Blog kacharaj

ช้างที่ภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน

ขี้โรคแห่งเอเชีย !!!

July18
แล้วคุณจะรู้ ว่าผมไม่ได้กล่าวเกินจริง …


.       

           กาลครั้งหนึ่งซึ่งก็ผ่านมาไม่นานนัก ฉายา “ขี้โรคแห่งเอเชีย” นี้ เป็นของประเทศจีนครับ ในยุคที่ชาวจีนติดฝิ่นกันงอมแงม และโดนต่างชาติรุกราน ทั้งฝรั่ง โปรตุเกสทั้งอังกฤษ ทั้งญี่ปุ่น โดยที่ชาวจีนที่มีจำนวนมากกว่า ไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้รบปรบมือกับศัตรูผู้รุกรานประเทศได้เลย จนประเทศผู้รุกรานทั้งหลาย ก็เข้ามากอบโกยเอาทรัพยากร และกดขี่ผู้หญิงและเด็ก อย่างง่ายดาย และพร้อมใจกันยกฉายานี้ให้



           แต่ในที่สุดชาวจีนทั้งหลายก็พร้อมใจกันฝ่าฟันอุปสรรคนั้นมาได้ และดูตอนนี้สิครับ ประเทศจีนคือจ้าวเหรียญทองโอลิมปิค ไม่ขี้โรคอีกต่อไปแล้ว





          หันกลับมาดูบ้านเรากันครับ ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง กับปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 (ชื่อยาวและเรียกยากมากๆครับ ฝรั่งเรียก H1N1) ซึ่งตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งไปหลายพัน ยอดผู้เสียชีวิตเกิน25คนแล้ว เรามียอดผู้เสียชีวิต เป็นอันดับ3ของโลก ที่1ในเอเชีย







          แต่ถ้าดูตามขนาดของประเทศและจำนวนประชากรแล้ว เราอาจจะชนะอเมริกาและแม็กซิโกซะอีก เพราะประเทศเราเล็กกว่า ประชากรน้อยกว่า ถึงแม้จะวัดกันที่ อัตราการตายต่อผู้ติดเชื้อก็ตาม





         ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่เราจะได้ฉายาขี้โรคแห่งเอเซียนี้มาครอง เรามาทำความเข้าใจกันหน่อยมั้ยครับ  ทำไมถึงขี้โรคล่ะครับ เพราะคนของเราตายง่ายจังเลย ประเทศอื่นเค้าเป็นแล้วอัตราการตายไม่เท่าเรา



    

         ทำไมเหรอครับ เค้าดูแลกันดี การสาธราณสุขเค้าก็ดี เค้าให้ความสำคัญมากๆนะครับ มีมาตราการป้องกันที่เด็ดขาดและรวดเร็ว ลองหันมาดูบ้านเราสิครับ ทุกวันนี้เราทำอะไรกันบ้าง  รัฐบาลทำอะไรกัน รัฐมนตรีทำอะไรอยู่ นายกทำอะไรอยู่  คนไทยทำอะไรกันอยู่ครับ


             ท่านรัฐมนตรีสาธรณะสุข คุณวิทยา แก้วภราดัย เห็นหน้าแบบนี้แล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ ขอแนะนำให้แสดงความรับผิดชอบโดยด่วน ประเทศรอไม่ได้แล้วครับ ตอนท่านเข้ารับตำแหน่ง ท่านจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พอปักธูปลงกระถางปุ๊บ ธูปไหม้หมดทั้งกำไฟลุกธูปทั้งหมดเลย ทั้งๆที่มีธูปของท่านแค่คนเดียว



              ข่าวว่าท่านหน้าซีด กลัวจะเป็นลางร้าย  แต่คนจีนเค้าถือว่า เหตุแบบนี้ เรียกว่า อ่วงโล้ว  คือลางดี แต่ท่านจะทำให้ลางดีกลายเป็นร้ายก็ได้ คือลาออกไปเดี๋ยวนี้เลยครับ ถ้าคิดจะอยู่ต่อต้องเริ่มลงมือทำงานซะทีครับ จัดการปัญหานี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ลาออกไปแล้วให้โอกาสคนอื่นที่เค้าพร้อมมาทำงานแทน





             ผมอยากรู้จริงๆว่า ถ้ามีลูกหลาน หรือญาตินักการเมืองซีกรัฐบาล ตายด้วยโรคนี้ขึ้นมาซักคนนึง พวกคุณจะยังทำงานกันแบบนี้มั้ย





             แม๊กซิโก เค้าสั่งปิดโรงเรียน โรงหนัง ห้างฯ ทันที 7วัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด  ของเราจะปิดโรงเรียนกวดวิชา ก็ร้องโอดโอย จะปิดร้านเน็ทก็จะเป็นจะตาย



             รัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ คุณจะนั่งเก้าอี้กอดไว้ให้มันได้อะไรขึ้นมาครับ  จะให้ลูกหลานไทยเสี่ยงภัยไปถึงเมื่อไหร่ครับ





