กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 15 การจัดการเงินทองในครอบครัว

การจัดการเงินทองในครอบครัว

  ความสุขในครอบครัวมีหลายปัจจัย แต่ปัจจัยพื้นฐานคือเงินทองใช้จ่ายในครอบครัว เมื่อขัดสนเรื่องรายได้ ใช้จ่ายไม่เพียงพอ หรือธุรกิจขาดสภาพคล่อง หลายครอบครัวนิยมไปกู้หนี้มาเพิ่มเติมเป็นรายได้และทุนของตนเอง โดยคิดว่าเมื่อเงินเดือนออกหรือลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามาจะมีเงินไปชำระหนี้ได้ทันที เป็นการหมุนเงินจากแหล่งเงินทุน อาจเป็นเงินกู้นอกระบบ เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง บัตรเครดิต และเบิกเงินสดจากธนาคารไปใช้ทันทีโดยผ่านเครดิตกับธนาคาร หลายคนมีความคิดแบบฉาบฉวยว่าเงินทองใช้ไป เดี๋ยวก็กลับคืนมาเอง เป็นการหวังบ่อน้ำที่ไม่แน่นอน ลูกค้าอาจไม่สั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมและจำหน่ายได้น้อยลง หรือเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องนำเงินในอนาคตมาใช้จ่าย โดยหวังเงินเดือนถัดไปมาชำระหนี้ในปัจจุบัน อีกทั้งดอกเบี้ยสูงลิบลิ่ว ในที่สุดกลายเป็นดินพอกหางหมู เวลาผ่านไปเริ่มเป็นหนี้ก้อนใหญ่ เนื่องจากการใช้จ่ายเงินทองเกินตัว การกู้หนี้ยืมสิน ถ้าเป็นเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้อง ต้องสนิทสนมกันจริงๆ และไว้วางใจว่าได้เงินต้นคืนแน่นอน แต่ถ้าไม่มีวินัยเงินทองก็คงไม่มีใครกล้าหยิบยืน ยกเว้นแหล่งเงินทุนมหาโหด คิดดอกเบี้ยหลายสิบเปอร์เซ็นต์ถึงร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์

เมื่อเป็นหนี้สินจำนวนมาก ทุกคนมีทางเลือกสองทางคือ พยายามหาเงินมาผ่อนชำระ หรือเบี้ยวหนี้ไม่ยอมจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย กรณีเป็นหนี้เครดิตของธนาคาร อาจทำเป็นเมินเฉย ทิ้งจดหมายทวงหนี้หรือคืนจดหมายกับบุรุษไปรษณีย์ ทำให้ลูกหนี้เสียเครดิต ถูกบันทึกในเครดิตบูโร กู้เงินกับธนาคารทั่วไปไม่ได้และขอทำบัตรเครดิตไม่ผ่านจนกว่าชำระหนี้สินหมดก่อน กรณีเป็นหนี้นอกระบบ พยายามหลบหนีด้วยการย้ายบ้านไปเรื่อยๆ ไม่ให้นักเลงทวงหนี้ตามพบ ถ้าเจอลูกหนี้อาจถูกทำร้ายร่างกายปางตาย การดำเนินชีวิตไม่มีความสุข เมื่อเป็นหนี้จึงควรเลือกวิธีการหาเงินมาผ่อนชำระหรือจ่ายหนี้สินทั้งหมด

ถ้าเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบ ต้องหาเงินทุกวิถีทางมาชำระหนี้ให้หมดทีเดียว ไม่ควรผ่อนชำระในแต่ละวันหรือเป็นงวด เนื่องจากดอกเบี้ยสูงมาก ผ่อนเงินใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีทางลดเงินต้นและดอกเบี้ยได้ ถ้ามีทรัพย์สิน ของมีค่า  ที่ดินไร่นา หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นใด ต้องตัดใจขายเพื่อนำเงินมาชำระทันทีและเร็วที่สุด หากไม่มีทรัพย์สินมีค่า ต้องบากหน้าไปขอหยิบยืนจากพ่อแม่ ญาติพี่น้องและผู้ใจบุญทั้งหลาย ถ้ามีการคิดดอกเบี้ยต่ำหรือไม่สูงลิบลิ่วจนผ่อนชำระไม่ได้ หรือหาแหล่งเงินกู้อื่น อาทิ ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ โดยอาจมีการจำนองบ้านและที่ดินอยู่อาศัยก็ต้องยอม เนื่องจากการผ่อนชำระหนี้สินกับแหล่งเงินทุนมีดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบมาก มีโอกาสผ่อนจ่ายหมดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ถ้าหาแหล่งเงินกู้ไม่ได้จริงๆ ต้องเจรจากับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบให้ลดดอกเบี้ยลงมากที่สุด การเจรจาต้องหาคนกลาง อาจเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือผู้ที่เจ้าหนี้เคารพนับถือมาช่วยเจรจาลดเงินต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ยุติธรรม และลดดอกเบี้ยให้ต่ำลงพอที่จะผ่อนชำระได้ รวมทั้งมีการจัดการเงินทองในครอบครัวอย่างเข้มงวด

