Blog นายฃนาด

New vision New mind

เงาบนผนัง . . .

October21

 

 

เราหลงใหลในความเชื่อ เรางมงายในความรู้ และน่าเสียดายที่เราเลือกหลงลืมใน “ความจริง”

.

 

 

มีนิทานเก่าแก่ที่เล่าถึง . . .

 

คนกลุ่มหนึ่งถูกจองจำอยู่ในถ้ำตั้งแต่เด็ก พวกเขาถูกบังคับให้นั่งหันหน้าเข้าผนังถ้ำ คอใส่ขื่อคาไม่ให้หันมองไปทางไหน  ด้านหลังเป็นปากถ้ำที่มีแสงสว่างส่องเข้ามาร่ำไร สิ่งที่พวกเขาได้รับรู้จึงมีเพียงเสียงและเงาจากภายนอกที่เคลื่อนไหวผ่านไปมาหน้าถ้ำ  วันหนึ่งมีชาวถ้ำคนหนึ่งหลุดรอดการกักขังออกมาภายนอกได้ จึงพบเห็นว่า โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่และไม่ได้มีเพียงภาพเงาสีดำที่เขาเคยเห็นบนผนังถ้ำเท่านั้น ชายคนนั้นจึงกลับไปเล่าความจริงที่ตนพบเห็นให้ผู้คนในถ้ำฟัง แต่ชาวถ้ำทั้งหลายไม่มีใครเชื่อเขา ทุกคนคิดว่า ชายคนนี้เสียสติ และ ขับไล่เขาออกไป . . .

            นี่คือนิทานที่”เพลโต”เล่าไว้เมื่อสองพันกว่าปีก่อน ทุกวันนี้โลกเจริญขึ้นและไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาลอย่างที่เพลโตเข้าใจ แต่เรากลับสามารถพบเจอชาวถ้ำอย่างที่เพลโตเล่าไว้ได้มากมายในโลกลึกล้ำใบนี้  โลกที่ดูเหมือนว่าเวลาจะเดินเร็วขึ้นทุกที โลกที่เรื่องราวมากหลายได้ถูกค้นพบและเสริมแต่งขึ้น ให้เป็นเพิงถ้ำแห่งความเชื่อ ให้มนุษย์ถ้ำทั้งหลายได้พึ่งพิงอาศัย . . .   

จากขนำน้อยกลางทุ่ง ถึงห้องหรูกลางกรุงบนคอนโดสูง . . .

จากผู้ไม่รู้แม้ตัวอักษร ถึงอาจารย์ด๊อกเตอร์ที่มีดีกรีประดับเต็มฝาผนัง . . .

เราหลงใหลใน”ความเชื่อ”  เรางมงายใน”ความรู้”  และน่าเสียดายที่เราเลือกหลงลืมใน “ความจริง”

 

 

 

 

                ใช่ ! ชีวิตจะดำรงอยู่ได้ จำเป็นจะต้องผูกพันกับความเชื่อ เราเชื่อเราจึงทำ  ความเชื่อจึงเป็นเสมือนแหล่งพลังของชีวิต แต่เรามักเลือกฝากความหวังไว้กับความเชื่อ และทิ้งบทเรียนความเผลอพลั้งไว้กับความหลัง   ลูกธนูที่เปี่ยมพลังนี้แม้พุ่งได้ไกลแต่มิเคยใกล้เป้าหมาย

          

                ในอดีต ชีวิตดำเนินไปตามครรลองของธรรมชาติ ความเป็นอยู่สัมพันธ์กับฤดูกาล ทุกการรอคอยล้วนมีความหมาย  ในความเนิบช้ามีจังหวะลีลาที่เหนี่ยวนำศรัทธาและความเชื่อให้ค่อยๆเติบโต ผ่านกระบวนการของชุมชน เกิดการเรียนรู้ ค้นพบความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ในความเชื่อนั้น  เป็นกุศโลบายแห่งศรัทธา เป็นวิถีลีลาของบรรพชน

