The Fool

เรื่องของ "คนโง่"

= อ่านอินเดีย ชำเลืองเมืองแขก =

February25

.

          วันนี้เข้ามาที่ร้านในตอนเที่ยงกว่าๆ ด้วยเปลี่ยนกะกับพี่บุ๋ม พอมาถึงเห็นหนังสือที่สั่งเมื่อวันก่อนมาส่งที่ร้านพอดี หนังสือที่ผมสั่งคราวนี้ ล้วนเป็นหนังสือที่หายากในร้านหนังสือทั่วไป เพราะผ่านการตีพิมพ์มาแล้วสักระยะหนึ่ง คาดว่าตามร้านใหญ่ๆคงจะเก็บส่งคืนไปบ้างแล้ว

 

          วงการหนังสือก็คงไม่ต่างกับวงการหนังและโรงหนัง เพื่อนที่เป็นผู้กำกับหนังเล่าให้ผมฟังว่า โรงหนังเขาจะให้โอกาสคนทำหนังเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น หากหนังของคุณไม่ทำเงิน เขาจะลดรอบฉาย หรือลดการฉายลงเหลือเพียงไม่กี่โรง หรืออาจจะถอดหนังของคุณออกจากโรงหนังไปเลยหากมันไม่ทำเงิน สภาพแบบนี้จึงค่อนข้างกดดันสำหรับคนทำหนังอิสระรายเล็กๆที่ไม่มีโอกาสและพื้นที่ให้นำเสนอไอเดียแปลกใหม่นัก เพราะคนที่คุมเกมนอกจากค่ายหนังที่มีเพียงไม่กี่ค่าย ยังมีเจ้าของธุรกิจโรงหนังคอยคุมเกมอีกฟากอยู่ด้วย

 

          กลับมาที่ร้านหนังสือสมอุรา..

 

          ร้านหนังสือก็คงเหมือนกับโรงหนัง หนังสือแต่ละเล่มมีเวลาพิสูจน์ตัวเองประมาณ ๓ ๖ เดือน จากนั้นก็จะถูกเรียกเก็บเข้ากรุ ไม่ก็ส่งคืนสำนักพิมพ์

          หลังจากแบ่งเงินทองตามสัดส่วนของแต่ละคนที่ร่วมกันผลิตหนังสือเล่มนั้นแล้ว หนังสือที่เหลืออาจจะเดินทางไปอยู่ตามแผงข้างถนนในอัตราลดราคาเกินกว่าครึ่ง.. บ่อยครั้งที่เราจะเห็นหนังสือดีๆที่ไม่มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองนัก หลุดไปอยู่ตามแผงหนังสือข้างทาง

 

          อันนี้มันก็สุดแล้วแต่ บางคนเห็นอาจจะรู้สึกว่า ใครเอาหนังสือดีๆมาเลหลังอย่างนี้ แต่บางคนพลิกดูผ่านๆแล้วก็วางลงที่เดิม เพราะไม่สนใจเรื่องราวในหนังสือเล่มนั้น

          “อ่านอินเดีย วัดองศาธุรกิจพบชีวิตหลากหลาย” เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ผมนำเข้ามาเสนอคุณลูกค้าทั้งหลายในร้านสมอุรา เล่มนี้พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผู้จัดการ ๓๖๐ องศา.. พิมพ์เมื่อพฤศจิกายน ๒๕๕๒ ราคา ๒๒๐ บาท (เห็นมั้ยครับ ผมเก็บเล่มเก่ามาขายจริงๆ) หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องของอินเดียในมุมต่างๆ ตั้งแต่การค้า ชีวิต สังคม และผู้คน

 

          อินเดีย เป็นประเทศที่ผมฝันลึกๆว่าอยากจะไปเยือนสักครั้ง โดยเฉพาะการไปสักการะสถานที่สำคัญทางพระศาสนา ยิ่งเดี๋ยวนี้การบินไทยจัดเที่ยวบินไปลงที่เมืองคยา อันเป็นที่ตั้งของพุทธคยา การเดินทางก็ยิ่งสะดวกขึ้น แต่สิ่งที่ผมดูจะขาดแคลนมีเพียงเรื่องปัจจัยซื้อตั๋วเครื่องบินและค่าเดินทางเท่านั้นแหละ

