พ่อขา..หนูขอโอกาสได้ไหมคะ(จบ)

 

 

 

เด็กน้อย

ความฝัน

รอบรู้

ใฝ่รู้และไขว่คว้า

สู้สู้

ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้

ความพยายามอยู่ที่ไหน

ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

 

ปราถนาดี

 

ทำให้ดีที่สุด

 

รักตนเอง

 

รักชื่อเสียง

รักวงศ์ตระกูล

 

หนูขอโอกาสค่ะพ่อ

อุปสรรค

 

 

.

 

ข้าพเจ้าเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อต้องการให้ผู้ที่กำลังเดินหาฝัน

อย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง อยากให้มุมานะให้ถึงที่สุดตอน๑..ขอโอกาส

ตอน๒..ไปสมัครสอบและสัมภาษณ์

ตอน๓..วันสอบแข่งขัน
 

ตอนจบ..ประกาศผลสอบ

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓วันประกาศผลสอบ  

หลังจากสอบเสร็จได้ไม่นาน ความไม่สบายใจได้คืบคลานมารุมเร้าประเดประดังมาสู่ใจฉัน ให้เศร้าอาดูรอยู่ไม่น้อย  แอบรำพึงรำพันอย่างเงียบๆแม้ลูกจะร่าเริงเฉกเช่นเด็กทั่วไป แต่ฉันรับรู้ถึงความตั้งใจของลูก ด้วยหวังใจว่าตนต้องทำได้สอบได้ และท้ายสุดต้องเข้าให้ได้ จึงไม่ได้สำรองหรือเผื่อเลือกที่ใดเลย  ลูกต้องการเข้าไปสู่สถานศึกษาแห่งนี้จริงๆ แล้วอีกนัยนึง ถ้าไม่ได้ล่ะ!!! แล้วน้ำตาก็ไหลพรั่งพรูแบบห้ามไม่ได้

เราต้องเชื่อมั่นในคำพูดของอาจารย์ที่สัมภาษณ์เราซิ “ร.ร.เราต้องการคนเก่ง โดยดูที่คะแนนเป็นหลัก หากคะแนนสูสีเท่ากัน เราจะพิจารณาที่ปัจจัยรอง(เงิน) หากลูกของคุณแม่ทำคะแนนดีทิ้งห่าง แม้ไม่ได้กรอกตัวเลขให้ร.ร.เลย ทางร.ร.ก็รับครับ”  เมื่อนึกถึงประโยคนี้ พอจะเยียวยาจิตใจให้มีพลังขึ้นมาได้อย่างมหัศจรรย์

 

“อึ่ม…ในใบสมัครมีให้กรอกข้อมูลความสามารถพิเศษของพ่อแม่และลูกด้วย ความสามารถพิเศษของครอบครัวเราคงพอสู้กับเขาได้นะ ลูกเราก็พอจะมีดนตรีเป็นอาภรณ์ติดตัวอยู่บ้าง สู้คนอื่นได้น่ะ อย่าคิดมาก  ถ้าเราคิดดี พูดดี ทำดีก็บันดาลพลังกายพลังใจให้กับฉันและลูกเสมอ

เงินซื้อทุกอย่างไม่ได้ แต่ปัญญานำพามาซึ่งทุกอย่างได้ ฉันมั่นใจในฝีมือลูก และหวังว่าจะเป็นจริง

 

และแล้วใกล้เวลาเดินทางเข้ากรุงเทพฯอีกครั้ง เพื่อไปลุ้นผลสอบแบบประชิดติดขอบสนาม ช่วงเย็นหลังลูกกลับจากร.ร. ลูกจัดเตรียมเสื้อผ้านักเรียน ลูกบรรจงร้อยด้ายเข้าเข็ม เพื่อซ่อมกระดุมกิ๊บของเสื้อนักเรียน ที่กำลังรุ่งริ่งใกล้จะหลุดอยู่รอมร่อ ทุกอย่างต้องเรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

