บางเสี้ยวชีวิตนักเรียนประจำ

 

 

 


 

 

 

 

เมื่อธ.ค.ปี๒๕๕๒ ลูกสาวขอเรียนประจำ

ไปซื้อใบสมัครแบบฉิวเฉียด

และไปยื่นใบสมัครในวันสุดท้ายพอดี

ซึ่งในวันประกาศผลสอบ พวกเราดีใจที่ลูกสอบได้





ปีการศึกษาเทอม ๑/๒๕๕๓

ลูกจากบ้านไปใช้ชีวิตนักเรียนประจำ

พ่อแม่เฝ้าดูชีวิตนักเรียนประจำของลูกสาว

๑ปีผ่านไปแบบใจจะขาด๕๕๕ ทั้งพ่อแม่ลูก

 

.

เดินเก็บภาพร.ร.ตอนกลางวัน เด็กๆเรียนหนังสือกัน

ภาพออกมาดูเงียบๆเหงาๆ ร.ร.เงียบแต่คนถ่ายเหงา”

 

 

 
 
 

  
 
 
ฉันไม่เคยสัมผัสกับชีวิตเด็กนักเรียนประจำ แต่น้องสาวทั้ง๔คน
เรียนร.ร.ประจำทุกคน ชีวิตนักเรียนประจำ ฝึกฝนตามกฏกติกา
ความมีระเบียบวินัยให้เด็ก ฉันพอใจที่ลูกขอไปใช้ชีวิตเด็กนักเรียน
ประจำด้วยตนเอง พ่อแม่มีหน้าที่สนับสนุน เฝ้าดูแล และแล้ว ๑ ปี
ผ่านไป เห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แม้จะไม่มาก แต่ก็
พอใจ เช่น..


-ปกติลูกชอบกินผลไม้ แต่ไม่กินขนมหวาน เดี๋ยวนี้ลูกเริ่มกินบ้าง
ด้วยตารางอาหารของร.ร.นอกจากอาหารคาวแล้ว ยังมีตบท้าย
ด้วยขนมหวาน พี่ๆจะควบคุมดูแลน้องๆ คอยตักให้ตลอด อยาก

ให้น้องกินอิ่มๆ ด้วยเกรงใจรุ่นพี่ๆที่นั่งกินข้าวด้วยกัน จึงกัดฟันฝืน

ใจกินจนหมด(ร.ร.จัดโต๊ะอาหารแบบ ๑โต๊ะประกอบด้วยนักเรียน

ทุกชั้น ม.๑-๖) จากที่ไม่กินถั่วดำ ถั่วแดง เผือก ฯลฯแม้จะไม่ชอบ

แต่ในวันนี้ก็กินได้ โดยไม่พะอืดพะอม

 

-เรื่องผัก ไม่กังวล เพราะลูกชอบกินผัก แต่มีอยู่ชนิดนึงที่ลูกไม่เคยคิด
จะลองกิน”หน่อไม้” วันหนึ่งไปกินข้าวนอกบ้าน เธอสั่งผัดเผ็ดหน่อไม้

แม่ถาม”กินเป็นเหรอ ทำไมเมื่อก่อนไม่กินล่ะ” “พี่โต๊ะตักให้ จำใจกิน

เอ้อ อร่อยดีแฮะ” และอีกหลายอย่างๆที่ลูกเคยลองกินที่บ้าน พอไม่

ชอบรสหรือกลิ่นก็เลิกกิน แต่อยุ่ที่ร.ร.จำเป็นต้องกิน เพราะเกรงใจรุ่นพี่

ที่ตักใส่จานให้ ในเวลาต่อมาเธอก็คุ้นเคยและกินได้แบบไม่กระอักกระอ่วน

ใจ

 

-จากเด็กขี้อายก็เริ่มกล้าขึ้น





 
-ผลไม้บางชนิด ก็มีที่เราไม่ชอบ เช่น ลูกไม่ชอบกินกล้วย พอไปอยู่

ร.ร.ประจำ อาหารว่างช่วง ๑๐โมงเป็นกล้วยน้ำว้ากับนม ตอนนี้เธอ

ชอบกินกล้วยแล้วค่ะ

 



(เฉพาะภาพนี้นำมาจากmv ของร.ร. ขอบคุณค่ะ)

-นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่เด็กประจำ

ต้องปรับตัว ซึ่งโชคดีทีลูกเข้ากับคนง่าย ความอารมณ์ดี ร่าเริง

จึงไม่น่าห่วง ปรับตัวไม่ยากลำบาก อยู่กับเพื่อนๆที่ร.ร.สนุกมากๆ

แต่พอเสาร์-อาทิตย์เป็นเรื่องเลย มีปัญหาช่วงแรกๆแทบแย่เลย

โทรมาร้องไห้มากๆ ด้วยความที่ไม่เคยห่างพ่อแม่ แต่อยากไปเรียน

รู้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ร้องไห้ ๓ ครั้งก็เลิก(เธอร้องไห้จาก๔โมงเย็น

ยันเที่ยงคืน) ตายายลุงน้าทุกคนห้อมล้อมประเหลาะแบบอ่อนใจ

เดี๋ยวนี้ลูกสนุกมากๆ ช่วงเดือนแรก ตอนที่ลูกร้องไห้ “ขอกลับบ้าน

ไม่เรียนแล้ว จะเรียนที่บ้าน” ถ้าพ่อแม่ใจอ่อน พากลับบ้าน คงน่าเสียใจ



-จากที่ไม่เคยทำอะไรเองเลย ต้องช่วยเหลือตัวเองในวันหยุดที่บ้าน

ช่วงเสาร์-อาทิตย์ เช่น

ซักผ้า รีดผ้า ล้างชาม

ซักถุงเท้า จัดเสื้อผ้า

เข้ากระเป๋าเอง เพื่อเตรียมเข้าร.ร.ในวันจันทร์

 

 


-เกรดเฉลี่ย เดิมเรียนอยู่ตจว.เคยได้ เกรด ๔ พอเข้ามาเรียนร.ร.ใหม่

เกรดตกไปนิด ลูกรู้สึกเกรงใจพ่อแม่”เกรดตกไปนิดนึงนะ เหลือ ๓.๘๑

จะเสียใจไหม”
ฉันกอดลูก “ไม่เป็นไร แค่ไหนก็แค่นั้น เรียนให้สนุกละกัน

ปนะสบการณ์คือ
กำไรชีวิต”

ฯลฯ

 
ข้อเสียก็มี เช่น ใช้ตังค์เก่งขึ้น เพราะเพื่อนเยอะ ขอดูคอนเสิรต์ อยากได้

โน่น/นี่

พ่อแม่ต้องคอยแนะนำ




 
ทุกชีวิตต้องดำเนินต่อไป แต่อาจจะคนละรูปแบบ ท้ายสุดแล้ว ไม่ว่า
จะอยู่ร.ร.ใดก็ตาม ขอให้เด็กๆใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสนุกสนานสมวัย
บนความถูกต้อง ที่ไม่เดือดร้อนตนเองและผู้อื่น มีระเบียบวินัยต่อตนเอง
ต่อสังคม รักคุณครู รักเพื่อนๆ และรักสถาบัน เชื่อว่า คนเป็นพ่อแม่และ
ครูบาอาจารย์ก็เปี่ยมสุข


ทุกร.ร.และคุณครูทุกท่าน ต่างก็รักและอยากเห็นลูกศิษย์เป็นทั้งคนเก่ง
และคนดีของสังคมต่อไป
 
 

 


 

เวลาคิดถึงลูก แม้จะเหงาเล็กๆ แต่สุขใจ


“ตอนนี้ตี๕.๓๐ ตื่นนอน เอ๊ลูกจะอิดออดไม่ลุกจากที่นอนเปล่านะ

อ่ะน่ะเขาต้องปรับตัว ขืนไม่ลุก มีหวังตามเพื่อนไม่ทัน, ตอนนี้ช่วง

๑๐โมงเช้าพักกินกล้วยกับนม, โอ๊ะตอนนี้กำลังพักกินข้าวเที่ยง,

ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือทำการบ้าน, ตอนนี้กำลังกินผลไม้ใกล้เข้านอนละ,

ตอนนี้ ๒ ทุ่ม ๕๐นาที เข้านอนละ”

 

 
 

 
 
 
 


24 Responses to “บางเสี้ยวชีวิตนักเรียนประจำ”

  1.   วรินดา กล้ากสิการณ์ Says:
  2.   ไอซ์ค้ะ Says:

