Blog kacharaj

ช้างที่ภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน

เรื่อง(ลึก)ลับ…ในห้องครัว

June7



พบกับเรื่องราวอันน่าฉงนในห้องครัวของท่านเอง …>_< บรื๋ออออออ…

.สวัสดีครับพี่น้องทุกท่าน วันนี้มีเรื่องแปลกๆมาเล่าให้ฟังครับ  อาจจะไม่ใช่เรื่องราวสยองขวัญอะไรนะครับ และผมก็ไม่ชอบอ่านหรือฟังเรื่องลี้ลับเรื่องผีอะไรพวกนี้ด้วย แต่วันนี้จะเล่าเรื่องที่ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อครับ



ถ้าใครเป็นลูกหลานคนจีน หรือเป็นคนไทยเชื้อสายจีน จะต้องเคยเห็นขนมไหว้เจ้ามาแล้วทั้งนั้น  ขนมที่จะพูดถึงวันนี้มีด้งนี้ครับ



อันแรกเลยครับ ขนมเข่ง

ต่อมาคือขนมถ้วยฟูครับ

ขนมไข่ ครับ

อันนี้ไม่เรียกขนมครับ เรียก บ๊ะจ่าง

ทั้งสี่รายการที่ยกตัวอย่างมานี้ เราใช้วิธีนึ่งเหมือนกันหมดครับ (ขนมไข่บางท่านอาจจะเอาไปอบนะครับ แต่คนจีนเนี่ยะเค้าไม่มีเตาอบ เค้าจะนึ่งนะครับ) (บ๊ะจ่างบางท่านก็อาจจะต้มนะครับ แต่ว่านึ่งก็สุขเหมือนกันครับ)



นอกจากสี่รายการที่กล่าวมา ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ ต้องนึ่งหรือต้มบนเตานะครับ ที่ทำเสร็จแล้วก็ใช้ไหว้เจ้า ไม่ว่าจะเป็น ฮวกเปา ฮวกก้วย ฯลฯ  แต่ผมหารูปมาไม่ได้ เอาเป็นว่าเอาตามนี้ไปก่อนนะครับ




ที่ว่ามาทั้งหมดนั้น สมัยก่อนครัวจีนเค้าจะทำของพวกนี้ เค้าจะอาศัยจุดธูป 1ดอก ปักไว้ที่เตาครับ เพื่อกะเวลาว่าของจะสุกหรือยัง และคนจีนมีความเชื่อเรื่อง การบูชาเทพเจ้าเตาไฟครับ ถือว่าไฟคือพลังชีวิต เตาไฟเป็นที่ให้ชีวิต ให้อาหาร ทำให้มีพลังทำงาน



แต่คนไทยนี่ ถ้าจุดธุป1ดอก เราจะรู้กันนะครับ ว่าเรียกอะไรมา ใช่ครับ ผ.สระอี แต่คนจีนก็มีความเชื่อเรื่องการเซ่นไหว้ภูตผีนะครับ และขนมและรายการที่ว่ามานั้น ก็ใช้ไหว้สัมภเวสีส่วนนึงด้วย



เนื่องจากคนจีนใช้วิธีนี้จนเคยชิน ตามทัศนะของผม จึงคิดว่าเป็นการเรียกสัมภเวสีมากินถึงที่เตาครับ คนจีนเข้าใจว่าบูชาเทพเจ้าเตาไฟ แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด สิ่งนั้นมีฤทธิ์ดังนี้ครับ





ถ้าท่านเป็นลูกจีนนะครับ ลองไปถามคนเฒ่าคนแก่ที่ทำขนมเหล่านี้เป็นดูนะครับว่า เวลาทำเนี่ยะ ห้ามให้ใครมาทักคำพูดเหล่านี้นะครับ



“สุกรึยัง”,”จะสุกมั้ย”,”จะฟูมั้ย”,”จะแข็งมั้ย”,”ทำยังไงถึงจะสุก” ฯลฯ ที่เกี่ยวกับ สุก และ ฟู และกินได้




