hAnxen: 変身

ขอให้ไอ้ไจล์ ลงนรกไปซะเร็วๆ

ฤาษี-เหี้ย…ใครเลี้ยงใคร?

July13

พอดีว่าวันนี้ได้ดูรายการสภาท่าพระอาทิตย์ แล้วเห็นมีบทความที่อ.ปานเทพ อ่านให้ฟังไว้แล้วมันโดนสุดๆ และน่าสนใจดีเลยขอเอามาแป๊ะไว้ที่นี่ก่อนกลัวลิ้งค์หาย เป็นเรื่องเล่าของคำที่ว่าฤาษีเลี้ยงเหี้ย  รัฐบาลที่แล้วนู้นก็ถูกเปรียบว่าเป็นฤาษีเลี้ยงเต่า แต่หลังๆก็กลายเป็นเหี้ยกันไปหมดเพราะไม่ทำเหี้ยอะไรเลย  จนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ที่ทำอะไรเหี้ยๆให้เห็นออกมาเรื่อยๆ…???   เรื่องนี้ลอกมาทั้งดุ้น ไม่มีสลิง ไม่มีตัวแสดงแทนครับ…

.

 

 

จาก http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000074917

 

 

เรื่องประหลาดเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราอีกเรื่องหนึ่งแล้ว และคราวนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนทั้งคนทั้งสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่ถูกเรียกชื่อว่า “เหี้ย” เพราะเหตุมีมาแต่คนอุตริบางพวกกำลังใช้อำนาจรัฐเปลี่ยนชื่อ “เหี้ย” เป็น “วรนุช”

       

       นัยว่าเหี้ยนั้นมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ อ่านได้ความว่าวรนัจหรือวรนุช การที่สัตว์ชนิดนี้ถูกเรียกชื่อว่าเหี้ยเป็นที่ตั้งของความเกลียดชังและทำให้เป็นผลร้ายแก่สัตว์ชนิดนี้ ดังนั้นจึงควรจะเปลี่ยนชื่อจากเหี้ยเป็นวรนุช ซึ่งในไม่ช้าไม่นานก็คงเสนอเรื่องนี้ให้รัฐบาลท่านให้ความเห็นชอบต่อไป

       

       จึงเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นกับมนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์ที่ใช้ชื่อตนว่าวรนุช ซึ่งมีความหมายว่าน้องผู้ประเสริฐ น้องผู้สวยงามเป็นเลิศ ทำนองนี้แหละ เพราะหากเรื่องนี้ได้รับความเห็นชอบจริง ๆ ขึ้นมาแล้ว ชื่อวรนุชที่ไพเราะเพราะพริ้งและมีความหมายที่งดงามก็จะกลายเป็นชื่อสัตว์ชนิดหนึ่งคือเหี้ย

       

       ก็ลองนึกกันเอาเองเถิดว่า ใครที่พ่อแม่ตั้งชื่อหรือใช้ชื่อตนเองว่าวรนุชจะเดือดร้อนอย่างไร เพราะสืบไปเมื่อใครได้ยินชื่อมิตรสหายเรียกวรนุชแล้วก็จะพากันอมยิ้มที่มุมปาก เพราะอาจสำคัญผิดคิดว่าเป็นคำด่าว่าอีเหี้ย หรือไม่ก็คิดว่าคนอะไรหนอตั้งชื่อเดียวกับเหี้ย

       

       เมื่อเป็นเช่นนี้ก็มีความเป็นไปได้ว่าใครใดก็ตามที่เคยใช้ชื่อวรนุช ไม่ว่าชื่อปู่ย่าตายายตั้งให้ หรือครูบาอาจารย์หรือเกจิองค์ไหนตั้งให้ หรือตั้งเองก็ตาม ก็ต้องพากันไปเปลี่ยนชื่อเพื่อไม่ให้ซ้ำหรือเป็นชื่อเดียวกับเหี้ยต่อไป นี่จึงเป็นความเดือดร้อนของคน

