The Fool

เรื่องของ "คนโง่"

= มหานครแห่งการอ่าน (แต่น่ารำคาญ) =

May26

.ก้าวเท้าลงจากบันไดเลื่อนในชั้นใต้ดิน เช้าตรู่อย่างนี้ผู้คนยังน้อย หน้าจอทีวีแบนๆแสดงตัวเลขข้างล่างว่า อีก ๓ นาทีกว่ารถไฟจะมาถึง

 

รูดซิปกระเป๋าเป้ใบขาดๆ ในนั้นมีหนังสือกองอยู่หลายเล่ม

 

ขี้เบื่อ.. ขืนอ่านเล่มเดียวคงทำร้ายตัวเองเกินไป เลยแบ่งหนังสือไปตามกิจกรรม หนังสือสำหรับตอนเช้า หนังสือสำหรับตอนกลับบ้าน และหนังสือที่อ่านเมื่ออยู่ที่ร้านหนังสือ หนังสือทุกเล่มที่อ่านเป็นส่วนหนึ่งของงานสำหรับร้านขายหนังสืออิสระ เล็กๆ

 

ช่วงนี้ระหว่างการเดินทางกำลังอ่าน “ภูฏาน อ่านว่าอะไร? อายุหนังสือสังเกตได้จากนักเขียนซึ่งเป็นช่างภาพยังใช้ฟิล์มสีและขาวดำ ตีพิมพ์ตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๔๙

 

 

กำลังอ่านถึงความเป็นมาในยุคก่อร่างสร้างประเทศอย่างพอเพียง โดยอาศัยขุนเขารอบด้านเป็นแนวป้องกันความเจริญและละโมบแบบตะวันตก

 

 

 

รถไฟคงว่างพอเหลือที่นั่งให้อ่าน เปิดหน้าหนังสือในมือ ไล่เรียงหาหน้าที่อ่านล่าสุด (ไม่ใช้กระดาษคั่นหน้า เพื่อฝึกฝนความทรงจำ)

 

กำลังจะเริ่มอ่าน พลันเสียงแผดคำรามลั่นก็ดังก้องออกมาจากทีวีแบนๆนั่น

 

มันเป็นถ้อยความสำเนียงของการโฆษณาที่ผมไม่ได้ยินมานาน (เพราะไม่ดูทีวีนานแล้ว)

 

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตั้งคำถามว่า นี่มึงจะไม่ให้กูเหลือพื้นที่ว่างทางหูบ้างหรือไงวะ? ขับรถบนทางด่วนก็เจอป้ายโฆษณา ยืนรอรถเมล์ก็ถูกป้ายหาเสียงบัง เข้าโรงหนังจ่ายสตางค์ตั้งแพง ก็ยังต้องเข้าไปถูกยัดโฆษณาใส่ลูกกะตากับรูหู เฮ้อ!!

 

 

 

รถไฟแล่นมาถึงพอดี..

 

ประตูอัตโนมัติเปิดออก ผมเร่งฝีเท้าก้าวเข้าไปในตู้รถเพื่อไปให้พ้นเสียงบ้าบอจากจอทีวี ที่นั่งยังว่างอยู่หลายที่ เลือกนั่งชิดกับผู้ชายคนหนึ่ง ยกหนังสือขึ้นมาเตรียมจะอ่านต่อ

 

แล้วเสียงโฆษณามันก็ตามมา (เพราะในตู้รถไฟมีทีวีจอแบนๆด้วย)

 

บางที.. ผู้บริหารของรถไฟฟ้ามหานคร ควรได้รับการตรวจสุขภาพรูหูอย่างเร่งด่วน

 

พ่อเจ้าประคุณประเคนเร่งเสียงจอทีวีเอาใจคนจ่ายเงินอย่างถึงอกถึงใจ เสียงที่แผดออกมามันดังลั่น! ลั่นจนแสบแก้วหู จนทำให้นึกถึงว่า เราเป็นประเทศที่รับเอาวัฒนธรรมตะวันตกและเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาใช้อย่างรวดเร็ว เร็วจนขาดการตรึกตรองว่า มารยาทในการใช้งานเครื่องมือเหล่านั้น ควรเป็นอย่างไร? 

