Blog hakung

ใจเย็นๆ ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป

จากหนึ่งคำสู่พันความคิด

July27

ความรู้เริ่มจากการนำถ้อยคำมารวมกัน

แล้วได้ความหมายหนึ่ง

ผู้เขียนจึงประพันธ์ภาษาผ่านถ้อยคำได้ไม่มีที่สิ้นสุด

.

ทุกถ้อยคำเมื่อนำมาเรียงร้อยเป็นคำประ

พันธ์ สามารถก่อให้เกิดความรู้ได้มากมาย

เท่าที่ใจต้องการ พอแยกคำเหล่านั้นออก

จากกัน เนื้อหาความรู้อาจสูญสลายไป

 

          แต่เราอาจได้ถ้อยคำหนึ่งไว้ต่อเติม

ความรู้ของเราเอง และเรียงร้อยขึ้นใหม่อย่าง

ไม่สิ้นสุด

 

          คำเพียงหนึ่งคำจึงอาจประเมินค่าไม่ได้

หากอยู่ในมือของนักปราชย์ผู้สามารถบรรจง

ร้อยเรียงเป็นวลีภาษาที่ไม่มีที่สิ้นสุด ยามเมื่อ

ได้อ่านแล้วชวนให้นึกคิดไปได้มากมาย

 

          แม้เพียงวลีบทเดียว

 

          …อ่านแค่ผ่านตา เหมือนแสงจาก

สายฟ้าที่ผ่านตาเพียงชั่วแวบ

 

          …อ่านอีกรอบ แสงแวบจากสายฟ้า

กลายเปลี่ยนไปเป็นแสงแห่งดวงดาว

 

          …อ่านอีกครั้ง แสงดาวอาจกลายเป็น

แสงดวงเดือน จนที่สุดก็แจ่มกระจ่างไม่ต่าง

ดวงตะวันที่ส่องสว่าง ให้เข้าใจวลีบทนั้นได้

อย่างกระจ่างใจ

 

          การเข้าใจตัวเอง

          จึงเป็นการเรียงร้อยภาษาผ่านถ้อยคำ

          จากคำแรกเป็นตัวนำที่สื่อไปสู่คำต่อไปและต่อๆ ไป

 

          ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตเริ่มจากจุดเล็กๆ

และขยายวงกว้างออกไปตามการรับรู้ การสร้างความ

หมายนั้นขึ้นมาใหม่ ในที่สุดก็อาจกลายเป็นสิ่งที่จะบอก

เราได้ว่า

 

          ทำไม?

          ความรู้จึงสัมพันธ์กับการเรียนรู้

          ความเข้าใจจึงสัมพันธ์กับการตัดสินใจ

          ประสบการณ์จึงสัมพันธ์กับการลงมือทำ

          ความสูญเสียจึงสัมพันธ์กับความจริง

          ความดีจึงสัมพันธ์กับความชั่ว

          ความฉลาดจึงสัมพันธ์กับความโง่เขลา

 

          จากถ้อยคำหนึ่งเชื่อมไปหาอีกคำหนึ่ง

ขยายเนื้อหาให้เห็นความจริงที่ชัดขึ้น จากความ

คิดหนึ่ง ขยายและเพิ่มความเข้าใจในตัวเองมากขึ้น…

 

          กบน้อยตัวหนึ่งนั่งอยู่ข้างสระ ในใจมัน

เริ่มเบื่อการเป็นตัวเอง จึงพยายามคิดไปต่างๆ

นานา จนไปเห็นไก่ที่เดินมารุมจิกกินอาหารที่

คนโปรยให้เป็นประจำทุกวัน

 

          มันเริ่มคิดถึงการเกิดเป็นไก่ที่วันๆ ไม่

ต้องทำอะไร เพราะเดี๋ยวก็มีคนเอาอาหารมา

ให้ คิดได้สักพักก็พลันเห็นสุนัขตัวหนึ่งวิ่งมา

แย่งอาหารที่ไก่กำลังกินอยู่

 

          กบเห็นสุนัขเข้า ชักเริ่มลังเลว่าสุนัขน่า

จะดีกว่าไก่ เพราะมันอยากกินอะไรก็แค่วิ่งไล่

แล้วก็ได้กินทุกครั้งพอคิดไปสักพักก็เห็นสุนัขที่

กำลังกินข้าวอยู่นั้นวิ่งหนีไปเพราะถูกคนเอาไม้

ไล่ตี

 

          เจ้ากบจึงคิดอีกว่า

 

          “แม้แต่หมาก็ยังแพ้คน”

 

          จึงเริ่มอยากเกิดเป็นคนขึ้นมา แต่ก็

พลันมองไปเห็นคนกำลังเอามือขึ้นปัดแมลงวัน

ที่บินก่อกวนอยู่บนใบหน้าทำให้คนที่ว่าเก่ง

กล้านั้นต้องเดินหนีไป

 