       

       ในส่วนของสัตว์นั้นก็คงทำให้สัตว์ที่มีชื่อว่าเหี้ยเดือดร้อนเช่นเดียวกัน เพราะเหี้ยอยู่ของเหี้ยดีๆ ก็มีคนมาทำเรื่องให้ดังจนเป็นเรื่องกล่าวขวัญกันทั้งบ้านทั้งเมือง แย่งชิงพื้นที่ข่าวหมีแพนด้าไปไม่น้อยแล้ว

       

       หมีแพนด้าและคนที่เกี่ยวข้องกับหมีแพนด้าก็คงไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก เพราะกำลังครองพื้นที่ข่าวอยู่ดีๆ ก็มาถูกเรื่องเหี้ยชิงพื้นที่ข่าวไปเสียดื้อๆ ทั้งนี้เนื่องจากสื่อมวลชนไทยในทุกวันนี้ไม่มีเรื่องดีเรื่องงามของคนที่จะไปรายงานข่าวให้ชาวบ้านรู้ จึงฉกฉวยเอาแต่เรื่องวิปริตพิสดารและเรื่องวิตถารและเรื่องสัตว์เดรัจฉานไปรายงานกันครึกโครม

       

       รายงานกันเป็นเรื่องเป็นราวเสียยิ่งกว่านายฮุนเซนข่มขู่คุกคามปรามาสเหยียดหยามผู้นำไทยทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน ที่ตะคอกเช้า ตะคอกเย็นอยู่ทุกวัน ซึ่งหามีใครสนใจไม่ หรือคงเห็นไปว่าเขมรข่มเหงไทยเหยียบย่ำไทยไม่สำคัญเท่ากับเรื่องหมี เรื่องเหี้ยก็เป็นได้

       

       ความจริงคำว่า “เหี้ย” ไม่ใช่คำหยาบ แต่มาเข้าใจผิดกันเสียเองในหมู่คนไม่รู้ความว่าเป็นคำหยาบ และเหี้ยนั้นก็ไม่ใช่สัตว์ดุและไม่ใช่สัตว์ร้าย ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครทั้งนั้น เพราะเหี้ยไม่โกงบ้าน ไม่โกงเมือง ไม่เคยฉ้อฉลปล้นชาติ ปล้นประชาชน ไม่เคยพูดจาโกหกพกลมหรือปลิ้นปล้อนตอแหล ไม่เคยวางกล้ามอวดเบ่งข่มเหงใคร คงหากินไปตามประสาสัตว์เดรัจฉานอย่างเหี้ย

       

       และถ้าจะว่าไปแล้ว การดำรงชีวิตของเหี้ยมีความเรียบง่าย สงบเสงี่ยมเจียมตนและเอากันแค่ไม่เบียดเบียนใคร ไม่เบียดเบียนชาติบ้านเมือง เพียงเรื่องเดียวนี้ก็น่าจะเห็นว่าเหี้ยดีกว่านักการเมืองบางคนเสียอีก

       

       แล้วทำไมคนเราถึงชิงชังรังเกียจเหี้ย? ก็เพราะคติผิดๆ ที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งมีอยู่เป็นอันมากในสังคมและวัฒนธรรมไทยของเรา เช่น คำสอนผิดๆ ที่ว่า “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”, “มือใครยาวสาวได้สาวเอา”, “น้ำขึ้นให้รีบตัก”, “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง”, “น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง” แม้กระทั่งคำพังเพยบางคำที่ผิดเพี้ยนไปในทางประชดประชัน แต่กลับแพร่ขยายไปอย่างน่าตกใจ เช่น คำที่ว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป” เป็นต้น

       