การเป็นหนี้บัตรเครดิตธนาคารหรือเบิกเงินสดจากบัตรเครดิต  ถูกคิดดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบ แต่พอเริ่มเป็นหนี้มีการคิดค่าธรรมเนียมอื่น ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นไปอีก ส่วนใหญ่มีบัตรหลัก (เจ้าของบัตร มีเงินเดือนแน่นอน ไม่เสียประวัติการชำระหนี้หรือถูกบันทึกอยู่ในเครดิตบูโร) และบัตรเสริม (เจ้าของบัตรหลักเป็นผู้ค้ำประกันเจ้าของบัตรเสริม กรณีไม่ผ่อนชำระหนี้สินจากการรูดบัตรเครดิตจ่ายสินค้าหรือเบิกเงินสด) ทั้งสองบัตรต้องอยู่ในวงเงินเครดิตที่ธนาคารอนุมัติ เช่น ไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อเดือน เป็นต้น บางคนไม่เคยเป็นหนี้สิน แถมหน้าที่การทำงานมั่นคง หลายธนาคารจึงให้เจ้าหน้าที่มาติดต่อทำบัตรเครดิต โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปี เจ้าของบัตรหลักส่วนใหญ่มีหลายใบและมีบัตรเสริมหลายใบเช่นเดียวกัน เจ้าของบัตรเสริมมักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบัตรหลัก อาทิ เป็นสามีหรือภรรยา แฟน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ส่วนใหญ่เจ้าของบัตรเสริมไม่ยอมชำระหนี้ เนื่องจากทราบดีอยู่แล้วว่าเจ้าของบัตรหลักเป็นผู้รับผิดชอบและค้ำประกันหนี้แทนตนเอง จึงผลักภาระไปให้กับเจ้าของบัตรหลัก ฝ่ายบัตรหลักไม่ยอมชำระหนี้สิน ถือว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ก่อหนี้ ในที่สุดดอกเบี้ยก็เพิ่มพูนขึ้นตามเวลาผ่านไป อีกกรณีหนึ่งคือเจ้าของบัตรหลักเป็นหนี้เสียเอง ไม่มีปัญญาหาเงินมาผ่อนชำระในแต่ละเดือน ใช้วิธีไปเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตอีกธนาคารหนึ่งที่ตนเองเป็นเจ้าของบัตรหลักเช่นเดียวกัน นำเงินมาผ่อนชำระหนี้ธนาคารที่ตนเองไม่มีปัญญาจ่าย ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หลายบัตรเครดิต หลายธนาคาร โดยไม่ทราบเลยว่าธนาคารได้คิดดอกเบี้ยเต็มร้อยละยี่สิบทุกเดือนจากยอดเงินหนี้ครั้งแรก ถึงแม้จะผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือนก็ตาม หรือเหลือหนี้อยู่หนึ่งบาท ก็ถูกคิดดอกเบี้ยเท่ากับดอกเบี้ยครั้งแรกของหนี้สิน ธนาคารได้คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินหนี้ครั้งแรกทุกเดือน ไม่มีการคิดจากเงินต้นที่ลดลง ถ้าเบิกเงินสดอีกเป็นครั้งที่สอง สาม สี่ ไปเรื่อยๆ ก็รวมดอกเบี้ยเต็มจากเงินต้นที่เป็นหนี้สินทุกครั้ง จนกว่าจะชำระหมดทั้งหนี้และดอกเบี้ย ส่วนใหญ่เจ้าของบัตรหลักไม่ทราบจึงเป็นหนี้สินท่วมตัวจากดอกเบี้ยมากมายของบัตรเครดิตหลายใบและหลายธนาคาร เมื่อเจ้าของบัตรเสริมเป็นหนี้ ไม่มีปัญญาจ่ายหรือไม่ยอมชำระเงิน สิ่งแรกคือตรวจสอบยอดเป็นหนี้ทั้งหมดของบัตรเสริม อาจมีหลายใบและหลายธนาคาร ทำการระงับการใช้เงินทุกใบของบัตรเสริม เพื่อป้องกันเจ้าของบัตรเสริมไปรูดบัตรหรือเบิกเงินสดอีก ทำให้ยอดหนี้เพิ่มขึ้นได้ ขั้นต่อไปคือวางแผนในการลดหนี้นั้นทันที สมมุติเป็นหนี้บัตรเครดิตสามใบ ให้ชำระหนี้ทั้งหมด หากเจ้าของบัตรหลักมีจำนวนเงินมากเพียงพอ แต่ถ้าไม่พอให้เลือกชำระทั้งหมดเพียงหนึ่งใบหรือสองใบ โดยดูความสามารถของรายได้หรือเงินเดือนตนเองว่า สามารถผ่อนชำระหนี้บัตรที่เหลือได้โดยไม่เดือดร้อนกับการใช้จ่ายในแต่ละเดือน ขั้นตอนสุดท้ายคือมีการจัดการเงินทองในครอบครัวอย่างเข้มงวด

การจัดการเงินทองในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมาก ภายหลังการวางแผนลดเงินต้นยอดหนี้สินหรือเจรจาลดอัตราดอกเบี้ยกับเจ้าหนี้ ไม่ว่าเป็นหนี้จากแหล่งเงินกู้ใด เงินกู้นอกระบบ หรือบัตรเครดิตก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องรายได้และรายจ่าย เมื่อรายได้ไม่เพียงพอต้องหาทางเพิ่มรายรับในช่วงวันหยุดสัปดาห์หรือช่วงเย็นหลังเลิกงาน ทำงานล่วงเวลา งานหาอื่นทำ หรือขายสินค้าตลาดนัดช่วงกลางคืนและวันหยุดจากการทำงานปรกติ และตัดรายจ่ายให้น้อยลง ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเงิน อาทิ ไม่พาครอบครัวออกไปกินอาหารนอกบ้าน ให้ทำอาหารกินเอง ถ้าทำไม่อร่อย อาจศึกษาวิธีการทำจากอินเตอร์เน้ต สอบถามผู้ทำอาหารเก่ง การจ่ายตลาดและซื้อสิ่งของจำเป็นควรเลือกจากห้างจัดแคมเปญโปรโมชั่น เช่น ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง วันที่ลดราคาสินค้า เลือกวัสดุดิบประกอบอาหารราคาถูกจากตลาดสด การดื่มเหล้าสูบบุหรี่และเที่ยวสถานบันเทิงควรหักดิบเลิกเสีย เป็นต้น นอกจากนี้สิ่งไม่จำเป็นก็ไม่ควรซื้อมาโดยเด็ดขาด ต้องทำความเข้าใจกับบุคคลในครอบครัวเรื่องการประหยัด เป็นภาวะวิกฤติต้องช่วยกันฝันฝ่าอุปสรรคด้วยกัน กำหนดเวลาที่ต้องปลดหนี้สินจนหมดสิ้น เพื่อไม่ให้ครอบครัวเครียดว่าต้องประหยัดตลอดไป ต้องคำนวณเงินอดออมในแต่ละเดือนให้ดี เหลือเงินอย่างน้อยไปผ่อนชำระหนี้แต่ละงวดและเผื่อไว้ใช้ยามเจ็บป่วยบ้าง

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 14 ขอบคุณพ่อแม่และตนเอง

ขอบคุณพ่อแม่และตนเอง

พ่อแม่คือพระอรหันต์ ในบ้าน ลูกคนใดไม่เคารพและรักเทิดทูนย่อมไม่มีความสุขความเจริญ บุญคุณของท่านยิ่งใหญ่เกินกว่าลูกทุกคนตอบแทนได้หมด การเลี้ยงดูเด็กทารกคนหนึ่งจนกระทั่งเจริญเติบโตขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ต้องอาศัยความใจเย็น อดทนทุกอย่าง ตั้งแต่ความเจ็บปวดในระหว่างตั้งครรภ์และคลอดลูก ความยากลำบากในการหาเงินทองเลี้ยงดูบุตร ส่งเสียให้เล่าเรียน การอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี ช่วยเหลือตนเองได้ ไม่เป็นภาระกับผู้อื่น เติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่าทั้งต่อตนเองและสังคม ลูกทุกคนจึงต้องตระหนักถึงคุณงามความดีของท่าน มีความกตัญญูกตเวทีตอบแทนบุณคุณกลับคืนไป ทุกคุณค่าในสิ่งดีงามไม่จำเป็นต้องตีค่าเป็นตัวเลขเงินทองเสมอไป แม้แต่ทำเรื่องให้ถูกใจและสบายด้วยกันทั้งพ่อแม่และลูก ความสุขในครอบครัวไม่ไกลเกินเอื้อม การทะเลาะเบาะแว้งหยุดลงทันที ไม่จำเป็นต้องยกเหตุผลต่างๆ มาอ้างอิงความถูกต้องของตนเอง เพื่อลบล้างคุณงามความดีของท่าน เหมือนลูกอกตัญญูหลายคนที่ชอบกล่าวอ้างเป็นประจำ จึงต้องขอบคุณและสรรเสริญความดีของพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็ขอบคุณตนเองที่ไม่หลงผิดไปกับความเป็นเหตุผลบางอย่างที่ตนเอง เข้าใจไปเอง อาทิ พ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงลูก เพราะทำให้ตนเองเกิดมา ถ้าตนเองลำบาก หาเงินไม่ได้ พ่อแม่ต้องเลี้ยงดูลูกคนนี้ตลอดไป หรือพ่อแม่ทำอาหารเลี้ยงลูกทุกวัน เมื่อตนเองเติบใหญ่ ไม่คุ้นเคยกับการทำอาหาร เนื่องจากไม่เคยถูกสอนจับตะหลิว เปิดแก๊สทำกับข้าวหรือหุงข้าว จึงจำเป็นที่พ่อแม่ต้องทำกับข้าวเลี้ยงตนเองตลอดไป หรือตนเองเกิดมาเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง ไม่เคยเรียนรู้ความรับผิดชอบ ไม่รู้จักหน้าที่ กลายเป็นคนไม่มีวุฒิภาวะ พ่อแม่รักและตามใจมากเกินไป เลี้ยงดูแบบผิดๆ มาโดยตลอด ตนเองไม่สามารถเอาดีได้ ดังนั้นพ่อแม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องราวทั้งหมดของตนเอง ลูกไม่ควรใช้เหตุผลเชิงตรรกะเหล่านี้สร้างความทุกข์ความเดือดร้อนกลับมาสู่ ครอบครัว ไม่ว่าในกรณีใดทั้งสิ้น