ฉันเห็นภาพของลูกที่กุลีกุจอเตรียมโน่นนี่ นึกประหวั่นเล็กๆ อีกไม่นานลูกต้องช่วยเหลือตัวเองในทุกด้านมากขึ้น รายงานบางชิ้นมีพ่อแม่เคยได้ช่วยแนะนำบ้าง และตอนลูกเล็กๆ ลูกยังไม่มีระบบในการจัดการแนวคิด ฉันจะพาลูกทำไฮไลท์ข้อความสำคัญที่น่าจะออกสอบ และตั้งโจทย์ทุกวิชาให้ลูกทำในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ยังไม่เข้าอนุบาลก็ว่าได้ ช่วงแรกๆจะเป็นเรื่องของภาพและสี นิทานต่างๆ บ่อยครั้งที่ไม่ทราบจะเล่าอะไรแล้ว ก็อุปโลกเรื่องขึ้นอีกตามเคย จนบางครั้งลูกจับได้ก็มีเฮกันบ้าง แล้วตามด้วย”ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร กับใคร เมื่อไร”

เมื่อลูกโตขึ้นจึงได้สานต่อการช่วยเหลือเป็นอีกด้านนึงแทน ให้ลูกหาอ่านเอง เพียงแต่เราคอยช่วยเสริมบ้าง เมื่อมีการสอบแข่งขันภายในหรือภายนอกร.ร. ฉันมักตระเตรียมข้อมูล ข้อสอบ หรือความรู้รอบตัว เช่น H1N1 ไข้หวัดใหญ่ 2009 บารัคเป็ประธานาธิบดีคนที่เท่าไร พรรคอะไร สโลแกนของจังหวัดต่างๆ อภิสิทธิ์เป็นนายกคนที่เท่าไร เขาพระวิหารอยู่จังหวัดใด รวมถึงบุคคลสำคัญ ข่าวสารหรือซีรี่ส์หนังดังต่างๆที่ลูกชอบดู อาจมีตกหล่นไปบ้าง

เมื่อเร็วๆนี้ฉันมัวแต่ยุ่งเรื่องงานและลูก จนไม่ได้ติดตามข่าวสาร sms ข่าวสั้นในมือถือ ที่ยังไม่ได้เปิดอ่านมีถึง ๒๔๒ ข้อความ จึงมีลูกมานั่งเล่าให้ฟังแทน เพราะลูกติดตามข่าวแทนเสียแล้ว หน้าที่เลขาฯประจำบ้าน จึงตกไปเป็นของลูกสาว ซึ่งจำเป็นต้องวิ่งไล่ตามข่าวสารที่ทันต่อเหตุการณ์ เผื่อจะมีออกข้อสอบ ฉันไม่ทราบว่ากระบวนการต่างๆที่ฉันเพียรกระทำมาถูกต้องแล้วหรือยัง แต่คิดเข้าข้างตัวเองเสมอ

“ขอทำหน้าที่แม่และถ่ายทอดสู่ลูกให้มากที่สุดและดีที่สุด”

มุมมองส่วนตัวแล้ว การช่วยลูกเสมือนเป็นเลขาฯ มิใช่การป้อนลูกจนเกินไป บ่อยครั้งที่ฉันจะบอกแบบกว้างๆว่า “ตอนนี้มีข่าวสำคัญนี้ออกมา หรือตอนนี้มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีไปหาอ่านนะ ใครเป็นใคร” ลูกมีการบ้านเยอะมาก ประกอบกับการเรียนพิเศษที่เธอร้องขอ เวลาในแต่ละวันจึงไม่ค่อยพอเพียงกับการจัดสรรนัก เวลามีจำกัด ตื่นหกโมง นอนไม่เกินสามทุ่ม

ถึงลูกจะว่านอนสอนง่าย แต่ธรรมชาติของเด็กก็มีดื้อบ้าง บ่อยครั้งที่ฉันเป็นนางฟ้าใจดี แต่บางครั้งฉันก็แปลงร่างเป็นแม่มดใจร้าย แผดเสียงสูงปรี๊ดใส่ลูกได้เช่นกัน ถามว่าเคยตีไหม “เคยค่ะ แม้จะมีลูกคนเดียว แต่ยังให้เครดิตที่ไม้เรียวอยู่ ถ้าผิดครั้งแรกไม่ตี ครั้งที่สามจึงจะตี ครั้งล่าสุดที่ตีลูก เมื่อสามปีที่แล้ว แต่ตีแบบเป็นการลงโทษแค่เจ็บ  มิใช่ตีแบบไม่ลืมหูลืมตา”