       ปฐมเหตุที่ทำให้คนเกลียดเหี้ยจึงไม่มีเหตุอื่น นอกจากนิทานปรัมปราที่มีมาช้านานแล้ว และเล่าขานถ่ายทอดกันมาในสังคมไทยของเราเป็นเวลาช้านาน นั่นคือเรื่องฤาษีเลี้ยงเหี้ย กับเรื่องเหี้ยเป็นสัตว์อัปมงคล ซึ่งพวกพิธีกรรมทางหมอดูตั้งแต่งขึ้นเพื่อใช้เป็นเหตุในการทำมาหากินกันเป็นล่ำเป็นสัน

       

       นิทานเรื่องฤาษีเลี้ยงเหี้ยนั้น เล่ากันไปสืบทอดกันมา ความหมายของเรื่องก็เบี่ยงเบนไปจากต้นเรื่องเดิมจนกลายเป็นคนละเรื่อง คือกลายเป็นความผิดความชั่วของเหี้ย แทนที่จะเป็นความผิดความชั่วของฤาษี

       

       นิทานนั้นมีเค้ามาว่า มีฤาษีตนหนึ่งบำเพ็ญพรตมาช้านานแล้ว แต่ไม่บรรลุธรรมใดๆ เพราะในใจยังฝังจมอยู่กับกิเลส โดยเฉพาะฤาษีตนนี้ชอบกินไข่จระเข้บ้าง ชอบกินไข่นกบ้าง แต่ตนเองเป็นฤาษี จะไปขโมยไข่จระเข้หรือไข่นกมากินก็เกรงผู้คนจะครหาว่าเป็นบาป

       

       ในสมัยนั้นเหี้ยเป็นอาหารอันโอชะของสัตว์หลายอย่าง ทั้งสัตว์ด้วยกันและมนุษย์ด้วย เหี้ยจึงถูกล่าเป็นปกติ ก็คิดหาที่พึ่ง จึงเข้าไปพึ่งฤาษี ในที่สุดก็ตกลงเงื่อนไขกันได้

       

       คือฤาษีจะปกป้องคุ้มครองเหี้ยไม่ให้ถูกคนหรือสัตว์อื่นล่า และจะเลี้ยงดูอุปการะเหี้ยไว้ให้กลายเป็นเหี้ยมีศีล เหมือนอย่างฤาษีที่มีศีล แม้ว่าความจริงแล้วจะมีศีลแค่เปลือกนอกเท่านั้นก็ตาม ในขณะเดียวกัน เหี้ยก็มีหน้าที่ต้องไปขโมยไข่จระเข้ ขโมยไข่นกมาให้ฤาษีกิน

       

       ในที่สุดชาวบ้านก็ไม่พอใจเหี้ย เพราะนอกจากไปขโมยไข่จระเข้ ไข่นกไปกินเองและแบ่งให้ฤาษีกินจนหมดแล้วก็ไม่พอ เหี้ยจึงไปขโมยไข่ไก่ของชาวบ้าน ชาวบ้านก็ไล่ทุบตี เหี้ยนั้นก็หนีมาหาฤาษี ฤาษีก็ปกป้องคุ้มครองเหี้ยไว้และบอกชาวบ้านว่า เหี้ยนี้เป็นเหี้ยมีศีล ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร การที่เหี้ยไปขโมยไข่ไก่ใบนี้มาก็เพราะไข่ไก่ใบนี้มีสิ่งอัปมงคลอยู่ จึงเป็นการขโมยไข่มาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านต่างหาก

       

       แต่หลังจากนั้นชาวบ้านก็จับได้ว่าเหี้ยยังคงไปขโมยไข่ไก่อยู่นั่นเอง จึงพากันรุมตีเหี้ยตายแล้วเกลียดชังเหี้ยนับแต่นั้นมา

       

       คือเกลียดชังเหี้ยในฐานะที่เป็นสัตว์ขี้ขโมยอย่างหนึ่ง และเกลียดชังในฐานะที่เหี้ยเป็นสัตว์อัปมงคลอีกอย่างหนึ่ง

       

