บารมี ๓๐ ทัศ

.



  



คำ ไ ห ว้ บ า ร มี ๓๐ ทั ศ



ทานะ ปาระมี สัมปันโน , ทานะ อุปะปารมี สัมปันโน ,



ทานะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

สีละ ปาระมี สัมปันโน , สีละ อุปะปารมี สัมปันโน ,



สีละ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,
อิติปิ โส ภะคะวา

 

เนกขัมมะ ปาระมี สัมปันโน , เนกขัมมะ อุปะปารมี สัมปันโน ,


เนกขัมมะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

ปัญญา ปาระมี สัมปันโน , ปัญญา อุปะปารมี สัมปันโน ,


ปัญญา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

วิริยะ ปาระมี สัมปันโน , วิริยะ อุปะปารมี สัมปันโน ,



วิริยะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

ขันตี ปาระมี สัมปันโน , ขันตี อุปะปารมี สัมปันโน ,



ขันตี ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

สัจจะ ปาระมี สัมปันโน , สัจจะ อุปะปารมี สัมปันโน ,



สัจจะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

อะธิฏฐานะ ปาระมี สัมปันโน , อะธิฏฐานะ อุปะปารมี สัมปันโน ,


อะธิฏฐานะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

เมตตา ปาระมี สัมปันโน , เมตตา อุปะปารมี สัมปันโน ,


เมตตา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

อุเปกขา ปาระมี สัมปันโน , อุเปกขา อุปะปารมี สัมปันโน ,



อุเปกขา ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา

 

ทะสะ ปาระมี สัมปันโน , ทะสะ อุปะปารมี สัมปันโน ,



ทะสะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน

 

เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน ,

อิติปิ โส ภะคะวา


 

คำ แ ป ล คำ ไ ห ว้ บ า ร มี ๓๐ ทั ศ

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว

ซึ่งบารมีคือทาน

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งทานบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือทานอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่ง บารมีคือศีล

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งศีลบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือศีลอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือเนกขัมมะ

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งเนกขัมมะบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือเนกขัมมะอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

 

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

 

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือปัญญา

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งปัญญาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือปัญญาอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือวิริยะ

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งวิริยะบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือวิริยะอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือขันติ

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งขันติบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือขันติอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือสัจจะ

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งสัจจะบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือสัจจะอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง



 

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคืออธิษฐาน

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งอธิษฐานบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคืออธิษฐานอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือเมตตา

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือเมตตาอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคืออุเบกขา

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งอุเบกขาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคืออุเบกขาอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้นแล


ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่ง บารมีคือทสบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้ว ซึ่งการเกิดขึ้นแห่งทสบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งบารมีคือทสบารมีอันมีประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระเมตตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระไมตรีบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระกรุณาบารมี

ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระมุทิตาบารมี


ทรงถึงพร้อมแล้วซึ่งพระอุเบกขาบารมี

 

ข้าพเจ้า ขอนอบน้อม พระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก

ข้าพเจ้าขอนอบน้อม

….

 

 


  

 

“ในช่วงหัวค่ำที่เงียบสงบ




“ข้าพเจ้าและครอบครัวพากันสวดมนต์




ด้วยบทสวดที่คุ้นเคยหลายบทและนั่งสมาธิด้วยกัน




ข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มเอมใจเสมอที่ได้ปฏิบัติธรรม

วันนี้จึงพามาฟังบทสวดบารมี ๓๐ ทัศ




ในช่วงแรกๆในการฝึกจิตสมาธิ

นับว่าเป็นบทเรียนแห่งการฝึกฝน

ยอมรับว่า..




ขี้เกียจแต่พอจะอภัยให้ได้ เพราะยังไม่คุ้นเคย

และดูเหมือนมีมารมาผจญอย่างไรมิทราบได้

เพราะขณะที่เริ่มหัดนั่งสมาธินั้น

เดี๋ยวก็คันหยุ๊กๆหยิ๊กๆ




จึงนั่งได้ไม่นาน ประเดี๋ยวเดียวก็ลุกขึ้นแล้ว




ต่อมาข้าพเจ้าตั้งจิตให้เข้มแข็งขึ้น จึงพากันไปได้




ลองดูค่ะเพื่อนๆที่รัก”



 

 

 



คลิ๊กเพื่อฟังและดาวน์โหลดบทสวดบารมี๓๐ทัศ(ล้านนา) 


 

ขอบคุณและอนุโมทนาสาธุแด่ผู้มีกุศลจิตในการเผยแพร่

http://www.oknation.net/blog/buddhamantra/video/6473

http://www.palungjit.com (คุณโอม)

http://www.oknation.net/blog/home/video_data/824/8824/video/6473/6473.mp3 



13 Responses to “บารมี ๓๐ ทัศ”

  1.   pkkk2714 Says:

    ขอให้จิตตั้งไว้กับธรรม จงอยู่คู่เสมอกับดวงจิตค่ะ เพื่อสร้างกุศลบารมี

  2.   athenaz Says:

    ค่ะ.. เบิกบานและเปี่ยมพลัง..

