hAnxen: 変身

ขอให้ไอ้ไจล์ ลงนรกไปซะเร็วๆ

ล้างพิษ – ดูแลตนเองด้วยธรรมชาติบำบัด

July14

หลังจากที่เรื่องที่แล้วได้รับความสนใจจากหลายๆท่านเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการล้างพิษ หรือ Detoxification นั่นเอง วันนี้ผมได้ FWmail จากเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกันเลยขอเอามาโพสต์ให้อ่านกันเพื่อเป็นวิทยาธารไว้ ณ ที่นี่ครับ ซึ่งเป็นงานเขียนของ นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล  บอกตรงๆว่าได้มาก็เอามาโพสต์ทันที ยังไม่ได้อ่านเองเลยครับ  ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ขอยกความผิดให้ผู้ FWmail นี้ให้ผมละกันนะครับ (ชิ่งซะงั้น)   เอ่อ…อีกอย่าง….  ผมไม่แน่ใจว่าบทความนี้มีลิขสิทธิ์หรือปล่าว ถ้ามีช่วยบอกด้วยนะครับจะได้ถอนออกจากบล็อก 

 

 

.

ล้างพิษ – ดูแลตนเองด้วยธรรมชาติบำบัด

 

 

นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล

 

ร่างกายของเราเป็นหน่วยย่อยหน่วยหนึ่งของธรรมชาติ การที่ร่างกายเราคงอยู่ได้จะต้องดำรงตามกฎของธรรมชาติ โรคและภัยจะเกิดตามมาเมื่อเราฝืนกฎของธรรมชาติ ดังนั้นถ้าต้องการที่จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ เราก็จำเป็นจะต้องปรับสมดุลของร่างกายให้กลับสู่สภาพตามธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

แต่เนื่องจากปัจจุบัน เราจะต้องดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่ห่างไกลธรรมชาติ และปนเปื้อนไปด้วยสารพิษต่างๆ แม้ว่าเราจะพยายามดูแลรักษาสุขภาพของเราอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม แต่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งร่างกายของเราก็จะได้รับสารพิษเข้าไปสะสมทีละเล็กละน้อยอยู่ดี เปรียบเสมือนบ้านช่องที่เราปล่อยไว้เฉยๆ ในที่สุดก็จะมีคราบฝุ่นมาเกาะอยู่ดี

 

 

 

เพื่อไม่ให้บ้านของเราสกปรก เราก็จำเป็นที่จะต้องทำความสะอาดมันเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นการปัดกวาดเล็กๆ น้อยๆ ทุกสัปดาห์ หรือทำความสะอาดใหญ่ประจำปี ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น เราก็จำเป็นต้องล้างเอาพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายเราออกเป็นพักๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นล้างใหญ่ทุก 6 เดือน หรือล้างพิษเล็กๆ ทุก 2 สัปดาห์

 


กระบวนการล้างพิษ 5 วิธี 

การล้างพิษ ถ้าแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า detoxification หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า ดีทอกซ์ มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวิธีการสวนล้างลำไส้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ในมุมมองของธรรมชาติบำบัดแล้วเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก ทั้งนี้เนื่องจากการล้างพิษมีทั้งหมด 5 วิธี และการสวนล้างลำไส้ก็เป็นเพียงแค่ 1 ใน 5 วิธีดังกล่าวเท่านั้น

 

 

 

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อพูดถึงคำว่าล้างพิษแล้ว ขอให้นึกถึงกระบวนการทั้งหมด 5 วิธี

 

 

 

1. การกินเพื่อล้างพิษ

2. การอดเพื่อล้างพิษ

3. การสวนลำไส้เพื่อล้างพิษ

4. การฝึกปราณเพื่อล้างพิษ

5. การฝึกสมาธิเพื่อล้างพิษ

 

 

 

