วานนี้..วันนี้..หวานนี้เพื่อนของฉัน





ชีวิตคนเราแตกต่างกัน

แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน

หากไม่กระทำการใดใดที่ทำร้ายกัน ต่างก็สุขีสุโขสโมสรทั่วหน้า

……….



 

.


 

ถั่วและเผือก..วานนี้..วันนี้..หวานนี้เพื่อนกัน

วันวานไปตลาดสด ตั้งใจไปซื้อเผือก เดินหาอยู่นาน และแล้วจึงพบเผือกหัวใหญ่ และพอดีหันไปเห็นไหลเผือกหรือลูกเผือก จึงซื้อติดมือมาด้วย



 

 

เดินมาอีกทางเหลือบเห็นเมล็ดถั่วแดง จึงซื้อติดมือกลับมาด้วย ถั่วแดงมาแบบไม่ได้ตั้งใจซื้อนัก



 

 

 

วันนี้ฉันจับเจ้าสองสิ่งนำมาแปลงร่างแยกเป็นเมนูของหวาน แต่ละอย่างทำแค่ถ้วยเดียว เพราะในครอบครัวฉันไม่มีใครทานขนมหวานเลย

 

เหตุที่จำเป็นต้องทำทานเอง เพราะของหวานที่ซื้อทาน มักหวานเกินไป

ตักทาานแค่เนื้อแค่ผลของเขา ส่วนน้ำกะทิน้ำหวานจะเททิ้ง ทำให้ขาดอรรถรสในการรับประทานอย่างยิ่ง เพราะการทานขนมหวาน หัวใจของความอร่อยเห็นจะเป็นน้ำกะทินี่แหละ

 

ฉันไม่ทานหวานมาก จึงต้องลำบากทำเอง การทำเองก็ดีอย่าง คือได้ทานแบบที่เราชอบ โดยเน้นที่ตนเองอยากได้อยากทาน..

 

-ความหอมมัน ขาวข้นของกะทิสด และไม่แตกมัน



-ไม่หวานเกินไป แค่ประแล่มๆ



-มีรสเค็มหน่อยๆ

ของหวานกับการเมือง..การไปตลาดครั้งนี้ ฉันนำมาเล่าเป็นนิทานให้ลูกสาวและสามีฟังแบบสนุกๆ โดยเปรียบการตั้งใจซื้อเผือกหัวใหญ่ เสมือนหนึ่งว่า เราตั้งใจเลือกพรรคท่านมารค์ แต่ดันไปได้ถั่วแดงและลูกเผือกติดมือกลับมาบ้าน เสมือนดั่งว่า ได้พรรคร่วมที่เราไม่ต้องการมาแบบไม่ตั้งใจ ซื้อเขากินมักกินไม่ค่อยได้ หวานไปจืดไปก็เททิ้ง ดั่งว่าปัดแข้งปัดขากันผลประโยชน์ส่วนตนไม่ลงตัว

ในเวลาต่อมา เมื่ออยากกินอยากได้ หาซื้อไม่ได้ก็ต้องทำเอง แม้จะลำบากและเหนื่อยหน่อย กับการหาส่วนประกอบในการทำ ก็ต้องหาต้องทำ เสมือนว่าพรรคการเมืองใหม่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ยากเกินที่ไขว่คว้า

 

เมื่อความเพียรพยายามที่จะทำกินเอง ให้ถูกปากถูกใจ มันก็เป็นฉะนี้แล ฉันใดฉันนั้น การเมืองใหม่เกิดขึ้นได้ด้วยมือเราๆท่านๆที่ซื่อสัตย์ เสียสละ กล้าหาญ  ทำงานเป็น..