       เพราะพวกหมอดูนักพิธีกรรมทั้งหลายได้เอาเค้านิทานเรื่องนี้ไปตั้งแต่งเป็นคติว่าเหี้ยเป็นสัตว์ที่บ่งบอกสัญญาณหรือลางอันแสดงโชคเคราะห์ให้ปรากฏแก่มนุษย์ว่า บ้านใดเรือนใดหากเหี้ยเข้าบ้านเข้าเรือนแล้วถือว่าเป็นอุบาทว์ เป็นความอัปมงคล เพราะสรรพทุกข์ สสรพโศก สรรพโรค สรรพภัย และสรรพวิบัติทั้งหลายจะเยื้องกรายมาถึง

       

       ดังนั้นเพื่อกำจัดปัดเป่าอัปมงคล ขจัดอุบาทว์ และป้องกันสรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย และสรรพวิบัติทั้งหลาย ก็จะต้องทำพิธีกรรมถอนอุบาทว์และเสนียดจัญไรกันเป็นการใหญ่

       

       ทำพิธีกรรมกันจนเจ้าพิธีกรรมมีทรัพย์สินเงินทองร่ำรวยขึ้นทุกที ในขณะที่คนซึ่งไปทำพิธีพากันยากจนลงทุกทีเหมือนกัน

       

       เมื่อเป็นเช่นนี้สืบทอดมานานวันเข้า ความเข้าใจผิดและความรู้สึกฝังใจให้คนเกลียดชังเหี้ยก็เพิ่มพูนขึ้น และเบี่ยงเบนไปจากเค้าเรื่องเดิมจนหมดสิ้น

       

       มาถึงวันนี้ก็มีคนเกลียดเหี้ย ชิงชังเหี้ย แต่ไม่พูดถึงฤาษี และลืมไปแล้วว่าต้นเหตุทำให้สัตว์ชนิดนี้เป็นเหี้ยจริงๆ นั้นก็คือฤาษีที่เอาเหี้ยมาเลี้ยงแล้วใช้สอยให้ไปขโมยไข่จระเข้ ไข่นก จนกระทั่งเลยเถิดไปขโมยไข่ไก่ ไข่เป็ดของชาวบ้าน แล้วยังปกป้องคุ้มครองเหี้ยให้ก่อกรรมทำชั่วสืบไปจนตัวตายด้วย

       

       ต้นเค้าของนิทานเรื่องนี้จะว่าฤาษีเลี้ยงเหี้ยก็ได้ แต่เนื้อแท้ของเรื่องจริงๆ นั้นตรองดูกันให้ดีเถิดว่ากรณีอาจเป็นเรื่องหรือน่าจะเป็นเรื่องเหี้ยเลี้ยงฤาษีมากกว่า เพราะเหี้ยเลี้ยงฤาษีก็หวังบารมีและอำนาจที่ชาวบ้านเชื่อว่าฤาษีมีศีล คุ้มครองเหี้ย ในขณะที่ฤาษีก็แสดงตนทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าทรงศีล แต่แท้จริงเบื้องหลังก็คือเป็นแค่หัวหน้าโจรขี้ขโมยเท่านั้น

       

       เมื่อเรื่องเหี้ยมาโด่งดังขึ้นในวันนี้ จึงจำเป็นอยู่ดีที่จะต้องทวนความนิทานแต่หนหลังเรื่องฤาษีเลี้ยงเหี้ย และเมื่อทวนความขึ้นมาแล้วก็รำลึกถึงเรื่องอีกเรื่องหนึ่งคือฤาษีเลี้ยงลิง

       

       แต่ฤาษีเลี้ยงลิงนั้นไม่ได้เป็นนิทานแต่ประการใด หากเป็นผลิตผลทางการเมืองไทยในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง นั่นคือในยุคสมัยที่ ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่คุม ส.ส. ไม่อยู่ ต่างคนต่างพูด ต่างคนต่างทำจนเลอะเทอะเปรอะไปหมด ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์อยู่เสมอ จนเป็นข่าวคราวตามหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน

       

