเต่าตนหนึ่งมีร่างกายใหญ่โตจนเรียกได้ว่า ‘เต่าเรือน’ อาศัยอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่ง ต่อมามีเรือค้าขายมาอัปปางที่หน้าเกาะ พ่อค้าและลูกเรือที่รอดตายกลับต้องทรมานเพราะไม่มีอาหารกิน พญาเต่าเห็นเช่นนั้น จึงยอมสละตัวเองทิ้งร่างจากหน้าผากระแทกโขดหินจนร่างแตกกระจาย เลือดเนื้อของพญาเต่าจึงเป็นอาหารให้แก่พ่อค้าและลูกเรือได้พ้นจากความหิวโหย

 

เคยมีเรื่องเล่าของชาวประมงไทยเหมือนกัน ถึงเรื่องเรือหางยาวที่ถูกพายุพัดออกทะเล แล้วได้ความช่วยเหลือจากเต่าตนุตัวหนึ่งดันเรือทวนกระแสน้ำเข้าฝั่งโดยปลอดภัย นั่นเป็นเรื่องราวที่หากได้ศึกษาค้นคว้าจึงเข้าใจที่มาที่ไปของคุณค่าของเต่า ในอีกมุมหนึ่ง คนเราใช้ลักษณะอาการของเต่าไปในทางเปรียบเทียบกับพฤติกรรมของคนเรา

 

เต่าหัวหด โง่เง่าเต่าตุ่น ช้าเหมือนเต่า

 

เหล่านี้ล้วนแล้วโยงร้อยเข้ากับเต่า ซึ่งนั่งคิด ๆ ให้ดีแล้ว เต่าหัวหดเพราะมันมีกระดองที่แข็งแกร่ง การหดหัวก็เพื่อให้ส่วนที่อ่อนแอปลอดภัย ดังนั้นแล้วเต่าย่อมไม่ได้โง่เง่า (เหมือน)เต่า (หรือ) ตุ่น หากแต่เป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องเรียนต้องสอนกันที่ไหน

 

ธรรมชาติสอนการมีชีวิตแก่มันเอง  ความเชื่องช้าจึงเป็นธรรมชาติของเต่า เพราะไม่ต้องรีบร้อนไปไหน หรือต้องแย่งชิงอะไรกับใคร จังหวะเคลื่อนไหวจึงเชื่องช้า และเมื่อมีอันตรายย่างกรายมาถึง มันจึงหดหัวเข้ากระดองเพื่อใช้ส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดของมันต่อสู้กับศัตรู

 

ชัยชนะของเต่าคือการมีชีวิตอยู่ ส่วนชัยชนะของคนบางครั้งตัดสินกันที่ ‘เหรียญ’

 

 

 

 

 

เหรียญ – เหรียญคือสิ่งที่เราใช้สำหรับซื้อหาจับจ่ายในอัตราตามแต่คุณค่าของสินค้าและปริมาณ สำหรับบางคนอาจสามารถซื้อหาได้กระทั่งกุศลผลบุญ บางเวลาเหรียญอาจใช้ตัดสินเรื่องราวบางอย่างที่ไม่อาจหาข้อสรุปกันและกันได้ด้วยคำว่า ‘เหตุผล’ ภาษาชาวบ้านเรียกการโยนเหรียญว่าการ ‘เสี่ยงโชค’ หรือ ‘แล้วแต่ดวง’

 

การโยนเหรียญลงบนอะไรสักอย่างย่อมมีความหมายบางอย่าง อาจเป็นการโยนเพื่อวอนขอบางสิ่งบางอย่างจากอะไรก็ตามที่ไม่อาจโทรศัพท์ถึงหรือเสิร์ชเจอในกูเกิล อาจเป็นการกระทำตาม ๆ กันโดยอัตโนมัติ ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าเห็นเขาหรือใครก็ทำกัน คนแรกโยนไว้คนที่สองเห็นทำตาม เหรียญแรกอาจเป็นความบังเอิญ เหรียญต่อมาอาจเข้าใจผิด เหรียญต่อ ๆ มาอาจจงใจ และเหรียญสุดท้ายอาจเป็นความเคยชินของคน

 

คนกันจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

 

คน หรือมนุษย์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เลือดอุ่น กินได้ทั้งเนื้อและผัก มีความอยากและศักดิ์ศรีเป็นอาหารทางจิตใจ ชอบตั้งชื่อให้สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต สามัคคีกันบ้างเพื่อต่อสู้กับศัตรูคนเดียวกัน แตกแยกบางครั้งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เข้าสังคมกับสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่ให้ผลประโยชน์เหมือนกัน มีเหตุผลเสมอเมื่อตัวเองเป็นฝ่ายชนะ ไร้เหตุผลเสมอเมื่อพ่ายแพ้ ถูกยั่วยุได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็น เต่าหัวหด โง่เง่าเต่าตุ่น และ ช้าเหมือนเต่า เพราะเป็นแบบนี้เลยไม่รู้จักคำว่าถอย

