พ่อขา..หนูขอโอกาสได้ไหมคะ(๒)



เด็กน้อย

ความฝัน

รอบรู้

ใฝ่รู้และไขว่คว้า

สู้สู้

ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้

 



ความพยายามอยู่ที่ไหน

 

ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

 

ปราถนาดี

 

ทำให้ดีที่สุด

 

รักตนเอง

 

รักชื่อเสียง



รักวงศ์ตระกูล

 

  

หนูขอโอกาสค่ะพ่อ

  

อุปสรรค

 

.

 

 

 

 

ข้าพเจ้าเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการให้ผู้ที่กำลังเดินหาฝัน

อย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง อยากให้มุมานะให้ถึงที่สุด

  

ตอน๑..ขอโอกาส

ตอน๒..ไปสมัครสอบและสัมภาษณ์

ตอน๓..ไปสอบ

 ตอนจบ..ประกาศผลสอบ

 

 

๑๓ มกราคม ๒๕๕๓

ไปยื่นใบสมัครและสัมภาษณ์ผู้ปกครอง

ฉันสับสนฉันครุ่นคิดอย่างกระวนกระวายใจ จะเดินทางไหนดี ทางขวาคือความรักความหวังดีความห่วงใยของผู้เป็นพ่อ ทางซ้ายคือความฝันความหวังของลูก พ่อแม่รักลูกแน่แท้อยุ่แล้ว แต่เราจะปล่อยให้โอกาสเดินผ่านข้ามไปต่อหน้าต่อตาเหรอ??

และแล้วก็รีบเดินทางเข้ากท.ทันที ฉันไปถึงโรงเรียนก่อนเวลาที่ใบสมัครระบุไว้หนึ่งชั่วโมง จึงเดินดูสิ่งแวดล้อมรอบร.ร. รู้สึกพอใจและตื่นเต้นไม่น้อย สำรวจจนพอแล้ว จึงกลับไปนั่งรอที่หน้าหอประชุม ที่ใช้เป็นสถานที่ที่รับสมัครและสัมภาษณ์ผู้ปกครอง(นักเรียนไม่ต้องมา แสดงว่า ด่านแรกต้องสอบพ่อแม่ก่อนนี่นา กว่าจะได้อะไรมาสักอย่าง มิใช่ง่ายๆเลย)

  

ฉันผ่านด่านแรกด้วยการรับชีท2ชุด ชุดแรกมากรอกข้อมูล โต๊ะแรกเลย  ชุดที่สองเป็นการสอบถาม(ข้อสอบผู้ปกครองว่างั้นเถอะ)แยก

เป็นอัตนัย6ข้อ(ถ้าจำไม่ผิดนะ)

ตัวอย่างข้อสอบ..

คุณธรรมใดที่ผู้ปกครองคาดหวังจากทางร.ร.ที่ลูกคุณควรจะได้รับแจงเป็นข้อๆ

ตอบ..

ดิฉันขอเพียงแค่ทางร.ร.สานต่อยอดแนวคิดจากพ่อแม่ก็พอใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความรักแก่คนรอบข้างและแบ่งปันถึงผู้อื่น..

๑.ความรักสร้างความสุขให้แก่ตนเอง จนถึงสังคมหน่วยเล็ก มุ่งสู่หน่วยใหญ่ได้ตามลำดับ, ๒.ความซื่อสัตย์..จะนำพาลูกให้เป็นคนดีและพัฒนาตนเองพัฒนาสังคมต่อไปได้, ๓.ความเป็นกุลสตรี..ผู้หญิงควรจะเก่งและดีคู่กันได้ เรามาช่วยกันสร้างร่วมกันทั้งจากทางบ้านและทางร.ร.

คุณมีหลักในการสอนลูกอย่างไร..

ตอบ..ดิฉันไม่เคยกดดันลูกไม่เคยคาดคั้น ยึดหลักขอให้ลูกทำให้ดีที่สุด จะได้เท่าไรก็เท่านั้น จงรักตนเอง รักชื่อเสียง รักวงศ์ตระกูล เป็นคนดีของครอบครัวและสังคม รับผิดชอบตนเอง ไม่สร้างปัญหาไม่สร้างภาระให้ใคร เราต้องตระหนักในคำว่า คนดี เป็นเช่นไร

คุณเข้าใจคำว่า”ครู”อย่างไร

ตอบ..ครูไม่เพียงเป็นแค่ครูผู้สอน ดิฉันตระหนักในความรักเอาใจใส่ดูแล รวมถึงความรู้ที่ครูอบรมสั่งสอนศิษย์ ครูทุกคนปราถนาเห็นลูกศิษย์ตนเองได้ดีทุกคน ดิฉันให้เกีรยติ์เสมือนผู้มีพระคุณแก่ลูก จะสอนลูกว่าอย่าลืมบุญคุณของครู ให้ความเคารพรักและหมั่นแวะเวียนไปเยี่ยมเมื่อมีโอกาสทุกท่าน