             ท่านผู้ประกอบการทั้งหลาย ทั้งห้างร้าน ทั้งโรงหนัง โรงแรม ร้านอาหาร ผับบาร์ ห้างสรรพสินค้า เมื่อไหร่พวกคุณจะตื่นตัวกันซะทีครับ  กลัวเสียรายได้ แต่คนตายไม่เป็นไรใช่มั้ย ไม่ใช่ญาติพี่น้องคุณใช่มั้ย  แต่เค้าเป็นคนไทย คนในประเทศเดียวกับคุณนะ



             สมาคมธุรกิจของคุณก็มี เคยคิดที่จะมานั่งประชุมกันหาทางป้องกันมั้ย สถานประกอบการของพวกคุณติดแอร์เย็นฉ่ำตลอด เคยคิดจะหาวิธีฆ่าเชื้อ หรือป้องกันลูกค้าคุณมั้ย





             และพวกเราคนไทยทุกคน พวกเราทำอะไรอยู่ครับ กูยังไม่เป็น ญาติกูยังไม่เป็น  ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว  แค่กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ก็พอแล้ว…. เหรอครับ







             ทุกวันนี้ผมเห็นคนที่ใส่หน้ากากน้อยมาก  แรกๆผมก็คิดแบบนี้  ไม่เป็นหวัดจะใส่ทำไม  ไอ้คนที่เป็นสิต้องใส่  แต่คุณรู้มั้ยครับ การที่เราประมาทเลินเล่อ ไม่ป้องกันตนเอง ก็เท่ากับเรากำลังทำร้ายประเทศ ทำร้ายคนรอบข้างไปด้วย





             แล้วขอบอกว่า ค่ารักษาโรคนี้ ไม่ใช่ถูกๆนะครับ แพงมากๆ แค่ค่าตรวจก็หลายพันบาทแล้วนะครับ คุณทำประกันสุขภาพกันบ้างมั้ยครับ  ถ้าไม่มีล่ะก็แนะนำให้ทำซะนะครับ





             ที่ผมเห็นกลับกลายเป็นว่า คนส่วนใหญ่มองคนใส่หน้ากาก เป็นพวก เว่อร์จัด กลัวจัด บ้ากันไปหมดแล้ว ทั้งๆที่เค้าเป็นคนดี รู้จักป้องกันตัวเอง  บางคนที่เป็นหวัด แม้ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ ก็ยังใส่หน้ากาก ป้องกันตัวเองและคนอื่นๆ น่าชมเชย  แต่กลับกลายเป็นว่า คนส่วนใหญ่ตั้งท่ารังเกียจคนใส่หน้ากาก  กลัวว่าเค้าจะเป็นหวัดรึเปล่า กลัวจะติดจากเค้า





             กลัวแล้วทำไมไม่หามาใส่ล่ะครับ





             อ่านเจอข่าวว่า แท๊กซี่คันไหนที่คนขับใส่หน้ากาก ไม่ค่อยมีคนเรียก เพราะกลัวว่าคนขับเป็นหวัดรึเปล่า  ดูมันนะครับ เพื่อนร่วมชาติของเรา คิดกันได้ขนาดนี้



             อีกข่าวนึง คนขับรถตู้(ไม่ใส่หน้ากาก) ไล่ผู้โดยสารที่ใส่หน้ากากลงจากรถ อ้างว่า เพราะใส่หน้ากากคนอื่นถึงไม่กล้าขึ้น ทำเข้าเสียรายได้



             นี่คือเพื่อนร่วมชาติของเรา เราเป็นแบบนี้กันค่อนประเทศครับ  เตรียมตัวรับฉายานี้กันได้เลยครับ “ขี้โรคแห่งเอเชีย”  เพราะเราคิดกันแบบนี้ เห็นอาการ panic เกี่ยวกับชีวิตเป็นเรื่อง เว่อร์ บ้าบอ ไร้สาระ







             แนะนำเหล่าผู้กล้าทุกๆท่านนะครับ ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้ปกป้องประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของเรา โดยไม่ต้องลุกขึ้นไปจับปืนที่ไหน ไม่ต้องไปต่อสู้กับใคร เพียงท่านรักษาตัวเองให้แข็งแรง ทานอาหารให้ครบ3มื้อ พักผ่อนให้เพียงพอ  กินวิตามินซีเยอะๆ(กันหวัดได้)  ไม่จำเป็นพยายามอย่าออกจากบ้าน  หลีกเลี่ยงที่ชุมชนที่คนเยอะๆ และห้องแอร์ ที่ไม่มีเครื่องฟอกอากาศ(ชนิดที่ฆ่าเชื้อโรคได้) หากเลี่ยงไม่ได้ ถ้าต้องอยู่ในห้องแอร์ ให้ใส่หน้ากากอนามัย(แนะนำแบบเป็นกระดาษที่เคลือบสารฆ่าเชื้อ แพงหน่อยแต่ชัวร์) และใช้แล้วควรทิ้ง อย่าเก็บมาใช้ใหม่(ชีวิตคุณแพงกว่านี้) หมั่นล้างมือบ่อยๆ อย่าไปถูหน้าถูตา ถูจมูก ถ้ายังไม่ได้ล้างมือ  ระหว่างเจลล้างมือ กับถุงมือพลาสติก สะดวกอันไหนใช้อันนั้นครับ





