สังคมอิเล็กทรอนิกส์

February11


จัดทำโดยนักศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

สมาชิกในกลุ่มสังคมอิเล็กทรอนิกส์

1.นาย จักกฤษณ์ โมรา       รหัสนักศึกษา 52112804018

2.นาย กีรติ นิยมศิริ            รหัสนักศึกษา 52112804030

3.นาย พัฒนรัฐ ทรัพย์คูณทวี รหัสนักศึกษา 52112804059

4.นาย พรชลิช อัศวช่วง      รหัสนักศึกษา 52112804060

.

สังคมอิเล็กทรอนิกส์

 

E-society หรือสังคมอีเล็กทรอนิกส์ หมายถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจัดการบริหารทรัพยากรมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมให้มีความสมดุลมากที่สุด

 

ความหมายสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – Society)

สังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – Society) คือ การส่งเสริมสังคมให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (k – Society) และเป็นการเรียนรู้ผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ สังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – Society) เป็นนโยบายที่จัดทำขึ้นมา เพื่อที่จะลดปัญหาช่องว่างทางดิจิตอล (Digital divide) ภายใต้โครงการขยายโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ ให้มีความทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ สำหรับโครงการที่ดำเนินการไปแล้วนั้น อาทิ โครงการอินเตอร์เนตตำบลเป็นต้น สังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – Society) เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย 5e ตามแผนแม่บททางเทคโนโลยีสารสนเทศของไทย พ.ศ.2545-2546 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยี โดยใช้อิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือบริหารจัดการงานที่สำคัญ 5 ด้าน คือ 1. e – Government รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ 2. e – Citizen ประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ 3. e – Society สังคมอิเล็กทรอนิกส์ 4. e – Education การศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ 5. e – Industry อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หลักการของสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – society) * พัฒนาสังคมไทยให้เป็น สังคมแห่งภูมิปัญญา” (Knowledge Base Society) หรือสังคมแห่งการเรียนรู้ ทำให้มีเหตุผล มีคุณธรรม และภูมิปัญญาที่ดีเกิดขึ้นในสังคมไทย * พัฒนาโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ โดยใช้ความสามารถจากเครือข่ายสารสนเทศ อินเตอร์เนต * พัฒนาโครงการอินเตอร์เนตตำบล ให้มีการขยายผล ให้มีข้อมูล และศูนย์บริการข่าวสาร ลงไปถึงระดับชุมชนและ หมู่บ้าน * ดำเนินการควบคุม เกมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เยาวชนมีการเล่นเกมที่เหมาะสมกับเวลา * สนับสนุนให้มีการจัดระดับของ Web site เพื่อป้องกันเยาวชนจากข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ความสอดคล้องระหว่าง (e – Society) กับ (e – Government) รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e – Government) เป็นกระบวนการปฏิรูประบบบริหาร บริการ และกระบวนการของรัฐ ให้มีประสิทธิภาพ และมีธรรมมาภิบาล โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร ในการนี้ประชาชนจะได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา ทั่วถึงและเป็นธรรม

 

 

รูปแบบสังคมอิเล็กทรอนิกส์

 

สมัยปัจจุบัน เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจําวันของสังคมมนุษย์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail), การสนทนาผ่าน Chat Room, การสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ (e-Shopping), การเข้าถึงข้อความรู้ด้านการศึกษา (e-Learning), สิ่งบันเทิงและเกมคอมพิวเตอร์, การใช้บัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ตามนโยบายของรัฐบาล (e-Government), หรือการเบิกเงินถอนเงิน ชําระค่าบริการต่างๆ ผ่านบัตรเครดิต (e-Banking) เป็นต้น ด้วยกิจกรรมเหล่านี้ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของคําว่า สังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Society) สําหรับในประเทศไทยรัฐบาลได้มีมาตรการและแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนด้าน e-Society (Electronic Society) ตามแผนนโยบายกลยุทธ. IT2010 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคมในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู. โดยวัตถุประสงค์คือ

 

(1) เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้

 

(2) เพื่อส่งเสริมชุมชนและองค์กรแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต,

 

(3) เพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนในการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้,

 

(4) เพื่อส่งเสริมการใช้ไอที เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต,

 

(5) เพื่อส่งเสริมการใช้ไอทีเพื่อวัฒนธรรม และความเอื้ออาทรในสังคม

 

(6) เพื่อส่งเสริมการจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศที่เหมาะสมและสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีของไทย

 

หลักการของสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – society)

 

* พัฒนาสังคมไทยให้เป็น สังคมแห่งภูมิปัญญา” (Knowledge Base Society) หรือสังคมแห่งการเรียนรู้

ทำให้มีเหตุผล มีคุณธรรม และภูมิปัญญาที่ดีเกิดขึ้นในสังคมไทย

 

* พัฒนาโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ โดยใช้ความสามารถจากเครือข่ายสารสนเทศ อินเตอร์เนต

 

* พัฒนาโครงการอินเตอร์เนตตำบล ให้มีการขยายผล ให้มีข้อมูล และศูนย์บริการข่าวสาร ลงไปถึงระดับชุมชนและหมู่บ้าน