ฯลฯ

 

 
ฉันถูกส่งมาที่โต๊ะสมาคมฯ แม้จะตื่นเต้นบ้างเล็กน้อย แต่ความหวังของลูกรออยู่ ฉันต้องตอบให้ดีที่สุด ฉันคือประตูด่านแรกของลูกเสียแล้ว

“อึ่มร.ร.เก่าก็ดีนี่ ทำไมถึงอยากมาเรียนที่นี่ล่ะ” ชายวัยประมาณเกือบหกสิบกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนจิตใจฉันดีๆนี่เอง

“ขอบคุณที่ชื่นชมร.ร.เก่านะคะ ทุกร.ร.สอนให้นักเรียนเป็นคนดีและเก่ง ดิฉันตระหนักในความเป็นคนดีและคนเก่ง ซึ่งร.ร.แห่งนี้ดิฉันมุ่งมั่นด้วยศรัทธาว่า จะอบรมสั่งสอนต่อยอดแนวคิดดีๆ รวมถึงการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ต่อไปในภายภาคหน้าลูกจะเป็นทั้งคนเก่งและคนดีค่ะ”

“อึ่มอยากถามอะไรก่อนจากกันในวันนี้ไหมครับ”

“ดิฉันเรียนถามตรงนะคะ พิจารณาจากสิ่งใดในการคัดเลือกคะ”

“อึ่มดีครับดี ดูคะแนนมาอันดับแรก หากคะแนนขับเคี่ยวคู่กันมา ก็ต้องดูที่ปัจจัยรองครับ”

“ขอบพระคุณที่ชี้แนะค่ะ อย่างไรเสียดิฉันมาด้วยแรงศรัทธา ดิฉันหวังใจด้วยขอโอกาส(ขอยืมใช้คำนี้หน่อยนะลูก) เพื่อมาร่วมสร้างชื่อเสียงด้วยกันค่ะ ดิฉันคิดเช่นนี้ ขอบพระคุณสำหรับการให้ข้อมูลดีๆในวันนี้”

ฉันถูกส่งผ่านไปโต๊ะสุดท้ายนั่นคือ อาจารย์ฝ่ายมัธยมเป็นอาจารย์หญิงวัยประมาณห้าสิบกว่า สีหน้าใจดียิ้มแย้มแจ่มใส “อ้าวมีลูกคนเดียว แล้วจะมารับกฏเกณฑ์มากมายที่นี่ได้เหรอ”

ฉันตอบด้วยรอยยิ้มจริงใจที่สุดที่จะแย้มออกไปได้”แม้จะมีลูกสาวคนเดียว แต่ก็เลี้ยงมาแบบกฏเกณฑ์มากมายเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเวลากิน นอน อ่าน เล่น ทุกอย่างต้องมีคำว่า”วินัยในตนเองค่ะ” ดิฉันมั่นใจว่าลูกอยู่ที่นี่ได้อย่างมีความสุข”

“อึ่มแล้วนำอะไรมาด้วยคะ” พอดีอาจารย์เหลือบมาเห็นแฟ้มงานของลูกที่ฉันนำมาด้วย

“portfolio ของลูกน่ะค่ะ เผื่อว่าจะช่วยอะไรลูกได้บ้างค่ะ”

หน้าแรกคือเกรดและผลการเรียน ไล่ไปตามลำดับชั้นตั้งแต่อนุบาล๑-๓

และประถม๑-๖ ตามด้วยเกียรติบัตรผลการเรียน รวมถึงเกรดของ Intensive English Courses และรางวัลต่างๆ ช่วงท้ายเล่มจะเป็นเหรียญที่ชนะการแข่งขัน และผลงานที่นำส่งครู ซึ่งลูกชอบเป็นพิเศษจะรวบรวมเก็บไว้ด้วย

 

อาจารย์เปิดดูอย่างช้าๆแล้ว กล่าวชมว่า”โอ้โห..เก็บใบคะแนน สมุดพก  ใบเสร็จค่าเทอมตั้งแต่อนุบาลมาเลยเหรอนี่ เกียรติบัตรอะไรเยอะแยะจัง แสดงว่าลูกคุณแม่เป็นเด็กเก่งนะ”

ฉันกล่าวขอบคุณและอดไม่ได้ที่จะเสนอหน้า เอ๊ยยเสนอแนะเรื่องความมีน้ำใจของลูกจนได้เกียรติบัตรพ่วงมา นอกเหนือจากผลการเรียนดีเยี่ยม “นี่คือเกียรติบัตรความมีน้ำใจที่ลูกชอบช่วยเหลือคุณครู และมักนำเวลาพักเที่ยงหลังทานข้าวแล้ว มาติวให้เพื่อนๆที่เรียนอ่อนด้วยค่ะ”