วิธีการที่ 1-3 เป็นการล้างพิษทางวัตถุหรือทางกายภาพ แต่วิธีการที่ 4-5 เป็นวิธีล้างพิษทางอารมณ์ หรือทางคลื่น

 

 

 

ดังนั้น ถ้าทำเพียงการสวนล้างลำไส้เพียงอย่างเดียว เท่ากับว่าเราล้างพิษได้ไม่หมด กลับเป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่า

 

 

 

 

 

 

1.การล้างพิษด้วยการกิน

 

 

 

คือการกินอยู่อย่างธรรมชาติ หลีกเลี่ยงอาหารปรุงแต่งเช่น แต่งสี แต่งกลิ่น ใส่ผงชูรส ใส่สารกันบูด อาหารดอง ใส่ยาฆ่าแมลง ใส่สารเคมี แต่ให้เลือกกินอาหารที่ทำสดๆ คัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติ กินผักผลไม้มากๆ กินข้าวกล้อง

 

 

 

สรุปก็คือ “ให้กินอยู่อย่างธรรมชาติ” และไม่มีข้อห้ามในการทำล้างพิษวิธีนี้ สามารถทำได้ในคนทุกเพศทุกวัย อีกทั้งง่ายและสะดวก สามารถใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้ทุกวัน แต่เป็นวิธีที่ให้ประสิทธิผลในการล้างพิษน้อยกว่าวิธีอื่น

 

 

 

 

 

 

2.การล้างพิษด้วยการอด

 

 

 

การอด เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการล้างพิษออกจากร่างกาย มีการอดไม่ได้มีแต่วิธีการปิดปากไม่กินอาหารหรือน้ำเลย เพราะนิยามของการอดคือการกินอาหารที่ให้พลังงานไม่เกิน 800 กิโลแคลอรีต่อวัน”

 

 

 

 

 

 

ดังนั้นการอดจึงมีทั้งหมด 4 วิธีคือ

 

 

 

1. การอดแบบไม่กินอะไรเลย

2. การอดด้วยการกินแต่น้ำเปล่า

3. การอดด้วยการกินแต่น้ำผลไม้

4. การอดด้วยการกินแต่ผลไม้

 

 

 

วิธีที่ทำได้ง่ายและปลอดภัยที่สุดได้แก่ การอดด้วยผลไม้

 

 

 

ผลไม้ที่เหมาะสมแก่การอดด้วยผลไม้ได้แก่ผลไม้ที่ไม่หวานจัด ไม่มีแป้งเยอะ เช่น มะละกอ ฝรั่ง ส้มโอ แตงโม และแคนตาลูป เป็นต้น

 

 

 

ส่วนผลไม้ที่ไม่เหมาะที่จะใช้ในการอดได้แก่ผลไม้ที่มีรสหวานจัด มีเนื้อเป็นแป้งมากๆ เช่น ละมุด น้อยหน่า ทุเรียน เป็นต้น

 

 

 

วิธีนี้มีข้อห้ามคือ หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ลูกในครรภ์เกิดมาน้ำหนักน้อย เด็กในวัยเจริญเติบโต เพราะจะตัวเล็กโตไม่ทันเพื่อน ผู้ป่วยที่เพิ่งจะฟื้นจากการป่วยหนัก เพราะร่างกายในช่วงที่ป่วยจะอ่อนแอจนไม่สามารถทนการอดได้ คนชราอายุมากกว่า 70 ปี ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ เพราะอาจหน้ามืดเป็นลมได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะระหว่างอดจะต้องปรับยาเบาหวานให้ดี ผู้ควบคุมการอดต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้ในการปรับยาเบาหวานด้วย ดังนั้นสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ใช่แพทย์จึงไม่แนะนำให้จัดคอร์สการอดในผู้ป่วยเบาหวานเอง เนื่องจากถ้าพลาด ผู้ป่วยอาจตายได้จากการอดนี้

 

 

 

วิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการล้างพิษ 5 วิธีการ มักจะใช้เป็นหลักในการล้างพิษเสมอ (สำหรับรายละเอียดคุณสามารถหาอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือเกี่ยวกับการล้างพิษของสำนักพิมพ์รวมทรรศน์)

 

 

 

 

 

 

3.การล้างพิษด้วยการสวนลำไส้

 

 

 

การสวนล้างลำไส้ใหญ่ เป็นวิธีการหนึ่งที่ได้รับความนิยมในวงกว้าง เพราะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคบางอย่าง ในขณะเดียวกันก็มีความเข้าใจผิดหลายๆ อย่างเช่นกัน ความเข้าใจผิดที่ควรทราบมีดังนี้

 

 

 

1. การสวนล้างลำไส้ไม่ใช่วิธีล้างพิษที่ใช้เดี่ยวๆ ได้ เพราะมันคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่การสวนล้างลำไส้จะต้องทำควบคู่ไปกับการล้างพิษด้วยวิธีการ กินเพื่อล้างพิษ หรือการอดเพื่อล้างพิษเสมอ กล่าวคือนอกจากสวนลำไส้แล้ว ผู้ป่วยจะต้องได้รับการแนะนำให้ปรับเปลี่ยนอาหารให้ถูกต้องด้วยเสมอ

 

 

 

2. การสวนลำไส้ถือเป็นการรักษา ดังนั้นจะต้องทำโดยบุคลากรที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแล้วเท่านั้น เปรียบเหมือนการฉีดยา คุณคงไม่ยอมให้คนที่ไม่เคยฝึกฉีดยามาฉีดยาให้คุณเป็นแน่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อห้ามสำหรับผู้ที่อยากจะสวนล้างลำไส้มีดังนี้

 

 

 

ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เช่น เนื้องอกลำไส้, ลำไส้อักเสบรุนแรง

ผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดตัดต่อลำไส้

ผู้ป่วยที่มีปัญหาการดูดซึมเกลือแร่ และโรคไต

ผู้ป่วยที่มีประวัติเบ่งถ่ายแล้วหน้ามือ

ผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูง หรือความดันโลหิตต่ำ

 


การสวนลำไส้ใหญ่เพื่อล้างพิษ มีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆ นั่นคือ 

 

1. การสวนลำไส้ด้วยน้ำอุ่น เน้นการใช้น้ำเป็นปริมาณค่อนข้างมาก วิธีนี้เป็นวิธีที่เน้นการเอาน้ำเข้าไปชะล้างคราบตะกรันของอุจจาระออกมา เหมือนการเอาน้ำไปล้างถ้วยล้างชาม เพราะเชื่อว่าคราบตะกรันที่ค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่เป็นแหล่ง สะสมของสารพิษ และจะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในกระแสเลือด เป็นสาเหตุให้สุขภาพของเราแย่ลง แต่มีข้อควรจำไว้คือ

 

 

 

การสวนล้างลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำอุ่นไม่ควรบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้ระบบขับถ่าย เสียได้ แนะนำว่าไม่เกิน 1-2 ครั้งต่อปี

การสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำอุ่นจะต้องใช้เครื่องมือที่ผลิตมาโดยเฉพาะ มีการควบคุม ความดันน้ำเป็นอย่างดี

คนที่ทำจะต้องได้รับการฝึกฝนก่อนเป็นอย่างดี

 

 

 

 

2. การสวนลำไส้ด้วยกาแฟ การสวนด้วยกาแฟนี้ไม่เน้นปริมาณน้ำ แต่เน้นที่เทคนิค ที่ทำอย่างไรให้กาแฟถูกดูดซึมผ่านลำไส้ใหญ่เข้ากระแสเลือดดำไปกระตุ้นตับให้ขจัดสารพิษออกมาทางน้ำดีมากขึ้น ดังนั้นปริมาณน้ำที่ใช้ไม่จำเป็นต้องมาก

 

 

 

อุปกรณ์ที่ใช้

 