 





เผือกล้วนๆไม่ผสมแป้งไม่ผสมสี
กวนด้วยกะทิอบควันเทียน

ตักแบ่งเป็นคำๆ บางท่านโปรดเผือกกวนแบบกวนจนเป็นเนื้อเดียวกัน ละเลียดลื่นลงคออย่างง่ายๆ แต่ฉันโปรดผือกกวนแบบมีเนื้อเผือกเป็นชิ้นๆปนคละเคล้า เวลาเคี้ยวจะเจอชิ้นเผือกพอได้เคี้ยวนุ่มๆ บันเทิงใจไปอีกแบบ..อ่ะน่ะคอใครก็คอมันซิเนาะ

เผือกทอดน้ำตาลทรายแดง คลุกด้วยต้นหอมซอย

น้ำตาลเหนียวนิดนึงแต่หอมดีนะ



สูตรของคุณแม่จะใช้น้ำตาลทรายขาว จะมีเกล็ดน้ำตาลเกาะด้วย



แบบของคุณแม่ บางคนจะเรียกว่าเผือกสวรรค์


บัวลอยเผือก ก็เน้นที่เผือก 80% ไม่เน้นแป้ง 

สูตรของแม่ จะใส่แปะก้วย มะพร้าวอ่อน

บัวลอยหลายๆสี(ใบเตย, ฟักทอง, เผือก) แม่ทำบัวลอยได้อร่อยมากๆ แต่วิธีทำก็ยุ่งมากเช่นกัน

พูดแล้วคิดถึงแม่จัง..อยากกิน


บวดเผือกกะทิข้นๆ

ถั่วแดงต้มให้นิ่มแล้ว

ถั่วแดงราดกะทิข้นๆ



บวดเผือกผสมถั่วแดงราดด้วยกะทิขาวข้นหวานอ่อนๆเค็มนิดๆ

ลูกเผือกโรยด้วยเกลือนำไปนึ่ง จิ้มน้ำตาล

คุณพ่อชอบมากๆ

อร่อยดีนะคะ


เมนูนี้จะเห็นว่า สูงสุดย่อมคืนสู่สามัญ

ทานง่ายๆแต่อร่อยไม่แพ้กับการปรุงแต่งที่ยุ่งยาก



12 Responses to “วานนี้..วันนี้..หวานนี้เพื่อนของฉัน”

  1.   henggy Says:

    ขอบที่มาจากกลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารีhttp://www.snr.ac.th

    เพลงเกิดมาพึ่งกัน
    คำร้อง/ทำนอง :ไสล ไกรเลิศ

    เกิดเป็นคนอย่าเห็นแก่ตนแหละดี ถึงจะมีร่ำรวยสุขสันต์
    จนและมีไม่เป็นที่สำคัญ แม้รักกันพึ่งพา อย่าไปตัดไมตรี
    …เกิดมาพึ่งกัน ผิวพรรณใช่แบ่งศักดิ์ศรี
    วันนี้เราอยู่คิดดูให้ดี ถึงจะจนจะมี อย่าไปสร้างเวรกรรม
    ขืนไปทำชั่วไป อาจต้องใช้กรรมเวร
    อย่างมงายโลภหลง เพราะคงจะเกิดลำเค็ญ
    สร้างบุญพระท่านคงเห็น ร่มเย็นพ้นความกังวล
    ถึงจะวิบัติขัดสน ผลบุญนำให้
    ศีลธรรมมั่นใจไม่ต้องกังวล ถึงจะมีจะจนเกิดกุศลดลใจ

    ผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณคดีเร­ื่อง กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งกล่าวถึงคำสอนของนางกฤษณาเกี่ยวกับคุณ­ธรรมที่บุคคลพึงมี

    พฤษภกาสร

    พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
    โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
    นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
    สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

    ต้น แบบเพลงนี้ขับร้องโดยสุเทพ วงศ์คำแหง ต่อมา ธานินทร์ อินทรเทพ นำมาบันทึกใหม่ และวงแกรนด์เอ็กซ์ ออกอัลบั้มชุดที่ 7 ชื่อแกรนด์เอ็กซ์ โอ ได้บรรจุเพลงนี้ลงในอัลบั้มโดยทำการอะเร้น­จ์ใหม่ ออกวางจำหน่ายเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2524

