hAnxen: 変身

ขอให้ไอ้ไจล์ ลงนรกไปซะเร็วๆ

ไม่อยากให้อ่านผ่านๆไปกลายเป็นแค่ข่าวเล็กๆ

June10

พี่น้องคิดเหมือนกันมั๊ยว่าพาดหัวข่าวแบบนนี้มันแหม่งๆยังไงพิกล  เสื้อเหลืองรับบันดาลโทสะ ปฏิเสธเจตนาฆ่าตำรวจ!  จากลิ้งค์ข่าว http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000064365    คือให้อารมณ์แบบว่าเหมือนเรียกพวกเสื้อเหลือง-เสื้อแดงยังไงๆไม่รู้ ผมไม่อยากให้เอาเราไปเปรียบกับพวกเสื้อแดงที่ไม่มีอุดมการณ์และทำเพื่อทักษิณอย่างเดียว…

.

 

วันนี้เปิดเว็บ ผจก. ดูตามปกติ ประกอบกับฟังเจ๊ปองอ่านข่าวอย่างเมามัน เนื่องจากชอบฟังเจ๊ปองเล่าข่าวทุกเช้า เพราะลีลาการเล่าข่าวที่ไม่เหมือนใคร (แต่เหมือนพวกหนังเร่ขายยา-อับดุล มากกว่า) ฟังแล้วสนุก ไม่เซ็งเหมือนดูช่องอื่นที่ชอบพูดว่า “ครับ คุณกฤติกาครับ” (เขียนถูกป่าวหว่า?) แต่ก็มาสะดุดกับข่าวนี้เข้า

 

…………………..เนื้อข่าวมีความว่า…………………….

 

เสื้อเหลืองรับบันดาลโทสะ ปฏิเสธเจตนาฆ่าตำรวจ!

 

เสื้อเหลืองปฏิเสธเจตนาขับรถพุ่งชนฆ่าตำรวจ ระบุบันดาลโทสะเพราะถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชนก่อน แม้กระทั่งตัวเองยังถูกยิงจนตาพิการ ศาลนัดสืบพยานปีหน้า

       

       วันนี้ (8 มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 713 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาเป็นโจทก์ฟ้องนายปรีชา ตรีจรูญ อายุ 52 ปี ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นจำเลยข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยไต่ตรองไว้ก่อน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย, ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้กระทำผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ ตามกรณีขับรถยนต์กระบะพุ่งชนตำรวจ กรณีเหตุการณ์ตำรวจสลายการชุมนุม โดยยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก

       

       ตามคำฟ้องโจทก์สรุปว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 เวลากลางวัน จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายและกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยจำเลยกับพวกเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้มาชุมนุมขับไล่รัฐบาลที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยปิดล้อมถนนและทางเข้าออกรัฐสภาเพื่อมิให้สมาชิก ส.ส.และสมาชิก ส.ว.ออกจากรัฐสภา จำเลยมีเจตนาฆ่าร.ต.ต.เกียงไกร กิ่งสามี, ส.ต.ท.พงษ์ไท เชื้อชุมสุข และส.ต.ต.พีรเชษฐ์ ธราปัญจทรัพย์, ส.ต.ท.เศรษฐวุฒิ บัวทุม และส.ต.ท.วุฒิชัย คำปงศักดิ์ ผู้เสียหายที่ 1-5 เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯและโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยการวางแผนล่วงหน้าเตรียมรถยนต์กระบะที่ใช้ทำร้ายจอดไว้ในกลุ่มผู้ชุมนุมฯต่อมาจำเลยได้ขับรถยนต์กระบะไล่ชนผู้เสียหายที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 อย่างแรง จนผู้เสียหายล้มลง จากนั้นจำเลยขับรถยนต์กระบะจะถอยหลังชนผู้เสียหายที่นอนบาดเจ็บอยู่ จำเลยได้กระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล เนื่องจากผู้เสียหายหลบได้ทันและมีผู้เข้าช่วยเหลือ เหตุเกิดที่แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม.

       

       ศาลอธิบายคำฟ้องและสอบคำให้การแล้วจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นบัญชีพยานที่จะนำสืบจำนวน 10 ปาก เป็นเวลา 4 นัด ส่วนทนายจำเลยยื่นบัญชีพยานที่จะนำสืบ จำนวน 20 ปาก เป็นเวลา 7 นัด ศาลพิจารณาแล้วอนุญาต โดยนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก 20 เม.ย.53 เวลา 09.30 น.