             หากคุณเป็นหวัด ให้รีบไปพบแพทย์ หากต้องสงสัยว่าจะเป็นหวัดพันธุ์ใหม่ เช่นมีไข้สูง 39-40องศา กินยาแล้วไข้ไม่ลด ปวดตามเนื้อตามตัว คลื่นไส้อาเจียน ให้รีบไปพบแพทย์ตามโรงพยาบาลที่ผมจะมีลิ้งค์ไว้ให้ในตอนท้าย  และหากพบว่าตนเองเป็นหวัด ทั้งสายพันธุ์ไหนๆก็ตาม กรุณาแยกตัวเองออกจากคนรอบข้าง แยกชุดสำรับกับข้าวออกมาเป็นส่วนตัว ป้องกันคนรอบข้างจากตัวคุณเอง  อย่าไปแกล้งไอจามรดใคร มันไม่สนุกหรอกนะครับ  ถึงแม้คุณจะหายแล้วก็ตาม แต่เชื้ออาจจะยังอยู่ คุณยังเป็นพาหะได้ ให้รอจนกว่าอาการจะหายสนิทจริงๆ จึงกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ





            เท่านี้เราก็ปกป้องประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของเราได้แล้ว ผมเชื่อว่าทั้งทุกคนพร้อมใจกัน ทำให้เค้าเห็นว่าคนใส่หน้ากาก มากกว่าคน
ที่ไม่ใส่  เดี๋ยวเพื่อนร่วมชาติเรา เค้าก็จะใส่กันเอง เพราะพวกนี้กลัวถูกมองเป็นตัวประหลาด





            แนะรัฐบาลนิดนึง ถึงแม้จะรู้ว่าคุณไม่มีทางรับฟังก็ตาม..……  ตัวเลขที่ประกาศกันโครมๆนั้น แม้สาธรณะสุข จะเลิกประกาศแบบรายวันแล้วก็ตาม นั่นยิ่งทำให้เหมือนเป็นการปิดบังข้อมูลเข้าไปใหญ่




            คุณประกาศได้ครับ ว่ามีคนป่วยกี่คน ณ ปัจจุบันนะครับ  ไม่ใช่ลากเอามารวมกันตั้งแต่ต้น มันดูน่ากลัว  โรคนี้ ไม่ใช่เอดส์ที่เป็นแล้วจะไม่หาย คนที่หายแล้วจะมานับรวมทำไมล่ะครับ  และโรคนี้ก็ไม่ใช่อีสุกอีไส ที่เป็นแล้วจะไม่เป็นอีก จึงต้องระวังป้องกันด้วยครับ





            ลองรายงานสิครับว่า ขณะนี้ พบว่ามีผู้ที่ “กำลัง” ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวนกี่คน และหายแล้วกลับบ้านได้แล้วกี่คน  เหลือกี่คนที่ยังไม่หาย และกักตัวอยู่ที่โรงพยาบาล กี่คน ผมว่าจำนวนมันไม่เยอะขนาดนั้นนะครับ



            นับของปัจจุบันสิครับ ที่หายแล้วจะไปนับรวมทำไมครับ แข่งกันจะเอาเหรียญทองเหรอครับ สำคัญคือ ก่อนจะปล่อยกลับบ้าน ให้แน่ใจแล้วว่า เค้าจะไปแพร่เชื้อไม่ได้อีก  ไม่ใช่พอลุกเดินได้ ก็ปล่อยกลับบ้าน  เลยกลับมาแพร่เชื้อที่ทำงานที่โรงเรียนอีก





            ทำงานกันแบบนี้เมื่อไหร่จะคุมได้ล่ะครับ  นี่ดีว่าลูกสาวท่านนายกอยู่มหาลัยแล้ว ถ้ายังต้องเรียนมัธยม ต้องกวดวิชาอยู่ อยากรู้ว่าท่านจะทำยังไง  ลูกสาวท่านอาจจะไม่ต้องเรียนกวดวิชา เพราะพ่อแม่เป็นอาจารย์ทั้งคู่  แล้วลูกหลานคนอื่นๆล่ะครับ ใครจะคอยดูแล





           เป็นคำถามที่ไม่มีเสียงตอบจากสวรรค์เหมือนเช่นทุกๆครั้ง…………….

         

ลิ้งค์โรงพยาบาลที่รับตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ขอบคุณรูปภาพจากอินเทอร์เน็ต

23 Comments to

“ขี้โรคแห่งเอเชีย !!!”

  1. August 4th, 2009 at 11:40 pm       athenaz Says:

    อ้า เรื่องนี้ควรเสนอกันให้แพร่หลาย
    เพื่อระดม จิตสำนึก
    คิดเหมือนกัเลยค่ะ
    ดีใจที่เลือกเรื่องนี้ไปเผยแพร่นะคะ
    ขอบคุณคุณ kachara..

    ราตรีสวัสดิ์คร๊าบ..