การขอบคุณพ่อแม่สิ่ง แรกคือ ไม่ทำแท้งตั้งแต่อยู่ในครรภ์เก้าเดือน อยู่เป็นเพื่อนในยามเราลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก อ้อมกอดแห่งความอบอุ่นช่วยให้ตนเองไม่รู้สึกว้าเหว่ โหยหาความรัก และขาดที่พึ่งความมั่นคงทางจิตใจ ไม่ทอดทิ้งเราให้ไปอยู่ในสถานเลี้ยงดูเด็กกำพร้า และเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ขอบคุณตนเองเมื่อยามพ่อแม่แก่เฒ่า ให้เงินทองไว้ใช้สอยจับจ่าย ช่วยดูแลปรนนิบัติ เป็นเพื่อนเวลาท่านรู้สึกเหงา และพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย เช่นเดียวกับตนเองเมื่อครั้งเป็นเด็กเล็ก

การขอบคุณประการที่ สองคือ ช่วยอบรมสั่งสอนให้รู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบและเอาตนเองรอดได้ มีความเมตตากรุณา ช่วยเหลือผู้ที่สมควรช่วยเหลือ ไม่เป็นคนจิตใจหยาบกระด้าง เห็นแก่ตัว คิดแก้แค้นทำร้ายคนอื่น เป็นพวกนักเลงอันธพาล สิบแปดมงกุฎ หลอกลวง หรือคิดทำสิ่งชั่วร้ายตลอดเวลา ขอบคุณตนเองที่ไม่ดื้อดึง เชื่อฟังพ่อแม่จึงเติบโตขึ้นเป็นคนดี มีศีลธรรมและจรรยาบรรณ

การขอบคุณประการที่ สามคือ ช่วยส่งเสียให้เล่าเรียนหนังสือ รู้จักอ่าน เขียนหนังสือ เป็นคนมีความคิดกว้างไกล ใช้ความรู้มาประกอบอาชีพสุจริต ไม่ต้องเป็นคนลักขโมย ปล้นจี้ชิง วิ่งราว เข่นฆ่าผู้อื่น หรือทำร้ายสังคม ประเทศชาติ ขอบคุณตนเองในการตั้งใจและขยันเล่าเรียนศึกษา ชอบศึกษาหาความรู้ติดตัว ช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ไม่คบเพื่อนเกเร ชักชวนกันทำในสิ่งผิดทำนองคลองธรรม และนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัว

การขอบคุณประการที่ สี่คือ เป็นตัวอย่างให้ลูกได้เห็นสิ่งดีงาม ไม่ทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่ทำสิ่งผิดศีลธรรม ดื่มเหล้าเมายา ติดอบายมุขทั้งหลาย อดทนและขยันทำมาหากินโดยสุจริต ขอบคุณตนเองที่มีภูมิคุ้มกันในครอบครัวดีเยี่ยม ไม่หลงใหลไปกับสิ่งแวดล้อม สังคมนอกบ้านซึ่งคอยชักชวนให้หลงผิด คิดว่าเป็นสิ่งโก้เก๋ จนลืมแบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ตนเอง และเป็นต้นแบบในการสร้างครอบครัวอบอุ่นต่อไป

การขอบคุณประการที่ ห้าคือ สั่งสอนลูกเป็นคนประหยัดในเรื่องเงินทอง ไม่เป็นคนบ้าคลั่งสนุก หลงยึดติดในสุขนิยม ชอบเดินทางท่องเที่ยว หรือหลงใหลไปกับวัตถุนิยม ยกย่องสินค้าราคาแพงมากไปกว่าประโยชน์ใช้สอย ขอบคุณตนเองรู้จักคุณค่าในสิ่งที่พ่อแม่อบรมสั่งสอน กลายเป็นคนมีเหตุผลในเรื่องใช้จ่ายเงินทอง ไม่นำเงินไปสุรุ่ยสุร่ายกับความสนุกสนาน และการพักผ่อนท่องเที่ยวในราคาแพง ทำให้มีเงินอดออมในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง

การขอบคุณประการที่ หกคือ ไม่ตามใจลูกจนเหลิง อยากได้อะไรก็รีบหามาให้ทันที ฝึกสอนลูกช่วยเหลือตนเอง ไม่พึงพาพ่อแม่ตลอดเวลา เติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่า เรียนรู้การใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์โกรธกริ้ว รู้จักรอคอยด้วยความอดทน ขยันขันแข็งในการทำงาน และหัดให้อภัยผู้อื่น ขอบคุณตนเองที่ไม่ดื้อดึง ไม่เป็นลูกเลี้ยงยาก เป็นคนมีวุฒิภาวะ และมองโลกด้วยสภาพความเป็นจริง

การขอบคุณประการสุด ท้ายคือ ให้อภัยลูกเสมอเมื่อพลั้งเผลอทำสิ่งไม่ดี ปลุกปลอบกำลังใจ กระตุ้นลูกให้ลุกขึ้นต่อสู้ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ยินดีสนับสนุนลูกทุกวิถีทาง เพื่อความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในชีวิต ขอบคุณตนเองที่เรียนรู้สิ่งผิดพลาด มีสติปัญญาแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ลุกขึ้นยืนและทำหน้าที่จนประสบความสำเร็จ