ถ้าคนเฒ่าคนแก่ ท่านกำลังทำขนมเหล่านี้อยู่เพื่อจะไหว้เจ้า(หรือกินเองก็ตาม) ห้ามพูดคำเหล่านี้นะครับ ถ้าจะลองของให้เตรียมใส่หมวกกันน๊อกเข้าไปด้วย เพราะถ้ามีอะไรอยู่ใกล้มือ ท่านจะเอามาเขวี้ยงกะบาลคุณทันทีครับ



สิ่งลี้ลับที่ผมเกริ่นไปเมื่อครู่ เมื่อได้ยิน คีย์เวิร์ดเหล่านี้ จะบันดาลให้ขนมของท่านที่กำลังทำอยู่  ไม่สุก, แข็ง, ไม่ฟู, แฟบ, แบน, สามกษัตริย์(บ๊ะจ่าง ข้าวแข็ง) สรุปรวมคือกินไม่ได้ และไม่ใช่แค่บนเตา ของที่ผสมเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ขึ้นเตา เมื่อนึ่งแล้วหรือทำเสร็จแล้ว ก็จะมีสภาพไม่ต่างกันครับ





คนเฒ่าคนแก่จะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี จะสอนลูกหลานว่า เวลาท่านจะทำขนมเหล่านี้ อย่าเข้ามาใกล้ ให้ไปเล่นที่อื่น หรือถ้าจะอยู่ห้ามปากมาก ห้ามพูดมาก เพราะความตั้งใจว่าจะเอาไว้ไหว้เจ้า และเวลาที่กระชั้นเข้ามา ถ้าต้องมาทำใหม่ทั้งหมด เป็นใครก็คงโกรธนะครับ





ถามว่า เรื่องที่เล่านี่จริงมั้ย พิสูจน์ได้รึเปล่า ก็จะบอกว่า เคยเจอมากับตัวเองจังๆ ครั้งนึง ตอนนั้นคุณแม่ทำบ๊ะจ่าง ปกติก็ต้มนะครับ วันนั้นก็ต้ม และก็ทำเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แก๊สก็ไม่ได้หมด ทุกอย่างคุณแม่ควบคุมได้หมด



และทุกคนในบ้านก็รู้ เพราะแม่สั่งไว้แล้วว่าห้ามพูด ห้ามปากมาก แต่ญาติที่กรุงเทพ โทรมาคุยกับแม่ ตอนที่แม่กำลังต้มบ๊ะจ่างอยู่ และถามว่า ทำเสร็จหรือยัง…  อันนี้ยังพอให้อภัยนะครับ  และยังมีความห่วงใย เตือนว่า ระวังมันเป็นสามกษัตริย์นะ (พูดเป็นภาษาแต้จิ๋วนะครับ)



เท่านั้นแหละครับ คุณแม่แทบเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง เพราะหลุดคีย์เวิร์ดออกมาเต็มๆ และผลที่ได้ก็คือ บ๊ะจ่างร้อยกว่าลูกของเรา สามกษัตริย์ ทุกลูก คือไม่ได้เป็นทั้งลูกนะครับ แต่กัดลงไปจะกึกๆ แทรกอยู่ทั้งลูกเลย (นี่ขนาดพูดอยู่ในโทรศัพท์นะครับ …)



สมัยคุณแม่เด็กๆ ก็เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน



ฉะนั้น บ้านไหน ที่ทำขนมเหล่านี้ หรือทำบ๊ะจ่าง หรือขนมอะไรก็แล้วแต่ ที่ต้องมีส่วนผสมของข้าวเหนียว และต้องนึ่งหรือต้ม ให้ระวังคำพูดเวลาทำนะครับ ผมเชื่อว่าไม่ว่าครัวไทย หรือครัวจีน แม้แต่ครัวฝรั่ง ก็น่าจะเป็น