 

ช่วงที่สึนามิถล่มญี่ปุ่น เห็นเราชื่นชมแบบอย่างคนญี่ปุ่นกันมากมาย แล้วทำท่าจะลืมมันไป เท่าที่ผมอ่านพบแลได้ฟังมาจากคนที่เคยอยู่ คนญี่ปุ่นเขาจะให้เกียรติในความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง ในรถไฟซึ่งเป็นพาหนะหลักการเดินทาง แม้ผู้คนจะเยอะ แต่กลับเงียบมาก ใครที่ไม่อยากยืนเงียบเหงาก็จะมีหนังสือเล่มเล็กๆอ่าน อ่านจบแล้วออกจากรถไฟ จะมีชั้นไว้สำหรับวางหนังสือที่อ่านแล้ว (บ้านญี่ปุ่นแคบ แผ่นดินไหวบ่อย การเก็บหนังสือบนชั้นสูงๆถือเป็นอันตรายมาก ตู้หนังสือสูงๆอาจเอนลงมาทับกะโหลกได้)

 

ผมไม่รู้ว่า ผู้บริหารกทม.ไปดูงานแล้วเห็นแบบนี้มาหรือเปล่า จึงเกิดไอเดียตามหลักเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในเรื่องส่งเสริมการอ่าน โดยคิดจะวางชั้นหนังสือตามสถานีรถไฟใต้ดินและบนดิน นัยว่าให้ผู้โดยสารหยิบเอาไปอ่านที่สถานีต้นทาง และนำมาวางคืนที่ชั้นหนังสือ ณ สถานีปลายทาง ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ดี (หากทำได้จริง และมีหนังสือดีๆให้อ่านเหมาะแก่เวลาในการเดินทาง)

 

แต่การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการอ่านก็เป็นเรื่องสำคัญ

 

ผมไม่แน่ใจว่า เสียงแผดคำรามในตู้รถไฟฟ้าใต้ดินที่ฟังดูไม่ต่างกับเสียงในตลาดสด จะสร้างบรรยากาศรื่นรมย์ในการอ่าน หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่อ่าน จะมีความสุขกับเสียงน่ารำคาญหูและกวนประสาทขนาดนั้นได้อย่างไร?

 

          http://www.facebook.com/somura



6 Comments to

“= มหานครแห่งการอ่าน (แต่น่ารำคาญ) =”

  1. June 12th, 2011 at 1:31 pm       กรูเอง Says:

    กฏหมายบ้านเรายังไม่ชัดเจนและเข้มแข็งเพียงพอ แก้ไขก็ยากด้วย

    ———This is not spam————
    Siam Commercial Bank (Thai Panich Bank) is not human right
    Please look at titaninthailand.webs.com or madeinthailand.forumco.com
    In Thailand nobody help me and almost my messages and comments get deleted.


  2. June 2nd, 2011 at 8:44 am       athenaz Says:

    อยากไปอ่าหนังสือที่ร้านจังค่ะ P’


  3. May 27th, 2011 at 4:57 am       kenjionline Says:

    ตกพกที่อุดที่ใช้กันน้ำเข้ามาใช้กันเสียงแทน อิอิ


  4. May 26th, 2011 at 10:11 pm       korpai Says:

    เรามีภูฏานเล่มเดียวกันเลยแต่เรายังไม่ได้หยิบมาอ่านเลยมันคงน้อยใจ
    เรี่องที่คุณเขียนมานั้นคิดเหมือนกันเลย
    ยิ่งตอนนี้เบื่อหน้านักการเมืองทุกพรรคไม่ว่าเราไปไหนก็ตามไปรังควานประสาทสัมผัสทั้งห้า


  5. May 26th, 2011 at 5:08 pm       Rose Says:

    เพื่อนต่างชาติหลายคนเคยพูดว่า คนไทยมียีนเสียงด้วยนะ ฮาฮา เพราะไปที่ไหนๆก็ต้องได้ยินเสียงตลอด แม้แต่หมู่บ้าน เค้าจะเปิดเสียงตามสาย ตามห้างสรรพสินค้า ลองเดินไปสิ เปิดแข่งกันเอง จนฟังไม่ได้ศัพท์ ต่อให้ห้างหรูขนาดไหน รู้สึกจะมีที่เดียวที่ไม่ทำคือ เ็็ซ็นทรัล ชิดลม ขนาดเข้าป่ายังเอาเครื่องเสียงไปเปิดเลย คุ้นๆว่าจะมีชมรมคนไม่เอาเสียงดัง ด้วยค่ะ


  6. May 26th, 2011 at 12:52 pm       nokhasee Says:

    เห็นด้วยค่ะ


You must be logged in to post a comment.