  2. July 25th, 2009 at 9:52 pm       kacharaj Says:

    ขอบคุณมากครับคุณพี่athenaz ขอให้แข็งแรงๆเช่นกันนะครับ ^_^


  3. July 25th, 2009 at 4:44 pm       athenaz Says:

    เสียชีวิตร่วม ๕๐ ณ วันนี้แล้วค่ะ คุณ kacharaj
    take care สุขภาพครอบครัวทุกวันนะคะ
    ปลอดภัยทั้งบ้าน

    P athenaz :))


  4. July 23rd, 2009 at 10:07 pm       kacharaj Says:

    ขอบคุณเช่นกันครับคุณ fakhairung


  5. July 22nd, 2009 at 11:08 pm       fakhairung Says:

    สวัสดียามดึกนะคะ..คุณ kacharaj

    การเลี้ยงเด็กในทุกวันนี้เนี่ยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ

    ผู้ใหญ่สมัยนี้ก็เลยต้องมาปวดหัวตุ๊บ..ตุ๊บ..

    กับความไม่แน่นอนของเด็กน้อย ^__^

    จะสร้างเด็กให้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของชาติ

    อนาคตของชาติจะเป็นอย่างไรตอนนี้ก็อยู่ที่ตัวเราเป็นคนกำหนดแล้วล่ะค่ะ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ..สู้..สู้..กับบทบาทคุณอาเลี้ยงหลาน

    ขอบคุณที่อุตส่าห์แวะมาเยี่ยมบ้านยามดึกด้วยนะคะ

    ได้มาอ่านเรื่องดีๆที่บ้านนี้ด้วย..^_^


  6. July 22nd, 2009 at 10:17 pm       kacharaj Says:

    สวัสดีครับคุณลูกเจี๊ยบ

    ปกติไม่ได้เปิดลำโพงอยู่แล้วครับ ^_^


  7. July 21st, 2009 at 8:15 am       initmate Says:

    อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณช้าง …

    เราสบายดีค่ะ .. :)

    รักษาสุขภาพนะคะ ต่อจากนี้ไปในทุก ๆ วัน ก็ต้องดูแลตัวเองดี ๆ เนอะคะ …

    งั้นช่วงนี้ … หากมีเวลาแวะไปทักทายกัน ขอให้ปิดเสียงก่อนเข้าบ้าน … ตกลงป่ะค๊ะ ^^


  8. July 20th, 2009 at 9:18 pm       kacharaj Says:

    โอ้… ผมติดภาระกิจ ไม่ได้เข้ามาวันเดียว ไม่คิดว่าผู้คนจะล้นหลามขนาดนี้นะครับ

    ตามมาตราฐา คชาราช เม้นท์มาเม้นท์กลับทุกคนครับ สงสัยวันนี้คงต้องตอบกันยาวแน่ๆเลย ^_^

    ตอบคุณบีครับ .. ผมติดภาระกิจ ไปเชียงใหม่เพิ่งกลับมาได้อาทิตย์เดียวก็มีงานต่อ เลยไม่ได้เข้ามาเขียนน่ะครับ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมนะครับ รักษาสุขภาพเช่นกันครับ

    ตอบคุณ nelumbo ขอให้แคล้วคลาด อย่าได้เจ็บอย่าได้ไข้เลยครับ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐครับ ^_^

    ตอบคุณชาลีครับ เรามัวแต่ห่วงนู่นห่วงนี่น่ะครับ ห่วงหน้าพวงหลัง การเมืองก็ยุ่ง เศรษฐกิจก็แย่ สุขภาพก็ไม่ดี แต่เราก็ยังรักประเทศนี้ ไม่คิดจะอพยพไปไหนใช่มั้ยครับ ^_^

    ตอบคุณเคนจิครับ เห็นด้วยที่ว่าต้องป้องกันตัวเองครับ แต่ไม่เห็นด้วยที่ให้ชิงเป็นซะก่อน เพาะโรคหวัดนี้ไม่ใช่อีสุกอีไส ที่เป็นแล้วจะไม่เป็นอีก ถึงเราจะมีภูมิต้านทานเพราะเคยเป็นแล้ว แต่ก็เป็นอีกได้นะครับ อย่าเป็นเลยจะดีที่สุดครับ

    ตอบคุณG เห็นด้วยกับคุณG ครับ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นมีใครตื่นตัวกันเลยครับ

    ตอบคุณโจนาธานครับ รัฐบาลคิดบ้างมั้ยครับว่า จะไปยืนแจกหน้ากากตามที่คนเยอะๆเช่นสถานีรถไฟฟ้าอนุเสาวรีย์ สยาม สวนจตุจักร สถานีขนส่ง ห้างสรรพสินค้า ไปยืนบีบเจลให้ที่มือ หลังคนลงจากรถไฟฟ้า หลังเดินออกจากห้าง พ่นยาฆ่าเชื้อ ตามโรงเรียนต่างๆ ผมไม่เห็นมันจะทำอะไรเลยนะครับ

    ตอบคุณลูกเจี๊ยบครับ หายไปนานเพราะติดภาระกิจครับ ผมสบายดีครับ หวังว่าคุณลูกเจี๊ยบคงสบายดีเช่นกัน

    ตอบคุณ .. นี่แหละครับ ประเทศไทยครับ

    ตอบคุณstop by ผมคิดว่ารัฐน่าจะใจกล้าสั่งให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้านซัก7วันซะด้วยซ้ำครับ และล้างเมืองทั้งเมืองให้หายให้หมด ผมว่ายอดลดแน่นอน