ฉันเริ่มหยอกลูกด้วยอารมณ์ขัน

“ต่อไปลูกต้องช่วยตัวเองจริงๆในคราวนี้ อยู่บ้านเป็นคุณหนู ได้ไปใช้ชีวิตแบบเด็กประจำ ลำบากบ้างก็ดีนะ อึด ฮึด สู้ เข้าไว้ อึ่ม..น่าจะเข้าท่าดีนะลูก”  

 

 

 

แม้ว่าผลสอบจะส่งผ่านทางไปรษณีย์ถึงที่บ้านก็ตาม ฉันอดที่จะลุ้นถึงกท.ไม่ได้ บอกกับสามีว่า..

“ตัวเองรอฟังผลทางนี้นะ บ่ายนี้เค้าจะพาลูกไปกท.นะ อยู่ไม่ไหวแล้วล่ะ ไปลุ้นคืนนี้ทางเวบไซต์ของโรงเรียนดีกว่า ถ้าไม่ได้จะหาหนทางไปพบอาจารย์” ฉันพูดโดยไม่คิดว่า มันจะเป็นไปได้หรือไม่

“จะบ้าเหรอ ถ้าผลสอบแสดงรายชื่อนักเรียนออกมาแล้ว จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไง”

“อ่ะน่ะ เค้าจะบอกทางร.ร.ว่า คิดดีแล้วเหรอที่ไม่รับลูกหนู 555พูดเล่นๆ ” ฉันหัวเราะหยอกล้อกับสามีอย่างสบายๆ

ถึงกท.เราสองแม่ลูกเดินช๊อปปิ้งเพื่อผ่ิอนคลาย แต่ลูกยังเกริ่นๆด้วยน้ำเสียงกังวลอยู่ไม่น้อย “หม่าม๊าว่า คะแนนจะสู้คนอื่นไหวไหมเนี้ย”

“อ่ะน่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หนูต้องยอมรับนะคะ” ฉันตอบ เพื่อไม่ให้ลูกกังวลจนเกินไป

พอดึกๆลูกสาวเดินมาตรวจทางอินเตอร์เน็ต เผื่อว่าผลจะออกแล้ว ด้วยสีหน้าแววตาส่อให้เห็นความเครียดเล็กๆที่ผุดอยู่ภายใน

“ว้า!!ผลยังไม่ออกเลย”

และแล้วสองแม่ลูกก็ต้องลุ้นกันต่อไป ในค่ำคืนอันเงียบสงบสงัดของคืนนี้ ฉันนอนกอดลูกแน่นกว่าทุกคืน ซึ่งเกือบตลอดทั้งคืน ฉันแทบไม่ได้นอน ครุ่นคิดสารพัดเรื่อง ได้ ไม่ได้ ได้ ไม่ได้ กระทั่งต้องเรียกจิตตัวเองให้กลับมาสงบอีกครั้ง หายใจเข้า..พุธ..หายใจออก..โธ..จนผล๋อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว

เวลาประมาณตีห้าสี่สิบ ฉันรีบลุกขึ้นมาเปิดคอมพ์ เพื่อตรวจหารายชื่อ ก่อนที่ลูกจะทราบว่า ได้หรือไม่ได้ ฉันต้องให้ลูกสะเทือนใจน้อยที่สุด ฉันจะหาคำปลอบโยนใดมากล่าวกับลูก หากลูกไม่ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนต่อ ฉันจะทำอย่างไรต่อไป ในช่วงเวลานั้นมืดแปดด้านเหมือนกันนะ พอเปิดคอมพ์ฉันก็ร่ายคาถาในใจ “จงได้ จงติด จงได้ จงติด” แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะยังไม่แจ้งทางหน้าเวบฯ “คงเช้าเกินไปมั้ง” ฉันปลอบใจตัวเอง

ลูกตื่นพร้อมเรียกหา”หม่าม๊าๆ เปิดดูยัง ได้ไหม ติดไหม” เสียงละล่ำละลักด้วยความอยากรู้เป็นอย่างยิ่ง ดูลูกกระวนกระวายใจมาก

