Blog hakung

ใจเย็นๆ ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป

"ยามเย็น"

October15

สนธยาของชีวิตที่พัดมา

พร้อมกับเรื่องที่ต้องคิดคำนึง

.

“คนเรามักจะจริงจังกับสิ่งที่ไร้แก่นสารในชีวิต

ที่คนฉลาดมองว่าเป็นแค่ของเล่นชั่วคราว

ไม่ควรเสียเวลามากมายไปกับมัน

แต่สิ่งที่ค้นเจอแล้วทำให้ชีวิตมีโอกาส

ยุติการแสวงหาอย่างถาวรดั่งเช่นสัจธรรม

อันได้แก่การดับทุกข์ในใจ

หรือสิ่งที่มาช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ให้หมดไป

เรากลับมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะศึกษามัน”

 

 

          ในยามเย็นของแต่ละวัน หากเราสังเกตธรรมชาติของสรรพสิ่งที่เปลี่ยนไป จะเห็นได้ว่าแต่ละอย่างล้วนแสดงบทบาทให้เราได้ศึกษาอยู่เนืองๆ เป็นความรู้ที่ได้รับจากสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อก้าวไปสู่สิ่งใหม่ซึ่งได้รับการต่อยอดมาจากสิ่งเดิมอีกทีหนึ่ง

 

 

          เพราะในหลักของธรรมชาติ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นครูสอนชีวิตของเราเสมอ เป็นการนำเรื่องราวของสิ่งต่างๆ มาเสนอ แล้วน้อมมาสู่การพิจารณาด้วยตัวของเราเอง ซึ่งจะทำให้รู้ได้ว่าธรรมชาตินั้นกำลังสอนอะไรแก่เรา

 

 

          เช่นหากเรามองเห็นดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนคล้อยในแต่ละวัน แล้วสรุปว่าเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่แสดงให้รู้ว่า วันหนึ่งได้หมดไปแล้วเท่านั้น ยามเย็นของแต่ละวันที่ผ่านไป ก็จะไม่ก่อให้เกิดปัญญา และไม่มีอะไรที่ควรค่าต่อการจดจำ

 

 

          ทว่าหากใส่ใจชีวิตผ่านกาลเวลาที่เสียไป เราจะสัมผัสได้ถึงคุณค่าที่ได้มาจากยามเย็นของกาลเวลา ที่เข้ามาปลุกใจของเราให้ตื่นขึ้นมาดูตัวเอง และดูความจริงของทุกสิ่งที่กำลังเปลี่ยนไป

 

 

           ที่สำคัญเวลาในยามเย็น สอนให้เรารู้จักความไม่จีรังยั่งยืนในชีวิตอย่างลึกซึ้ง เป็นครูที่ช่วยเตือนสติให้เรารู้จักเฝ้าถามตัวเอง และรูจักค้นหาคุณค่าของเวลาที่เสียไปอย่างแยบยล

 

 

          เพราะเมื่ออาทิตย์คล้อยดับ เหล่าวิหคต่างพากันบินกลับรัง และผู้คนต่างพากันทยอยกลับเข้าที่พักของตน นั่นเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า เวลาของชีวิตได้ผ่านไปอีกวัน และหมดไปพร้อมกับสิ่งที่มาพรากชีวิตของเราให้ต้องอยู่บนโลกในนี้น้อยลง

 

 

          แต่จะมีสักกี่คนที่เห็นคุณค่าของเวลา และคุณค่าของชีวิตที่กำลังหมดไป และจะมีสักกี่คนที่เฝ้าทบทวนชีวิต แล้วรู้จักสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองอย่างผู้รู้คุณค่าของเวลาที่เสียไป

 

 

          เพราะคนส่วนมากมักจะประมาทต่อเวลาที่ได้มา สำคัญผิดคิดว่าสิ่งที่ไร้สาระเป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามากอดรัดไว้ จนเวลาหมดไปโดยที่เราก็ตอบไม่ได้ว่า “เรากำลังค้นหาอะไรกัน”

 

 