ถ้าอยากทดลอง ก็เตรียมใจเสียของได้เลยครับ



ขนมไทยๆจะลองมั้ยครับ

ขนมกล้วยครับ


ขนมตาลครับ

แบบนี้ก็เรียก ถ้วยฟู ใช่มั้ยครับ

ข้าวต้มมัด ขั้นตอนการทำ ไม่ต่างจากบ๊ะจ่างเลย

ทำไมต้องข้าวเหนียวครับ ผมเคยได้ยินเรื่องเล่านะครับ ว่าข้าวเหนียวนี่เค้าเอาไว้ไหว้วิญญาณครับ สิ่งที่ทำจากข้าวเหนียว แล้วต้องนึ่ง หรือต้มบนเตา จะเข้าข่ายนี้ทั้งสิ้นครับ

แม้ไม่ทำจากข้าวเหนียว เช่นขนมตาลก็ไม่เว้นครับ  ผมเคยไปซื้อขนมตาลที่ตลาด บางครั้งก็ฟู บางครั้งก็ไม่ฟู ถามคนขายว่าทำไมวันนี้ขนมตาลมันแหมบ(แบน,แฟบ)อย่างนี้ล่ะครับ  แม่ค้าได้แต่ส่ายหน้า เพราะก็ไม่รู้สาเหตุ นี่ขนาดมืออาชีพนะครับ(ก็ทำขายนี่นะ) สูตรการทำนี่ไม่มีหลุดอยู่แล้ว

สันนิษฐานว่า น่าจะมีเด็กๆปากไวไปทักเข้า หรือร้ายกว่านั้น อาจจะสั่งให้ใครเปิดฝาให้ที ดูว่า “สุกหรือยัง” นั่นแหละครับ เรียบร้อยเลย

อ้อ..นอกจากห้ามพูดคำต้องห้ามแล้ว ยังห้ามเปิดฝาดูด้วยนะครับ แต่การห้ามเปิดฝานี่อธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์ครับ เพราะความชื้น จะเปลี่ยน น้ำอาจจะหยดใส่ขนม ทำให้ขนมเสียได้

แต่คำต้องห้ามนี้ ใครอยากจะทดสอบดูก็ไม่สงวนสิทธินะครับ แต่ขอเตือนว่า ให้เตรียมของไว้น้อยๆอย่าเพิ่งผสมทีเดียว และฟันธงว่าได้เททิ้งแน่นอนครับ

เป็นเรื่องลึกลับที่น่าฉงน แต่ไม่ถึงกับขนลุก ที่ครัวของคุณเองครับ



ขอขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต
20 Comments to

“เรื่อง(ลึก)ลับ…ในห้องครัว”

  1. June 8th, 2009 at 10:04 pm       kacharaj Says:

    ขอบคุณทั้งสามท่านนะครับ

    คุณathenaz เห็นด้วยกับคุณครับ

    คุณchan ถ้าถามอย่างนั้นไม่เป็นไรครับ

    คุณnelumbo ถือว่าโชคดีมากๆครับ ลองไปถามคุณแม่ดูสิครับว่า เค้าห้ามพูดจริงมั้ยครับ ^_^


  2. June 8th, 2009 at 9:54 pm       nelumbo Says:

    โอ้โห ความรู้ใหม่ ไม่เคยทราบมาก่อนเลยค่ะ
    และโชคดีจัง ที่เวลาช่วยที่บ้านทำขนมไหว้เจ้า
    ไม่เคยหลุดปาก คำต้องห้ามเหล่านี้มาก่อน อิอิ

    ไม่งั้น คงโดนแม่อัดแน่ ๆ ค่ะ ..


  3. June 8th, 2009 at 9:44 pm       chanpanakrit2 Says:

    ไม่เคยถามว่าจะสุกเมื่อไร

    มีแต่ถามว่าธูปหมดดอกแล้ว

    จะโซ้ยกันได้ละยัง?