พ่อแม่มีบุญคุณต่อ ลูกมากมาย เกินกว่าคำอธิบายและบรรยายได้หมด คำขอบคุณและสรรเสริญดังกล่าวข้างต้นไม่เพียงพอสำหรับลูกทุกคน แต่ต้องกระทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ด้วยการตอบแทนบุญคุณของท่าน หากคิดว่าตนเองไม่ได้รับสิ่งดีครบถ้วนทั้งเจ็ดประการจากพ่อแม่ ก็ไม่ควรใช้ตรรกะเชิงเหตุผลดังที่เกริ่นมาตั้งแต่แรก ในการละเลยเป็นลูกที่ดี ไม่ปรับปรุงตนเองด้วยสติปัญญาอันสมบูรณ์ ในที่สุดต้องนำความเดือดเนื้อร้อนใจ ความทุกข์ยากมาสู่ตนเอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และครอบครัวไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235  

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 21 การสร้างความมั่งคั่ง

การสร้างความมั่งคั่ง

 การสร้างความมั่งคั่งของเถ้าแก่มีวิธีการหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถ มันสมอง การมองเห็นโอกาสเอื้ออำนวย และการงลงทุน ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ ไม่ใช้เทคนิคซับซ้อน หลอกหลวง สร้างหลักฐานเท็จ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการฉ้อฉล ขาดจรรยาบรรณ คิดผูกขาดการตลาดไว้แต่เพียงผู้เดียว (Monopoly) หรือร่วมมือกับเจ้าตลาดไม่กี่ราย (Oligopoly) เพื่อผูกขาดธุรกิจเป็นตลาดเดียว

วิธีสร้างความร่ำรวย มีหลายประการ อาทิ การทำธุรกิจที่เชี่ยวชาญ การเข้าในตลาดหลักทรัพย์ การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ การขยายและลงทุนในธุรกิจ การสัมปทาน ขึ้นอยู่กับความถนัดของเถ้าแก่แต่ละคน บางคนตลอดชีวิตใช้เพียงวิธีเดียว หลายวิธี หรือเครื่องมือทั้งหมดของการทำธุรกิจ ขอเพียงได้ผลกำไรงดงาม เถ้าแก่ประเภทหลังสุดต้องกระโดดเข้าไปทำทันที อาจเป็นเพราะมีหนี้สินจากการลงทุนมากมาย และต้องการทำตลาดแบบผูกขาด เพื่อสร้างความยั่งยืนของธุรกิจตนเอง มีความละโมบอยู่ในใจไม่สิ้นสุด มองทุกเรื่องเป็นธุรกิจทั้งหมด ขาดคุณธรรมและจิตสาธารณะส่วนรวม จึงไม่สมควรสนับสนุนเถ้าแก่ประเภทหวังผลประโยชน์ส่วนตัวมากเกินไป

การทำธุรกิจที่เชี่ยวชาญ เน้นความแตกต่าง มีคุณค่ากับลูกค้า ราคาถูกกว่าคู่แข่งขันในท้องตลาดทั่วไป เถ้าแก่รายใหญ่ระดับประเทศ ส่วนใหญ่ครอบครองปัจจัย 4 ของประเทศ (อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค) เถ้าแก่รายใหม่ไม่ควรไปทำแข่งขันด้วย เนื่องจากศักยภาพตนเอง ความพร้อม ทรัพยากร และเงินทุนสู้ไม่ได้ ยกเว้นทำในสิ่งที่แตกต่างมากๆ สร้างคุณค่ามากมายกับลูกค้า อาจเป็นตลาดบนสินค้าพรีเมี่ยม ราคาเหมาะสม หรือตลาดล่างสินค้าราคาถูก สินค้าคุณลักษณะดังกล่าว เถ้าแก่รายใหญ่ไม่ลงมาทำเอง เช่น เสื้อผ้าสำหรับหญิงสาวประเภททอม น้ำหอมสมุนไพรระดับสากล เป็นต้น ไม่ควรทำสินค้าประเภทคุณภาพและราคากลาง เนื่องจากคนชั้นกลางมีเงินเดือนสูงพอ ในการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีมาบริโภคและอุปโภคได้ สิ่งสำคัญคือเถ้าแก่ต้องมีใจรักในสิ่งที่ทำ เพื่ออดทนในการหมั่นศึกษา ทดลองทำจนเกิดความเชี่ยวชาญ มองเห็นโอกาสในการทำเป็นธุรกิจ และประสบความสำเร็จ เถ้าแก่บางรายอาจต่อยอดธุรกิจมาจากรุ่นปู่ย่าตายาย หรือรุ่นพ่อแม่ เคยฝึกฝนเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก ช่วยเหลือการค้ามาโดยตลอด เมื่อสำเร็จการศึกษาเข้ามารับกิจการขยายธุรกิจเติบโตขึ้น หรือเป็นพนักงานบริษัทมาก่อน เรียนรู้ตลาดและกิจกรรมทุกแผนก มองเห็นว่าตนเองสามารถทำธุรกิจนั้นได้ มีความเชี่ยวชาญการผลิตและบริหารธุรกิจ ก็ลาออกมาทำเสียเอง เป็นเถ้าแก่เริ่มต้น เมื่อผลประกอบการดี จึงขยายธุรกิจเติบโตมีชื่อเสียง

การเข้าในตลาดหลักทรัพย์ เป็นการเข้าในรูปแบบบริษัทมหาชน เพื่อระดมเงินในตลาดทุน โดยออกเป็นหุ้นไอพีโอ (IPO, Initial Public Offering) คือหุ้นจำนวนหนึ่งที่ถูกเสนอขายกับประชาชนทั่วไปในครั้งแรกก่อนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เป็นหุ้นบริษัทใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดทุนนั่นเอง เถ้าแก่ทำธุรกิจเชี่ยวชาญมักมองเห็นว่าแนวโน้มตลาดมักไม่ค่อยดี คู่แข่งขันต่างประเทศมากมาย เงินทุนหนากว่า การขยายธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนสูง อาจประสบปัญหาธุรกิจล้มเหลว จึงติดต่อบริษัทรายใหญ่เพื่อขายกิจการ มักเป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน ทำการควบรวมกิจการ ในขณะที่ธุรกิจตนเองยังมีผลประกอบการดี บริษัทใหญ่มีข้อแม้ว่าต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ก่อน จึงเข้าซื้อควบรวมกิจการเกือบทั้งหมด ส่วนเถ้าแก่เดิมต้องบริหารกิจการต่อไปอีก 5 ปีในฐานะกรรมการบริษัท และถือหุ้นเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงเถ้าแก่เดิมได้ขายกิจการให้กับบริษัทรายใหญ่ ลดตัวเองจากเจ้าของกิจการมาเป็นลูกจ้าง ถ้ามีผู้เข้ามาซื้อจำนวนหุ้นมาก ในราคาหุ้นแพงกว่าหุ้นเจ้าของเดิมหลายสิบเท่า (ราคาพาร์ เท่ากับทุนจดทะเบียน/จำนวนหุ้น หรือราคาที่เถ้าแก่ทำธุรกิจไปจดทะเบียนกับภาครัฐว่ามีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ แบ่งออกมากี่หุ้นๆ ละเท่าไหร่ ก่อนเข้าสู่ตลาดทุนหรือตลาดหลักทรัพย์) เถ้าแก่ผู้ทำธุรกิจเชี่ยวชาญย่อมร่ำรวยขึ้นนับสิบเท่า ส่วนบริษัทรายใหญ่ได้เงินทุนมากมายจากการเข้าตลาดทุนเช่นกัน ตราบใดผลประกอบการบริษัทมหาชนงดงาม หุ้นก็มีราคาพุ่งสูงขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ปีอาจขึ้นไปหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับราคาหุ้นหลังจากเข้าตลาดทรัพย์ในระยะแรก

การเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเถ้าแก่ผู้เชี่ยวชาญได้ขายกิจการเดิมไปแล้ว ได้นำเงินจำนวนมากไปซื้อที่ดินราคาแพง สถานที่ทำเลงดงาม เป็นแหล่งใจกลางเมืองทำธุรกิจ ความต้องการสูง และราคาที่ดินสูงขึ้นตลอดเวลาทุกปี ในขณะที่เถ้าแก่ทำหน้าที่เป็นลูกจ้างบริหารธุรกิจเดิมเป็นเวลาห้าปี ราคาที่ดินสูงขึ้นอีกนับเท่าตัว หลังจากผ่านเวลาไปห้าปี เถ้าแก่ผู้เชี่ยวชาญแบ่งขายที่ดินทำเลทองไปจำนวนหนึ่ง นำเงินจำนวนมหาศาลไปลงทุนในธุรกิจที่ตนเองเชี่ยวชาญและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมเงินทุนมาขยายธุรกิจต่อไป สร้างความร่ำรวยมั่งคั่งหลายสิบเท่าตัว

การขยายและลงทุนในธุรกิจ เถ้าแก่ได้นำเงินมาลงทุนในธุรกิจที่เชี่ยวชาญ ขยายธุรกิจให้ครบวงจรไปจนถึงการผูกขาดตลาด ตั้งบริษัทในเครือขึ้นจำนวนมาก มีการบริหารความเสี่ยง บริหารการลงทุนและการเงิน การจัดการบัญชี การจัดการภาษี อัตราการแลกเปลี่ยน (ถ้าทำธุรกิจนำเข้าและส่งออก) และอัตราดอกเบี้ยจากเงินกู้ เถ้าแก่ทำธุรกิจมาจนกระทั่งเติบโตขึ้นอีกหลายสิบเท่าตัว คู่แข่งขันมีทั้งระดับชาติและยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศ มีการขยายธุรกิจโดยการเข้าไปซื้อกิจการคู่แข่งขันบางราย เป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เถ้าแก่อาจระดมเงินทุนบางส่วนจากการเพิ่มจำนวนหุ้นขายในตลาดหลักทรัพย์ กู้เงินจากธนาคาร (เรียกนายแบงค์มาเจรจาเรื่องลดอัตราดอกเบี้ย) ปล่อยหุ้นกู้ระดมเงินทุนจากประชาชนทั่วไป โดยเถ้าแก่ต้องตัดสินใจกู้เงินจากแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสุด ระยะเวลายาวนานเพียงพอ ผลกำไรจากธุรกิจที่เข้าไปซื้อกิจการ ระยะเวลาคืนทุน และผลประกอบการบริษัทตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้การขยายลงทุนกระทบถูกธุรกิจตนเองให้ประสบปัญหาไปด้วย  

การสัมปทาน เถ้าแก่ที่ขยายและลงทุนในธุรกิจมากมายทั้งธุรกิจเชี่ยวชาญ อสังหาริมทรัพย์ การเงินธนาคาร ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ธุรกิจขายส่งและค้าปลีก ธุรกิจโทรคมนาคม ย่อมมีหนี้สินจำนวนมหาศาล ต้องการลดความเสี่ยงของการทำธุรกิจที่แบกหนี้จำนวนมาก เข้าไปร่วมประมูลจากโครงการสัมปทานภาครัฐ ผลกำไรมหาศาลอาจได้จากการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ต้องอาศัยเส้นสายกลไกภายในจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ กลายเป็นธุรกิจการเมือง เมื่อมีโครงการสัมปทานใหม่ๆ เถ้าแก่ประเภทนี้มักเข้าไปร่วมด้วยทุกครั้ง

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 20 กับดักช่องทางการจัดจำหน่าย

กับดักช่องทางการจัดจำหน่าย

ในปัจจุบันสินค้าและบริการเกิดขึ้นมากมายในท้องตลาด มีทั้งเถ้าแก่รายเดิมและรายใหม่ช่วยกันออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ สินค้าติดตลาดอันดับหนึ่งและสองต้องคอยปกป้องไม่ให้ลูกค้าภักดีของตนเองหันไปซื้อสินค้าคู่แข่งขัน ในบรรดาสินค้าและบริการล้วนเกิดจากผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น ผ่านประสบการณ์การทดลองมานาน ลองผิดลองถูกจนผู้บริโภคเป้าหมายเกิดความนิยมชื่นชอบ แต่การมองหาช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค เป็นเรื่องที่เถ้าแก่หลายคนรู้สึกหนักใจ มีตั้งแต่ค่าโสหุ้ยต่างๆ ค่าขนส่ง ค่าเช่าสถานที่ ขายเองหรือจ้างพนักงาน ค่าก่อสร้างและออกแบบหน้าร้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเถ้าแก่ผู้ประกอบการต้องการสินค้าและบริการตนเองไปอยู่ในตลาดใดบ้าง เช่น ตลาดสด รถเข็น มอร์เตอไซด์หรือรถยนต์พ่วงสินค้าไปขาย ตึกแถว ห้างโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้าหรูหรา คอมมูนิตี้มอลล์ การทำธุรกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรืออี-คอมเมิรซ์ เป็นต้น

การนำสินค้าและบริการไปวางจำหน่ายในตลาดใด เถ้าแก่ต้องตัดสินใจให้ดี นั่นหมายถึงการวางตำแหน่งสินค้าและลูกค้าเป้าหมายของตนเอง บางรายอาจเน้นตลาดส่งออกต่างประเทศด้วย การกำหนดตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถ้าเป็นสินค้าใหม่ ตราสินค้าหรือแบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักของลูกค้า ต้นทุนการสื่อสารและโฆษณาย่อมสูงไปด้วย เถ้าแก่หน้าใหม่หรือเงินทุนน้อยต้องเลือกอีกเช่นเดียวกันว่าต้องการเน้นตลาดไหนก่อน ถ้าเน้นตลาดส่งออก ต้องเลือกว่าเป็นประเทศใด หากเป็นตลาดล่าง สินค้าและบริการต้องมีราคาถูก ส่งออกไปจำหน่ายในประเทศแถบอาเซียน หากเป็นตลาดบน สินค้าและบริการเป็นระดับพรีเมี่ยม ต้องส่งออกไปจำหน่ายประเทศแถบยุโรป ควรกำหนดเฉพาะเป็นประเทศไหน ผู้บริโภคของประเทศนั้นมีรสนิยมและชื่นชอบสินค้าหมวดตนเองมากหรือไม่ เถ้าแก่ต้องโฟกัสตลาดให้ถูกต้องตามชนิดสินค้าและเงินลงทุนของตนเอง เมื่อสินค้าตนเองมีคุณภาพดีและแตกต่างเหนือกว่าคู่แข่งขัน รายได้และผลกำไรย่อมนำมาหล่อเลี้ยงบริษัทให้มีเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อขยายยอดขายไปผู้บริโภคประเทศอื่น รวมทั้งหันมาขยายตลาดในประเทศอีกช่องทางหนึ่ง การกำหนดตลาดที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นการทำธุรกิจ ช่วยให้เถ้าแก่ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จได้ง่ายดาย ไม่กลายเป็นกับดักช่องทางการจัดจำหน่ายจนเถ้าแก่ไม่สามารถเพิ่มยอดขายได้