    ที่นี้ที่ไหนค้ะ พ่อหนูจะส่งไปเรียนค้ะ

  3.   NooM Says:

    ฉะเชิงเทรา และชลบุรี จะให้ลูกชายไปเรียนที่ไหนดีครับ ขอคำแนะนำหน่อยครับ อยากได่ข้อมูลในการตัดสินใจครับ

  4.   henggy Says:

    พี่นิดคะ..เพลงนี้่ทำให้บ่อน่ำตาแตกค่ะ เมื่อเช้าเพิ่งไปส่งลูกเข้าร.ร. กลับถึงบ้านใจหายเลย บ้านเงียบเหงาจับใจค่ะพี่นิด

    สิ่งดีๆได้รับมากมายเลยค่ะ ขอบคุณน้ำใจของคุณแม่ศิษย์พี่ด้วยนะคะ

    ขอบคุณทางร.ร.ที่เลือกกล้วยเป็นอาหารว่างให้เด็กๆ ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณค่ะ

  5.   athenaz Says:

    อาหารว่าง.. เลี้ยงลูกขนโตค่ะ

  6.   athenaz Says:

    คุณรัตน์ฟังเพลงนี้แล้วเป็นไงบ้างคะ

    พี่คิดถึงตอนลูเล็กๆ เขามีงานวันแม่ ให้ลูกคุกเข่ามาคารวะ
    ลูกๆก็เล่นเปียโนเพลงนี้ และมีมายืนร้องเพลงกันบ้าง และทุกๆคนก็ต้องลงมาคารวะตักแม่สลับกันขึ้นมาร้องเพลง

    พี่ต้องแบ่งทิชชูที่เหลือน้อยให้คุณแม่เพื่อนลูก เราก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากกอดลูกและก็เช็ดน้ำตา (แงๆ)

    เร็วๆนี้ วันแม่ปีสุดท้ายก่อนเรียนจบลูกก็มาคุกเข่า ก็ใช้เพลงเดิม แต่ลูกตัวโตสูงเกิน สูง 160 เก้งก้าง .. ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงลูกค่ะ ลูกได้วินัยมากมาย มีความกตัญญู รู้รักษาตัวรอด และพอเพียงนะคะ

    ขอบคุณบล็อกเรียกน้ำตา ฮา ฮา

  7.   henggy Says:

    คุณchaiคะ..

    เห็นด้วย คิดเช่นนี้เช่นกันค่ะ ขอบคุณมากๆ ที่กรุณาแนะนำมีประโยชน์มากๆต่อไปในภายภาคหน้าของลูกค่ะ..

  8.   chai Says:

    เหมือนกันเลยครับ เมื่อก่อนลูกอยู่โรงเรียนประจำ ก็เป็น
    เช่นนี้ และเขาร้องไห้อยู่หลายเดือน เราก็ต้องทำใจ ทุก
    วันนี้ไปเรียนอยู่ต่างประเทศเราไม่ต้องห่วงเลย เพราะเขา
    สามารถจัดระเบียบชีวิตของเขาได้ คนเป็นพ่อ แม่ก็หมด
    กังวล สนับสนุนให้เด็กเรียนประจำครับโดยเฉพาะช่วง
    วัยรุ่น เพราะเด็กจะอยู่ในสายตาของครูและพ่อ แม่ตลอด
    หมดห่วงเรื่องเพศสัมพันธ์ก่อนวัยและยาเสพติด

  9.   henggy Says:

    คุณW W A 119คะ..ขอบคุณศิษย์พี่ของลูกที่แวะมาวางเมนต์ดีๆ อบอุ่นใจ ชีวิตในวัยเยาว์ กับร.ร.ดีๆสิ่งแวดล้อมดีๆคุณครุดีๆ เพื่อนๆ หล่อหลอมเป็นคนดีในวันนี้จริงๆ

    ป.ล.วันนี้ใจหายอีกรอบ(ยังไม่ชิน) พรุ่งนี้ต้องไปส่งลูกบ้านยายแล้ว เตรียมเข้าร.ร. เปิดเทอม๑๘ นี้ ลูกเหมือนว่ากำลังจะจากแม่ เรานั่งอยู่ เดี๋ยวๆก็หมุดเข้ามากอด มาหอม ตลอดทั้งวัน ฮึด อึด สู้ ค่ะ

  10.   W W A 119 Says:

    โรงเรียนประจำ ให้สิ่งดีๆ
    เพื่อนดี สังคมดี และนิสัยดี
    ขอบคุณโรงเรียนประจำ
    ที่ทำให้มีชีวิตดีๆ เช่นทุกวันนี้