ก่อนอำลาจากกัน ฉันกล่าว”ต้องขอบคุณที่อาจารย์ให้ความเอ็นดูลูกสาว ดิฉันหวังด้วยศรัทธาว่า ทางร.ร.จะให้โอกาสนะคะ”

ฉันเขียนด้วยความตั้งใจและตอบแบบจริงใจเป็นตัวของตัวเองที่สุด มิฉะนั้นแล้ว ฉันอาจสับสนหรือจำไม่ได้ว่าพูดปรุงแต่งอะไรออกไปบ้าง กลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนเพลีย สีหน้าสามีไม่ค่อยดีนัก ฉันเดินไปบอกสามีใกล้ๆว่า..

“ขอไปสมัครสอบก่อน มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะที่ลูกจะได้ ลองให้ลูกได้ทดสอบความสามารถดูก็ดีนะ คนสมัครตั้ง ๕๐๐ กว่าคน รับแค่๕๐คนเอง แล้วค่อยไตร่ตรองดูอีกทีนะ เพื่อลูกนะ เราห่างไกลกันแค่ระยะทาง แต่เราอยู่ใกล้กันเสมอ รับออกมาทุกสัปดาห์ คิดถึงน่ะ มันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ไม่เร็วก็ช้าลูกก็ต้องห่างตัวเราอยู่ดีนะ” ฉันปลอบใจสามี แม้ตัวฉันเองก็รู้สึกเหงาเศร้าไม่น้อยไปกว่าสามีเลย

ฉันกอดลูกหอมลูกด้วยความรู้สึกลึกๆว่า อีกไม่นานแล้วซินะ ที่เราจะไม่ได้กอดกันหอมกันทุกวี่วันแบบนี้ “หม่าม๊าทำเต็มที่แล้ว ช่วยลูกเต็มที่แล้ว ที่เหลือลูกต้องช่วยเหลือตัวเอง คะแนนเท่านั้นที่จะช่วยลูกได้ เพราะหม่าม๊าเขียนตัวเลขน้อยกว่าคนอื่น ลูกต้องถูกกดดันตั้งแต่เงินที่ใส่น้อยกว่าเขา แล้วยังต้องทำคะแนนให้ทิ้งห่างคู่แข่งขัน เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเปรียบเทียบในการพิจารณาปัจจัยรอง คนอื่นทำได้ เราต้องทำได้นะลูก แต่เมื่อเราทำเต็มที่แล้ว ผลจะออกมาเช่นไร ลูกต้องยอมรับมันนะจ๊ะ เข้าใจ๋”

แล้วลูกก็หันไปไหว้ขอบคุณ ที่พ่อไม่ขัดขวางการเดินทางไปสมัครสอบของแม่เธอ

“ขอบคุณหม่าม๊าที่ดูแลทุกอย่าง หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”








‘ขอแค่มีความหวัง โลกคงได้สวยงาม’

..

KITARO CARAVAN




..







ONCE A LONG, LONG TIME AGO





SETTING OUT TO FIND OUR DREAMS

 

LOST IN MEMORIES OF OLDEN DAYS

 

SOMETIMES RISING IN THE SPRING

 

GLOWING, SHIMNG COMES THE SUN

 

GOLDEN DAYBEAMS COME THROUGH TO ME NOW


THOSE WHO KNOW THE FIREBIRD





TRY TO FIND FOREVER THE DREAMS





TRY TO FIND FOREVER THE WAY, MY WAY





(CHORUS)





CARAVAN, JOURNEY IN THE SKY





AS THE SUN COMES OUT FROM THE DAY

 

CARAVAN, WE KNOW WHO WE ARE





WE DISOVER WHERE OR WHEN





CARAVAN, NOW WE FIND A LOVE





LOVE SHIMMERING AND SOON OUR LOVE IS GONE





COME WITH ME AND TAKE MY HAND





MEMORIES OF THE PAST UNFOLD





WITH YOU I LIVE THEM ONCE AGAIN





FROM MY BEATING HEART, MY HAND



FEELS MY WARMTH AND LOVE WITHIN

 

AND I WONDER WHEN THE SPRING WILL COME





DO WE EVER REALLY KNOW FOR SURE?





WILL WE TRAVEL ON AND ON?





SOMEDAY WELL BE STANDING UP TO LIVE

 

(CHORUS)

 













16 Responses to “พ่อขา..หนูขอโอกาสได้ไหมคะ(๒)”

  1.   henggy Says:

    ..KITARO..CARAVAN..

    ..