กับดักช่องทางการจัดจำหน่าย ในที่นี้หมายถึงเถ้าแก่ผู้ประกอบการผลิตสินค้าและบริการออกมาดีเลิศ สามารถแข่งขันในท้องตลาดได้ แต่กำหนดวางตลาดหรือช่องทางจัดจำหน่ายผิดพลาด ส่งผลให้การวางตำแหน่งสินค้า (Positioning) และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Target group) ผิดพลาดไปด้วย ทำให้สูญเสียโอกาสในการทำยอดขาย ธุรกิจตนเองจึงไม่เจริญเติบโต กลายเป็นธุรกิจเจ้าของคนเดียว ใช้แรงงานภายในครอบครัวเท่านั้น

สาเหตุหลักของกับดักช่องทางการจัดจำหน่าย ทำให้เถ้าแก่ผู้ประกอบการมีรายได้ไม่เพิ่มขึ้น วนเวียนอยู่กับการจำหน่ายสินค้าและบริการเดิม ในช่องทางการตลาดของตนเอง มีดังนี้คือ

คุณสมบัติส่วนตัวของเถ้าแก่ มีลักษณะเป็นคนเก่งทำ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการทดลองจนมีความรู้เชิงลึก ประสบการณ์นับไม่ถ้วนในการผลิตสินค้าตนเอง สามารถผลิตสินค้าและบริการในระดับดีเยี่ยม ทราบรายละเอียดทุกขั้นตอน แต่ขาดทักษะเชิงเก่งคนและเก่งคิด ไม่อาจจ้างพนักงานมาผลิตสินค้าแทนตนเอง เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องบริหารคน ขาดความเป็นผู้นำ ไม่ไว้วางใจผู้อื่น จึงต้องใช้แรงงานภายในครอบครัวหรือญาติพี่น้อง เถ้าแก่บางรายอาจจ้างพนักงานไม่กี่คน เท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ไม่มีความคิดความอ่านในการขยายสาขา การวางเป้าหมาย และทักษะการบริหารเชิงกลยุทธ์ จึงติดอยู่กับดักช่องทางการตลาดดั้งเดิมของตนเอง รู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัยมากกว่าขยายสาขาไปอยู่ตลาดใหม่
การขยายสาขาหรือช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ จำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่มเติม มีการฝึกอบรมและวิธีการผลิตสินค้าให้ทำแทนเถ้าแก่ สูตรความลับของวงศ์ตระกูลอาจรั่วไหลไปสู่คนอื่นที่ไม่ใช่บุคคลในครอบครัว เถ้าแก่มีความกังวลใจ จึงตัดสินใจอยู่ในตลาดดั้งเดิมหรือร้านค้าเดียวของตนเอง

เถ้าแก่มีความหวาดกลัว ไม่กล้าตัดสินใจในการขยายกิจการ เกรงว่าไปอยู่ตลาดอื่นอาจประสบปัญหาการขาดทุน ดูแลกิจการไม่ทั่วถึง ค้าขายอยู่ตลาดเดิมก็มียอดขายมากอยู่แล้ว เพียงพอเลี้ยงชีพครอบครัวให้อยู่รอดได้ ไม่เห็นมีความจำเป็นในการต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อมองหาตลาดใหม่ การขยายสาขาในระยะแรกอาจมียอดขายไม่มาก ทำให้เป็นภาระกับร้านค้าแห่งแรกหรือตลาดเดิมของตนเอง เถ้าแก่จึงไม่กล้าตัดสินใจและติดอยู่กับดักช่องทางการจัดจำหน่าย
เถ้าแก่มีเงินลงทุนน้อย การขยายสาขาหรือไปอยู่ในตลาดใหม่ ต้องมีการกู้เงินเพิ่มเติม เป็นภาระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ไม่มีความมั่นใจในการทำธุรกิจของตนเอง และไม่อยากเสี่ยงกับการไปเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ ขออยู่ในตลาดเดิมไปก่อน

การที่เถ้าแก่เลือกช่องทางการจัดจำหน่ายใด ต้องจัดรูปแบบลักษณะสินค้า การบรรจุหีบห่อ ฉลาก และรูปแบบโมเดลของธุรกิจให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Lifestyle) รวมทั้งการตบแต่งร้านค้าและการดีไซน์ต่างๆ เป็นที่นิยมชื่นชอบ สบายตา รู้สึกผ่อนคลาย เสริมสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับลูกค้า เพื่อดึงดูดมาซื้อสินค้าและบริการ นอกจากนี้การขยายไปสู่สาขาหรือช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ต้องคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นสำคัญ ต้องมีคุณสมบัติ อาชีพ และรายได้คล้ายคลึงกับตลาดเดิมของตนเอง อาทิ การส่งสินค้าน้ำหอมไปตลาดพรีเมี่ยมในแถบยุโรป ยอดขายดีมาก เมื่อต้องการขยายธุรกิจภายในประเทศต้องเข้าไปวางขายในห้างสรรพสินค้าหรูหรา

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 13 การเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่คนไทย

การเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่คนไทย

การเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่คนไทย มักแตกต่างจากชาวตะวันตกที่เจริญแล้ว เป็นเพราะความคิดในเรื่องเลี้ยงลูกแตกต่างกันมาก วัฒนธรรมชาติตะวันตกนิยมให้คนพึ่งพาตนเอง รับผิดชอบและช่วยเหลือตนเอง เน้นไปทางปัจเจกนิยม (Individualism) ไม่เกิดความรู้สึกผูกพันแบบกลุ่ม เป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละบุคคล ส่วนคนไทยและชาติเอเซียนิยมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พ่อแม่ต้องการให้ลูกอยู่ในโอวาท เชื่อฟัง สามารถพึ่งพาได้ในยามชรา เป็นวัฒนธรรมแบบกลุ่ม (Collectivism) เกิดความรู้สึกผูกพันในลักษณะครอบครัวและเครือญาติ