“ยังเลยลูก โปรดใจเย็นน้องสาวเอ๊ยใจเย็นๆ” ผ่อนคลายด้วยเพลงของเฉลียงซะงั้น

แต่ความเครียดยังคงปกคลุมเราสองแม่ลูก แม้จะผ่อนคลายด้วยวิธีใด ก็เป็นไปแบบแห้งๆแกนๆ ไม่มีชีวิตชีวา

 

 

ประมาณสักเก้าโมงเช้า เรามาเปิดคอมพ์อีกครั้ง โดยมีน้องชายและฉันเปิดหน้าเวบอยู่ก่อนอย่างพินอบพิเทา แฝงอาการสั่นนิดๆ หน้าเวบแจ้งให้ใส่ระดับชั้น เลขประจำตัวสอบ วันเดือนปีเกิด และแล้วประโยคยาวๆก็พลันปรากฏขึ้นในทันที จนฉันตั้งตัวรับไม่ทัน 

หน้าเวบปรากฏชื่อสกุลของลูกสาวด้วยอักษรตัวเขื่องโตพอสมควร ฉันตะโกนเรียกลูก จนเสียงหลง “เกรซซซซซซซซซ”

 

พวกเราแย่งกันอ่านอย่างตั้งใจ ฉันกอดน้องชายกอดลูกสาว

“สำเร็จแล้ว เราทำได้”

“ดูดีๆซิ ลูกอ่านดีๆซิ เขาพิมพ์ว่า ผ่านคัดเลือก หรือไม่ผ่านการคัดเลือก หม่าม๊าตาลายไปหมดเลย อ่านทีละคำช้าๆนะลูก เผื่ออ่านผิดอ่ะ”

 

 

“ลูกสอบได้นี่ เย้” เสียงเย้!!เปล่งสุดเสียงเท่าที่แม่จะตะเบงออกมาได้ในเวลานั้น

ฉันชะงักอีกครั้ง “เออะ ว่าแต่ดูดีๆอีกทีซิลูก เขาพิมพ์ผิด หรือเราอ่านผิดรึเปล่า อ่านอีกรอบซิลูก อ่านออกเสียงชัดๆซิ” ฉันไม่เชื่อสายตาตนเองในเวลานั้นเสียแล้ว

“ค่ะ เกรซสอบได้ เกรซผ่านการคัดเลือกแล้ว เกรซได้เข้าไปเรียนแล้ว”

ลูกสาวพูดอย่างตื่นเต้นและดีใจ

“เจ้ ได้จริงๆนะ ติดจริงๆนะ หลานสอบได้จริงๆนะ” น้องชายย้ำกับฉันหลายหน

“ขอบคุณขอบคุณขอบคุณทุกคน”  ฉันพร่ำอย่างไม่ขาดกระแสเสียง

“วรนิษฐา และนามสกุล  นักเรียนสอบผ่านการคัดเลือก ระดับชั้นมัธยม 1”

“เย้……” เสียงสองเสียงจากคนสองคนดังที่สุด เท่าที่เราสองแม่ลูกจะเปล่งเสียงออกมาได้ เรายืนกอดกันนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งด้วยความดีใจ

สักครู่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น “ปาป๊าโทรมาลูก”

“มีจดหมายแจ้งมาว่า สอบได้นะ แต่เฮ่อไม่น่าได้เลย” เสียงหยอกล้อลูกสาวแว่วมาทางปลายสาย

“เราต้องดีใจกับลูกซิ อ่ะๆคุยกับลูกหน่อยนะ”

 

“ปาป๊าฟังนะ จะอ่านผลทางเวบไซต์ให้ฟังค่ะ …นักเรียนสอบผ่านการคัดเลือก ระดับชั้นมัธยมศึกษา 1  เย้…”

“ลูกเก่งนะ อ่ะดีใจก็ดีใจ เดี๋ยวเราไปฉลองกัน” ผู้เป็นพ่อกล่าวทิ้งท้ายก่อนจบการสนทนา

พลันให้นึกถึงภาพที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็ปรากฏขึ้นด้วยความเห็นใจ เหตุการณ์นึงที่ฉันเห็นใจผู้เป็นพ่อ..สามีหยิบผ้าเช็ดตัวของลูกมาซับหน้าหอมเนิ่นนาน ก่อนจะพูด