  11.   henggy Says:

    ขออนุญาติยกเมนต์ของพี่เลดี้ ที่กรุณาวางไว้อีกบล๊อกมาวางที่นี่อีกแห่ง

    “พี่เลดี้ ก็เคยเป็นนร ประจำ
    ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เหลือเชื่อ
    รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
    ยืดหยุ่นให้อยู่รอดอย่างเป็นมิตร
    รู้จักอดกลั้นอดทน
    รู้จักเห็นอกเห็นใจคนไกลบ้าน

    และรู้คุณค่าของพ่อแม่ ครอบครัว และเวลา
    รู้ซึ้งถึงความเสียสละของทุกคน

    ตอนนั้นค่าใช้จ่ายส่วนตัวไม่ฟุ่มเฟือย
    เพราะพ่อแม่ต้องเสียค่าเตียง ค่าเทอม ค่ากินอยู่ แพงค่ะ”
    ….

  12.   henggy Says:

    คุณMLWคะ..ขอบคุณเมนต์ที่ดีมากค่ะ
    ได้ตั้งกุศโลบายกับลูกว่า”พ่อแม่จ่ายให้่กับเรื่องกิน เสื้อผ้า ของใช้ และเรื่องเรียน ส่วนของฟุ่มเฟือยมีที่มาค่ะ พ่อแม่ซื้อเป็นของขวัญที่ขยันเรียนทั้งเทอม แต่ซื้อให้ครั้งเดียว ถ้าเสียหรือพัง จัดการเอง เช่่นกล้องโพลารอยด์ มือถือ ไอพอด คอมพ์ กล้องฯลฯ ไม่มีชิ้นไหนที่ได้มาแบบ ขอปุ๊บได้ปั๊บ ต้องรอ ให้รุ้จักการรอคอย อธิบายให้ลุกฟัง”ทำไปเพราะรักลูกๆก็เข้าใจ บางครั้งตื้ออยู่นานก็มีค่ะ” ส่วนของขวัญที่จะซื้อให้เพื่อน/พี่/น้อง ในโอกาสพิเศษ ลูกต้องใช้เงินออมสินเอง(โหดไหมคะ แต่ฝึกลูกหยอดออมสินทำกับลูกแบบนี้ตั้งแต่ลูกอยุ่อนุบาลแล้วค่ะ) ลูกใช้จ่ายไม่เกิน๑พันต่อเดือน เจอแม่จะเอาเงินให้แม่ เก็บตังค์ทุกเดือนๆละ๑,๐๐๐- ๑,๕๐๐ นำไปเปิดบัญชี เวลาลูกเปิดสมุดดู ยิ้มใหญ่ ได้ถามลูกแต่แรก”คิดว่าจะใช้ต่อเดือนเท่าไร” ถ้าลูกขอเยอะก็คงเทศนาสักรอบ ลูกขอแค่๒พัน(ใช้แค่ส-อา) ถ้ามีอะไรเกินกว่านี้จะขอคุณยาย ส่วนคอนเสิรต์ถ้าอยากดู อนุญาติให้ ปีละครั้ง(ใช้ตังค์ตัวเองด้วย เขาจะได้ไม่กล้าขอบ่อย เพราะบัตรใบนึงหลายพัน ลูกจะรู้เองต้องจ่ายตังคืกับคอนเสิรตืที่อยากดูจริงๆเท่านั้น) เคยมาตื้อขอโน่นขอนี่อยากได้แบบเพื่่อน แต่ไม่ให้ค่ะ อธิบายว่า ไม่คุ้มค่าเงิน ลูกก็รับฟังแล้วก็โอเคค่ะๆๆ

    ดีใจและยินดีที่ศิษย์พี่แวะมาแนะนำค่ะ

  13.   MLW Says:

    เข้าใจนะคะเรื่องใช้ตังส์เก่งขึ้น เพราะเคยเรียนที่นี่ค่ะ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่คอยปลูกฝัง อธิบายให้เค้าเข้าใจ ปัญหาจริงๆคือเด็กโรงเรียนนี้ใช้เงินไม่เป็น เพราะในโรงเรียนเหมือนอีกโลกนึงเลย