แต่หลากหลายความเชื่อในสังคมทุกวันนี้ ต่างวางตัวอยู่บนห้วงเวลานาทีที่เร่งรีบ ความเชื่อสำเร็จรูปจึงถูกนำเสนอประดังประเดเข้ามาจากหลายทิศหลายทาง ความรีบเร่งทำให้เราไม่สามารถพินิจพิเคราะห์ได้ว่า ลำแสงแหล่งไหนเป็นลำแสงแห่งความจริง  ที่น่าเศร้าก็คือ เราขีดกั้นว่านี่คือความเชื่อส่วนบุคคล และกีดกันตนออกจากสังคมที่พึ่งพิงสังกัด บทสนทนาระหว่างสองความคิดเห็น จึงมักจบลงด้วยวลีที่ว่า “ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่”

ถ้ามองเพียงผิวเผิน อาจเป็นเรื่องส่วนตน  แต่วาทกรรมดังกล่าวต่างถูกกระจายเผยแพร่ไปถ้วนทั่ว    ทุกกระดับของชนชั้นต่างมีคำกล่าวเยี่ยงนี้  ทุกช่องทางการสื่อสารล้วนมีเรื่องราวดังกล่าว เป็นวาทกรรมในรูปแบบ  “ร้อยคำกล่าว หนึ่งการกระทำ” เราใช้การพลิกลิ้นเล่นคำเป็นทางออกของคำถาม ไล่ตั้งแต่เรื่องเฉพาะตัวเช่น เราเลือกที่จะตั้งชื่อเปลี่ยนนามตามเหตุผลที่มองไม่เห็น เราเลือกที่จะเดินทางและดื่มกินตามการชี้นำจากผู้อื่น   เลือกสร้างบ้านแปลงเรือนตามคำทำนายทายทัก  เลือกเกลียดชังแบ่งพวก โดยไม่เคยรู้จักพูดคุยกับบุคคลที่ใส่คนละสีเสื้อ  ไปจนถึง เราเลือกที่จะมองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก่อนเหตุผลทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

ชีวิตมิได้มีเพียงด้านเดียว การจะบรรลุถึงสิ่งที่เฝ้าหวัง จึงมิใช่อาศัยแต่ความเชื่อ(ศรัทธา)เพียงสิ่งเดียว แต่ควรจะมีหลักเกณฑ์(ศีล) ข้อมูล(สุตะ) การเลือกที่ปล่อยวางเสียสละ(จาคะ) และใช้ความรู้(ปัญญา) ในการเข้าถึงสิ่งที่ปรารถนาต้องการ ดังนั้นการไม่เชื่อจึงไม่จำเป็นต้องลบหลู่  แต่ขอให้ใช้การพูดคุย ค้นหา รับฟังและพิจารณา

เมื่อเรารู้ว่า โลกในยามที่เข้าสู่เวลาสายัญณ์  คือเวลาแห่งอรุณรุ่งในอีกฝากฝั่งหนึ่ง

เพิงถ้ำห้องผาจึงเป็นเพียงที่พิงพัก  มิใช่สถานที่กักกัน

เมื่อนั้น ลูกธนูที่เปี่ยมด้วยพลังจะพุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมาย

ผ่านเลยอุปสรรค ที่เป็นเงาร่างมายาของเหล่าธิดาพญามาร

                 . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

 

 

 

 

          

          

ฟ้าครึ้ม ฝนกระหน่ำ

ณ.เบื้องหน้านั่น !

รอยยิ้ม ของพระพุทธองค์

 

 

                       ภาพโดย “นายฃนาด”

 

by posted under Uncategorized | 3 Comments »    
3 Comments to

“เงาบนผนัง . . .”

  1. October 26th, 2010 at 9:47 am       khanaad Says:

    ขอขอบคุณทั้งสองความคิดเห็นครับ
    มีอะไรชี้แนะ ทั้งคิดเหมือนและคิดต่าง
    ล้วนมีประโยชน์ครับ


  2. October 26th, 2010 at 2:07 am       narasha Says:

    เขียนได้ดีมากครับ… สะท้อนความเป็นมนุษย์ในสังคมไทยได้ชัดเจนมาก ว่าไม่ได้.. หลายครั้งที่ผมเองยังเปิดโปรแกรมหมอดู เพื่อให้ทำนายสิ่งที่ตนเองมองไม่เห็นและไม่แน่ใจ.. ถึงจะไม่เชื่อ.. เรื่องเช่นนี้ แต่บางครั้งเมื่อได้รับคำตอบที่พึงพอใจ ก็โล่งอกไปได้สักพักใหญ่… ครับ


  3. October 21st, 2010 at 3:33 pm       lady007 Says:

    ลึกล้ำค่ะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปัน


You must be logged in to post a comment.