    ONCE A LONG, LONG TIME AGO

    SETTING OUT TO FIND OUR DREAMS

    LOST IN MEMORIES OF OLDEN DAYS…….:

    SOMETIMES RISING IN THE SPRING

    GLOWING, SHIMNG COMES THE SUN

    GOLDEN DAYBEAMS COME THROUGH TO ME NOW

    THOSE WHO KNOW THE FIREBIRD

    TRY TO FIND FOREVER THE DREAMS

    TRY TO FIND FOREVER THE WAY, MY WAY

    (CHORUS)

    CARAVAN, JOURNEY IN THE SKY

    AS THE SUN COMES OUT FROM THE DAY

    CARAVAN, WE KNOW WHO WE ARE

    WE DISOVER WHERE OR WHEN

    CARAVAN, NOW WE FIND A LOVE

    LOVE SHIMMERING AND SOON OUR LOVE IS GONE

    COME WITH ME AND TAKE MY HAND

    MEMORIES OF THE PAST UNFOLD

    WITH YOU I LIVE THEM ONCE AGAIN

    FROM MY BEATING HEART, MY HAND

    FEELS MY WARMTH AND LOVE WITHIN

    AND I WONDER WHEN THE SPRING WILL COME

    DO WE EVER REALLY KNOW FOR SURE?

    WILL WE TRAVEL ON AND ON?

    SOMEDAY WELL BE STANDING UP TO LIVE.,……

    (CHORUS)

    ……….ขอแค่มีความหวังเล็กๆ โลกคงได้สวยงาม……….

  2.   henggy Says:

    คุณฮอลล์คะ..
    ต้องลองมีลูกดูนะคะ แล้วจะระทึกเป็นระยะๆค่ะ
    เครียดบ้าง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง
    แต่ท้ายสุดแล้ว ทุกอย่างเราเป็นคนกำหนดนะคะ

    สู้ๆร่วมกันค่ะ ขอบคุณค่ะ

  3.   pijika Says:

    พูดถึงเรื่องกรอกตัวเลข
    เคยส่งหลานสาวเรียนมัธยม มาอยู่ที่บ้านด้วยกัน
    หลานสอบได้ เหลือแค่สัมภาษณ์
    เราต้องเป็นผู้ปกครอง
    ไปเจอแบบนี้เหมือนกันค่ะ

    มีให้กรอกตัวเลขบริจาค
    โห… เราเอาหลานมาเลี้ยงดู
    ส่งเรียน แค่ค่าเทอม เสื้อผ้า กินใช้
    เงินที่ต้องให้ใช้ทุกวัน เราไม่ใช่คนรวยนะ

    เลยเสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน ใส่ไปว่า –
    (-)
    ไม่มีให้โว้ยยย… แค่นี้ก็หมดไปเยอะแล้ว

    แต่หลานสาวก็ได้เรียนค่ะ (ลูกพี่ชาย)
    ตอนหลังเจ้านายของแม่หลานส่งเรียนปริญญาตรี
    เราเป็นเพียงผู้ส่งเสริมช่วงหนึ่ง

    ได้ประสบการณ์มาเยอะเลยค่ะ
    ที่แน่ๆ ก็คือ
    ไม่อยากมีลูกเร้ยยยยย…
    เหนื่อยนะคะ…
    สู้นะคะ คุณรัตน์

  4.   henggy Says:

    น้องเมย์คะ..

    พี่ก็ไม่ทราบว่าคนอื่นเขาทำport กันอย่างไรค่ะ
    พี่ก็คิดว่าผลงานของลูกนั้นในวันนี้ จะมีค่าและส่งผลในอนาคตค่ะ
    แต่เห็นของเด็กคนอื่น(ในวันสอบวันนั้น) เห็นมีแค่ปัจจุบันเองน่ะค่ะ
    แต่บางคนก็เก็บตั้งแต่ป.1-ป.6 บางคนเก็บแค่ป.6

    ขอบคุณกำลังใจจากน้องเมย์ค่ะ เชียงใหม่เป็นไงบ้างคะ
    ขอให้กิจการเฮงเฮงเฮง เจริญรุ่งเรืองนะคะ

  5.   xanax71 Says:

    เป็นกำลัลใจให้พี่รัตน์ค่ะ
    เชื่อว่าการที่น้องเกรซได้รับการบ่มเพาะจากคุณพ่อคุณแม่ที่น่ารักแบบพี่ๆตลอดมาเป็นแบบนี้ย่อมเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับน้องในก้าวต่อไปแน่ๆ

    สำหรับ portfolio….ชื่นชมมากๆค่ะ ชื่นชมทั้งน้องเกรซ และคุณแม่ด้วย เยี่ยมไปเลย ปกติไม่ค่อยเห็นใครเก็บเป็นระเบียบแบบนี้มาก่อนเลย ถ้าไม่ใช่ port เกี่ยวกับการทำงาน

  6.   henggy Says:

    คุณแม่น้องแก้มคะ..ขอบคุณสำหรับกำลังใจกองโต ทำให้หัวใจพองได้ในเช้านี้ค่ะ

    ….