 

          เมื่อครั้งที่แม่และพี่สาวไปเที่ยวกราบพุทธสถานที่อินเดีย พี่สาวกลับมาเล่าให้ฟังเรื่องร้านค้าของชาวแขกอิเดียว่า มีร้านขายของอยู่ทุกซอกทุกมุมของอินเดีย ขนาดพื้นที่เล็กๆใหญ่กว่าศาลพระภูมิ แกยังดัดแปลงเอามาทำเป็นร้านขายหมากพลูเป็นคำคำได้ ใครที่ว่าชาวจีนเป็นนักค้าขายตัวยง หากได้มาเห็นพ่อค้าชาวภารตะเข้าบ้าง เห็นจะต้องทบทวนความเชื่อเรื่องค้าขายของคนจีนเสียใหม่

 

          หนังสือเรื่อง “อ่านอินเดีย” เขาแบ่งเนื้อหาออกเป็นภาค ภาคแรกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจหลากองศา เรื่องแรกคือ เกมร้อนในตลาดของชำ.. ตอนแรกผมยืนอ่านเรื่องนี้ จากนั้นต้องเดินอ่านมาตามทางเพื่อมานั่งอ่านต่ออยู่ที่โต๊ะทำงาน อาจจะเป็นนิสัยที่ชอบสอดรู้เรื่องชาวบ้าน ทำให้เรื่องค้าขายของชำในอินเดียผูกใจผมเสียอยู่หมัด

          อย่างที่พี่สาวเล่าเอาไว้ ในหนังสือเล่มนี้บอกเหมือนกันว่า อินเดียเป็นประเทศที่ผู้คนค้าขายกันทุกซอกทุกมุมจริงๆ ร้านของชำในอินเดียเรียกว่า กิรานา.. มีชาวอินเดียอยู่ในระบบค้าปลีกประมาณ ๔๐ ล้านคน และมีร้านค้าปลีกประมาณ ๑๒ ล้าน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรมหาศาลของอินเดียก็ดูสมเหตุสมผล.. ผมอ่านแล้วก็ชักสงสัยว่า มูลค้าการซื้อขายในธุรกิจค้าปลีกที่อินเดียสูงถึง ๑ ล้านล้านรูปี เงินมหาศาลขนาดนี้จะไม่ยั่วน้ำลายบรรดาขาใหญ่ต่างชาติที่คุมเรื่องค้าปลีกเชียวหรือ?

 

          อินเดียก็เหมือนกับอีกหลายประเทศที่เขาควบคุมห้างค้าปลีกต่างชาติที่จะเข้ามาทำลายระบบเศรษฐกิจร้านชำที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมมาเนิ่นนาน ก็เห็นจะมีแต่ไทยแลนด์เรานี่แหละที่เปิดอ้าซ่าให้ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่เข้ามาเปิดในกลางเมือง ในขณะที่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศเขาให้ห้างพวกนี้เปิดได้ตามชานเมืองไกลๆ เพื่อรักษาธุรกิจร้านขายของชำและผู้คนที่ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเป็นห่วงโซ่ถ่ายทอดเงินทองกันไปเป็นทอดๆ เพราะหากปล่อยให้ห้างยักษ์ใหญ่มาเปิดกระหน่ำลดราคาอยู่กลางเมืองเหมือนบ้านเรา แม้ลูกค้าจะยินดีกับส่วนลดราคา แต่ผู้คนที่เคยเป็นห่วงโซ่ในธุรกิจค้าของชำจะต้องตกลงานไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัวอีกมหาศาล

 

          แม้ว่ากฎหมายของอินเดียจะพยายามปิดก้นห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ แต่อย่างว่าแหละ ในเมื่อคนเขียนกฎหมายกับพ่อค้าวานิชมักจะเป็นกลุ่มเดียวกัน เรื่องอะไรจะเขียนกฎหมายให้ปิดช่องตายอย่างนั้นล่ะ ว่าแล้วนักการค้าชาวภารตะก็สบช่องว่างที่ว่านั่น คือการร่วมทุนกับบริษัทค้าปลีกต่างชาติอย่างวอลมาร์ท ทำธุรกิจค้าส่งที่กฎหมายแง้มช่องเอาไว้ให้