    ถ้าทำอย่างนั้นจริงใช้คำว่ากล้าคงไม่พอต้องใช้คำว่าบ้าระห่ำเลยล่ะครับ ^_^

    ตอบคุณathenaz ขอบคุณคุณathenaz มากๆนะครับ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทั้งคุณแม่และคุณลูกนะครับ ^_^

    ตอบคุณผู้หวังดี เราควรศึกษาทุกเรื่องอย่างเข้าถึง ไม่ควรศึกษาเพียงผิวเผินจริงๆครับ

    ตอบคุณpijikaครับ ตอนนี้ที่แพงที่สุดและขาดตลาดไปแล้วคือ ของ3M ครับ แบบเยื่อกระดาษ อาบยาฆ่าเชื้อ ป้องกันได้ชัวร์ที่สุด (อันที่นายกคาดนั่นแหละครับ) อันนึงราคาขึ้นไปเกือบร้อยบาทแล้วครับ ใช้วันเดียวต้องทิ้งนะครับ อย่าเสียดายเก็บมาใช้ใหม่ล่ะครับ เพราะเชื้อโรคอยู่อีกด้านนึงน่ะครับ

    ตอบคุณชบาครับ โรงพยาบาลรัฐมักจะเป็นเช่นนี้น่ะครับ คนส่วนใหญ่ถ้ามีฐานะจึงวิ่งไปโรงพยาบาลเอกชนมากกว่า แต่ถ้าคนรายได้น้อยนี่ ก็แย่หน่อยนะครับ มันถึงระบาดกันเร็วอย่างนี้ไงครับ ผมสบายดีครับคุณชบา ขอบคุณในความห่วงใยครับ หวังว่าคุณชบาคงสบายดีเช่นกันนะครับ

    ตอบคุณหมอโบราณ ได้ข่าวว่ามีการรณรงค์ให้ใช้ฟ้าทะลายโจร และตอนนี้แบบแคปซูลก็ยังไม่ขาดตลาด แต่คนส่วนใหญ่พอมีอาการไข้ก็จะกินยาพารา ถ้าไข้ยังไม่ลดก็ถึงไปโรงพยาบาล คือโรคตัวนี้มันแปลกนะครับ ยาใช้ไม่ค่อยได้ผล แต่ถ้าทางแผนโบราณรักษาได้ ไทยก็จะประหยัดงบไปได้มากเลยนะครับ


  9. July 20th, 2009 at 11:06 am       หมอโบราณ Says:

    ทำไมกระทรวงสาธารณสุขทำงานไม่สามัคคีกัน กรมพัฒนาแพทย์แผนไทยฯ ออกมาแนะนำให้ใช้สมุนไพร แต่กลับไม่เชียร์ของไทย ทุ่มงบประมาณซื้อแต่หน้ากาก วัคซีน ยาต้านไวรัส ยาแผนโบราณ เช่น
    ยาจันลีลา ยาเขียวหอม ซึ่งเป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ แก้ไข้ตัวร้อน ปวดหัว ร้อนในกระหายน้ำ ได้ดี แก้หวัดได้ทุกชนิดไม่ว่า ไข้หวัดน้อย ไข้หวัดใหญ่ A หรือ B สายพันธุ์ไหนๆ ก็แก้ได้ โดยเฉพาะยาเขียวหอม ในอดีตเคยป้องกันและรักษาโรคหัด อีสุกใส ได้ผลดีมาแล้ว ถ้าใครรู้จักสองโรคนี้จะพบว่าการแพร่ระบาด โรคแทรกซ้อน คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มาก


  10. July 20th, 2009 at 7:21 am       chaba2550 Says:

    เพื่อนและญาติเล่าให้ฟังว่า มีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นหวัด
    ก็เกรงจะเป็นหวัดสายพันธุ์ใหม่นี้ เลยไปหาหมอที่ รพ.
    หมอก็ไม่เห็นตรวจให้ อ้างว่า น้ำยาแพง!!
    เสร็จแล้วก็จ่ายพาราเซตามอล มาให้กินลดไข้ บอกให้
    กลับไปพักผ่อนที่บ้าน

    เพื่อนที่มีฐานะดีหน่อย เลยต้องพาสมาชิกในครอบครัว
    ที่ป่วยไปตรวจซ้ำที่ รพ.เอกชน

    อย่างงี้นี่เองเล่า ถึงได้มีคนเป็นไข้หวัดชนิดนี้ตายกันหลายคนแล้ว

    คุณช้างสบายดีนะคะ..:)


  11. July 20th, 2009 at 2:53 am       pijika Says:

    แล้วที่ป่วย ไม่เข้าโรงพยาบาล
    ตกสำรวจอีกกี่คน? ใช่ไหมคะ

    ตอนนี้ที่บ้านมีแฟชั่้นใหม่ค่ะ
    แฟชั่นหน้ากาก น่ารักๆ ลายการ์ตุนญี่ปุ่น
    สำเพ็งมีขายเพียบเลยค่ะ
    เบื่อหน้ากากขาวๆ ไปหาซื้อมาใส่นะคะ
    ราคา 20 – 30 บาท ค่ะ