 

 

หม้อสวนกาแฟ แนะนำให้ใช้เป็นหม้อสวนเสตนเลส ไม่แนะนำให้ใช้ถุงพลาสติก เพราะทำความสะอาดยาก อาจชื้น และมีราขึ้นได้ หม้ออลูมิเนียมก็ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะอาจมีอลูมิเนียมละลายปะปนออกมาได้

หัวสวนพลาสติก แนะนำให้ใช้เฉพาะคน ไม่ควรใช้ปะปนกัน การสวนสวนเข้าไปลึกเพียงไม่เกิน 2 ข้อนิ้วมือ

สายยางเหลือง

กาแฟ แนะนำให้ใช้กาแฟสำเร็จรูปธรรมดา ไม่มีความแตกต่างระหว่างกาแฟบดเอง หรือกาแฟออแกนิค จึงไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินแพงๆ ซื้อกาแฟมาบดเอง เพราะเปลืองกว่าและยุ่งยากกว่า ในขณะเดียวกับที่ได้ผลพอๆ กันกับการแฟสำเร็จรูป

สารช่วยหล่อลื่น เช่น วาสลีน เควายเจลลี เพื่อช่วยให้สวนได้ง่ายขึ้น

ขมิ้นชัน และโสมเม็ด กินก่อนสวน จะช่วยให้ประสิทธิภาพการล้างพิษเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

 

 

 

การต่อชุดสวนกาแฟ

 

 

 

ต่อหัวสวนเข้ากับสายยาง ปลายสายยางอีกข้างให้ต่อเข้ากับหม้อสวน แล้วพับสายหรือถ้ามีก๊อกก็ให้ปิดก๊อกไว้

 

 

 

การผสมกาแฟ

 

 

 

การผสมกาแฟกับน้ำอาจปรับได้ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักตัวของคนทำ โดยอาจผสมกาแฟ 1-2 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่น 500-1000 ซีซี แต่มาตรฐานคนไทยให้ใช้กาแฟ 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 800 ซีซี ดูก่อน

 

 

 

ถ้าขณะสวนกาแฟคนทำรู้สึกแน่นท้องมาก ให้ลดปริมาณน้ำอุ่นที่ผสมลงเหลือทีละ 100 ซีซี ในครั้งต่อไป

ถ้าหลังสวนกาแฟคนทำมีอาการเหมือนดื่มกาแฟ คือมีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ ให้ลดปริมาณกาแฟลงเหลือครึ่งเดียวในครั้งต่อไป

 

 

 

ข้อควรระวังในการผสมกาแฟ

 

 

 

จำไว้ว่าการสวนกาแฟไม่ใช่การกินกาแฟ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสวนด้วยน้ำร้อนแบบที่เรากินกาแฟ เพราะว่าเนื้อเยื่อบุลำไส้ของเรานั้นบางกว่าเนื้อเยื่อบุช่องปาก ดังนั้นอุณหภูมิที่ใช้จึงเอาแค่อุ่นๆ ก็พอ ทดสอบได้ด้วยการเอามือแตะที่หม้อสวน กะให้อุ่นพอให้มือเราทนจับตัวหม้อสวนได้สบายๆ จึงค่อยสวน (แต่ถ้าเป็นถุงพลาสติกจะมีปัญหากะอุณหภูมิได้ยากอีกเพราะพลาสติกจะเป็นฉนวนกันความร้อน จับด้วยมือไม่ร้อน แต่น้ำในถุงอาจจะร้อนมากก็ได้)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การจัดท่านอนสวน

1. ท่านอนตะแคงคุดคู้สวน ใช้เมื่อมีคนช่วยสวนให้

2. ท่านอนหงายชันเข่า 2 ข้าง แบะขาออก ใช้เมื่อจะสวนด้วยตนเอง

 

 

 

การตั้งหม้อสวน

 

 

 

เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันน้ำมากเกินไปจนลำไส้ทะลุ จึงให้ตั้งหม้อสวนบนโต๊ะหรือเก้าอี้สวนให้ก้นหม้อสวนอยู่สูงกว่าระดับรูก้น 3 ฟุต (1 เมตร) ห้ามตั้งหม้อสวนสูงกว่า 1 เมตรโดยเด็ดขาด! ถ้าน้ำในหม้อไม่ไหลให้เช็คดูว่าสายสวน หรือหัวสวนตันหรือไม่แทน

 

 

 

ขั้นตอนการสวนด้วยตัวเอง

 

 

 

1. ต่อเซ็ตสวน เสร็จแล้วล็อกสายยางไว้ ด้วยวิธีการพับสาย หรือปิดก๊อกก็ได้

2. ผสมกาแฟทิ้งไว้ให้อุ่นพอที่มือทนได้สบายๆ

3. กินขมิ้นชันเม็ดและโสมเม็ด ก่อนสวน

4. นอนหงายลงบนพื้นราบ วางหม้อสวนสูงจากพื้น 1 เมตร

5. ทาสารหล่อลื่นที่หัวสวน

6. สำหรับคนที่ไม่เคยทำ ให้ใช้นิ้วแยงดูทิศทางของรูก้นว่าไปทางไหน ปกติจะทำมุมเฉียงไปทาง

    ด้านหลัง

7. แยงหัวสวนไปตามแนวที่แยงได้

8. ปล่อยน้ำกาแฟให้หลายเข้าไปในรูก้นจนหมด

9. เอาหัวสวนออก แล้วกลั้นไว้ประมาณ 10-15 นาที ให้กาแฟมีเวลาดูดซึมก่อน แล้วค่อยไปถ่ายทิ้ง

 

 

 

 

 

 

4.การล้างพิษด้วยการฝึกปราณ

 

 

 

ในช่วงที่เรากำลังอดล้างพิษ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะล้างพิษทางอารมณ์ไปด้วย เพราะว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่เราจะเพลียๆ ทำอะไรหนักๆ ไม่ได้ แทนที่จะนอนอยู่เฉยๆ ก็ให้ใช้เวลานี้ทำการฝึกลมปราณไปด้วย เพราะนอกจากจะได้ล้างพิษทางอารมณ์ได้ด้วย ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือ เราจะมีความสดชื่นแจ่มใสขึ้นกว่าคนที่อดล้างพิษเพียงอย่างเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วิธีการในการฝึกลมปราณได้แก่

 

 

 

การฝึกชี่กง

การฝึกโยคะ

การรำมวยจีน

 

 

 

 

 

 

5. การล้างพิษด้วยการฝึกสมาธิ

 

 

 

อาจกล่าวได้ว่าเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการล้างพิษทางอารมณ์ แนะนำให้ทำร่วมกับการ ล้างพิษทางกายภาพ การฝึกสมาธิทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสำนักที่ท่านฝึก เป็นวิธีการที่ปลอดภัย รายละเอียดจึงไม่ขอกล่าวไว้ในที่นี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณหมอยังได้เขียนหนังสือที่น่าสนใจเกี่ยวกับสุขภาพไว้อีกหลายเล่ม ยังไงลองไปหาอ่านดูได้นะครับ (อันนี้ไม่ได้มาโฆษณาขายหนังสือให้คุณหมอเขานะครับ แต่เห็นว่าเอาบทความท่านมาลงไว้ ไว้คราวหน้ายังไงก็จะไปอุดหนุนซะหน่อย ซื้อหาหนังสือมีประโยชน์แบบนี้อ่าน ยังดีกว่าซื้อ Gossip star  หรือ ดาราเดลี่ แหละครับ)

 

 

 

 

 

– คู่มือล้างพิษแบบ 1 วัน รักษาตนเองด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด (ราคา 30 บาท)

 

 

 

 

 