       เพราะเหตุที่หัวหน้าพรรคคุม ส.ส. ไม่อยู่เช่นนั้น ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช จึงถูกสื่อมวลชนขนานนามว่าเป็นฤาษีเลี้ยงลิง

       

       ตรองไปตรองมาและพิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นไปในวันนี้แล้ว ก็ชักห่วงคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายกรัฐมนตรี เพราะรอบตัวของท่านในวันนี้ไม่ได้มีสภาพอย่างยุคนั้น คือไม่ได้มีสภาพเป็นฤาษีเลี้ยงลิงแล้ว

       

       ห่วงอยู่อย่างเดียวว่าอย่าให้กลายและได้รับสมญาว่าเป็นฤาษีเลี้ยงเหี้ยเลย.

 

 

 

 

มาดูกันให้ดีๆ ว่าใครเป็นฤาษี ใครเป็นเหี้ย หรือว่าเป็นเหี้ยกันไปหมด???

 

 

 

 

 

แต่จะยังไงก็ไม่เท่าภาพนี้ เพราะทั้งหมดทั้งฝูงที่เห็นนี่… มันเหี้ยซะยิ่งกว่าเหี้ยอีกแน่ะครับขอบอก…  ตัวเด่นๆก็มีมีเหี้ยตุ๊ด เหี้ยเต้น เหี้ยเหวง แล้วก็เหี้ยผสมคางคก ส่วนพญาเหี้ยแม่งนั่งโฟนอินอยู่ดูไบ ไม่รู้ตำรวจไทยเป็นเหี้ยอะไรไม่ไปจับมัน…

 

 

 

10 Comments to

“ฤาษี-เหี้ย…ใครเลี้ยงใคร?”

  1. January 13th, 2010 at 11:02 pm       วัชรากร Says:

    ค ว ย เสื้อ เหลือ งง


  2. July 14th, 2009 at 2:56 pm       hanzen Says:

    สวัสดีครับคุณ tuezaaa (อ่านว่าอะไรอ่ะ?) เอาเป็นว่าเป็นคุณแม่ต้นหลิวละกันนะครับ
    สำหรับเรื่องนี้นี่ผมลอกมาจากข่าวของ ผจก. เลย ไม่ได้เสริมอะไรมาก ฉะนั้นจึงถือว่าเป็นศัพท์ทางวิชาการน่ะ ^^

    แต่ที่เสนอมาก็ดีนะครับ ใช้ “ทักษิณ” แทน “วรนุช” น่าจะเป็นการดี แต่ที่จริงแล้ว ถ้าด่ากันว่า “ทักษิณ” นี่มันจะแรงกว่า “วรนุช” นะครับเพราะมันรวมความเหี้ยไว้ทุกอย่าง แถมความขี้ขลาด ขี้ฮก ขี้ปด ขี้โกง ขี้หักใน ขี้สารพัดขี้ไว้ในคำๆเดียวเลย

    เด็กสมัยนี้ถ้าใครชื่อทักษิณ รบกวน บอกคุณพ่อคุณแม่ไปเปลี่ยนด่วน … แต่มีเด็กคนนี้น่าสงสารกว่า ก็จะใครซะอีกล่ะ ก็ลูกไอ้นัดวุดนั่นแหละ แม่งตั้งชื่อลูกตัวเองว่า “นปก” (ไอ้ตัวพ่อมันออกเสียงว่า นะ-ปก) ซึ่งผมว่ามันก็เป็นเสนียดจัญไรไม่แพ้ทักษิณเช่นกัน


  3. July 13th, 2009 at 10:43 pm       tuezaaa Says:

    คำเตือน: เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีห้ามอ่าน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    เพราะว่ามีแต่(เอี้ย)
    ..
    ..
    เปลี่ยนจากชื่อ “วรนุช” เป็น “ทักษิณ” ไม่ได้เหรอคะ
    รับรองว่าจะไม่มีใครเดือนร้อนแน่นอนค่ะ(ฟันธง)
    ..
    ..
    เหตุเพราะว่าตั้งแต่ปี 2550 เด็กที่เกิดใหม่ไม่มีพ่อแม่คนไหนตั้งชื่อลูกว่า “ทักษิณ” กันเลย เพราะเกรงว่าจะมีแต่ความอัปมงคล แอนด์ ผู้คนรังเกียจ หรืออาจจะโดนเพื่อนล้อได้ค่ะ