  12. July 19th, 2009 at 11:01 pm       ผู้หวังดี Says:

    โรคระบาดเคยเกิดในสมัยแรกของอิสลาม และผู้ปกครองก็ได้ออกมาตรการ จำกัดการเดินทางเข้า – ออกพื้นที่ที่ตรวจพบโรคครั้งแรกอยย่างเข้มงวด
    และก็ได้ผลดี เมื่อรวมกับหลักการเรื่องสุขอนามัยที่เข้มงวด (เรื่องความสะอาด)

    หากวันแรกที่รายงานการพบเชื้อ นำหลักการอิสลามข้อนี้มาบังคับใช้ให้จริงจัง

    ทุกวันนี้คนติดเชื้อ และตายคงน้อยกว่านี้มาก เศรษฐกิจคงไมเสียหายเป็นวงกว้างขนาดนี้

    และควรเผยแพร่ข้อเท็จจริงเรื่องเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มักเข้าไปฟูมฟักตัวเองในจมูกหมูก่อนที่จะออกมากลายพันธุ์ และแพร่ระบาด ให้ชาวโลกรู้ด้วย เรื่องนี้เค้ารู้กันมาเป็นสิบๆปีแล้ว CNNเผยแพร่เองด้วยซ้ำ แต่ปัจจุบันกลับทำให้เงียบ เปลี่ยนชื่อโรคเบี่ยงประเด็นเสียอีก

    ศึกษาอิสลามด้วยใจเป็นกลาง จากแหล่งที่ไม่บิดเบือนแล้วคุณจะเข้าใจสถานการณ์โลกในทุกวันนี้ และรับมือกับมันได้


  13. July 19th, 2009 at 10:47 pm       athenaz Says:

    STOP.. FLU 2009 : H1N1 !

    safety first


  14. July 19th, 2009 at 10:34 pm       athenaz Says:

    ขอบคุณบทความวาระแห่งชาติ เตือนสติ (ไม่รู้เตือนสติใคร) ของคุณ kacharaj ค่ะ..

    ความผิดมหันต์ของรํฐบาล คือไม่ยอมให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ..
    ทั้งที่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นอย่างไม่มีทางเลือกเพื่อหยุดการแพร่กระจาย
    โดยด่วนในหมู่คนไทยที่มีคนหนาแน่นในเมืองใหญ่มากกว่า ๑๐ เมือง

    – รัฐรู้ดีว่าคนไทยไร้วินัย.. ชอบ ทำเรื่องจริงให้เป็นเรื่องเล่น
    เรื่องเล่นๆทำปาหี่ เหตุนี้จึงมีคนเสียชีวิตรายวันสูงติดอันดับเอเซีย เพราะ
    ทำเป็นเรื่องเล่นๆ ..ตามที่สาธารณะไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยเท่าไร !

    – รัฐไม่มีการรณรงค์ให้ความรู้จริงจังว่า แม้โรคนี้จะกลายเป็นหวัดท้องถิ่นในอนาคต
    แต่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ทุกคนมีความเสี่ยงติดเชื้อและเป็นพาหะ (carrier)
    ได้เท่าเทียมกัน และผู้ติดเชื้อทุกคนมีความเสี่ยงถึงชีวิตได้เท่ากัน !
    ..ญี่ปุ่นบอกประชาชนตามนี้ ทุกคนสวมหน้ากาก หมด ปัจจุบัน
    ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งที่เมืองใหญ่และการขนส่งสาธารณะของเขา
    แออัดกว่าบ้านเรา ..! แต่ผู้คนมีวิยับกว่าหลายสิบเท่า

    – การปิดสถานที่ชุมชนใหฯเช่นโรงเรียน เป็นการสกัดการแหร่กระจาย
    (ไม่เฉพาะร.ร.กวดวิชา ทั้งนี้สามารถชดเชยการเรียนในตอนปิดเทอมตุลาได้
    เพื่อหยุดการแพร่กระขายขณะนี้ให้น้อยที่สุด ปละเพื่อหยุดความเสี่ยง
    ในการเสียชีวิต และลดจำนวนผู้ติดเชื้อ

    รัฐทำอะไรอยู่..? แม้ห่วงเรื่องประชุมอาเซียนที่ภูเก็ต ก็ต้องมีศักยภาพที่จะทำเรื่องนี้เป็นอันดับแรกเช่นเดียวกัน !

    ขอบคุณที่มีเวทีให่บ่นค่ะ ลูกสาวเป็นหวัด ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ ใส่ mask ไปเรียนทุกวัน
    (ไม่ต้องการเชื้อเพิ่ม ..และไม่ต้องการให้คนรอบข้างกลัวว่าเราจะแพร่เชื้อ)

    athenaz :))


  15. July 19th, 2009 at 7:43 pm       stop by Says:

    เห็นด้วยกับคุณ G เรื่องปิดโรงเรียน ปิดสถานที่ต่างๆว่ามันไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่หากในโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนประถมพบการระบาดเห็นด้วยกับการปิดเพราะเด็กมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าผู้ใหญ่