    คุณลูกสาวแม่-พ่อคะ..พี่ดีใจที่เห็นชื่อนี้อีกครั้งค่ะ น้องเป็นคนดีมากเลย จากที่อ่านคห.
    ใฝ่รู้ ใฝ่ดี สุดยอดของลูกแล้วค่ะ พี่จะพาลูกมาอ่านทุกคห.เลย เพราะมีค่ามากๆค่ะ
    ขอบคุณด้วยใจจริง

    …..

    คุณmalee..
    รัตน์ตอบในตอนที่หนึ่งด้วยนะคะ
    ขอบคุณที่แนะนำค่ะ

    คุณcvorapat คะ..แม้จะบังเอิญเข้ามา ก็ดีใจที่คุณชอบนี้เช่นเดียวกับดิฉันค่ะ
    CARAVAN KITARO ค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ….

    พี่นิดคะ..ระเบียบวินัยถูกสอนจากทางบ้านและขับเคลื่อนสู่ร.ร.
    โดยมีพ่อแม่และครูเป็นผู้ดูแลจริงๆเลยเนาะ ขอบคุณที่ตามอ่านค่ะพี่

    ….

    คุณLilacคะ..ขอบคุณสำหรับคำชมที่มาเติมใจให้กันค่ะ

    ……

    คุณเคนจิคะ..โอ้ถือว่าเก่งมาแต่เด็กทีเดียวแหละค่ะน้องเคนจิ
    ดูจากแนวคิดการเขียนก็เป็นคนเก่งอยู่แล้ว มีทั้งศาสตร์และศิลป์

    เกรซเด็ดขาดมาก ไม่เผื่อเลือกที่ใดเลย ได้คือได้ ไม่ได้คือไม่ได้
    มาที่นี่ที่เดียว ขอบคุณมากๆค่ะ

    …..

    คุณน้อง@UKคะ..
    พี่ชื่นชมน้องและน้องชายนะคะ เป็นคนดีและเก่งค่ะ จึงสามารถยืนได้ด้วยตนเอง

    ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี คุณพ่อคุณแม่ชื่นใจแน่ๆค่ะ ที่ดูแลมาดีจึงได้ลูกที่แข็งแกร่งเช่นนี้
    ขอบคุณที่สละเวลาอ่านแล้ว ยังมีมุมมองดีๆให้พี่และลูกด้วย ขอบคุณจริงๆค่ะ

    ….

    คุณชบาคะ..
    ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ คุณชบาสบายดีนะคะ

    …..

    คุณพ่ออีกคนหนึ่งคะ..ขอบคุณสำหรับคำชมและกำสังใจค่ะ
    พ่อแม่ห่วงลูก แต่การแสดงออกก็ต่างกัน

    เชื่อว่าลูกสาวของคุณพ่อก็เป็นลูกคุณภาพนะคะ อบรมมาดี
    ดิฉันตอบคห.ในหน้าแรกแล้วนะคะ
    …………

    ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆค่ะ

  7.   พ่ออีกคนหนึ่ง Says:

    เพิ่งมาอ่านตอน 2 ครับ แล้วกลับไปอ่านตอนหนึ่ง ผมก็เป็นคนนึงที่มีลูกสาว เห็นใจทั้งเด็กและพ่อครับ ต่างคนต่างมีความเป็นห่วงเป็นใยกัน ด้านคุณพ่อห่วงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของลูก ส่วนคุณลูกห่วงในชีวิตในอนาคต ต้องยอมรับว่าบทบาทที่นักตกกลับคุณแม่เลยครับ เห็นใจคุณแม่มาก ๆ แต่คิดว่าทีสุดในตอนสุดท้ายต้อง Happy ending แน่นอน ไม่ได้หมายถึงลูกจะสอบติดหรือไม่ แต่บ้านนี้จะมีความรักและความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งครับ จะติดตามจนจบครับ ขอบคุณคุณแม่ที่แบ่งบันเรื่องดี ๆ แบบนี้ครับ ขอบคุณ Manager ครับ

  8.   @UK Says:

    ได้เข้ามาอ่านโดยบังเอิญ (จริงๆเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่รีบเลยไม่ทันได้อ่าน)

    ขอให้กำลังใจพี่กับเรื่องนี้ค่ะ ความห่วงใยของคุณพ่อเข้าใจได้ เป็นเรื่องปกติ ลูกใครใครก็ห่วง แต่ขอยกคำพ่อของตัวเองขึ้นมาประโยคหนึ่ง “ป๊าไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า ป๊าให้โอกาส ให้อะไรดีๆกับหนูเพื่อว่า หนูจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง”