“ผ้าเช็ดตัวของลูกหอมชื่นใจจัง” ฉันทราบดีว่า สามีต้องนึกไปไกลถึงอนาคตอันใกล้ คงไม่ไ่ด้กอดลูกหอมลูกทุกวันแบบนี้อีกแล้ว

 

 

ในวันนี้เองฉันเมล์แจ้งคุณครูที่สอนพิเศษที่ลูกสาวเคารพรัก เพราะเห็นว่า ท่านติดตามผลสอบของลูกอยู่และในวันรุ่งขึ้น ฉันได้รับเมล์ตอบจากอาจารย์ของลูกด้วยความปลื้มปิติและตื้นตันใจ

 

 

บทส่งท้าย 

ครอบครัวเราขอขอบคุณทุกท่านที่ส่งแรงใจอันทรงค่ายิ่งทุกความคิดเห็น ทุกเมล์ ทุกกำลังใจสะท้อนมุมมองดีๆให้กับเรา

และสร้างความปลื้มปิติอย่างล้นเหลือ

และ

ขอขอบพระคุณคณาจารย์ของร.ร.ที่กรุณาให้โอกาสลูกสาว

ดิฉันหวังใจว่าเรื่องที่เขียนขึ้นมานี้

จะผลักดันและสานต่อกำลังใจ ความฝัน ความหวัง

แก่ผู้อ่านได้บ้างไม่มากก็น้อย

ด้วยความเคารพ

henggy

 

 

         

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

‘my family’

 

 

กว่าจะถึงปลายทาง

..กี่ฝันกี่ความหวัง

กี่ครั้งที่ใจต้องทน

ล้มแล้วลุกคลุกคลาน

กี่หนจะทนก้าวไป

กี่ร้อนกี่เหน็บหนาว

อยากเป็นดาวลอยบนฟ้าไกล

ทุกข์ถมทับน้ำตาท่วมใจ

 

จะไปให้ถึงปลายทาง

ยังมีทางถ้าหากไม่ยอมแพ้

จะไม่ท้อแท้สู้มันทุกอย่าง

ทุ่มเทใจและกายฝ่าฟัน

 

กว่าจะถึงวันที่เราเคยฝัน

เหนื่อยล้าเหงื่อหยดไหล

ไม่เป็นไรใจยังแข็งแกร่ง

จะขอเป็นดาววับวาวส่องแสง

พุ่งแรงบนฟ้างดงาม

 



15 Responses to “พ่อขา..หนูขอโอกาสได้ไหมคะ(จบ)”

  1.   initmate Says:

    ยินดีด้วยนะคะ น้องสาวคนเก่ง …. น้องเกรซ เก่งมากเลยค่ะ

    อบอุ่นจัง ลุ้นกันเนอะ … อ่านไปก็ลุ้นไปอีกคนด้วยจิ

    คุณครู คือ ผู้ที่สำคัญอีกคนหนึ่งนะคะ … คุณครูเก่ง นักเรียนเก่ง ครอบครัวอบอุ่น

    ถือเป็นต้นทุนที่ดีมาก ๆ เลย

    ขออนุญาตเป็นกองเชียร์ให้น้องเกรซต่อนะคะ

    ขอให้การเรียนราบรื่น .. และ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ตลอดไปค่ะ :)

  2.   ana123 Says:

    ดีใจกับน้องเกรซและปะป๊าม่าม๊าด้วยค่ะ

    วัยขนาดนี้ มีเรื่องให้ต้องลุ้นอีกเยอะเลยค่ะ

    สู้ สู้ นะคะ

    :)))

  3.   athenaz Says:

    ของคุณรัตน์ตื่นเต้นกว่านะคะ

    พี่ก็เรื่อยๆ เที่ยวแบบคุณป้ารู้ทางหนีทีไล่ ชอบค่ะ happy wanderer ka:))

    ดีใจจังค่ะ ! ลูกสาวเรียนที่เดียวกับลูกสาววพี่เลย..ตอนนี้เป็นพี่ศิษย์เก่าไปแล้ว แฮ่ม!