  4. June 8th, 2009 at 9:22 pm       athenaz Says:

    โอ้โฮ ลูกมือก้นครัวอามานี่เอง..เอาเรื่องลับในห้องครัวมาเล่า..ขอชิมก่อนนะคะ :)

    ขนมพวกนี้เป็นขนมโบราณของบรรพบุรุษ ทำมากันนับพันปี ย่อมต้องมีเจ้าของตำหรับมาตรวจตรา..
    อะไรไม่ชอบมาพากลก็อาจไม่ให้สูตรที่ถูกต้อง..
    อย่าทัก อย่าดูถูก เชื่อนะคะ

    athenaz


  5. June 8th, 2009 at 8:54 pm       kacharaj Says:

    ขอบคุณทุกท่านมากๆครับ เข้ามาเยี่ยมกันล้นหลามเลย อิๆๆ นักชิมทั้งนั้นเลยนะเนี่ยะ ^_^

    คุณเคนจิขอบคุณสำหรับรูปมากๆเลยครับ อันแรกนั้นคุณhenggy บอกไปแล้วนะครับ ใช้ครับเรียกว่า อั่งถ่อก้วย หรือก็คือ กู๋ไช้ก้วย หรือขนมกู๋ช่าย ที่คนไทยเรียก กุ้ยช่าย นั่นแหละครับ มีทั้งไส้กู๋ช่าย(กู๋ไฉ่) หรือไส้หน่อไม้ก็มีครับ ไส้ข้าวเหนียวก็มีครับ

    รูปที่สอง ผมไม่ทราบว่าภาษาจีนเรียกว่าอะไร แต่ก็คงเหมือนกะหรี่ปั๊บของไทยน่ะครับ

    คุณเคนจิเข้าใจถูกครับ ฮวกก้วยคือขนมขาวๆ คล้ายๆถ้วยฟูนั่นแหละครับ แต่ขนาดใหญ่มาก เป็นแผ่นกลมๆหนาๆ มีตัวหนังสือจีนสีแดง ปั๊มเป็นวงกลมด้านบน อร่อยดีครับ

    รูปสุดท้ายผมก็ไม่ทราบว่าเรียกอะไรนะครับ เข้าใจว่าเป็นหมั่นโถว คือเป็นแป้งอย่างเดียว รสชาติจะออกหวานนิดๆน่ะครับ อร่อยดีเหมือนกัน ในรูปคือหั่นมาเสี้ยวนึง

    คุณgibsii ครับ เวลาจุดธูปที่เตาเนี่ยะก็จะเหมือนบูชาอะไรซักอย่าง คนจีนก็เชื่อว่าเทพเจ้าเตาไฟจะช่วยดูแลให้อาหารสุกอร่อยน่ะครับ

    คุณxanax71 ครับ เป็นเรื่องแปลกๆแต่ก็ไม่ถึงกับน่ากลัวครับ ^_^

    คุณศศิครับ ถ้ามีโอกาสไปเจอใครกำลังทำอยู่ก็อย่าไปเผลอทักเข้านะครับ ^_^

    คุณhakung พูดแล้วอยากกินขึ้นมาทีเดียวครับ ^_^

    คุณlady007 เหมือนผมเลยครับ^_^

    คุณmyvivus อันนั้นจะต้องเอาขนมเข่งไปตากแห้ง หรือไม่ก็เอาไปแช่แข็งก่อนนะครับ แล้วก็เอามาหั่นเป็นแผ่นๆ หนาบางตามชอบ เอามาชุปกับแป้งมันผสมไข่ แล้วเอาไปทอด

    เสร็จแล้วจะเรียกว่า ตีก้วย ครับ อร่อยมากๆเลย กินเปล่าๆก็ได้ ถ้าชุปนมข้นหวาน อาจจะหวานไปหน่อยนะครับ