    หนู (ขอใช้แทนตัวเองว่าหนูแล้วกันเพราะถ้าพี่มีลูกเข้า ม. 1 เราคงห่างกันพอควร) เป็นอีกคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตไกลบ้านมายาวนาน
    หนูอยากไปเรียนต่างประเทศอยู่แล้ว ป๊ากับคุณแม่ก็ไม่ขัดอะไร เลยทำเรื่องเอง ทั้งกรอกใบสมัคร สอบภาษาอังกฤษและอื่นๆ จนมหาวิทยาลัยตอบรับ จึงจากบ้านมาอเมริกาเมื่อตอนเรียนปริญญาตรี ใช้ชีวิตอยู่ 6 ปี ตอนนี้ก็จากบ้านมาอยู่อังกฤษอีกปี เดี่ยวปลายปีนี้ก็จะจบแล้ว น้องชายคนเล็กหนูก็แนะนำให้ป๊าส่งไปเรียนนิวซีแลนด์ตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้ 20 เรียนอยู่ปีสองแล้ว ส่วนน้องคนอื่นๆสมัครใจเรียนเมืองไทยมากกว่า

    ขอตอบในมุมมองของลูกค่ะ ว่า ถ้าคุณแม่มั่นใจในภูมิคุ้มกันที่ได้ให้กับลูกไว้ และตัวน้องเองเป็นคนที่มุ่งมั่นและรักดี หนูคิดว่าน้องสามารถจะใช้ชีวิตอยู่ห่างบ้านได้ แน่ล่ะว่าวัยรุ่นมันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่พื้นฐานความพร้อมของแต่ละคนก็ต่างกันค่ะ บางคนต่อให้โตแล้ว ความอ่อนไหวทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์นั้นไม่ได้มากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นเลย

    เหมือนอย่างน้องชายหนู หนูคิดว่าเค้าพร้อมที่จะจากบ้านไปตั้งแต่ 13 ถามว่าเด็กไม๊ ไปอยู่ต่างประเทศ ก็เด็กค่ะ แต่หนูเชื่อว่า พื้นฐานนิสัยแล้ว เค้าสามารถจะเอาตัวรอดได้ เทียบกับน้องชายอีกคนที่โตกว่าสามปีไม่ได้เลย (คนนั้นยังทำตัวเป็นลูกแหง่จนบัดนี้) และการจากไปเรียนมันไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะห่างหาย บ้านหนูเลี้ยงมาให้เมื่อมีอะไรเราก็คุยกันอย่างเปิดเผย แม้ว่าน้องจะไม่ค่อยโทรมาแต่แม่ก็โทรไปหาบ่อยและเค้าก็เล่าสิ่งที่เจอ สิ่งที่รู้สึก บ่นบ้างอะไรบ้าง แต่เราไม่ขาดการติดต่อและการสั่งสอนของแม่ก็ตามไปตลอดไม่ว่าจะอยู่ไหน

    ไม่ว่าจะอายุ 13 หรือ 30 จะอยู่ที่บ้านหรือห่างมาไกล ยังไงเสียอะไรก็ทำลายความแข็งแกร่งของพื้นฐานจิตใจไม่ได้ หนูบอกแม่เมื่อครั้งจากบ้านไปตอน 18 ว่า ป๊ากับแม่ไม่ต้องห่วง ถ้าป๊ากับแม่เชื่อมั่นในการอบรมสั่งสอน ป๊ากับแม่ก็จะมั่นใจว่าลูกทุกคนจะไม่ทำอะไรที่ป๊ากับแม่ต้องเสียใจ เพราะไม่ว่าอยู่ที่ไหน เราก็รำลึกถึงเสมอ เราจำได้เสมอว่าเค้าบอกว่าอะไร และเราควรทำอะไร มีบ้างที่การตัดสินใจของเราผิดพลาด แต่หนูไม่คิดว่านั่นเป็นเพราะเราอยู่ห่างไกล ถึงอยู่ใกล้กัน มันก็ต้องมีวันที่เราผิดพลาดได้บ้าง และเราจะได้เรียนรู้จากมันค่ะ

    สังคมสมัยนี้น่ากลัวขึ้นจริงๆค่ะ แต่หนูเชื่อว่า ถ้าจะพลั้งพลาด มีอันตรายใดๆเกิดขึ้น อยู่ที่ไหน จะไกลจะใกล้ ไม่ได้เสี่ยงมากไปกว่ากันเลยค่ะ แม้กระทั่งอยู่บ้านเฉยๆ ภัยเข้ามาหาถึงตัวก็มีป๊ากับแม่เคยบอกไว้ว่า การอยู่ด้วยตัวเอง ทำให้เราเรียนรู้ชีวิตเร็วขึ้น (ส่วน 12 จะเร็วไปไม๊ มันก็แล้วแต่จะมอง) ช่วยเหลือตัวเองได้เร็วขึ้น ตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองได้เด็ดขาดขึ้น อาจจะเป็นเพราะป๊าก็ถูกเลี้ยงมาแบบนั้น ป๊าจึงเลี้ยงหนูและน้องมาด้วยความเชื่อนี้เช่นกัน