       

       นายคณิศร ฑปภูผา ทนายความจำเลย จากสภาทนายความกล่าวว่า ประเด็นที่จะต่อสู้คดีคือ จำเลยไม่ได้มีเจตนาฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแต่ทำไปเนื่องจากบันดาลโทสะ ที่เห็นประชาชนถูกทำร้าย

       

       ด้าน นายปรีชา ตรีเจริญ กล่าวว่า ขอปฏิเสธไม่ได้มีเจตนาฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยวางแผนหรือไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ทำไปเพราะรู้สึกโกรธมากที่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาทำร้ายประชาชนผู้ชุมนุมตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 7 ต.ค.51 และจากเหตุการณ์ดังกล่าวตนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน เพราะถูกกระสุนยิงเข้าที่ตาข้างขวาจนแหลกละเอียด และดั้งจมูกหักเข้ารักษาที่ รพ.รามาธิบดี นานประมาณ 2 เดือน ปัจจุบันตนพิการต้องใส่ดวงตาเทียม

 

—————————————————————-

 

อ้าว อ่านดูแล้วมันเรื่องพันธมิตรที่ขับรถกะบะพุ่งชนตำรวจในวันที่ 7 ต.ค. นี่นา… ข้อหาที่อัยการมันตั้งนี่ช่างไม่ผิดอะไรกับการยัดเหยียดข้อหาให้เสียจริงๆ อะไรมีช่องมีหลืบมันจะย้ดเข้ามาให้เต็ม รู้สึกเหมือนเวลาตำรวจโบกเรียกแท็กซี่/มอเตอร์ไซค์ เพื่อไถตังค์ยังไงไม่รู้ พอเราจอด มันจะเดินวนรอบรถเราสองสามรอบหาที่ผิดเสียให้ได้ แต่ที่อัยการนี่ทำมันยิ่งกว่านั้น การยัดเยียด ข้อหาพยายามฆ่าพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นั้นมันไม่ผิดอะไรกับการยัดเยียดโทษประหารชีวิตให้คุณ ปรีชา ตรีเจริญเลย แม้แต่น้อย….. แล้วไอ้ที่บอกว่าพวกตำรวจนั้นเป็น “เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ” มันดูความสงบเรียบร้อยภาษาส้นตรีนอะไร ประชาชนเจ็บระนาว มีทั้งแขนขาด ขาขาด นิ้วขาด ตาบอด แผลเหวอะไปทั้งตัว นี่มันตำรวจฆ่าประชาชนชัดๆ 

 

อัยการ/ตำรวจ มันเป็นผู้รักษากฏหมาย หรือเป็นผู้ใช้กฏหมายเพื่อที่ถือในมือเพื่อข่มเหงผู้อื่น หรือหาประโยชน์ใส่ตัวเองกันแน่???? อัยการไม่เคยดูถึงสาเหตุที่ว่าทำไมคุณปรีชาถึงมาร่วมชุมนุม ทำไมถึงได้ขับรถพุ่งชนตำรวจ และคุณปรีชาโดนตำรวจทำอะไรบ้างเขาต้องสูญเสียอะไร ทุกคนมักจะพูดว่าตำรวจถือกฏหมายในมือ และทำหน้าที่รักษากฏหมาย แต่จริงๆแล้วมันผิดโดยสิ้นเชิง  กฏหมายต้องอยู่ในมือของทุกคน ไม่ใช่อยู่ในมือตำรวจ กฏหมายนั้นก็เหมือนอาวุธอย่างหนึ่ง ถ้าไปอยู่ในมือคนชั่ว มันก็จะเป็นอาวุธไล่ประหัตประหารคนทั่วไปเพียงเพื่อหาประโยชน์ใส่มือเท่านั้นเอง

 

การชุมนุมของพันธมิตรนั้น เพื่อต้องการรักษาไว้เพื่อสถาบันกษัตริย์ และขับไล่พวกโกงบ้านกินเมืองให้พ้นไปจากแผ่นดินเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อคนหนึ่งคนใด หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ถ้าสถาบันกษัตริย์รุ่งเรื่อง บ้านเมืองปราศจากทุจริตคอรับชั่น ความผาสุขนั้นก็จะเกิดกับคนทั่วทั้งแผ่นดิน ในเมื่อเห็นอยู่ทนโท่ว่ารัฐบาลตัวแทนนักโทษหนีคดีกำลังจะมาปกครองบ้านเมือง และจะดำเนินการโกงบ้านกินเมืองกันต่อไป การชุมนุมเพื่อขับไล่นั้นมันก็เป็นสิทธิ์ของคนไทยที่มีสิทธิ์จะทำได้ แต่ในวันนั้น การสั่งฆ่าประชาชนก็ดำเนินขึ้น โดยไม่มีผู้ใดยับยั้งได้ ทั้งๆที่เรามาเพื่อปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง แต่กลับถูกไล่ยิง ไล่ฆ่า ต้องหนีหัวซุกหัวซุน โดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย พวกเรามีแค่หน้ากาก แว่นตากันน้ำ มือตบ แล้วก็หัวใจที่รักชาติบ้านเมืองและในหลวงเท่านั้นเอง