– ธรรมชาติบำบัดในมือแพทย์ คาถารักษาโรค มนตราชนะมาร + CD (ราคา 200 บาท)

 

 

 

 

 

– คู่มือละเลิกการดื่มนม (ราคา 64 บาท)

 

 

 

 

 

– สวยด้วยธรรมชาติบำบัด (ราคา 183 บาท)

 

 

 

 

 

– กินข้าวกล้อง ไม่ต้องกินยา กินถั่ว งา ปลา ไม่ต้องพึ่งพานม(วัว) (ราคา 135 บาท)

 

 

 

 

 

– ธรรมชาติบำบัดในมือแพทย์2 สุขภาพวัยทำงาน (ราคา 240 บาท)

 

 

 

 

 

– คู่มือล้างพิษลำไส้ รักษาตนเองด้วยธรรมชาติ (ราคา 52 บาท)

 

 

 

 

 

– ปากพาป่วย หายด้วยพฤติกรรมใหม่ (ราคา 185 บาท)

 

 

 

 

 

– ตำนานหมอผีหรือมิติวิทยาศาสตร์ เคล็ดวิชาคลื่นพลังบำบัดโรค (ราคา 185 บาท)

 

 

 

 

 

– คู่มือกินเจและมังสวิรัติให้ถูกวิธี (ราคา 53 บาท)

 

 

 

 

 

– ธรรมชาติบำบัดในมือแพทย์ (ราคา 200 บาท)

 

 

 

 

 

– วารีบำบัด ความรู้สปาสร้างสุขภาพ (ราคา 185 บาท)

 

 

 

 

 

– หมอในบ้าน3 (ราคา 145 บาท)

 

 

 

 

22 Comments to

“ล้างพิษ – ดูแลตนเองด้วยธรรมชาติบำบัด”

  1. July 28th, 2009 at 1:44 am       hanzen Says:

    มารับรอยยิ้มครับคุณ siwaya2517 ^^


  2. July 28th, 2009 at 1:44 am       hanzen Says:

    สวัสดีครับคุณ wannaprasart ไอ้สูตรนี้ขอผ่านได้มั๊ย เสียดายกับแกล้มน่ะ…


  3. July 28th, 2009 at 1:43 am       hanzen Says:

    หวัดดีครับ สูตรแอ๊ปเปิ้ลนี่น่าลองเหมือนกันครับคุณเจ๊


  4. July 28th, 2009 at 1:42 am       hanzen Says:

    ในที่สุดก็ยังไม่ได้ลองวิธีคุณ chairojt ซะที ยังชั่งใจอยู่เร้ย


  5. July 19th, 2009 at 10:07 am       siwaya2517 Says:

    มาส่งยิ้มค่ะ


  6. July 19th, 2009 at 8:55 am       wannaprasart Says:

    เคยได้รับคำแนะนำจากวิทยากรท่านหนึ่งจากAMEX
    …ล้วงลำคอแล้ว…อ้..ว..ก..!..?
    เคยใช้เฉพาะตอนเมา…


  7. July 18th, 2009 at 1:30 am       pijika Says:

    พี่เคยกินแอ๊ปเปิ้ลอย่างเดียว 7 วัน
    เพื่อล้างพิษค่ะ


  8. July 15th, 2009 at 10:56 pm       chairojt Says:

    ปู๊ดดดดด….ลมปราณแตกซ่านเลยพี่

    ปล. ข้อห้ามของคนที่จะใช้วิธีสวนตามตำราที่ผมอ่านอีกข้อคือ คนที่ผ่าตัดใส้ติ่งครับ ตรงระวังเวลาใช้วิธีสวนครับ


  9. July 15th, 2009 at 9:32 pm       hanzen Says:

    สุดท้าย ของแถม…. แบบนี้เราก็ร้องเรียนศาลปกครองเลยครับ บอกว่าเป็นครูพละแต่ไม่มีความสามารถ ขนาดเด็กนักเรียนโชว์นาฬิกาดันเอาปากมากระแทกหมัดเอง จั่งซี้มันต้องถว๋อนนนนน….^^^