  14.   Anonymous Says:
  15.   บอย Says:

    ตอนเด็กอายุเท่าน้องก็ย้ายมาอยู่โรงเรียนประจำเหมือนกัน แต่ปรับตัวไม่ได้ ทั้งที่ก็อยู่ประจำมาตั่งแต่อนุบาล 1 ถึงประถมหก แต่ก่อนนุ้นแม่อยากให้เก่งอังกฤษ ก็เลยส่งไปอยู่โรงเรียน คริสต์ แถวบ้านโป่ง ราชบุรี แต่ก็อยู่กับพี่ๆๆ เพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันทั้งบ้าน พอจบ ป.6 ก็เข้ามาเรียนกรุงเทพ ก็สอบอยู่สองโรงเรียน รร.ประจำ กับโรงเรียน สวนกุหลาบ เผอิญโรงเรียนประจำสอบติดก่อน(โรงเรียนชายล้วน) แต่ก็ไปส่อบที่สวนกุหลาบด้วย แต่ด้วยความที่ทำให้ผ่านๆ ไป เลยติดแค่ตัวสำรอง
    ด้วยความที่โรงเรียนประจำที่ไปสอบ สวยมาก เลยบอกแม่เลือกที่นี้ แต่แม่ก็ทักท้วงว่าค่าเรียน แพงเกินไป แต่สุดท้ายแม่ก็ตามใจให้เรียนที่นี้ แรกๆไป ก็ร้องไห้ให้แม่ย้ายโรงเรียนเหมือนกันครับ อ้อนพ่อให้หาโรงเรียนใหม่ พ่อก็หาให้ด้วยครับ แต่ด้วยความโชคดีหรือโชคร้าย โรงเรียนที่จะเข้ารับเด็กเต็มหมดแล้ว เลยต้องเรียนต่อไป
    หลังๆปรับตัวได้ อยากอยู่โรงเรียน มากกว่ากลับบ้านติดเพื่อนมากๆครับ อยู่ด้วยกันเกือบตลอด อยู่ประจำก็มีทั้งข้อดี ข้อเสียครับ ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วยครับ แต่ที่ได้แน่ๆคือ เพื่อนๆนี่รักกันมากๆๆเลยครับ

  16.   kenjionline Says:

    เดี๋ยวต่อไปคุณแม่อาจจะเหงาขึ้นอีก
    เพราะช่วงย่างเข้า ม.ปลาย โดยธรรมชาติเด็กจะติดเพื่อนเยอะขึ้นครับ

    คุณแม่อย่าน้อยใจนะครับ อิอิ

  17.   kazem Says:

    ผมว่าอยู่โรงเรียนประจำข้อดีมีมากกว่านะ อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ได้ความอบอุ่น ได้ความผูกพันธ์ แต่มักจะตามใจลูก..

  18.   กำจร Says:

    ลูกผมก็เรียนโรงเรียนประจำตั้งแต่ยังไม่สิบขวบเลยครับ เมื่อก่อนเขาได้กลับบ้านเดือนละ 2 ครั้ง เดี๋ยวนี้ได้กลับบ้านปีละหนเดียว แต่ไม่เป็นไร เพื่ออนาคตของตัวเขาเอง พ่อแม่ให้กำเนิด แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของชีวิตเขา ชีวิตเขาเขาต้องเลือกเองครับ

  19.   ยุพิน Says:

    คิดถึงลูกทั้งสองมาก เบียร์ และกวงเจา แต่ไม่แสดงออก
    แมจูดี้

  20.   Anonymous Says:
  21.   Anonymous Says:
  22.   นายแมว Says:

    ผมก็เคยเรียนโรงเรียนประจำตั้งแต่ 9 ขวบ อยู่มาจนจบมัธยมปลาย ขอบอกว่าลูกก็คิดถึงพ่อแม่มากเหมือนกันนะ (ผมได้กลับบ้านเดือนละครั้งเดียวเอง)

  23.   Rungtawan Says:

    Tears in my eyes after reading.

  24.   namin Says:

    อ่านช่วงที่คุณคิดถึงลูกแล้วคิดถึงแม่เลยค่ะ
    แม่ก็เหมือนกันคุณเลยค่ะ ส่งลูกสู่โลกภายนอกแล้วก่อนนอนแม่ก็หยิบตุ็กตาที่ลูกเอามาทิ้งไว้บนหัวเตียงมาตบๆเล่นคิดว่าป่านนี้เจ้าของจะเข้านอนหรือยังก็ไม่รู้

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.