 

หลายคนคิดว่าไอ้พวกอัยการมันไม่เคยไปอยู่ในที่ชุมนุม มันไม่รู้หรอกว่าเขาต่อสู้เพื่ออะไร อัยการ/ตำรวจก็ทำตัวเหมือนมันเป็นพวกนกสองหัว ตีกินไปวันๆ ใครดีใครเด่นแม่งก็ไปประจบสอพลอ หน้าเงิน และตอนนี้มันก็กำลังทำงานสนองเงินของไอ้นักโทษมะเร็งต่อมลูกหมากอยู่  การยัดเยียดข้อหาแบบนี้มันคือความยุติธรรมอย่างนั้นหรือ  ทำไมอัยการไม่ไปฟ้องแทนน้องโบว์ ฟ้องแทนพี่จ๊าบ ฟ้องแทนพี่น้องเราอีกหลายๆคนที่โดนทำร้ายจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล ฟ้องแทนคนที่ตายไปเพราะการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมืองบ้างเล่า ทำไมถึงไปปกป้องตำรวจที่ไล่เข่นฆ่าประชาชน ตำรวจที่ไล่ยิงประชาชนจนพิการและตาย ความสูญเสียเหล่านี้มันไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาคนที่มีอำนาจหน้าที่เลยใช่มั๊ย หรือเพราะเราไม่มีเงินจ้าง พวกมึงเลยไม่สนพวกกู???  ความยุติธรรมของพวกมึงตั้งอยู่ที่ไหน หรือว่าตั้งอยู่บนเงินของคนที่จ้างพวกมึงกันวะ???????

 

 

 

14 Comments to

“ไม่อยากให้อ่านผ่านๆไปกลายเป็นแค่ข่าวเล็กๆ”

  1. June 10th, 2009 at 9:06 pm       hanzen Says:

    ครับพี่ สำหรับผมถือว่ายังสุภาพนะสำหรับคำด่าอัยการพวกนี้….
    ตำรวจว่าเชี่ยแล้ว
    อัยการแม่งเชี่ยกว่า
    ไอ้พวกคนสั่งคนจ้างพวกไอ้ทักกี้ แม่งเชี่ยที่สุดพี่
    หวังก็แต่ศาลเท่านั้นหวังว่าพวกเราคงได้รับความเป็นธรรม…
    ไม่ได้บอกว่าขับรถชนตำรวจไม่ผิด แต่เพราะอะไรเขาถึงได้ขับรถพุ่งชนตำรวจเชี่ยๆพวกนั้นล่ะ ถ้าแม่งไม่ไล่ฆ่าพวกเรา….


  2. June 10th, 2009 at 8:58 pm       pijika Says:

    แมร่ง!!! ถุย!

    อ่านแล้วปรี๊ดดดดดดดดดดดดดด…

    ว่าตำรวจเชี่ยแล้ว
    อัยการเชี่ยกว่า

    (ขอโทษนะคะ หยาบล้วนๆ เลยเนี่ย คริ คริ)


  3. June 10th, 2009 at 7:00 pm       hanzen Says:

    ถูกต้องครับคุณพราย แต่ถ้าจะให้ดี ต้องฟ้องกลับไอ้พวกอัยการหน้าเหี้ยพวกนี้ว่ายัดข้อหาโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอย่างถ้วนถี่ด้วยนะถึงจะดี


  4. June 10th, 2009 at 6:58 pm       hanzen Says:

    แหมคุณน้องนี่ก็มาแรงอีกคนนะเนี่ยะ ชอบๆครับ พักนี้ไม่ค่อยได้แวะไปทักเท่าไหร่ เดี๋ยวต้องเข้าไป meet the parent ซะหน่อยละ


  5. June 10th, 2009 at 6:57 pm       hanzen Says:

    จริงๆด้วยครับคุณ 11arrows ถ้าตรองไว้ก่อนแม่งต้องชักปืนมายิงสวนไปแล้วล่ะ เป็นใครๆก็ต้องทำแบบนี้ทั้งนั้น พวกมันยิงเรา ยิงเอาๆ ไม่เห็นเราเป็นคน