    Pink and White Lilly 071809 5079

    สวัสดียามเช้าค่ะน้องรัตน์
    P athenaz :))

  3.   athenaz Says:

    White Lily

  4.   athenaz Says:

    เจริญในธรรมค่ะ..

    สาธุ สาธุ สาธุ

    ขอบคุณยทสวดที่งดงามเปี่ยมธรรมะ

  5.   nunohatyai Says:

    เจริญธรรม..
    เจริญสุข..
    เถิด..ชะเอิงเอย

    :)

  6.   gibsii Says:

    อิ่มบุญ ขอบคุณค่ะ

  7.   peacock Says:

    สาธุ สาธุ สาธุ..

    ราตรีสวัสดิ์ฝันดีโชคดีแน่เลยค่ะคืนนี้

    :)

  8.   kacharaj Says:

    พอดีรอบแรกไม่ได้อ่านเนื้อหาที่คุณรัตน์เขียน ขออภัยด้วยครับ

    กล่าวถึงเรื่องมารผจญตอนเรานั่งสมาธิ

    อันนี้ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรนะครับ

    เป็นความคิดส่วนตัวของผมเอง

    ที่ยุกยิกที่นั่งไม่ได้นั้น ช่วงเวลาที่เราเริ่มปฏิบัติภาวนา ไม่ว่าจะสวดมนต์หรือนั่งสมาธิก็แล้วแต่

    เจ้ากรรมนายเวร จะฉวยโอกาสนี้ ขัดขวางเรา ไม่ให้เราได้บุญ บางคนจึงกล่าวว่า การนั่งสมาธิเป็นการผ่อนกรรมไปในตัว เพราะเจ้ากรรมนายเวร จะมาเอาคือนเราก็ช่วงนี้ แต่มิได้ร้ายแรงหนักหนาอะไร ก็แค่นั่งไม่ได้ นั่งไม่ทน ร้อนง่วงคันประมาณนี้

    แต่เมื่อเรานั่งเสร็จแล้ว แม้จะช่วงสั้นๆ เราก็ควรกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร

    และกล่าวขออโหสิกรรมต่อกัน ท่านเหล่านั้นจะได้ใจอ่อน และอาจจะยอมอโหสิกรรมให้ในที่สุด

    ลองคิดเป็นเราบ้าง หากเราโกรธเกลียดใคร แล้วเห็นเค้ากำลังจะทำความดี เราก็ไปแกล้งไม่ให้เค้าทำให้สำเร็จ แต่พอเค้าทำเสร็จแล้ว กลับยกประโยชน์ทั้งหมดให้เรา เป็นเราจะหายโกรธรึยัง

    ผมคิดแบบนี้นะครับ จึงพยายามอดทนและขออโหสิกรรมทั้งกายวาจาและใจทุกครั้ง กราบทุกครั้งคิดเสมอว่ากราบขอขมาด้วยใจจริง

    เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เราเคยไปทำอะไรที่ชั่วช้าเลวทรามแค่ไหน มีโอกาสดีๆที่จะไถ่โทษแล้วควรทำให้ดีที่สุดจริงมั้ยครับ

    การทำบุญมี3ระดับนะครับ คือ ทาน ศีล และภาวนา ไล่จากต่ำสุดไปสูงสุด

    ทานคือการให้ จะให้ทรัพย์ บริจาค ใส่บาตร ทำสํงฆทาน จนกระทั่งสร้างวัด ล้วนเป็นทานทั้งสิ้น

    ศีลคือ รักษาศีลปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทั้งกายวาจาใจ เป็นบุญละเอียดกว่าทาน

    ภาวนา คือการกำหนดจิต เจริญภาวนา ให้มีสติตื่นรู้ตลอดเวลา ทำได้ทั้ง สวดมนต์ หรือนั่งสมาธิ แม้กำหนดจิตขณะทำงานประจำวัน ให้ดูจิตทั่วๆไป ก็ได้ทั้งนั้นครับ

    หวังว่าคงอิ่มบุญกันทั่วหน้านะครับ

    ขออนุโมทนาด้วยอีกครั้งครับ ^_^

  9.   kacharaj Says:

    อนุโมทนาบุญด้วยครับ คุณรัตน์

    ขอบพระคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆครับ ^_^

  10.   siwaya2517 Says:

    ขอบคุณนะค่ะ…Download ไปเปิดให้แม่ ฟังค่ะ

  11.   nelumbo Says:

    น้อมรับธรรมะ วันอาทิตย์เจ้าค่ะ ..

    ^_^ ขอบคุณมากค่ะ พี่รัตน์

    ที่ใดมีธรรม ที่นั่น ย่อมมีชัย ..

  12.   henggy Says:

  13.   septimus Says:

    Thank you so much.

    ^___^

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.