          หลวงตาสุริยา มหาปัญโญ แห่งวัดป่าโสมพนัส อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ผู้เป็นที่เคารพยิ่งของผู้เขียนกล่าวไว้ว่า “คนเรามักจะจริงจังกับของเล่น แต่มักจะทำเล่นกับของจริง”

 

 

          คือคนเรามักจะจริงจังกับสิ่งที่ไร้แก่นสารในชีวิต ที่คนฉลาดมองว่าเป็นแค่ของเล่นชั่วคราว ไม่ควรเสียเวลามากมายไปกับมัน แต่สิ่งที่ค้นหาเจอแล้ว ทำให้ชีวิตมีโอกาสยุติการแสวงหาอย่างถาวรดั่งเช่นสัจธรรม อันได้แก่การดับทุกข์ในใจหรือสิ่งที่มาช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ให้หมดไป เรากลับมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะศึกษามัน

 

 

          ทำเหมือนว่าความจริงที่ควรจะรู้นั้น ช่างเป็นอะไรที่ไร้ค่าในสายตาของคนดู สุดท้ายเราจึงมักตายไปพร้อมกับเครื่องหมายคำถามของชีวิต และมักจะบ่นเสียดายว่า เราไม่น่าใช่เวลาที่เสียไปอย่างสุรุ่ยสุร่ายเลย

 

 

          อีกเหตุผลหนึ่งที่เราควรรับรู้ก็คือ ยามเย็นของชีวิตมักสอนเรา ผ่านการแสดงออกของตัวละครที่เคลื่อนไหวไปมา ขอเพียงเรารู้จักทอดสายตามองให้เห็นคุณค่าของมัน ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ย่อมนำพาความฉลาดมาสู่ตัวเราเสมอ

 

 

          ไม่ว่าจะเป็นดวงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าเมื่อเย็นลง หมู่วิหคที่โผบินกลับรัง และผู้คนที่ต่างรีบพากายและใจอันเหนื่อยล้ากลับไปยังบ้านของตน ล้วนเตือนสติให้เรารู้จักมองชีวิตให้ชัดเจนขึ้นทุกเมื่อ

 

 

          อย่างน้อยก็ช่วยเตือนว่า ชีวิตที่ถูกใช้งานไปในแต่ละขณะ นั่นคือการเดินไปสู่ยามเย็นของชีวิตตลอดเวลา เป็นชีวิตที่บ่ายหน้าไปสู่ความเสื่อม และพร้อมจะโบกมือลาไปในนามของความตาย

 

 

          ขณะเดียวกัน ยามเย็นของกาลเวลา ก็สอนให้เรารู้จักที่จะซึมซับสิ่งดีๆ ไว้ในอ้อมกอดเสมอ จึงทำให้ชีวิตที่ได้เกิดมาได้รู้จักที่จะอยู่อย่างเข้าใจ รู้จักที่จะประคองชีวีที่มีอยู่ให้ก้าวไปอย่างรู้เท่าทัน และเพื่อที่จะให้ความจริงที่มี ได้สร้างชีวิตให้มีความงามสำหรับประดับตน

 

 

          ยามเย็นอันเป็นสนธยาของชีวิต จึงเป็นสิ่งที่พัดผ่านมาพร้อมกับหลายๆ เรื่องที่เราต้องคิด และต้องคำนึงถึงคุณค่าแห่งการเกิดมา พร้อมกับคุณค่าแห่งการมีชีวิตอยู่จริงๆ มิใช่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป โดยที่เราเองไม่ฉลาดพอที่จะทำความเข้าใจในมัน

 

 

          เพราะชีวิตมิควรแค่เกิดมาแล้วอยูไปวันๆ รอวันที่จะถูกความตายมายุติบทบาทลงเท่านั้น แต่เราควรรู้จักสร้างโอกาสให้กับตัวเอง โดยการเฝ้าตรวจตราสรรพสิ่งที่ผ่านเข้ามาแล้วทำตัวให้เป็นนักวินิจฉัยทำให้ปัญญาได้งอกเงย

 

 