    ตนเองนั้นอยู่เดิมทีทำงานอยู่ในประเทศหนึ่งที่ทางหน่วยงานประกาศฉีดวัคซินป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้ฟรีกับพนักงาน ถึงแม้ว่ามันไม่สามารถป้องกัน swine flu ได้แต่มันสามารถช่วยลดโอกาสที่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอและลดการถูกโจมตีจาก swine flu และโรคแทรกซ้อนได้ ประชาชนทั่วไปก็สามารถฉีดวัคซีนดังกล่าวได้ ราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบเป็นเงินไทยแล้วตกประมาณ 300 บาท ซึ่งตนเองเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างเยอะช่วงที่มีการระบาด ปัจจุบันร่างกายยังคงแข็งแรงดี

    ตอนนี้อยากแนะนำ:

    1. ให้ประชาชนคนไทยที่ยังแข็งแรงอยู่ไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (ไม่ทราบนะคะว่าราคาที่ไทยเท่าไร) อยากให้รัฐสนับสนุนงบประมาณตรงนี้ด้วยเพื่อให้คนไทยทุกระดับมีโอกาสได้ฉีดวัคซีนป้องกันไขหวัดใหญ่ (ไม่ใช่ swine flu)หลังจากการฉีดวัคซีนแล้วเห็นด้วยให้ทาน vitamin C ควบคู่ไปด้วย เพราะตรงนี้จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงได้ ผลไม้บ้านเราหลายอย่างมี vitamin C เช่น ส้ม ใครเงินไม่พอซื้อ vitamin ก็ทานส้มให้เยอะๆค่ะ

    2.สุขลักษณะส่วนบุคคลที่ควรป้องกันคือ พกเจลทำความสะอาดมือติดตัวไว้ด้วยเสมอค่ะ เช่นเดิมใครไม่มีเจล เตือนตนเองเสมอล้างมือก่อนหยิบของเข้าปากค่ะ หรือแคะ แกะ เกา ส่วนต่างๆของร่างกาย

    3. ตามหน่วยงานต่างๆ โรงแรม ขอให้ช่วยสละติดตั้ง spray ทำความสะอาดมือ หรือ เจลเอาไว้ด้วย สิ่งเหล่านี้ขอให้สละกันเพื่อช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อต่อผู้ใช้บริการและพนักงานของท่านในแต่ละหน่วยงาน ไม่ต้องเสียเวลาเสียเงินไปซื้อเทอร์โมมิเตอร์มานั่งจิ้มอุณหภูมิพนักงานค่ะ

    4. ขอให้แต่ละหน่วยงานประกาศให้เด็ดขาดและใจกว้างให้พนักงานหยุดงานหากมีอาการไข้ไหวัด ไม่ว่าพนักงานหรือใครก็ตามในหน่วยงานจะเจ็บคอเล็กน้อย หรือมีไข้หวัดนิดหน่อย ให้พวกเขาไปพักผ่อนหรือไม่ก็ work from home เลยค่ะ และที่สำคัญไม่ควรตัดเงินนะคะ ส่วนการควบคุมว่าใครป่วยจริงป่วยปลอมแต่ละหน่วยงานก็จัดการกันเองค่ะ

    5.คนที่ควรต้องช่วยดุและกันตอนนี้คือคนตั้งครรภ์ เด็ก และคนชรา ขอให้ดูและตนเองกันมากๆค่ะ

    สุดท้ายนี้ในความเห้นตนเองนั้นอยากบอกว่าหวัดสายพันธ์ไม่ได้อันตรายหรือน่ากลัวจนเกินไป ตราบใดที่แต่ละคนปฏิบัติตนให้ถูกลัฏษณะ รัฐบาลออกมาควบคุมและให้ความสำคัญเรื่องวัคซินหรือราคารักษาต่างๆ เนื่องจากบ้านเรามีพวกชอบฉวยโอกาสกันมากมาย อย่าประชาชนวึ่งอาจจะป่วยด้วยหวัดธรรมดาแต่ต้องตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสโดยการขูดรีดค่ารักษาต่างๆกันอย่างหน้าเบือดโดยไม่จำเป็นค่ะ


  16. July 19th, 2009 at 1:18 pm       .. Says:

    ตอนโรคเริ่มระบาดใหม่ๆ คนแนะนำบอกให้เข้มงวดกับนักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่มเสี่ยง บางท่านก็โชว์ความฉลาดโดยพูดว่า ทำไม่ได้ เดี๋ยวกระทบการท่องเที่ยว เหอๆ ปัญญาคนไทยคิดได้อย่างเดียวจริงๆคือการท่องเที่ยว ขนาดนักท่องเที่ยวออสซี่ไปขโมยของในผับที่ภูเก็ต วิ่งหนีตำรวจ พอถูกจับก็ไปด่าตำรวจทั้งโรงพัก ผู้ว่าภูเก็ตยังต้องรีบไปโรงพักไปจ่ายค่าปรับแทนฝรั่งเอาตัวมันออกมาเลย แถมพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า ทำเพื่อการท่องเที่ยว สรุปชีวิตฝรั่งชีวิตต่างชาติต้องมาก่อนชีวิตคนไทยเสมอครับ เพื่อการท่องเที่ยว !!