ครอบครัวคนไทยเลี้ยงลูกชนิดไข่ในหิน รักและห่วงใยมากเกินไป คอยสอดส่องอยู่ในสายตาตลอดเวลา และห้ามปรามพฤติกรรมที่เห็นว่าไม่เหมาะสม อ้างว่าเป็นความหวังดีของพ่อแม่ ต้องการให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนดี ไม่ทำตัวเป็นคนพาลเกเร นอกลู่นอกทาง ถ้าลูกไม่เชื่อฟังต้องลงโทษ เฆี่ยนตีเพื่ออบรมสั่งสอนตั้งแต่เด็ก โดยมีความเชื่อตามคำโบราณว่าไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ต้องทำโทษหลาบจำ เติบโตขึ้นจะได้ไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก ขณะเดียวกันคอยห้ามปรามทุกเรื่องที่ตนเองไม่ชอบใจด้วย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเหตุผลของพ่อแม่ทั้งสิ้น ไม่ได้สอบถามเด็กว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น เด็กถูกกดดันและเก็บกด ทำให้ขาดความเป็นอิสรภาพ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก ต้องคอยสอบถามความเห็นจากพ่อแม่อยู่ร่ำไป ลับหลังพ่อแม่ ลูกอาจแสดงพฤติกรรมเก็บกด ทำในสิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบและคอยห้ามปรามเสมอ อาทิ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ติดยาเสพติด แอบหนีเที่ยวเมื่อมีโอกาส ฝ่ายพ่อแม่คิดว่าลูกเป็นดี อยู่ในโอวาท เมื่อทราบความจริงก็แทบลมใส่ เป็นเพราะเข้มงวดลูกในบ้านมากเกินไป เด็กบางคนอาจต่อต้าน ยิ่งแสดงอาการดื้อดึงมากขึ้น กรณีที่รุนแรงพ่อแม่อาจติดกล้องวงจรปิดในห้องนอนลูก บริเวณทั่วบ้านทุกมุมห้อง เพื่อคอยสอดส่องดูพฤติกรรมลูก คิดว่าเด็กไม่เชื่อฟัง มีนิสัยอันธพาล ส่วนใหญ่เป็นเด็กโตวัยรุ่น พ่อแม่บางรายใช้อารมณ์ ด่ากราดลูก และประกาศตัดขาดความพ่อแม่ลูกทันที ส่วนลูกเกิดความเจ็บแค้นในใจ จ้างมือปืนมาสังหารพ่อแม่และบุคคลในครอบครัวตนเอง เคยเป็นข่าวโด่งดัง สร้างความสะเทือนใจ กระทบกับความรู้สึกคนทั่วไป

การเลี้ยงลูกจึงเป็นเรื่องพ่อแม่สมัยใหม่รู้สึกหนักใจ เลี้ยงแล้วไม่ได้พึ่งพายามชรา ลูกเอาตัวไม่รอดในทุกสถานการณ์ ยิ่งพ่อแม่รักห่วงใยลูกมาก ลูกยิ่งเป็นคนไม่เอาไหน การช่วยเหลืออย่างมากตามวัฒนธรรมแบบกลุ่มของคนไทย ส่งผลสะท้อนให้เด็กไทยไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความอดทน ขาดวุฒิภาวะ เนื่องจากไม่มีอิสรภาพในการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง พ่อแม่ควบคุมเอาไว้ทั้งหมด ลูกคนไทยเลี้ยงไม่รู้จักโตเสียที เมื่อออกไปเผชิญโลกภายนอก ทำงานไม่อดทน ไม่รู้จักความยากลำบาก ในบ้านมีคนคอยช่วยเหลือ ทำแทนและบงการชีวิตตลอดเวลา ส่วนในที่ทำงานต้องทำเองทั้งหมด แก้ไขปัญหาเรื่องงาน และมีปัญหาตลอดเวลา ไม่มีใครช่วยเหลือตลอดเวลาเหมือนอยู่ในบ้าน เมื่อทำผิดพลาด ถูกเจ้านายตำหนินิดหน่อย ก็พาลลาออกจากงานเสียเลย มาทำธุรกิจส่วนตัวเล็กน้อยก็ขาดทุนหรือรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงชีพ ต้องวนเวียนเป็นวัฏจักรมาให้พ่อแม่เลี้ยงดูเหมือนเดิม เป็นเรื่องหน้าเศร้าใจและทุกข์ใจสำหรับพ่อแม่คนไทย

การเลี้ยงดูลูกถูกต้อง ควรผสมผสานวัฒนธรรมปัจเจกบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง หัดให้ลูกรับผิดชอบในเรื่องหน้าที่ตนเองตั้งแต่เด็ก เช่น ล้างจานทันทีหลังกินข้าวเสร็จ ทำความสะอาดห้องนอน ห้องน้ำและถูบ้าน เมื่อเติบโตขึ้นบ้างต้องฝึกฝนเรื่องการทำอาหารเอง หัดช่วยเหลือและพึ่งพาตนเองมากที่สุด พ่อแม่ต้องไม่คิดว่าลูกยังเล็ก ทำเองไม่เป็น หรือสงสารลูกทำงานหนัก การฝึกฝนตั้งแต่เด็กช่วยให้ลูกมีความอดทน เรียนรู้การทำงานขั้นต้น มีวินัยและความรับผิดชอบเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เวลาเล่นอะไรด้วยตนเอง พ่อแม่ต้องไม่เข้าไปเล่นด้วย บอกให้เล่นอย่างโน้นอย่างนี้ ปล่อยให้เด็กเล่นเอง เขากำลังฝึกฝนการจิตนการสร้างสรรค์ อย่าไปขัดจังหวะการเล่นของลูก พ่อแม่คอยดูลูกอยู่ห่างๆ ไม่ให้เกิดอันตรายกับเขา เวลาลูกหกล้มและร้องไห้ พ่อแม่ต้องไม่เข้าไปปลอบใจและโอ๋เด็กตลอดเวลา บอกให้ลูกลุกขึ้นยืนเอง พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ในบ้านต้องไม่เลี้ยงดูในลักษณะตามใจหรือบังคับเด็กมากเกินไป ควรรับฟังความคิดเห็นและเหตุผลของลูก ปล่อยให้เด็กทำในสิ่งที่เขาต้องการเสียก่อน ถ้าเป็นสิ่งผิดก็ควรใจเย็น ใช้หลักเหตุผลอธิบายว่าทำไมลูกไม่ควรทำเช่นนั้นและเมื่อทำแล้วจะเกิดผลเช่นใด ดีกว่าห้ามปรามไปเสียทุกเรื่อง ลูกอาจไม่เข้าใจ เกิดการต่อต้านในใจ และดื้อดึงไม่เชื่อฟัง การใช้หลักเหตุผลช่วยให้ลูกตัดสินใจในเรื่องราวสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่าการใช้อารมณ์ที่ปราศจากสติปัญญา ไม่กลายเป็นคนเจ้าอารมณ์จากสิ่งที่พ่อแม่ห้ามปรามหรือขัดใจในสิ่งที่เขาต้องการ ยิ่งลูกได้ช่วยเหลือพ่อแม่ทำมาหากิน ร่วมทุกข์ร่วมสุข และเห็นความยากลำบากในการหาเงิน ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันและรักพ่อแม่มากขึ้น ลูกที่เติบโตเป็นวัยรุ่นอาจหางานทำในช่วงปิดเทอม หรือเสาร์อาทิตย์ไปขายของตามตลาดนัดและห้างสรรพสินค้า บางคนหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือ ทำงานและเรียนควบคู่กันไป เป็นการฝึกฝนให้คุ้นเคยกับความยากลำบาก เด็กพวกนี้จะเฉลียวฉลาดและเก่งเป็นยอดคน เข้าใจวิถีชีวิตตนเองและผู้อื่น มองโลกในด้านความเป็นจริง ไม่เข้าใจในลักษณะแบบฉบับของตนเอง