    บ๊ะจ่างนี่ ถ้าเจอคนทำอร่อยๆก็เยี่ยมไปเลยนะครับ นี่ก็เพิ่งจะไหว้ไปเมื่อ2อาทิตย์ที่ผ่านมา กินแทนข้าวได้เลยครับ สารอาหารครบถ้วน ทึ่งในวิธีการถนอมอาหารของชาวจีนจริงๆครับ ^_^

    ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะครับ ^_^


  6. June 8th, 2009 at 4:04 pm       myvivus Says:

    อร่อย ๆๆ อยากกินหนมเข่ง ชอบแบบแข็ง ๆ เอาไปทอด ชุบนมอย่างอร่อย

    ชอบกินทุกอย่าง ยกเว้นบ๊ะจ่าง กินแล้วออกมาหมด ยังนึกรถชาติิออก ไม่อร่อยเลย ทั้ง หวาน ทั้งคาว รวมกันเลย


  7. June 8th, 2009 at 2:12 pm       lady007 Says:

    ชอบจังเลย ขนมกล้วย ขนมตาล แต่ชอบซู๊ด คือ ขนมกูช่ายค่ะ ไส้อื่นไม่เอาเลย


  8. June 8th, 2009 at 1:59 pm       henggy Says:

    อ้อขออนุญาติที่คุณhakungถาม ของคุณเคนจินั้น พอดีรู้จักค่ะ

    เราเคยซื้อแถวสำเพ็งค่ะ เขาใส่กะละมังไว้ แล้วมีผ้าขาวบางคลุมอีกที อร่อยมาก หอมมาก ชอบเช่นกันค่ะ


  9. June 8th, 2009 at 1:36 pm       kenjionline Says:

    คุณ hakung ครับ ยังมีขายนะครับ
    แต่ที่เยาวราชเขาจะขายเป็นก้อนใหญ่
    เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8-10 นิ้วได้ครับ

    ผมว่าติ่มซ้ำบางแห่งก็มีให้กินนะครับ
    ถ้าโชคดีวันนึง คุณต้องได้กินแน่ๆ อิอิ


  10. June 8th, 2009 at 1:21 pm       henggy Says:

    ตำราเดียวกันเลยค่ะ คุณแม่ชอบพาเข้าครัว จึงทราบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไปด้วย จะสอนว่า ให้จุดธูป หมดดอกเมื่อไร ขนมสุก เมื่อนั่น ลองดูแล้วก็เป็นจริงเช่นนั้นค่ะ

    อ่านเรื่องนี้แล้วคิดถึงแม่จัง

    #4 ของท่านดร. เรียกว่า อั่งถอก้วย เจ้าค่ะ


  11. June 8th, 2009 at 1:00 pm       hakung Says:

    คห๖ ของคุณเคนจิ
    ใช่อันเดียวกับที่สมัยเด็กๆ จะมีอาแปะขี่จักรยาน
    แล้วที่อานด้านหลังจะมีขนมแบบนี้อยู่ในกะละมัง
    โรยหน้าด้วยงาหรือเปล่า
    ถ้าใช่ชื่อนี้ก็ขอขอบคุณมากๆ เลยเพราะชอบกินมากที่สุด
    และเดี๋ยวนี้หากินยากมากเลยค่ะที่ตลาดที่เยาวราชก็ไม่มี
    ไม่รู้หาได้ที่ไหน


  12. June 8th, 2009 at 9:34 am       sazzie Says:

    น่าสนใจค่ะ แต่คงไม่มีโอกาสทดลอง เพราะทำขนมของจีนไม่เป็นเลย
    เป็นแต่เก็บใบไผ่ให้ญาติเอาไปทำ ;)


  13. June 8th, 2009 at 8:51 am       xanax71 Says:

    งั้นก็ถือว่าโชคดีมาก ที่ที่บ้าน ไม่ค่อยได้ทำขนม
    เลยไม่เจอเรื่องพวกนี้

    :)