          ส่วนเจ้าแมลงวันก็บินไปรอบๆ พลันก็มา

จับใบไม้ที่หน้าเจ้ากบ ลิ้นของมันจึงตวัดแมลงวัน

อย่างรวดเร็วแล้วส่งเข้าปาก เจ้ากบจึงรู้ทันทีว่า

เป็นกบดีที่สุด แล้วมันก็กระโดดลงน้ำไป…

 

          การค้นหาความหมาย

          เพื่อเติมความจริงที่ขาดหายไปในชีวิต

          จึงต้องเรียนรู้ผ่านความคิดที่หลายคนมองผ่าน…

          ผ่านวลีสักประโยคที่ยากเกินใครจะมองเห็น

          เพื่อค้นพบความหมาย

          และทำความเข้าใจทีละเล็กละน้อยจนพบเจอตัวเอง

 

          แล้วพันความคิดก็จะรวมลงสู่หนึ่งความคิดเดียว

          …ไม่ต่างจากกบน้อยตัวนั้น

by posted under Uncategorized | 29 Comments »    
29 Comments to

“จากหนึ่งคำสู่พันความคิด”

  1. August 6th, 2009 at 1:59 pm       initmate Says:

    ้hakung ..

    สบายดีป่าวคะ .. งานยุ่งมั๊ยอ่ะ

    รักษาสุขภาพนะคะ


  2. August 6th, 2009 at 12:02 pm       tomorrow02 Says:

    รักเค้าหั้ยแย้ววสิ คริคริ


  3. August 6th, 2009 at 11:43 am       hakung Says:

    ขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นนะคะ


  4. July 29th, 2009 at 2:14 pm       panita101 Says:

    ฮา คห.19 ฮุๆ
    ถ้าเผลอไปตอมอุนจี้ก่อน น้องกบต้องแย่แน่เลย

    มาทักทายวันโกนค่ะ 😀


  5. July 28th, 2009 at 5:25 pm       prypilas Says:

    ประสบการณ์คงเป็นสิ่งที่ทำให้คน
    ค้นพบตัวเองได้เร็ว และดีที่สุดแล้วมั้งครับ
    แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ มันก็ยังขึ้นอยู่กับแต่ละคนอีกว่า
    จะย่อยมันออกมาเป็นประโยชน์กับตัวเองแค่ไหน

    มัความสุขมากๆ นะครับ :)


  6. July 28th, 2009 at 1:36 pm       initmate Says:

    เพราะประโยคที่เรานั้นเห็นนั้น … คือ ตัวหนังสือ ทำให้เราหยุดอ่านแล้วอ่านอีกได้ … และได้อะไรกลับมามหาศาล …

    ข้อดีของตัวหนังสือเนอะคะ … คือ การทำให้เราได้อ่านอย่างช้า ๆ และได้ทวนกี่รอบก็ได้

    อ่านแล้วก็มีความสุข ด้วยจิ

    ค้นหาความหมายกันต่อไป ….

    คิดถึงโดเรมอนจังค่ะ :)


  7. July 28th, 2009 at 1:03 pm       septimus Says:

    เยี่ยมค่ะ…. คนคิดเป็นคนที่นิ่งมากๆเลยค่ะ

    ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ

    *___^


  8. July 27th, 2009 at 10:04 pm       nunohatyai Says:

    ฮะ..ขา
    ฮะ..ทำให้น้าได้คิดละเลิกเป็นลุงเลยนะเนี่ย อิอิ
    เป็นน้าดีกว่านะ..ฮะขา

    กี้ของฮะ..คุง :)


  9. July 27th, 2009 at 9:12 pm       alphabet Says:

    เห็นด้วยกับบทกวีนะคะ
    อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังงาม และได้แง่คิดต่างกันไปอีก


  10. July 27th, 2009 at 9:10 pm       specter Says:

    อ่านแล้วต้องอ่านอีก เยี่ยมจริงๆ


  11. July 27th, 2009 at 8:05 pm       kenjionline Says:

    เป็นข้อคิดดีมากครับ

    ป.ล. ดีที่แมลงวันไม่ไปตอมอุนจิก่อนนะ อิอิ


  12. July 27th, 2009 at 7:11 pm       hakung Says:

    คุณศศิมีความสุขมากๆนะคะ


  13. July 27th, 2009 at 7:10 pm       hakung Says:

    คุณsingingintherain
    ตรงใจมากค่ะ
    สั้นๆ ได้ใจความ
    ไม่ต้องแปล
    ไม่ต้องบรรยายให้ยืดยาว


  14. July 27th, 2009 at 7:09 pm       hakung Says:

    พี่กุ้งคะ
    ฮะก็คิดเหมือนพี่กุ้งค่ะ
    ธรรมะ กับ ธรรมชาติ
    คือสิ่งเดียวกัน
    ให้ธรรมชาติช่วยจะดีกว่าฝืนตัวเองค่ะ