    เขียนมาเนิ่นนาน อย่างไรเสีย ถ้าลูกสาวพี่จะได้มาเรียนกรุงเทพฯจริงๆ ขอให้เชื่อมั่นค่ะ เชื่อทั้งตัวลูก และตัวพี่เองว่าได้เลี้ยงเค้ามาดีพอแล้ว อีกอย่าง เมื่อพี่ได้เลือกโรงเรียนนี้ พี่ก็ต้องมั่นใจสิคะว่า อาจารย์ที่นี่จะอบรมสั่งสอนเด็กได้สมกับที่ตั้งมายาวนานและผลิตบุคลากรที่ดีของสังคมออกมามากมาย

  9.   kenjionline Says:

    นึกถึงสมัยตอนแม่พาผมไปสอบ ป.1 เลยครับ
    ไปสมัครกี่ที่ครับนี่ รู้สึกตอนนั้นผมสอบไป 2 ที่ครับ
    ที่แรกไม่ได้ มาได้เอาที่ที่สอง

    รับ 50 คน น่าจะเป็นโรงเรียนที่มีสอนระดับประถมด้วย
    โรงเรียนฝรั่ง หรือไทย ครับนี่ อิอิ

  10.   chaba2550 Says:

    เป็นกำลังใจให้คุณรัตน์และครอบครัวนะคะ..

    :)

  11.   Lilac Says:

    คุณแม่ได้ฉีดวัคซีนที่ดีให้กับลูกแล้วค่ะ และวัคซีนที่ลูกของคุณแม่รับไปนั้นเริ่มทำงานแล้วค่ะ ขอชื่นชมที่คุณแม่จะได้ลูกที่มีคุณภาพในอนาคตค่ะ

    การอบรม การดูแลของคุณพ่อและคุณแม่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน จะส่งผลถึงอนาคตเลยค่ะ จะติดตามอ่านต่อนะคะ

  12.   athenaz Says:

    คุณรัตน์เขียนเรื่องสนุกนะคะ

    ลูกสาวพี่เข้าตั้งแต่ ป.1 สอบคุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ

    วันไปรับลูก ต้องไปมองหากับใหญ่ว่าอยู่ไหน
    เพราะตัดผมม้า หน้าเหมือนและตัวเท่ากันหมด หาลูกไม่ค่อยเจอค่ะ 555

    โรงเรียนสายคริสต์ก็จะได้รับพจารณาประกอบด้วยนะคะ
    ลูกได้วินัยมาจนวันนี้เทียวค่ะ

    อ่านดูเดาว่าหลานคงสอบไ เด่งนะคะ เพราะชั้นนี้รับไม่มากเท่า ป.1

    คอยอ่านต่อนะคะ

    P’

  13.   cvorapat Says:

    เพิ่งผ่านมาเจอ blog ของคุณโดยบังเอิญ ลองอ่านดูน่าสนใจครับ แต่ตอนนี้อยากรู้ว่าเพลงที่ใช้เป็น background อยู่คือเพลงอะไรแล้วใครร้องครับ

    ขอเวลาอ่าน blog ของคุณซักพักนะครับแล้วจะเขียนมาคุยอีก

    ขอบคุณครับ

  14.   แม่ที่ส่งลูกสาวไปเรียนที่นี่เหมือนกัน Says:

    จะมาตามอ่านต่อนะคะ ว่าตกลงได้ไม๊
    ถ้าคิดไม่ผิดก็คงเป็น วว. ลูกสาวเรียนตั้งแต่ ม.1-6
    ตอนนี้กำลังจะจบมหาลัยแล้วค่ะ ให้กำลังใจนะคะ
    ถ้าคะแนนดีต้องได้แน่เลย แต่แรกๆคุณแม่ต้องร้องไห้อยู่
    หลายวันแน่เลย เพราะตัวเองก็เป็นอยู่เหมือนกัน กลับมาเสาร์-อาทิตย์
    แรกๆต้องร้องไห้ทุกที ทั้งแม่ทั้งลูก

  15.   ลูกสาวแม่-พ่อ Says:

    ตามมาอ่านอีก :)
    …………………

    ชอบความคิดของคุณรัตน์ที่ตอบไปในการสอบนี้ค่ะ …. คุณรัตน์เป็นคุณแม่ที่มีคุณภาพจริงๆ โชคดีของน้องเกรซที่ได้รับการปลูกฝังดูแลจากคุณรัตน์ค่ะ … เราว่า สิ่งที่ช่วยให้น้องได้เข้าเรียน ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากคุณรัตน์นี้เอง หากน้องไม่มีแม่ที่คอยสนับสนุนโอกาสที่จะผ่านด่านของคุณพ่อ และคู่แข่งอื่นๆ คงจะยาก … ทางโรงเรียนก็คงอยากได้นักเรียน และผู้ปกครองที่ดีและมีคุณภาพแบบน้องเกรซและคุณรัตน์ค่ะ