  14. June 8th, 2009 at 8:47 am       gibsii Says:

    ที่บ้านก็เป็นค่ะ เวลาทำขนมเทียน ขนมเข่ง แม่มักจะจุดธูป 1 ดอกไว้ที่เตาค่ะ แม่บอกว่าธูปหมดก็สุกพอดี แต่ต้องใส่ถ่านในเตาให้เต็มนะคะ

    มีอยู่ปีหนึ่งแม่ต้มไก่ไว้ โดยปกติจะต้มเผื่อดิฉัน 1 ตัวเอามากินก่อนค่ะ แต่วันนั้นดิฉันบอกแม่ว่า “อ้าวแม่ไม่ได้ต้มไก่ไว้ให้เหรอ” ปีนั้นแม่ไม่ได้ต้มไก่ไว้เผื่อค่ะ ปรากฎว่าไก่ที่แขวนสำหรับไหว้ตกลงมา 1 ตัว ฮามาก

    แม่พูดไปหัวเราะไปบอกว่า “ปากเสียจริง ๆ นี่พรุ่งนี้ฉันต้องไปซื้อไก่มาไหว้อีก 1 ตัว” “งั้นปีหน้าแม่ไม่ต้องต้มเผื่อแล้วนะ”


  15. June 8th, 2009 at 6:41 am       kenjionline Says:

    ฮวกก้วย ไม่มี จริงๆ มันก็ถ้วยฟูมั้งครับ
    แต่ว่าออกจะใหญ่หน่อย แล้วก็ปั๊มตัวหนังสือลงไปใช่เปล่าครับ
    รูปสุดท้ายแล้วครับ อันนี้หยุ่นๆ เหมือนกัน นิ่งร้อนๆ อร่อยดี
    เรียก มาลายโก้ว ใช่เปล่าครับ สงสัยมาจากมาเลย์ อิอิ

    Free Image Hosting at a href=


  16. June 8th, 2009 at 6:37 am       kenjionline Says:

    อันนี้ไว้ทอด เรียกอะไรก้วยก็ไม่รู้อีก เปลือกมันทำมาจากมันเทศ (ฮวงกัวะ) ชอบไส้กะหล่ำปลีที่สุดเลยครับ อิอิ

    Free Image Hosting at a href=


  17. June 8th, 2009 at 6:34 am       kenjionline Says:

    เอารูปมาฝากครับ
    หาฮวกก้วยไม่เจอเหมือนกัน

    อันนี้อะไรด้วยก็ไม่รู้ เรียกก้วยเฉยๆ
    เอาไปนึ่งก็ได้ ทอดก็ดี อิอิ

    Free Image Hosting at a href=


  18. June 8th, 2009 at 2:50 am       hakung Says:

    น้ำลายไหลค่ะ


  19. June 7th, 2009 at 11:57 pm       kacharaj Says:

    ไหว้เสร็จแล้วก็เอามากินได้ครับ พูดถึงข้าวเหนียวนั้น คนจีนหมายถึงเอาไปเป็นส่วนประกอบน่ะครับ เช่นแป้งข้าวเหนียว(ขนมเข่ง) จะมีเอามานึ่งเลยก็ บ๊ะจ่างครับ

    พอทำเสร็จแล้วเอาไปไหว้ คนละอย่างกับที่ชาวอีสานนึ่งมากินน่ะครับ

    เรื่องนี้เป็นความเชื่อของคนจีนน่ะครับ เอาไว้จะไปค้มมาเล่าให้ฟังครับ

    ขอบคุณคุณnabhasan นะครับ


  20. June 7th, 2009 at 11:50 pm       nabhasan2007 Says:

    เพิ่งทราบนะคะว่า ข้าวเหนียวเอาไหว้วิญญาณ แล้วคนอีสานที่ชอบทานข้าวเหนียวเป็นชีวิตประจำวันล่ะค่ะ จะเข้าข่ายด้วยหรือเปล่า? ^__^


You must be logged in to post a comment.