  4. July 13th, 2009 at 10:34 pm       tuezaaa Says:

    สวัสดีค่ะคุณ..แฮนซ์
    ฝากเรื่องนี้ไว้ก่อนเดี๋ยวกลับมาอ่านและเม้นท์ใหม่
    ..
    ..
    แต่ว่าจะมาเป็นกรรมการห้ามมวย..ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ระหว่างพี่สาวคนสวย(พิจิกา & คุณอาแฮนซ์)
    5555…
    มาทะเลาะกันที่บ้านต้นหลิวฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ


    คุณแม่ต้นหลิวตัดสินให้ก็แล้วกันนะคะ..ว่า
    พี่สาวพิจิกา…(น่ารักมั่กๆ + จิตใจงาม + ตัวจริงต้องสวยแน่นอน)
    ส่วน คุณอา(แฮนซ์) ตัวจริงต้องหล่อชัวร์ + นิสัยดีรักเด็ก + จิตใจงามค่ะ


  5. July 13th, 2009 at 8:27 pm       hanzen Says:

    สวัสดีครับพี่ athenaz บ้านนี้มีทั้งรูป เหี้ยหล่อ เหี้ยเหลี่ยม เหี้ยห้อย เหี้ยตุ๊ด เหี้ยเหวง เหี้ยคางคก เหี้ยสารพัดให้ดู น่ารักกว่าดูลุกแพนด้าอีกนะครับ ^^


  6. July 13th, 2009 at 8:14 pm       athenaz Says:

    อ้าว ..! บ้านนี้มีแต่ชายหนุ่ม มารุมดูคัวเหี้ย..

    ดีไม่ดี จะได้เห็นฤาษีเลี้ยงเหี้ยกันนะหนา..
    จะหาว่าไม่เตือน..

    :)


  7. July 13th, 2009 at 10:32 am       hanzen Says:

    ผมน่ะหารูปเหี้ยกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไม่ได้จริงๆ ไม่งั้นคงจะเอามาลงให้ดูกันแล้วล่ะ เห็นช่องเจ็ดเอาออกมาให้ดูยังตอนแรกนึกว่าMVของรัฐบาลนี้ซะอีกแน่ะ


  8. July 13th, 2009 at 10:07 am       prypilas Says:

    เพื่อนสาวชาลีมีเหี้ยเข้าบ้าน
    กลายเป็นว่าหวยออกเลขที่บ้านเลยนะท่าน (แต่ จขบ. ไม่ได้ซื้อ 555+)
    เพราะฉะนั้นเหี้ยเข้าบ้านไม่เป็นอัปมงคล
    ที่อัปมงคลจริงๆ คือเหี้ยในสภาตะหาก (เพราะมันจ้องแดกซ์ผลประโยชน์ชาติ)
    มองทีวีช่อง 11 ช่วงทีการถ่ายทดสดทีไร อดอุทานไม่ได้ซักที
    “ว๊ายๆๆ เหี้ยทั้งนั้นเลย”


  9. July 13th, 2009 at 9:34 am       hanzen Says:

    สวัสดีครับคุณ kenjionline รูปนี่เสียดายไม่มีไอ้ไข่แม้วดำ … สงสัยยังนั่งนับตังค์ไม่เสร็จ นี่ถ้าแม่งอมเงินกันเองล่ะกันมันส์ล่ะครับงานนี้


  10. July 13th, 2009 at 4:41 am       kenjionline Says:

    รูปสุดท้ายมีอูฐอยู่ตัวหนึ่งชอบแบกเตาไว้บนหลัง


You must be logged in to post a comment.