          แล้วปัญญาที่ถูกระตุ้นให้ตื่นตัว ย่อมตื่นรู้และและตามความเข้าใจในทุกเรื่องราว และทำให้เราอยู่อย่างเป็นสุขท่ามกลางความเป็นทุกข์ที่ประเดประดังเข้ามาได้อย่างผ่อนคลาย

 

 

          ครั้นถึงวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปดั่งใจหวัง เราก็จะไม่รู้สึกเสียดาย เพราะเราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นและดับไปนั้น มันมีที่มาและที่ไปอย่างไรด้วยใจที่เป็นธรรม

 

 

 

         

by posted under Uncategorized | 12 Comments »    
12 Comments to

“"ยามเย็น"”

  1. December 30th, 2009 at 3:15 pm       ana123 Says:

    Glitter Graphics


  2. October 31st, 2009 at 9:38 pm       specter Says:


  3. October 21st, 2009 at 7:44 am       initmate Says:

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


  4. October 19th, 2009 at 9:38 am       athenaz Says:

    สวัสดีค่ะ น้อง hakung..

    มีหนังสือเรื่องหนึ่งชื่อ The world without us
    ว่าด้วยเรื่องโลกที่ปราศจากมนุษย์

    ผู้เขียนบรรยายถึงความเป็นไปของพืชและสัตว์ที่ยังอยู่กับธรรมชาติที่ทิ้งซากที่มนุษย์ทำลายไว้
    ไม่ทราบแปลเป็นไทยหรือยังค่ะ..

    เขาบรรยายไว้ให้เห็นภาพที่เราไม่อยากให้โลกเป็นค่ะ

    The Drum Bridge and Japanese Gardens Framed By Red Dogwood Blossoms

    happy day everyday and evening ka
    ^^


  5. October 17th, 2009 at 8:06 pm       alphabet Says:

    ขอบคุณที่นำมาฝากค่ะ
    อ่านแล้วเย็นใจ


  6. October 17th, 2009 at 9:45 am       initmate Says:

    จำเราได้น๊ะ ^^

    อิอิ

    เราก็จำฮาคุงได้

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


  7. October 16th, 2009 at 1:13 pm       initmate Says:

    พบ พราก … เนอะ
    ไม่พบ ไม่พราก … แต่ก็อยากพบกันบ่อย ๆ อยู่ดี

    :)

    คิดถึงนะคะ
    ไม่ได้คุยกันตั้งหลายวันเนอะ

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


  8. October 16th, 2009 at 10:30 am       septimus Says:

    Photobucket

    สวัสดีค่ะคุณhakung

    ขอบคุณมากค่ะที่แบ่งปัน”ปรัชญายามเย็น”

    (แต่วันนี้อยากให้ถึงยามเย็นเร็วๆค่ะ…เหนื่อยจัง)

    ^___*


  9. October 16th, 2009 at 8:55 am       nunohatyai Says:

    ระรื่น..ยามเช้าฮะ
    :)


  10. October 15th, 2009 at 10:25 pm       comenubb Says:

    ท่านพี่ athenaz เอาเหรียญทองกับเหรียญเงินไปแว้ว!!

    คนเรานี่ถ้าหยุดคิดสักนิด รอบตัวล้วนก่อเกิดเป็นปรัชญาได้หมดเลยนะครับ

    สบายดีเน้อ !!


  11. October 15th, 2009 at 10:12 pm       athenaz Says:

    อ้าว จอง หมายเลข 1 และ 2 ..
    :)


  12. October 15th, 2009 at 10:10 pm       athenaz Says:

    สวัสดียามดึกค่ะ..

    ปรัชญายามเย็นกินใจให้ได้คิดมากมายค่ะ..

    “..ครั้นถึงวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปดั่งใจหวัง เราก็จะไม่รู้สึกเสียดาย เพราะเราเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นและดับไปนั้น มันมีที่มาและที่ไปอย่างไรด้วยใจที่เป็นธรรม..”

    ยามเย็นได้ผ่านไปอีกวันสู่รัตติกาล.. ฝันดีค่ะ :))


You must be logged in to post a comment.