    เป็นคุณครูคงไม่ถือสาเด็กหรอกมั้ง.. ถ้ารังแกเด็กแบบนี้เราถ่ายคลิปไว้แฉก็ดีนะ (เฮ้อ…. สอนแต่ละเรื่องคุณแม่ตูมาอ่านคงกลุ้มใจน่าดู)


  10. July 15th, 2009 at 9:27 pm       hanzen Says:

    สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุดจริงๆ สำหรับการล้างบางคนชั่ว คุณแม่ตูคงต้องหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์(เขียนถูกมั๊ยหว่า?) แล้วละครับ ก็ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ กลายเป็นผู้พิทักทรราช ไปซะแล้วนี่ ทหารก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่แต่เอาเป๋าตังค์มาไว้ข้างตัวซะแล้ว…. (เขียนไปเขียนมายิ่งหมดหวังกับบ้านเมืองยุคนี้…)


  11. July 15th, 2009 at 9:22 pm       hanzen Says:

    สำหรับคำถามต่อไป

    ตามาร์คกี้นี่สงสัยจะกู่ไม่กลับแล้วอ่ะ (หลังจากไปโดนมนต์เขมรที่บุรีรัมย์มา) ท่าทางจะเชียรลุงมาร์คอยู่ล่ะสิเนี่ย….

    เด็กอย่างเราช่วยได้คือทำตัวให้เป็นเด็กดี ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เบียดเบียนใคร ไม่โกง แล้วก็รู้อะไรดีอะไรชั่ว แล้วเป็นคนดีของสังคมครับ ถ้าจะให้ดี น้องต้นหลิวตั้งใจเรียนแล้วโตขึ้นไปเป็นใหญ่เป็นโตช่วยพัฒนาบ้านเมืองนะครับ

    หรือไม่ก็เขียนจม.ไปบอกลุงมาร์คว่าตอนนี้ภาพพจน์แย่มากช่วยปรับปรุงตัวและหัวใจด้วยก็จะดีไม่น้อย อย่าให้ความชั่วเข้าครอบงำ แล้วก็หัดกล้าหาญกว่านี้หน่อย อายพันธมิตรป้าแก่ๆที่เขาไปไล่รัฐบาลทักษิณ สมัคร สมชาย บ้าง… (ตอบยาวไปมั๊ยเนี่ย)


  12. July 15th, 2009 at 9:09 pm       hanzen Says:

    โห หนูต้นหลิวมาเม้นท์เป็นชุดขนาดนี้ขอแยกตอบละกันนะ….

    สำหรับการล้างพิษนี่ไปบอกคุณพ่อกะคุณแม่ได้เลยว่าอายุขนาดเราๆนี่(อนุมานว่ารุ่นเดียวกันชัวร์ๆ) น่าจะทำซะหน่อยนะ เพราะปัจจุบันนี้พิษภัยจากอาหารต่างๆมันมีเยอะ ทำแล้วรับรองว่าดีแน่(แต่คนบอกยังไม่ได้ทำเองเลย ^^)

    แล้วไม่ต้องเรียกพี่ก็ได้ กระดากเกิ้น… นับอายุแล้วน่าจะเรียกลุงด้วยซ้ำ แต่ถ้าอยากเรียกพี่ก็ได้นะ เพราะน้องพูกัน(หลานเจ๊พิจิกา)ก็เรียกพี่เหมือนกัน ^^


  13. July 15th, 2009 at 8:59 pm       hanzen Says:

    สวัสดีครับคุณ chanpanakrit2 ถ้าจะให้ดีต้องให้ปรมาจารย์เตียซำฮงช่วยสอนเลยจะดีมาก เผลอๆจะกลายเป็นเตียบ่อกี้โดยไม่รู้ตัว ^^


  14. July 15th, 2009 at 8:57 pm       hanzen Says:

    สวัสดีครับคุณน้อง sazzie ก็เอามาให้พี่น้องลองทำดูน่ะ ส่วนตัวเองยังไม่ได้ลองซักอย่างเลย ^^ คุณน้องลองซักทีหรือยังล่ะ?


