The Fool

เรื่องของ "คนโง่"

= อีสานพลัดถิ่น กินคากิ.. =

April4

.

    เมื่อเช้าระหว่างเดินไปตามทาง เพื่อมายังร้านหนังสือ ได้ยินเสียงหญิงสาวคุยกันเรื่องวันโลกแตก พวกเธอพากันสงสัยว่าโลกมันจะแตกแบบไหน? และเธอทั้งหลายจะเอาตัวรอดหรือไม่?

 

          เดินผ่านสาวๆกลุ่มนั้นมา ผมจึงนึกขำเยาะโลกใบนี้.. 

 

หากโลกมันจะแตกดับจริงๆในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผมคงเลือกดับไปพร้อมกับโลกบูดเบี้ยว ดีกว่าต้องทนอยู่กับโลกที่เราไม่คุ้นเคยอีกต่อไป ถึงตอนนั้น ทุกอย่างคงพังทลาย ไม่มีพลังงานไฟฟ้าให้เราทำอะไรได้อีกต่อไปแล้ว ครั้นจะหุงข้าวกินเองก็ไม่เป็น จับปลาในหนองบึง หรือวิ่งไล่จับแมลงมากินก็ไม่ไหว สุดท้ายคงต้องตายเพราะอดอาหารอย่างทรมานอยู่ดี

 

เช้านี้พอมีเวลาเหลือ ก่อนมาถึงร้านจึงนั่งแวะกินข้าวหมูแดงเสียก่อน พอจานข้าวมาวางตรงหน้าจึงคิดได้ว่า วันสองวันมานี่ ผมวนเวียนกับเรื่องหมูๆมาตลอด

 

 

          เมื่อวาน.. ผมแวะไปเดินห้างมาบุญครอง เลยแวะไปที่ร้านอาหารแลกคูปองอันเลื่องชื่อ (ในอดีต) ที่บันไดเลื่อนชั้นสุดท้าย ผมทำใจไว้แล้วว่า ราคาอาหารคงจะแพงหูฉี่ เพราะค่าเช่าที่นี่คงไม่ถูกเหมือนราคาเช่าแผงในตลาดข้างร้านหนังสือที่ผมอาศัยเลี้ยงปากท้อง และก็จริงอย่างนั้น ราคาอาหารที่นั่นส่วนใหญ่เริ่มต้นกันที่ ๔๐ บาท ผมลองเดินหาอยู่ตั้งนาน กว่าจะเจอร้านที่มีอาหารราคา ๓๕ บาท

 

          “ราคาข้าวของมันขึ้นจริงๆนะ” แม่ค้าคนหนึ่งเล่าหรือบ่นให้ผมฟังก็ไม่รู้ “อย่างกระเทียมราคากิโลเป็นร้อยบาทแล้ว ไข่ไก่ก็แพงมากๆ ถ้าอยู่ตัวคนเดียวซื้อกินยังจะคุ้มกว่า”

 

          ผมสั่งข้าวขาหมูตรอกซุงมากิน ไม่รู้ว่านี่เป็นเจ้าเดิมที่เมื่อก่อนเห็นคนต่อคิวรอซื้อยังกะเปิดโรงทาน..หรือไม่

 

 

 

          เมื่อครั้งผมเข้าบางกอกใหม่ๆ เพื่อนบ้านนอกชาวอุบลฯที่มาด้วยกัน ต่างมุ่งจากหัวลำโพงตรงมาที่ห้างบุญครองเป็นอันดับแรก หวังมากินอาหารแลกคูปองอันโด่งดัง ตอนนั้นมีหอย(ทอด)อรัญญา ที่เลื่องชื่อ มีร้านมังสวิรัติของลุงจำลองที่โด่งดัง และก็มีขาหมูที่ผมว่านั่นแหละเป็นหนึ่งที่ดังกับเขาด้วย

 

          ในครั้งนั้น ผมตัดสินใจยืนต่อคิวยาวเหยียดเพื่อรอสั่งขาหมู ระหว่างที่แถวขยับเข้าไปใกล้คนขายทุกขณะ ผมก็เริ่มกระสับกระส่ายสับสนว่าจะสั่งอะไรดี เพราะเมนูขาหมูของที่นี่มีมากมายกว่าขาหมูที่บ้านนอกอันคุ้นเคย จนเมื่อคนข้างหน้าผมเดินถือจานข้าวขาหมูจากไป ถึงเวลาที่ผมต้องเผชิญหน้ากับเฮียคนขายแบบสองต่อสอง เฮียแกบึ้งหน้าถามผมว่า เอาอะไร?

 

          วินาทีนั้น และอีกห้าวินาทีต่อมา.. การทำงานและประมวลผลของสมองผมมึนไปหมด นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดี ขาหมูแยกข้าว เพิ่มไส้ เพิ่มไข่ หรือเอาแบบข้าวราดขาหมูพิเศษจะได้จบในขั้นตอนเดียวไม่ต้องเอาไข่มาแยก หรือเอาไส้มาเพิ่มให้ปวดหัว ระหว่างที่นิ่งคิด อาเฮียแกเริ่มแกจุ๊ปาก ทำท่าหงุดหงิด เวลาของแกคงเป็นเงินเป็นทอง เฉลี่ยแล้วแกคงทำเงินได้ ๓๐๕๐ บาทต่อสามสิบวินาที..