 

เมื่อไม่อาจอาศัยกำลังกายและปัญญาเอาชนะปัญหาที่กำลังเผชิญ สิ่งศักดิ์สิทธ์จึงเป็นแหล่งพึ่งพิงสุดท้ายของคน

 

ผมยืนมองเหรียญบนหลังเต่า บางเหรียญถูกโยนลงตรงกลางหลัง บ้างก็ค้างคาตรงส่วนหัวของมัน บางเหรียญเดินทางไม่ถึงตามใจหมาย ส่องสะท้อนให้เห็นใต้ผิวน้ำ เต่ายังนอนนิ่งไม่ขยับไปทางใด หากมันเป็นเต่าที่เกิดและเติบโตในบ่อเล็ก ความรู้สึกคงไม่ต่างจากกบที่เกิดในกะลา คงไม่ได้รู้สึกอยากออกค้นหาโลกใหญ่ภายนอกด้วยเพราะโลกที่เห็นและเป็นอยู่ย่อมหมายถึงโลกเต่าทั้งใบ

 

 

 

 

จริงหรือไม่ว่าโลกเรากว้างใหญ่ไม่เท่ากัน แม้แต่คนเองก็เถอะ อาจรู้สึกถึงขนาดของโลกไม่เท่ากัน

 

เหรียญบนหลังเต่าอาจเดินทางมาจากความหมายที่แตกต่างกัน ปริมาณของมันบอกอะไรเราได้บ้าง นั่นไม่ใช่เพียงประมาณของจำนวนเงิน และไม่เพียงเป็นปริมาณของจำนวนคนที่โยนเหรียญ

 

หากแต่ว่า ปริมาณของเหรียญยังแสดงถึงจำนวนของ

 

ความโหยหา อวิชา และ ‘ความจำนน’

 

 

 

รักษาดวงวิญญาณให้พ้นจากความมัวหมอง


ทำจิตให้แน่วนิ่งเป็นหนึ่งเดียวได้หรือไม่

หายใจอย่างละเอียดอ่อนแผ่วเบาเหมือนลมหลายใจของเด็กอ่อนได้หรือไม่

ชำระล้างญาณทัศนะให้หายมืดมัวจนอาจแลเห็นกระจ่างชัดได้หรือไม่

มีความรักและปกครองอาณาจักรโดยไม่เข้าไปบังคับบัญชาได้หรือไม่


ติดต่อรับรู้และเผชิญทุกข์สุขด้วยความสงบนิ่งไม่ทุกข์ร้อนได้หรือไม่

แสวงหาความรู้แจ้งเพื่อละทิ้งอวิชชา ได้หรือไม่


ให้กำเนิด ให้การบำรุงเลี้ยง

ให้กำเนิด แต่มิได้ถือตนเป็นเจ้าของ

กระทำกิจ แต่มิได้ยกย่องตนเองเป็นผู้นำในหมู่ตน และมิได้เข้าไปบงการ

เหล่านี้คือคุณความดีอันลึกล้ำยิ่ง

เต๋า บทที่ ๑๐



No Responses to “กาแฟร้อน : เหรียญบนหลังเต่า”

  1.   alphabet Says:

    หวัดดีค่ะพี่

    นึกถึงเต่าตัวโต ใหญ่ยักษ์ ที่กาลาปาโก้ส เอกวาดอร์
    ใฝ่ฝันว่าอยากไปเห็นตัวจริงที่นั่น

    อย่างว่าแต่เหรียญเลย
    คนไปนั่งบนหลังเต่าที่นั่น
    ยังไม่รู้ว่าเป็นเต่าเลย
    นึกว่าโขดหิน 5555

  2.   pkkk2714 Says:

    บางครั้งเราไม่เชื่อ แต่เมื่ออยู่ในสถานะการณืนั้น ก็เป็นแรงดลใจให้ทำอย่างนั้นบ้าง เพื่ออะไรในชีวิตข้างหน้าคงดีขึ้น หลังจากพ้นสถานที่นั้นมาเราก็ลืม

  3.   habitation Says:

    เกาะตะรุเตาพี่ยังไม่เคยไปเลยว่ะดาว อย่าว่าแต่ไปกะลาปาโก๊ตเลย (สะกดได้ห่วยมาก)

    Pkkk : หลังเขียนบทความจบ บางทีผมก็มานั่งคิดๆต่อ “ความหวัง” ในอีกมุมหนึ่งมันเป็นสิ่งมีค่าเหมือนกัน หากว่ามันไม่ได้รวมเอาความโลภและอวิชาเข้าไปด้วย เราทุกคนมีสิทธฺหวัง และมีสิทธิ์ที่จะมัดจำอนาคตไว้กับกิจกรรมเล็กๆเหมือนกัน แต่สุดท้าย สิ่งที่ทำให้เราสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ก็คงมีแต่เท้าของเราเองละครับ :)

    ขอบคุณที่แชร์ความคิดกันครับ ^^

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.