ลี้ลับ(๑)หนูๆต้องการอะไรจ๊ะ



หนึ่งเรื่องจริงของข้าพเจ้า ซึ่งไม่เคยเชื่อเรื่องลี้ลับใดใด

แต่ไฉนจึงเกิดหลายเหตุการณ์ อันชวนขนลุกกับข้าพเจ้าด้วย

ทุกวันนี้ยังคงแปลกใจกับอีกหลายเรื่อง



 

“ตอน..ช่วยหนูด้วย”

“ตอน..ขอบคุณและขอให้มีความสุข”

.

 



 

 

“ตอน..ช่วยหนูด้วย”





กลางดึกค่อนแจ้งเวลาประมาณตีสาม-ตีสี่ ตั้งแต่ต้นเดือนจรดปลายเดือน ข้าพเจ้าหมายถึงตลอดทั้งเดือนเมษายนของปีพ.ศ.๒๕๔๗ ข้าพเจ้าฝันแปลกๆ

ในความฝันไฉนจึงมีฉากเดิมๆ ตัวละครเดิมๆ เหตุการณ์เดิมๆ ช่วงเวลาเดิมๆ วนเวียนมาเยือนข้าพเจ้าทุกค่ำคืน แต่ข้าพเจ้ามิได้ปริปากบอกกับใคร เพียงครุ่นคิดเงียบๆอยู่ผู้เดียว จวบจนกระทั่งเกือบครบเดือน ข้าพเจ้าจึงเปรยกับคุณพ่อสามีว่า..

“อาปา(พ่อ)พอรู้ไหมว่านี่คืออะไรกันแน่ ในช่วงของคืนแรกๆที่ฝันแปลกๆ หนูรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการกินมาก นอนมาก ไม่ได้นึกกลัวอะไรทั้งสิ้น อาจเป็นเพราะไม่ค่อยเชื่อเรื่องลี้ลับเหล่านี้นะ ฝันว่า..”


ข้าพเจ้ายืนอยู่คนเดียวบนถนนเส้นเปลี่ยว สองข้างทางรกไปด้วยต้นไม้ ข้าพเจ้าสาดส่ายสายตามองดูรอบๆบริเวณนั้น และแล้วพลันเหลือบไปเห็นสายตาหลายคู่ของเด็กจดจ้องมาที่ข้าพเจ้า ซึ่งมีประมาณสักสิบกว่าคนมีทั้งเด็กเล็กเด็กโตอายุราวๆ4ขวบ-12ขวบ และมีเจ้าหนูน้อยวัียไม่ถึงขวบ กำลังคลานอยู่ที่ถนนลูกรังริมถนน ทุกคนมองมาที่ข้าพเจ้าด้วยสายตาเรียบเฉยนิ่งๆ ดูใสซื่อบริสุทธิ์ ข้าพเจ้ามองเด็กๆด้วยควมฉงนสงสัยของที่มาที่ไป แล้วเอ่ยปาก..

“พ่อแม่ของหนูอยู่ที่ไหนจ๊ะ ทำไมปล่อยให้หนูมาอยู่ที่นี่กันตามลำพัง ไม่ห่วงกันบ้่างหรือไง”

(ไม่มีผู้ใหญ่แม้แต่คนเดียว ในที่นี้มีเพียงเด็กหญิงเด็กชายเท่านั้น)

“แล้วทำไมเนื้อตัวของพวกหนูถึงเลอะเทอะมอมแมมกันขนาดนี้ล่ะ”

(เสื้อผ้าที่เด็กๆสวมใส่เปื้อนดินโคลนเป็นจ้ำๆ โดยเฉพาะเจ้าหนูที่ไม่ถึงขวบ เสื้อผ้าดำมาก เพราะคลานที่พื้นดิน)

“อ้าวแล้วหนูไปโดนอะไรมาเนี้ย ทำไมเลือดออกด้วย”

(เด็กหญิงคนหนึ่งแปะผ้าก็อตที่ศรีษะมีคราบเลือดติดที่ผ้าก็อตด้วย)





“แล้วพวกหนูจะไปไหนกันหรือ ทำไมสวมเสื้อผ้าสีขาวกันทุกคนเลย”

(แม้จะเป็นผ้าสีขาว แต่เนื้อตัวรวมทั้งเสื้อผ้ามอมแมมไปด้วยคราบดินและคราบเลือด แห้งกังติดผ้า ดูเสื้อผ้าเก่ามากและคราบต่างๆติดฝั่งแน่นมานานแล้ว)