 

ทันใดนั้นเอง สายตาผมก็เหลือบขึ้นไปเห็นรายการอาหารอย่างหนึ่ง

 

          เอาว่ะ!! มาจากบ้านนอกทั้งที สั่งไอ้ที่มันแพงๆกินดีกว่า .. ผมนึกในใจก่อนสั่ง

 

          อาเฮียแกคว้าอวัยวะของหมูเคราะห์ร้ายตัวนั้นขึ้นมาวางพาดเขียง ปังตออันเบ่อเริ่มถูกเงื้อขึ้นแล้วสับลงโครมๆ จากนั้นไม่นานแกก็ราดน้ำสีข้นๆลงบนอวัยวะของหมูที่ถูกสับเป็นชิ้นบนกองข้าวในจาน

 

          ผมเดินถือจานข้าวขาหมูพิสดารนั่นออกมาจากแถวอย่างงุนงง

 

          นี่หรือวะ.. ที่คนบางกอกเค้ากินกัน ผมเดินคิดหาเหตุผลบนความอร่อยที่น่าจะได้รับจากจานนี้ แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่ามันจะอร่อยได้อย่างไร? แถมแพงอีกต่างหาก

 

          “บักห่านี่ หายไปตั้งนานได้มาแค่นี้” เพื่อนที่มาด้วยกันถามที่โต๊ะอาหาร “แล้วมึงไปสั่งอีหยังมากินวะ หน้าตาแม่งกินได้รึเปล่าวะเนี่ย”

 

          “เออ.. กูเห็นชื่อว่ามันออกไปทางญี่ปุ่นๆ ก็นึกว่าแม่งคงเป็นขาหมูญี่ปุ่น”  ผมก้มลงพิจารณาจานข้าวขาหมูตรงหน้าอย่างสลดใจ

 

          “มันชื่อว่าอีหยังล่ะ” เพื่อนอีกคนหนึ่งถามอย่างสนใจ

 

          “คากิ..”

 

          “บักห่านี่..” เพื่อนคนแรกด่าผมซ้ำอีกครั้ง “คากิห่าอีหยัง นั่นมันส้นตีนหมูคักๆ ฮา ฮา ลาวถูกต้มแล้ว ฮา ฮา”

 

 

          มันก็น่าแปลก ผมอยู่บางกอกมาเกินสิบปี แต่ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นอีสานพลัดถิ่นอยู่ดี

 

          บ่ายวันเสาร์.. ผมสั่งข้าวขาหมูอย่างสามัญชนกิน ไม่เติมไข่ ไม่เพิ่มไส้.. แต่พอได้ยินอาซ้อข้างๆสั่งข้าวคากิ ผมได้แต่ยิ้มที่มุมปาก นึกถึงบรรยากาศครั้งแรกๆที่มาบางกอกกับเพื่อนๆ

 

          หลายวันที่ผ่านมา ผมคงจะอ่านอุ้มครกเข้ากรุง ของคำพูน บุญทวี มากไปหน่อย. 

 

 

ร้านหนังสือสมอุรา.. อาคารเมืองไทย-ภัทรคอมเพล็กซ์ ๒

http://www.facebook.com/somura

6 Comments to

“= อีสานพลัดถิ่น กินคากิ.. =”

  1. April 13th, 2011 at 10:37 am       athenaz Says:

    ขอบคุณที่เป็นธุระจัดสง มีโอกาสจะมาเดินหาหนังสือทางนี้บ้างค่ะ :))

    สุขสันต์วันสงกรานต์และทำมาค้าขี้นนะคะ ^^


  2. April 6th, 2011 at 8:32 pm       jtatanan Says:

    บริการจัดส่งมีครับ.. นานๆจะมีลูกค้าสั่งซ่ะที ยิ่งมีงานสัปดาห์หนังสือก็ไม่ต้องห่วงเลยครับ มันเหงาๆชอบกล.. หรือว่างๆจะแวะมาเดินมาเยี่ยมที่ร้านหนังสือก็ได้นะครับ


  3. April 5th, 2011 at 11:48 pm       athenaz Says:

    แล้วทางสมอุรามีบริกสนจัดส่งไหมคะ
    หรือเอาเป็นว่า หากมีเวลา ไปเดินที่ร้านบนตึกดีไหมคะ..


  4. April 4th, 2011 at 11:10 pm       jtatanan Says:

    อ่านงานของ คำพูน บุญทวี.. รู้สึกเลยว่าคนอีสานที่เข้ามาหางานทำหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นอย่างไร? ทั้งสภาพชีวิต ความรู้สึกในวัฒนธรรมที่แตกต่างเพราะสื่อทีวีัยังไม่เข้าครอบงำให้เราคิดเหมือนกันหมดทั้งประเทศ เป็นเล่มที่อ่านสนุกครับ.. ผมยังอ่านไม่จบเลย คืนนี้ว่าจะอ่านต่อสักหน่อย.. ที่ดีใจคือ เล่มนี้สั่งมาที่ร้านสมอุราไม่มากครับ ตอนนี้ใกล้จะหมดแล้ว.. คนไทย อ่านวรรณกรรมไทย ยังไงก็สนุกครับ


  5. April 4th, 2011 at 7:55 pm       athenaz Says:

    อ่านเพลินเลย ขอบคุณค่ะ..
    เล่มนั้นน่าเป็นเจ้าของจัง ^^


  6. April 4th, 2011 at 2:48 pm       pimthipat Says:

    ไม่กินคากิ แต่เข้ามาอ่านได้มุมฮาดีเหมือนกันค่ะ

    :)


You must be logged in to post a comment.