  17. July 19th, 2009 at 11:07 am       initmate Says:

    การยอมรับความจริง … ว่าโรคนี้ควรต้องควบคุมอย่างจริงจังแล้ว … น่าจะดีกว่านี้เนอะคะ

    มีแต่จำนวนที่เพิ่มขึ้น คุมให้คงที่ยังยากแสนยาก

    อย่างน้อยหากคุมไม่ได้น่าจะคุมราคาในการรักษาบ้าง

    เด็กที่รู้จักกันโดนเข้าไปเกือบแสนบาท ….. สำหรับการรักษาไม่กี่วัน ….

    โชคดีไปที่บริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ ถ้าเป็นคนธรรมดา ก็คงแย่ไปแล้ว ….

    คุณช้างสบายดีนะคะ ไม่ได้เห็นกันนานจริง ๆ ด้วย …. :)

    เสียงถาม … ที่ถามไป คงต้องรอคำตอบอีกนาน

    งัยช่วงนี้ ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุดก่อนดีก่าเนอะคะ


  18. July 19th, 2009 at 7:11 am       โจนาธาน Says:

    ..เห็นด้วยทุกประการ…รัฐควรรีบกระทู้ รีบเร่ง แก้ไข เด็ดขาด ทุ่มงบ กักบริเวณ แทรกแซง ….เพราะผมเชื่อว่าโรค 2009 นี้ มันแฝงกินคนไปอีกนาน ด้วยเพราะมันไม่รุนแรงเกินไป แต่มันแรงในการกระจายจากคนสู่คนอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็มากล้นเมือง จน แพทย์ หมอ โรงพยาบาลรับไม่ไหว….ต่อมาเมื่อรับไม่ไหว ก็จะตายเป็นใบไม้ร่วง..เวลานี้ เหมือน มันจะสายเกินแก้


  19. July 19th, 2009 at 6:35 am       G Says:

    การปิดโรงเรียน โรงหนัง ร้านเกมส์ เป็นการชะลอการแพร่กระจายนะครับ ไม่ได้ช่วยรักษาหรือทำให้มันหายไปจากโลกเรา..

    เพราะฉะนั้นการปิดต้องดูพื้นที่ว่า ควรจะทำไหม ที่อาร์เจนตินา หรือเม็กซิไกเขาปิดเพราะว่ามันรับไม่ไหวแล้ว รพ. ไม่มีที่ให้คนไข้

    ชะลอเพื่อรอวัคซีนที่จะออกมาแก้โรคนี้ ระหว่างนี้ก็ป้องกันตัวเองไปก่อนโดยล้างมือบ่อยๆ (สบู่ธรรมดาก็พอแล้ว เจลแอลกอฮอฮอลใช้เมื่อไม่มีน้ำให้ใช้จริงๆ) เพราะเราอาจจะลืมเอามือเข้าไปใน ตา จมูก ปาก ได้ เชื้อมันก็เข้าไปทางนั้นแหล่ะ เชื้อไม่ได้ติดกันทางลมหายใจนะครับ


  20. July 19th, 2009 at 2:32 am       kenjionline Says:

    รอให้รัฐมนตรีลาออก คนก็ตายกันทั้งประเทศ
    ตรงกับสำนวนไทยว่า
    กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ หรือเปล่าครับ
    อิอิ

    เห็นด้วยกับคุณ nelumbo ครับ
    ตอนนี้ทำได้แต่ ช่างแหม่มมันแล้วครับ
    ติดซะตอนนี้ อาจจะดีกว่า ติดตอนติดกันเป็นสิบล้านคน
    แล้วหายากินไม่ได้


  21. July 18th, 2009 at 11:45 pm       chaleeja Says:

    สวัสดีค่ะ
    เห็นด้วยจริง ๆ กับระบบการป้องกันที่ไม่สามารถคุ้มครองสุขภาพร่างกายของประชาชนได้
    ที่บ้านมีครูอยู่หลายคน หลายโรงเรียน ครูต้องทำหน้าที่ตรวจนักเรียน
    ว่าเป็นไข้หวัดรึเปล่า แต่ครูจะรู้ได้อย่างไรว่ามีเชื้อหรือไม่
    ในสำนักงาน คนเป็นไข้หวัดล่ะ ต้องทำอย่างไร เสียการเสียงาน
    มีเพื่อนคนไทยที่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น แรกทีเดียวในประเทศนี้เขาติดกันเยอะติดก่อนเรา
    ต่อมาเขามีระบบป้องกันที่เข้มงวด เลยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
    เฮ่อ…ขืนระบบป้องกันสุขภาพของเราย่ำแย่อย่างนี้ ไม่ว่าโรคอะไรมา
    ก็ติดต่อกันง่ายทุกๆๆคน

    ขออภัยนะคะ ความจริงไม่ได้กลัวว่าจะติด หรือไม่ติด แต่หงุดหงิดกับความเนิบนาบเสียจริง


  22. July 18th, 2009 at 10:45 pm       nelumbo Says:

    เมื่อก่อนมีกลัวบ้างค่ะ แต่ตอนนี้ อยากเจอซะแล้ว
    จะได้เลิกกลัวซะดี แฮะ แฮะ

    ^_^


  23. July 18th, 2009 at 10:11 pm       siwaya2517 Says:

    หายไปนานนะค่ะ..มาทักทาย..มาอ่าน..ดูแลสุขภาพท่านเจ้าของบ้าน..และทุกๆ ท่านค่ะ


You must be logged in to post a comment.