 

* ดำเนินการควบคุม เกมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เยาวชนมีการเล่นเกมที่เหมาะสมกับเวลา

 

* สนับสนุนให้มีการจัดระดับของ Web site เพื่อป้องกันเยาวชนจากข้อมูลที่ไม่เหมาะสม

 

กลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคสังคม (e-Society)

 

ในชิญทั้งโอกาสที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และภัยคุกคามอันเนื่องมาจากปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ (digital divide) ทั้งความเหลื่อมล้ำในระดับนานาชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดการลดน้อยถอยลงของขีด  ความสามารถในการแข่งขันเวทีโลก และความเหลื่อมล้ำภายในสังคมไทย ซึ่งจะทำให้เกิด    การกระจายรายได้ที่ไม่เท่าเทียมและปัญหาทางสังคม ถ้าปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งสองไม่ได้รับ  การแก้ไขที่ดี ก็จะนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและความเสื่อมถอยของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคตและบั่นทอนศักยภาพในการพัฒนาสังคมไทยในระยะยาว

 

แนวทางในการดำเนินงานของสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – Society)

 

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้มอบภารกิจทางด้านสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e – Society) ให้อยู่ในความรับผิดชอบ ของบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)เพื่อเป็นแกนหลักในการที่จะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

            * การจัดระเบียบเกมออนไลน์

มาตรการที่ทางกระทรวงไอซีทีนำมาใช้ในการควบคุมการเล่นเกมออนไลน์ มี 3 มาตรการ คือ

1. กำหนดให้เกมออนไลน์ทุกประเภทปิด-เปิด ระหว่างเวลา 22.00-06.00 น. และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2546 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2546

2. กำหนดระยะเวลาการเล่นเกมออนไลน์ โดยกำหนดให้ผู้เล่น เล่นได้เพียง 2 ชั่วโมง

3. ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ ต้องเข้ามาดูแลเรื่องของการโอนเงินซึ่งเกิดขึ้นจากการเล่นเกม ไม่ให้มีการซื้อขายโดยใช้เงินสด เพราะหากเกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยน อาจจะทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรม

 

เป้าหมายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (E-Society)

            ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมในยุคสารสนเทศ ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี และการเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้

ยุทธศาสตร์การพัฒนา :

1.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียม

    – เร่งการปฏิรูปกิจการโทรนาคมให้เกิดการแข่งขันเสรี เป็นธรรม

    – จัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

    – ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 78 ว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

    – สนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

2.พัฒนาทรัพยากรมนุษย์

    – พัฒนาและฝึกอบรมประชาชนให้มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

    – สร้างความตื่นตัวและตระหนักให้กับสังคมถึงโอกาสและภัยคุกคามของสังคมยุคสารสนเทศ

    – สนับสนุนให้เกิดหลักสูตรการเรียนรู้และการให้บริการการเรียนรู้ตลอดชีวิต

3.เพิ่มขีดความสามารถของสถาบันความรู้ให้สนับสนุนการเรียนรู้ของชุมชนและสังคม

    – ให้หน่วยงานที่มีข้อมูล สารสนเทศ และความรู้ ผลิตและเผยแพร่สู่สาธารณะ

    – สร้างขีดความสามารถขององค์กรภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ สนับสนุนการเรียนรู้ของชุมชนและสังคม

4.สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้

    – มีการใช้เทคโนโลยีที่มีความเหมาะสม เป็นเครื่องมือของการสาระสู่ประชาชนได้

    – จัดตั้งศูนย์สารสนเทศและการเรียนรู้ที่ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ได้

    – ให้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อลดความเหลื่อล้ำทางดิจิทัล (digital divide)

5.สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้

    – สนับสนุนการสร้างความรู้ ถ่ายทอดความรู้และใช้ความรู้ของชุมชน

    – สร้างเครือข่ายชุมชนที่มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง

    – ให้เครือข่ายภูมิปัญญาไทยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และภูมิปัญญไทยอย่างเป็นระบบ

6.พัฒนาคุณภาพชีวิต

    – ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเผยแพร่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

    – ส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ชุมชน (e-Community Commerce) เพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง และสนับสนุนนโยบายหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์

    – พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินทางด้านการเกษตรที่มีคุณภาพ ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปรับปรุงคุณภาพการผลิต และการลดต้นทุนการผลิต ข้อมูลการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ข้อมูลด้านการตลาด

    – พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการประกันคุณภาพให้ครอบคลุมประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ให้ความรู้สาธารณสุขมูลฐานและการดูแลสุขภาพอนามัยที่ดีให้กับประชาชน

7.สร้างสังคมที่เอื้ออาทร

    – ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และประชาชนในชนบท

    – ส่งเสริมให้เกิดการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มสังคม ต่าง ๆ เพื่อการแลกเปลี่ยนโลกทัศน์ และสร้างความเข้าใจที่ดีซึ่งกันและกัน

    – ระดมสรรพกำลังเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม จากการใช้สื่อและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม ประพฤติผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม

    – สร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวเพื่อการพัฒนาเยาวชนที่มีคุณภาพ

by posted under general | No Comments »    

You must be logged in to post a comment.