    เเพลงเพราะและให้ความหวังดีจังค่ะ :))

  4.   kokoseven Says:

    ยินดีกับน้องเกรซด้วยนะครับ

    ลุ้นตอนจบให้แฮปปี้เอนดิ้งแบบนี้ แล้วก็เป็นจริงๆด้วยครับ

    สู้ต่อไปนะครับ คุณแม่กับคุณลูก คู่นี้

    เป็นกำลังใจให้ครับ (^^)V

  5.   Chok Says:

    20กว่าปีแล้ว….นานมากนะที่ไม่ได้เจอกันเลย..เพราะต่างคนก็มีหน้าที่ต้องทำแต่เพื่อนก็ยังไม่ลืมวันเก่าๆที่ดีๆหรอกนะเหมือนกับสิ่งดีๆสิ่งนี้ที่จะกลายเป็นอดีตที่น่าจดจำไว้และมีค่ามากสำหรับลูก…ขอบคุณนะที่ยังจำรสชาติขนมบ้านๆไทยๆที่นับวันก็เกือบไม่มีใครรู้จักแล้ว…แตงกวาถาม ..พ่อจ๋านี่ขนมอะไรค่ะ…นี่เขาเรียกขนม….ที่อาม่าทำขายแล้วเลี้ยงพ่อจนเติบโตมาจนทุกวันนี้ มากรุงเทพเมื่อไหร่เธอคงไม่ลืมที่จะบอกเรานะอย่าคิดว่าเป็นการรบกวนเลยนะ…อย่าลืมนะไม่ได้เจอกันนานเท่าไหร่แล้ว ฝากคิดถึงเตี่ย แม่ และ น้องๆทุกคนนะ

  6.   henggy Says:

    โชค ตู่ น้องแตงกวา..
    เราไม่ได้เจอกันมา ๒๐ กว่าปีได้มั้งเนี้ย โหยาวนานนเชียว
    สักวันเรานัดเจอกันนะ ตู่คงสวยน่ารักเหมือนเดิมนะจ๊ะ
    “คิดถึงเสมอนะตู่”

    แม่เค้าและทุกคนคิดถึงรสมือขนมอร่อยๆของแม่โชคเสมอนะ
    นึกถึงแล้วอยากกินแฮะ

    ขอบคุณมากๆๆ

  7.   Chok Says:

    รัตน์จ๊ะทุกคนที่บ้านได้อ่านเรื่องราวดี่ๆอย่างนี้ทุกคนเลยนะกระทั่งแตงกวา ลูกบอกสงสารพี่เขาจังนะพ่อพร้อมกับร้องไห้ออกมาขอบคุณนะรัตน์สำหรับเรื่่องราวดีๆแบบนี้ขอบคุณจริงๆ

  8.   Chok Says:

    รัตน์เราดีใจด้วยนะ น้องเกรซลุงดีใจด้วยนะครับหนูเก่งมาก…

  9.   Here Be.๛๛๛๛ Says:

    เอ่อ… Just kidding na, I’m really fine…

    but… ขอให้คำอวยพรของอาซ๊อคนสวยเป็นจริง 555+

    แล้วเราคงเดินสวนกันซักวันในกรุมเทพมหานคร หุหุ

    ขอแสดงความยินดีอีกครั้งนะครับ :-)

  10.   rapeseed Says:

    อ่านไปลุ้นไปใจแทบขาดแทนคนเป็นแม่ รู้สึกแทนเลยคะ ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ไม่มีลูกคะแต่พอเข้าใจความรู้สึก พ่อแม่ช่างทุ่มเมเพื่อลูกนะคะ ชื่นชมในความรักและเสียสละของคุณคะ

  11.   henggy Says:
  12.   ลูกสาวของพ่อและแม่ Says:

    ยินดีกับความสำเร็จด้วยของน้องเกรซด้วยค่ะ น้องเกรซเก่งมากๆ … นึกถึงตัวเองช่วงที่รอลุ้นผลสอบคัดเลือก :)

    เราว่าเบื้องหลังความสำเร็จของหลายๆ คน คือ ครอบครัว …. ครอบครัวที่รัก เข้าใจ ให้โอกาส มีกำลัง และคอยสนับสนุนส่งเสริม