ข้าพเจ้าถามไถ่หลายประโยค แต่ไม่มีเสียงตอบจากเด็กๆสักคนเดียว ทุกคนมองข้าพเจ้าแบบใสๆ เศร้าๆ เพียงครู่เดียวที่พูดกับเด็กๆข้าพเจ้าก็ตื่นมาจากภวังค์ แล้วเหลือบดูนาฬิกาเมื่อเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาตื่น จึงนอนต่อโดยไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้น



ข้าพเจ้าฝันแบบนี้ต่อเนื่องมาเกือบตลอดทั้งเดือน (เพียงแค่สงสัยว่า..เรานี่ไม่ไหววุ้ยสงสัยจะเอาใจใส่ลูกมากเกินไป เลยฝันถึงแต่เด็กๆ ว่าแต่ลูกเต้าเหล่าใครกันน้อ)

หลังจากเล่าความฝันให้คุณพ่อสามีฟังแล้ว ท่านพูดว่า “เด็กพวกนี้คงเลือกลื้อ(เธอ)ให้เป็นคนจัดแจงเรื่องให้น่ะ ไปหาเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ขนงขนมให้เด็กๆน่ะ ลื้อไปเตรียมแล้วนำไปที่วัด ส่งพวกเขาไปเกิด อาปา(พ่อ)คิดว่าพวกเขาอาจเกิดอุบัติเหตุหมู่) อยู่บนถนนเส้นนั้นนะ พวกเขาต้องการให้ลื้อช่วย ลื้อยังทำเฉยมาตั้งนาน แต่เด็กๆทำไมไม่ไปไหน รอลื้อคนเดียวนะ” อาปาตำหนิที่ฉันเพิกเฉย และฉงนที่เด็กๆยังคงรอให้ฉันจัดการให้

ข้าพเจ้าก็เอ่อออห่อหมกแบบว่าง่าย อ่ะๆลองดู ข้าพเจ้าจำได้ดีว่าจัดการหาของอะไรให้บ้าง เพราะเป็นคนหาซื้อด้วยตัวเอง

ประกอบด้วยเสื้อผ้า, กางเกง, รองเท้าของเด็กๆหลายๆคน หลายๆขนาด มีทั้งเด็กเล็กเด็กโต  ข้าวของเครื่องใช้นมเนยต่าง รวมทั้งของเด็กเล่น รถแข่ง ตุ๊กตา พลันนึกถึงรถสำหรับนั่งของเจ้าหนูน้อยวัยไม่ถึงขวบที่กำลังคลานด้วย อ้อมีชุดกีฬาเด็กแมนยูสีแดงด้วย

หลังจากทำบุญให้เด็กๆไปแล้ว คืนต่อมาก็ไม่ได้พบเด็กๆในฝันอีกเลย จวบจนกระทั่ง (อ่านต่อในตอนด้านล่างนี้) 

 

“ตอน..ขอบคุณและขอให้มีความสุข”

หลังจากทำบุญอุทิศบุญกุศลให้พวกเขาไปสู่สัมปรายภพที่ดียิ่งๆขึ้น แล้ว มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกจนได้ ในครั้งนี้ข้าพเจ้านึกกลัวจนขนหัวลุก ไม่กล้าเดินขึ้นชั้นบนคนเดียวไปอีกนาน เพราะ..



หลังจากทำบุญให้แก่เด็กๆผ่านไปได้หนึ่งเดือน  เกือบๆเช้าตรู่ของคืนวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ในปีเดียวกัน วันนั้นเป็นวันคล้ายวันเกิดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเคลิ้มๆ ประมาณว่าครึ่งหลับครึ่งตื่น

ในฝันข้าพเจ้าหงุดหงิดเล็กๆอยู่ในอิริยาบถไม่อยากตื่นอยากนอนต่อ

“โอยคนจะหลับจะนอน เสียงเด็กๆเซ็งแซ่ที่ไหนน๊า เสียงเด็กมาจากไหนเนี้ย”



พยายามเงี่ยหูฟัง เสียงเด็กยังคงแย่งกันพูดเจี้ยวจ๊าว ระคนเสียงหัวเราะแบบเด็กเล่นกันอย่างสนุกสนาน จากแว่วๆคล้ายว่าเสียงเหล่านั้นอยู่ไม่ไกลจากเตียงนอนของตนเองเลย และแล้วก็ตั้งใจฟังว่าเด็กๆพูดว่ากระไรกัน



“ขอบคุณครับ / ขอบคุณค่ะ ที่ส่งของมาให้ ขอให้มีความสุขในวันเกิดค่ะ / ครับ”