  15. July 27th, 2009 at 7:07 pm       hakung Says:

    ถ้ามัทรักเราหมดหัวใจ
    จะมีใครแอบร้องให้หรือเปล่าน้า
    สงสัยจัง


  16. July 27th, 2009 at 7:06 pm       hakung Says:

    ขอบคุณพี่เมย์มากๆ ค่ะ


  17. July 27th, 2009 at 7:06 pm       hakung Says:

    พี่เอ๋ก็สบายดีนะคะ
    คิดถึงพี่เอ๋เหมือนกัน
    พักนี้ก็ห่างๆ บล็อกไปเหมือนกัน
    ทั้งเรื่องงาน เรื่องสายตาที่ยำแย่ลงทุกวันค่ะ
    แต่ก็ยังคิดถึงพี่ๆ เพื่อนๆ อยู่เสมอค่ะ


  18. July 27th, 2009 at 5:34 pm       sazzie Says:

    ขอบคุณค่ะ :)


  19. July 27th, 2009 at 5:31 pm       singingintherain Says:

    คำบางคำก็มีความหมายมากๆ สำหรับใครบางคน
    ล้านคำในหลายนาที
    ไม่สู้คำว่า”รัก” แม้เพียงเสี้ยววินาที


  20. July 27th, 2009 at 5:04 pm       pkkk2714 Says:

    ชีวิตของพี่กุ้งกำหนดวางไว้แล้ว

    ให้ธรรมชาติเป็นใหญ่ค่ะ

    เพราะพี่กุ้งตัวเล็กนิดเดียววววววววววววว

    เมื่อเปรียบเทียบกับจักวาลนี้

    ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่ลองทำดู

    พี่กุ้งสบายใจจจจจจจจจ


  21. July 27th, 2009 at 4:54 pm       tomorrow02 Says:

    จิงๆอ่ะ ปากหวาน แบบนี้ รักหมดหัวใจเลยจ้า ;-))


  22. July 27th, 2009 at 4:52 pm       xanax71 Says:

    เข้ามาอ่านเรื่องราวที่มีสาระดีๆ ค่ะ
    ขอบคุณค่ะ


  23. July 27th, 2009 at 3:50 pm       natayaa Says:

    ว้าว อ่านแล้ว เหมือนได้นั่งฟังนักปราชญ์เลยเชียว

    ขอบคุณกับเรื่องน่าสนใจวันนี้ค่ะ ไกลบ้านเหงาๆ อ่านเรื่องราวแบบนี้ เพลินดีนักเชียว

    หวังว่าน้อง hakung คงสบายดีนะคะ แวะทักทายส่งความคิดถึงมาให้ด้วยค่ะ


  24. July 27th, 2009 at 3:17 pm       hakung Says:

    คุณมัทคะ
    คึดถึงเสมอค่ะ
    รักนะจ๊ะ


  25. July 27th, 2009 at 3:17 pm       hakung Says:

    คุณชาลี
    ฝึกฝนและทบทวน
    ฝึกซ้ำๆ ทำให้บ่อยๆ
    บางครั้งท้อถอยและเกือบยอมแพ้
    ต้องปล่อยและคอยเวลา
    กลับมาฝึกใหม่ผลที่ได้ไม่เหมือนเดิม
    มันต้องดีขึ้นหรืออาจไม่เปลี่ยนแปลง
    ขอแค่ให้เวลาและไม่ท้อถอย


  26. July 27th, 2009 at 3:13 pm       hakung Says:

    สวัสดีค่ะคุณตีศิลา
    ยากก็ยาก
    ง่ายก็ง่าย
    อยู่ที่เราจะเลือก
    บางสิ่งต้องใช้เวลา
    บางเรื่องอาจชั่วชีวิต
    เพียงแต่เราพยายาม
    ความสำเร็จก็แค่เอื้อม
    ไม่ต้องคาดหวังว่าเราจะทำได้อย่างดีเยี่ยม
    หวังแค่ให้เราได้ทำและทำได้บ้างก็พอค่ะ


  27. July 27th, 2009 at 3:04 pm       tomorrow02 Says:

    ขอบคุณที่คิดถึงค่ะ ;-))


  28. July 27th, 2009 at 3:00 pm       chaleeja Says:

    เมื่ออ่านแล้วใช่ว่าต้องเลิกอ่าน
    อ่านแล้ว อ่านอีก ได้อีก ยิ่งอ่านยิ่งได้
    เมื่อเขียนแล้วใช่ว่าจะสมบูรณ์
    ต้องเขียน เขียน และเขียน
    ตัดตรงนั้น เติมตรงนี้ ทำไปเรื่อย ๆ
    คำง่าย ๆ บางคำอาจเข้าใจง่าย
    กว่าคำยากๆๆหลายร้อยคำ
    :)


  29. July 27th, 2009 at 2:43 pm       teesila Says:

    สวัสดีค่ะคุณ hakung
    ขอบคุณค่ะที่แยกแยะให้เห็นชัดเจน
    แต่ไม่ง่ายเลยสำหรับตีศิลาที่จะนำคำแต่ละคำมาเรียงกันให้สละสลวยได้…เป็นศาสตร์ที่ยากจริง ๆค่ะ

    พยายามฝึกฝน พยามยามอ่าน พยามยามเรียงความอยู่ค่ะ

    ขอบคุณนะคะ


You must be logged in to post a comment.