  15. July 15th, 2009 at 8:56 pm       hanzen Says:

    สวัสดีครับคุณ kenjionline เลือกซักวิธีลองทำดูก็ได้นะครับ อดเพื่อล้างพิษนี่มีคนเคยบอกเหมือน ผมทำได้แค่สองมื้อ พอมื้อเย็นทนไม่ไหวกินเยอะกว่าเดิมอีก … เฮ้อ กลุ้ม

    ส่วนการล้างพิษทางจิตวิญญานนั่นก็เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกันนะครับ ^^


  16. July 15th, 2009 at 6:05 pm       tuezaaa Says:

    หุหุหุ…(มีแถม) ^^
    ..
    ..
    พี่แฮนซ์(สุดหล่อ)
    แล้วถ้าต้นหลิวลองโชว์นาฬิกา(สีเหลือง)แบบตรงๆ
    ให้โดนกึ่งปากกึ่งจมูกตามที่พี่แฮนซ์แนะนำมา
    เพื่อพิสูจน์ความเป็น(เลือดสีแดงจริงๆ หรือเปล่า)
    ..
    ..
    แล้วตอนจบเทอม
    ผลปรากฏว่าได้(เกรด 0) จะทำไงดีคะ…^^


  17. July 15th, 2009 at 5:55 pm       tuezaaa Says:

    สุดท้าย… & … ท้ายสุด
    ..
    ..
    ..
    นอกจากวิธีล้างพิษแล้ว
    ยังพอจะมีวิธีล้างบางคนชั่วด้วยหรือเปล่าคะ

    ปล.อันนี้คุณแม่ตูเขียนเองนะคะ ต้นหลิวไม่เกี่ยว ฮ่าๆๆๆ


  18. July 15th, 2009 at 5:54 pm       tuezaaa Says:

    เกือบลืม..อิอิ

    ..
    ..
    T T …

    ไม่อยากให้คุณลุงมาร์ค เป็น(มาร์คกี้)เลยค่ะ
    เศร้าจัง….
    ปล.เด็กๆ อย่างเราจะช่วยอะไรคุณลุงมาร์คได้มั่งมั๊ยเนี่ย ^^


  19. July 15th, 2009 at 5:44 pm       tuezaaa Says:

    สวัสดีค่ะพี่แฮนซ์(สุดหล่อ)^^

    คุณแม่ต้นหลิว…
    อ่านแล้วรู้สึกอันที่ 3 จะ(สยอง)ที่สุด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ..
    ..
    ตกลงเดี๋ยวคุณแม่ให้ต้นหลิวเรียก “พี่แฮนซ์(สุดหล่อ)”
    ด้วยเลยค่ะ..จะได้ไม่มีการน้อยใจกันเกิดขึ้น..นะคะ
    ..
    ..


  20. July 14th, 2009 at 9:17 pm       chanpanakrit2 Says:

    ใช้สมาธิเพื่อล้างพิษยังพอว่า

    แต่ใช้พลังลมปราณนี้

    สงสัยต้องหาปรมาจารย์ท่านสั่งสอนซะแล้ว


  21. July 14th, 2009 at 7:02 pm       sazzie Says:

    แหม ช่วงนี้ดูแลสุขภาพน่าดูเลยนะคะพี่ใหญ่

    ;p


  22. July 14th, 2009 at 5:26 pm       kenjionline Says:

    เพิ่งรู้นะนี่ว่ามีหลายวิธี
    โดยเฉพาะอดเพื่อล้างพิษ แปลกดีครับ

    ยิ่งแปลกกว่านั้นยังมีล้างพิษทางจิตวิญญาณอีก อิอิ


You must be logged in to post a comment.