  2.   henggy Says:

    เวอร์ชั่นที่ฉันเป็นวัยรุ่น..วงแกรนด์เอ๊กซ์

    เวอร์ตอนฉันเป็นเด็ก..คุณสุเทพ วงศ์กำแหง

  3.   hataraki Says:

    มาสูดดมกลิ่นชัยชนะค่ะ
    =)

  4.   initmate Says:

    เผือกทอดน้ำตาลทรายแดง … หน้าตาน่าอร่อยจังค่ะ ไม่เคยทานเมนูนี้เลย

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

  5.   septimus Says:

    เผือกกวนเนื้อเนียนๆเป็นของหวานที่ดิฉันชอบมากๆค่ะแต่ไม่เคยทำเองเลย สงสัยต้องลองเสียหน่อยแย้วค่ะ ขอขอบคุณไอเดียค่าคุณhenggyขา

    ^__*

  6.   chairojt Says:

    จานที่ใส่เผือกเนี่ย ยี่ห้อเดียว ลายเดียวกับที่บ้านผมเลย

  7.   korpai Says:

    ว่าว..น่ากินมากเลยต่า
    ยื่งอ้วนหนักเข้าไปกะใหญ่
    เราชอบทั้งเผทอกและถั่วแดงเลยค่า
    โห..เห็นแล้วน้ำลายหก

  8.   natayaa Says:

    น่าทานมากมายค่ะคุณรัตน์ ชอบจังเลย อัพบลอกวันนี้ ฮี่ๆ ชอบเรื่องกินนักเชียว

    สบายดีนะคะ ฝากจุ๊บๆ และคิดถึงไปยังครอบครัวทุกคนของคุณรัตน์ด้วยนะคะ

  9.   kenjionline Says:

    เมื่อคืนเพิ่งกินบัวลอยเผือกไปเองครับ
    เห็นข้าวผัดเจ กับ บัวลอยเผือก ของ S&P
    แช่อยู่ในตู้เย็นซะนาน ไม่มีใครมากิน
    สงสัยคนซื้อแช่ลืมไปแล้ว เลยเอามาเวฟซะเลย อิอิ

  10.   hanzen Says:

    สวัสดีครับพี่ henggy ไม่ได้แวะมาทักทายซะนานสองสามสี่นานเลยครับ เดี๋ยวว่างๆจะขอลองทำมั่งดีกว่า แต่ก่อนสมัยเรียนผมชอบกินบัวลอยเผือกที่แคนตั้นตรงสยามมากๆ เพราะใกล้คณะ แต่เขาก็เลิกทำมานานมากแล้ว แถมตอนนี้ถูกทุบซะกลายเป็น ground zero ไปเลย

    มีความสุขมากๆนะครับพี่

  11.   athenaz Says:

    เผือกก็ของโปรดพี่ค่ะ คุณรัตน์
    แต่ไม่เคยลงมือทำเองจากเผือกดิบ..จริงอย่างที่ว่า
    หากซื้อเขาจะหวานเกินไป

    พี่รู้แล้ว วันหลังหากอยากทำรับประทานเองเพื่อไม่ให้หวานเกิน
    ก็ซื้อเผือกนึ่งมาแกงบวดได้นะคะ อิ อิ

    ขอบคุณแม่ครัวหัวปาก์ เก่งจังค่ะ :))

    P athenaz

  12.   hataraki Says:

    พี่รัตน์ทำกับข้าวเก่งแหงมๆ

    ถ้าเพียรบอกคนขายว่า เอาแต่เผือกหัวใหญ่
    แต่กลับได้ส่วนเกินติดมาทุกครั้ง
    เป็นตัวเอง อาจตัดสินใจไปหาเจ้าใหม่ค่ะ
    อิอิ

    อโหสิกรรมต่อผู้จากไป
    ว่าแต่คนที่ยังอยู่และเพียรก่อกรรมกับบ้านเมืองนี่สิคะ
    เอาไงดี ?

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.