 

          ไม่เพียงแต่ห้างค้าปลีกข้ามชาติที่รุกคืบเท่านั้น นายห้างผู้ร่ำรวยสัญชาติอินเดีย ต่างทยอยกันเปิดร้านค้าขนาดใหญ่ตามเมืองใหญ่เป็นทิวแถว ซุปเปอร์สโตร์เหล่านี้มีโปรโมชั่นลดกระหน่ำตามแบบห้างค้าปลีกดังๆ จึงกลายเป็นที่นิยมของชนชั่นกลางรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น

 

          ได้อ่านเรื่องพวกนี้แล้ว ก็ไม่รู้ว่ากิรานา ร้านค้าปลีกขวัญใจคนยากจน (เพราะเซ็นต์ได้) จะอยู่กับอินเดียไปอีกสักกี่น้ำ..

 

          อ่านเรื่องค้าขายในอินเดียแล้ว ผมก็ข้ามไปอ่านเรื่องคนจีนในเมืองแขก.. โห แค่คิดก็สนุกแล้ว เพราะไม่ค่อยปรากฏว่าคนจีนกับชาวแขกอินเดียจะสมานฉันท์กลมกลืนกันเท่าไรนัก แต่ที่เมืองกัลกัตตา อันเคยเป็นเมืองท่าสำคัญตั้งแต่ในยุคอังกฤษปกครองอินเดีย ชาวจีนโพ้นทะเลที่มาติดต่อค้าขายกับพ่อค้าแม่ขายทางอินเดีย หลายคนอพยพลงจากเรือมาตั้งหลักปักฐานทำมาหากินอยู่ที่กัลกัตตามาหลายชั่วอายุคน จนลูกหลานสมัยนี้พูดฮินดีกับอังกฤษกันไฟแลบ

          แรกเริ่มนั้นชาวจีนกลุ่มแรกๆมาค้าขายแรงงานกับงานที่ชาวอินเดียบางกลุ่มไม่ยอมทำ เพราะเห็นว่าเป็นงานของชนชั้นวรรณะต่ำ อย่างงานเกี่ยวกับพวกฟอกหนัง.. แขกจะถือสาเรื่องวรรณะอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ชาวจีนเขาไม่ยึดติดกับเรื่องวรรณะ จึงก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงินจนร่ำรวยเปิดร้านค้าขายมากมาย

 

 

          ผมเห็นรูปถ่ายไชน่าทาวน์ในเมืองแขกแล้วให้รู้สึกแปลกๆพิกล แต่อย่างว่าละครับ อินเดียเป็นประเทศที่มีเรื่องแปลกคาดไม่ถึงมากมาย บางเรื่องก็เจริญก้าวหน้าไปสุดหล้าอวกาศ ในขณะที่ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งยังฝังตัวเองในดินโผล่แต่หัวขึ้นมารอคนใจบุญป้อนข้าวป้อนน้ำเหมือนเมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว.. อินเดียจึงมีสีสันเฉพาะตัวหลากหลาย และหนังสือเล่มนี้น่าจะพาท่านผู้อ่านโลดแล่นไปเที่ยวชมเรื่องราวหลากสีสันของอินเดียได้ในระยะเวลาไม่กี่หน้าหนังสือ

 

          นี่เป็นอีกเล่มหนึ่งที่ผมอ่านแล้ววางไม่ลง.. แต่คงไม่ถึงขั้นหลงรักแขกหรอกนะครับ

 

          อ๊ะ!! แต่ถ้าเป็นนางเอกหนังแขกตัวขาวๆ ตาคม อกสะบึม อันนั้นเป็นข้อยกเว้นที่ใครๆก็หลงรักกันทั้งนั้น จริงมั้ยครับ..

http://www.facebook.com/somura  

One Comment to

“= อ่านอินเดีย ชำเลืองเมืองแขก =”

  1. February 26th, 2011 at 12:53 pm       septimus Says:

    ถ้าอยู่ใกล้จะรีบไปซื้อเลยค่ะ แล้วก็จะชวนเพื่อนรักนักสะสมตัวยงไปด้วย


You must be logged in to post a comment.