    หากทุกๆ ครอบครัวมีคุณแม่ที่มีคุณภาพแบบคุณรัตน์ อนาคตของประเทศเราคงสดใสแน่นอน … หากคุณรัตน์ได้ไปเป็นอาสามัครเป็นคุณครูช่วยสอนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดูแล+สร้างคนซักอาทิตย์ละหนึ่งวัน หรือตามความสะดวก คงช่วยให้เด็กๆ คุณครู และผู้ปกครองได้เรียนรู้กระบวนการคิด วิธีการเรียนรู้บางอย่างที่อาจไม่มีสอนในห้องเรียน

    จากนี้ไปคุณรัตน์กับสามี คงเฝ้าจดจ่อรอวันที่น้องเกรซจะได้ออกจากโรงเรียนในช่วงวันหยุด ….. ขอให้ชีวิตใหม่ในรั้วโรงเรียนประจำ เป็นบ้านแห่งการเรียนรู้ที่ช่วยให้น้องเกรซเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และความสุขสดใส … ตามคำขวัญของโรงเรียน :)… เรียนเก่งๆ และเป็นเด็กดีแบบนี้ตลอดไปนะคะ สู้ๆ ค่ะ

    หากเป็นไปได้อยากให้คุณรัตน์เขียนเล่าเรื่องราวของน้อง ชีวิตของนักเรียนประจำ การปรับตัว ฯลฯ น่าจะมีประโยชน์กับอีกหลายๆ ครอบครัวค่ะ

  13.   kenjionline Says:

    โย่โย่ว ยินดีด้วยครับ น้องเกรซ และครอบครัว
    ในที่สุดก็สำเร็จ

    แต่อันนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นนะครับ
    งานหนักยังรออยู่ข้างหน้า หนทางยังอีกยาวไกล
    วันใดที่รู้สึกท้อ ใจไม่สู้ ให้นึกถึงวันนี้เอาไว้ครับ
    ว่าเราตั้งใจเพียงใด เพื่อที่จะได้รับโอกาสนี้
    เมื่อโอกาสมาอยู่ในมือแล้ว สู้สุดใจนะครับ

    หวังว่า อีก 5-6 ปี คงมีข่าวดีตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะครับ อิอิ

  14.   คุณพ่ออีกคนหนึ่ง Says:

    ผมแค่สงสัยว่าทำไมเวลาซื้อล๊อตเตอรี่ทีไร ไม่เห็นถูกซักครั้ง ผมเดาตอนจบได้เลยว่า ลูกสาวคนเก่งของคุณต้องสอบได้แน่ ๆ เพราะคนเก่งไม่เคยต้องรอโอกาส หนูน้อยสามารถหยิบโอกาสของตัวเองได้จากความสามารถที่พ่อและแม่มุ่งมั่นจัดเตรียมให้ และด้วยความตั้งใจของตัวเอง
    แต่ที่สุดผมยังคงยืนยันเหมือนกับทุกครั้งที่ผมออกความคิดเห็นคือ ผมขอชื่นชมคุณพ่อ เพราะหากคุณพ่อคิดแค่ตัวเองเป็นใหญ่ เรื่องดี ๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย คุณพ่อเสียสละสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้ลูกเสมอ มิได้คิดถึงตัวเองเลย
    คุณแม่ถือว่าเป็นกำลังเสริมที่ดีของลูกสาวเสมอมา และผลที่ได้รับจากความบากบั่น และอดทน น่าชื่นใจเสมอครับ ผมเองก็หวังว่าลูกสาวผมก็จะทำได้เช่นกันกับสาวน้อยคนเก่งให้สิ้นเดือนนี้
    สิ่งที่สำคัญกว่า ซึ่งรออยู่ในอนาคตอันใกล้นี้คือ สาวน้อยยังคงเป็นเด็กดี เสมือนเกลือรักษาความเค็ม ซึ่งสิ่งที่คุณพ่อกังวล จะหมดไปจากสิ่งที่หนูน้อยปฎิบัติในอนาคตต่อไป
    ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองหนูน้อยคนเก่ง ให้พบเพื่อนที่ดี ตั้งใจเรียน มีอนาคตที่ดี และสำคัญที่สุด เป็นคนดีของพ่อแม่ ของชาติ และของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับการแบ่งปันสิ่งดี ๆ ครับ

  15.   septimus Says:

    ขอแสดงความยินดีกับน้องเกรซและคุณแม่แสนดีhenggyด้วยค่ะ ตกลงคุณhenggyจะย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพด้วยไหมคะ

    ^__^