    ช่วงที่เราเรียน ม. ปลาย ในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด เราเดินทางไป-กลับจากบ้านที่อยู่ต่างอำเภอ ต้องออกจากบ้านแต่เช้า ช่วงเย็นหลังเลิกเรียนก็รีบกลับไม่ได้แวะเที่ยวหรือทำอะไรต่อที่โรงเรียน เราต้องรีบไปขึ้นรถโดยสารเพื่อกลับบ้านเพื่อที่จะกลับถึงบ้านไม่เย็นเกินไป …. เทอมแรกเราไปพักอยู่บ้านญาติในตัวเมืองแต่ไม่สะดวก กลับมาพักที่บ้านเราและเดินทางไปกลับเองดีกว่า ก็มีเพื่อนหลายๆ คนที่เดินทางจากต่างอำเภอแบบนี้ ตอนนั้นไม่ได้นึกถึงการเข้าพักหอพักของโรงเรียนเลย สิ่งหนึ่งที่เห็น คือ เด็กหอพักโรงเรียนจะมีโรงเรียนเหมือนเป็นบ้าน วิ่งเล่นทำกิจกรรมทุกๆ อย่างที่โรงเรียน และจะรู้จักกับเพื่อนๆ หลายห้อง

    ในช่วงวัยเรียนนั้น สิ่งที่เราเสียดาย คือ เราไม่ได้ทำกิจกรรมกับทางโรงเรียนในช่วงเย็น เสียดายส่วนนี้อย่างเดียวเท่านั้น ….. เพื่อนที่เป็นเด็กประจำ หรือคนที่บ้านอยู่ในตัวเมืองเค้าไม่ต้องรีบเดินทางกลับบ้านแบบเรา บางคนก็อยู่เล่นกีฬาต่อ … โรงเรียนเรามีชื่อเสียงด้านวงโยธวาทิต แต่เราก็ไม่ได้เข้าร่วมเพราะต้องอยู่ซ้อมหลังเลิกเรียน ทั้งๆ ที่เราสนใจด้านดนตรี โรงเรียนเรามีอะไรที่ดีๆ มากมายแต่เราก็ได้รับและสัมผัสเฉพาะในช่วงเวลาเรียนและเวลาหลังเลิกเรียนช่วงสั้นๆ ก่อนที่คุณครูจะเปิดประตูปล่อยให้เด็กกลับ …. ไม่ได้สนใจอยากไปเดินเล่นตามห้างในเมือง เราเพียงอยากอยู่ทำกิจกรรมในโรงเรียน แต่หากมัวทำแบบนั้น รถโดยสารที่เราคุ้นเคยก็จะหมด ต้องไปขึ้นรถแบบอื่นแทน… ในช่วงนั้น มีแต่โรงเรียนกับบ้าน เราไม่ได้คิดถึงการเดินทางไปเรียนที่อื่นๆ ไปไกลกว่านี้เลย ตอนเรียนมัธยมก็คิดว่าโรงเรียนเราก็ดี มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ก็แค่นี้ก็พอ ….ส่วนหนึ่งที่จำกัดการแสวงหาบางสิ่งที่คิดว่าดีกว่า-พร้อมกว่าของเรา คงเพราะเราชอบชีวิตแบบต่างจังหวัดของเรา กลัวการไปใช้ชีวิตต่างถิ่น โดยเฉพาะ กทม. ครอบครัวเราต่างจังหวัดขนานแท้ ที่พวกเราไม่ค่อยชอบชีวิตในเมืองแบบ กทม. ค่ะ …. ครอบครัวคุณรัตน์ยังคุ้นเคยกับ กทม. มีญาติในกทม. น้องเกรซคงปรับตัวได้ไม่ลำบาก

    *** การที่น้องตั้งใจ เต็มใจที่จะใช้ชีวิตในวัยเรียนแบบนี้ น้องเกรซคงจะได้อะไรติดตัวไปมากมาย … สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ น้องได้รับการดูแลปลูกฝังมาแล้วอย่างดีจากคุณแม่-พ่อ

  16.   แม่น้องแก้ม Says:

    ชอบมากเลยค่ะ ดิฉันก็ตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับคุณแม่น้องเกรซเลยค่ะ
    ซึ่งก็มีแนวคิดเดียวกับคุณแม่น้องเกรซนะคะ ดีใจที่ได้อ่านค่ะ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.