อ๋าาาาา!! ใครหนอช่างรู้ดีจัง พอข้าพเจ้าพลิกตัว แล้วมองไปที่ประตูห้องนอนเป็นกระจกบานใหญ่อยู่ด้านระเบียง ซึ่งเสียงมาจากตรงจุดนั้น ข้าพเจ้าต้องสะดุ้งกับภาพที่เห็น มีเด็กๆหน้าคุ้นๆหลายคนที่เคยเจอบนถนนเส้นเปลี่ยวของเดือนที่แล้ว นั่งหัวเราะชอบใจส่งเสียงกันอยู่หน้าประตูกระจกด้านนอก แต่ภาพนี้ข้าพเจ้ามีรอยยิ้มออกมาแบบงง!! เพราะเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งใส่ชุดแมนยูสีแดง และเจ้าหนูน้อยขี่รถมาอวดด้วย


และแล้วเมื่อข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา เหตุใดตัวเองไม่นอนอยู่ที่เตียง แต่มานั่งอยู่ที่ประตูกระจกแล้วเพ่งมองออกไปภายนอกคล้าย กำลังดูอะไรอยู่ ข้าพเจ้าแปลกใจที่ลุกจากเตียงลงมานั่งอยู่ที่พื้นได้อย่างไร ลงมาเมื่อไร ลงมาทำอะไรตรงนี้ ทั้งๆที่ยังไม่ตื่นนนนน!!


..ขอบคุณหนูทุกคนที่ไม่มาหาน้าแบบชัดๆตัวเป็นๆ!!!..

 

 



7 Responses to “ลี้ลับ(๑)หนูๆต้องการอะไรจ๊ะ”

  1.   athenaz Says:

    เขาไม่น่ากลัวหรอกค่ะ
    น่าสงสาร..ทำบูญตักบาตรให้และแผ่เมตตา

    เป็นอีกมิติหนึ่งที่มีจริงนะคะ
    ไม่น่าดลัวหรอกค่ะ

    Lumpini park

    Let’s wish
    P athenaz:))

  2.   henggy Says:

    พี่นิดคะ..
    เท่าที่จำความได้ไม่เคยละเมอแบบลุกขึ้นเดินออกมาจากที่นอน
    จะเคยครั้งนึงที่ละเมอร้องไห้มีเสียงฮือๆๆ (ฝันว่าพ่อเสีย)

    คาดว่าเป็นมิติมืด กระมังคะพี่ เดี๋ยวนี้เชื่อเรื่องผีแล้วค่ะ

    ………

    คุณพี่ลูกศร..
    นั่นซิคะ ไม่น่ามาหาเลย ตอนนั้นไม่กลัวอ่ะ แต่เดี๋ยวนี้เวลาเดินขึ้นชั้นสอง
    ดวงตามันทะเลาะกันค่ะ ล๊อกแล๊กไปมา ไม่อยู่นิ่ง โดยเฉพาะตรงประตู
    กระจกด้านนอกระเบียงที่หนูๆนั่งกันอยู่

    ………

    คุณคำนับคะ..
    คนที่ไม่เคยฝันถือว่า โชคดีมาก แปลว่าเป็นคน”หลับลึก หลับสนิท ดีต่อระบบประสาท”
    เยี่ยมมากๆค่ะ

    เอางี้..งั้นแบ่งไปฝันบ้างก็ดีนะคะ เอาม่ะเอาม๊า จะเอาแบบฝันเห็นเคลิ้มๆ หรือเห็นตัวเป็นๆดีอ่า

    แฮๆๆ

    …………….ขอให้เพื่อนๆความสุขมากๆนะคะ…………

  3.   comenubb Says:

    กลัวอะ…

    โชคดีจังที่ผมไม่ฝันมาตั้งนานแล้ว…ไม่งั้น…บรึ๋ยส์ !!!

  4.   11arrows Says:

    โอยยยยย ~~~….
    ขนลุกขอรับ
    ที่จริง จะไม่มาขอบบุญขอบคุณกัน ก็ได้อยู่หรอกมั้ง
    ฮาฮาฮาฮาฮา…

    :)

  5.   athenaz Says:

    ละเมอ บวกฝัน บวกมิติ ที่หนูๆเขาอยากให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลกระมังคะ
    Have a good weekend ka..

    take care na ka :))

  6.   henggy Says:

    ถ้าเคยมีประวัติเรื่องนอนละเมอ ก็คงไม่สงสัยน่ะค่ะ
    เดาว่า หนูไม่ได้ฝันค่ะพี่ อูยพูดแล้วยังงุนงงอยู่ค่ะ

  7.   lady007 Says:

    นอนละเมอลงมาหรือจ๊ะ น้องรัตน์

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.