  6. June 10th, 2009 at 6:56 pm       hanzen Says:

    สวัสดีครับคุณ milo2005 ไม่โย่ว์ๆหน่อยหรือครับวันนี้


  7. June 10th, 2009 at 6:56 pm       hanzen Says:

    โอ้ เรื่องนี้ถึงกับทำให้ คุณ kenjionline ปรี๊ดแตกเลยทีเดียวนะเนี่ย


  8. June 10th, 2009 at 6:55 pm       hanzen Says:

    สวัสดีครับคุณ mywisky1116 ยังไม่เคยแวะไปทักทายเลย ไว้จะแวะไปนะครับ


  9. June 10th, 2009 at 5:47 pm       prypilas Says:

    อ๋อ .. สำนักงานกฎหมายและอัยการ (ประเทศไทย) จำกัด นี่เอง
    ที่แปลภาษาอีเพ็ญไม่ออก ต้องแปลแล้วแปลอีกจนถึงวันนี้
    ที่บอกว่าคดีถุงขนมเป็นการกระทำโดยสุตจริตไม่ได้คิดติดสินบน
    ที่ทำสารพัดคดีไอ้แม้ว แล้วบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

    อ่อ .. ยังมีคดีหมอชายหมอหญิงที่สั่งไม่ฟ้องเพราะหลักฐานไม่พอ
    จนญาติพี่น้องต้องไปฟ้องเอง และชนะคดี

    แต่กับเรื่องนี้ .. กับฟันธงอย่างหน้าไม่อายว่า ..
    พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
    โน่นโว้ยเฮ้ย !! ไอ้พวกที่นั่งประชุมก่อนคืนวันที่ 7 โน่น
    ถึงจะเหมาะกับข้อหานี้

    ห่ะเอ๊ย !!


  10. June 10th, 2009 at 5:11 pm       sazzie Says:

    ตำรวจก็ไม่เห็นจะเจ็บหนักอะไรเลย
    เอายาหม่องทาก็หายแล้ว ทำเป็นสำออย

    คนของเราขาขาด ไอ้ควายนั่นน่ะพี่ชื่ออะไรนะ อำนวยป่ะ ?
    มันยังบอกคนของเราวิ่งหกล้มเองเลย
    หกล้มจนขาขาด ! คนของเรายังไม่งอแงเลย

    สำออยแบบนี้ .. เป็นตำรวจได้ไงวะ


  11. June 10th, 2009 at 3:51 pm       11arrows Says:

    ในสถานการณ์แบบนั้น ถ้าตรองไว้ก่อน ก็ไม่ต้องขับชนหรอก
    เอาอย่างอื่นมาเล่น ง่ายกว่า


  12. June 10th, 2009 at 3:13 pm       milo2005 Says:

    hummm


  13. June 10th, 2009 at 2:29 pm       kenjionline Says:

    “พยายามฆ่า โดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
    ในเวลานั้น ขับรถวิ่งเข้าไปหาลูกปืน จนเบ้าตาแตก
    นี่เหรอที่เรียกว่า ไตร่ตรองไว้ก่อนฟะ

    แล้วที่พวกแกยิงเขาเบ้าตาแตกนี่เรียกไตร่ตรองไว้ก่อนหรือเปล่า หรือว่าป้องกันตัว

    เหตุการณ์มัน 1 2 3
    แต่กลับพูดแค่ 2 กับ 3
    กลายเป็นอยู่ดีๆ เขาก็บ้าขึ้นมาขับรถไล่ตำรวจงั้นแหละ
    แล้วทำไมไม่ดูว่า 1 มันคือ ตำรวจไล่ฆ่าประชาชนไม่ใช่หรือ
    แล้วที่เขาต้องขับรถไล่น่ะ เขาทำเพื่อป้องกันตัว แบบเดียวกับ ตำรวจยิงป้องกันเวลารถมาไล่หรือเปล่าน่ะ

    แล้วไอ้ข้อ 1 ที่ตำรวจไล่ฆ่าประชาชนน่ะไปถึงไหนแล้ว
    ไอ้คนที่มันร้องว่า “ยิงมันเข้าไป อยู่ได้ให้มันอยู่ไป”
    ขอโทษเถอะ เขาเรียกว่าไตร่ตรองไว้ก่อนหรือเปล่าวะครับ


  14. June 10th, 2009 at 2:11 pm       mywisky1116 Says:

    ชอบเณรน้อย เส้าหลินจัง อิอิ น่ารักดี


You must be logged in to post a comment.