พ่อแม่คนไทยสมัยใหม่ ต้องปรับตัววิธีการเลี้ยงลูก ไม่อิงกับวัฒนธรรมแบบกลุ่มมากเกินไป ต้องนำลักษณะปัจเจกบุคคลของชาติตะวันตกมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ต้องไม่ลืมรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยคือ สอนลูกรู้จักอ่อนน้อม ไม่ก้าวร้าว เคารพผู้อาวุโส และดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า พ่อแม่ที่ฉลาดต้องรู้จักปลูกฝังนิสัยความมีวินัย ความรับผิดชอบ การรู้จักหน้าที่ตนเอง การมีเหตุผล ความอดทน ไม่เอาแต่ใจตนเอง และช่วยเหลือตัวเองเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ไม่พึ่งพาพ่อแม่ตลอดไป อีกทั้งเป็นภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งในครอบครัว ป้องกันลูกไม่ให้ตกอยู่ในสิ่งที่เป็นอบายมุข สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การเลี้ยงลูกของคนไทยหรือคนชาติอื่น ต้องใช้แนวทางวิธีที่กล่าวไว้ข้างต้น พ่อแม่ต้องไม่ให้ความรักลูกมากมายมาปิดหูปิดตาตนเอง เลี้ยงดูและสอนลูกแบบผิดๆ ตามใจลูกหรือบังคับมากเกินไป ปล่อยให้เด็กมีอิสรภาพ ทำอะไรด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการลองผิดลองถูก เกิดความคิดสร้างสรรค์ ในไม่ช้าเด็กจะค้นพบตนเองว่าชอบสิ่งใด เกิดการเลือกอาชีพในสิ่งที่ตนเองรัก โดยมีพ่อแม่เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ลูกพลอยมีความสุขตลอดชั่วชีวิต ความเจริญรุ่งเรืองจึงตามมา ไม่ทิ้งภาระ ความทุกข์ยาก และปัญหาจากการเลี้ยงดูลูกผิดๆ ย้อนกลับมาสู่พ่อแม่ในบั้นปลายของชีวิต

……………………………………………………………………………………

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 19 การสร้างตลาด

การสร้างตลาด

การสร้างตลาดเป็นธุรกิจประเภทหนึ่ง นิยมทำกันมากมายทั้งโลกทางกายภาพและโลกเสมือนจริง โลกทางกายภาพต้องลงทุนสูง ทำเลสถานที่ดี ผู้คนพลุกพล่าน ตอบสนองความสะดวกสบายลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดี และจัดหาประเภทสินค้ามาวางจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะสมกับชุมชน การดำรงในชีวิตประจำวัน และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ส่วนโลกเสมือนจริงต้องอาศัยเทคโนโลยีอินเตอร์เน้ต การลงทุนไม่สูงในระยะแรก อาศัยการโฆษณาและบอกต่อของผู้ใช้งานในสื่อดิจิตอล เมื่อได้รับความนิยม ต้องขยายเครือข่ายและความจุของเทคโนโลยีมากขึ้น การลงทุนมากน้อยตามจำนวนผู้ใช้งาน คุณสมบัติทั่วไปต้องเข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบายในการเข้าถึงทางโลกออนไลน์ ช่องทางการชำระเงินรวดเร็ว น่าเชื่อถือ และปลอดภัยจากการล้วงข้อมูลทางการเงิน

โลกทางกายภาพ การสร้างตลาดขึ้นอยู่กับเงินลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ลงทุนรายเล็กอาจเล็งพื้นที่ติดถนนใหญ่ หรือเส้นทางหลักภายในซอย ใกล้ชุมชนและหมู่บ้านอาศัยหนาแน่น ส่วนใหญ่อยู่แถบชานเมือง หมู่บ้านใหม่เกิดขึ้นมาก ค่าเช่าที่ดินไม่แพงเกินไป ทำสัญญาเช่าอย่างต่ำสิบปี เถ้าแก่ผู้เช่านำมาสร้างเป็นตลาดสด สร้างอาคาร ตึกชั้นเดียว เพิงขนาดใหญ่ หรือเต็นท์ผ้าใบครอบคลุมพื้นที่ เป็นร่มเงากับผู้ค้าขายหาบเร่ แผงลอย รถเข็น มาเช่ารายวันกับเถ้าแก่ผู้ลงทุนเช่าพื้นที่จากเจ้าของที่ดินอีกทอดหนึ่ง หากเล็งสถานที่ทำเลไม่ดี ไม่มีคนมาซื้อสินค้าสดและจับจ่ายตลาด พ่อค้าแม่ขายขาดทุนก็ไม่มีเงินมาจ่ายค่าเช่ารายวัน เถ้าแก่ผู้เช่าที่ดินก็ขาดทุนไปด้วย ตลาดสดเกิดใหม่ต้องอาศัยระยะเวลา นอกจากองค์ประกอบภายนอกคือ ผู้คนพลุกพล่าน ติดถนนหรือซอยเลนใหญ่ องค์ประกอบภายในต้องมีบริเวณจอดรถ คนคอยโบกรถ สินค้าประเภทอาหารสดราคาถูก ค่าเช่าแผงรายวันไม่แพงเกินไปจนผู้เช่าอยู่ไม่ได้ เพียงเท่านี้ตลาดสดใกล้ชุมชนย่อมขายดิบขายดี เป็นแหล่งตลาดเกิดขึ้นใหม่

การสร้างตลาดรายเล็กสุดคือ การเจราจากับเจ้าของสถานที่ให้ตนเองเป็นผู้จำหน่ายสินค้าบริการนั้นแต่เพียงผู้เดียว รายอื่นจำหน่ายไม่ได้ นอกจากนั้นในรัศมีใกล้เคียงต้องไม่มีผู้จำหน่ายสินค้าบริการนั้นเช่นเดียวกัน เช่น ร้านขายกาแฟตามสถานีรถไฟชุมชนขนาดใหญ่ อนุญาตรายเดียวในการชงและขายกาแฟกับผู้โดยสารรถไฟ การจำหน่ายสินค้าขบเคี้ยวและเครื่องดื่มภายในโรงภาพยนตร์ เป็นต้น กลยุทธ์สำคัญคือ ราคาจำหน่ายสินค้าบริการต้องไม่แพงกว่าปรกติมากเกินไป ไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าราคาโหดร้ายและรับไม่ได้

ถ้าเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ การสร้างตลาดต้องมีแหล่งเงินกู้จากธนาคารและเป็นบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมเงินทุนในการขยายสาขาคลอบคลุมทั่วประเทศ อาจจำหน่ายสินค้าผลิตเอง เช่าพื้นที่ เซ้งร้านค้า หรือจำหน่ายสินค้าผู้ผลิตรายอื่น เช่น ห้างโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้าหรูหรา คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านหนังสือ เป็นต้น กลยุทธ์สำคัญคือ การจัดโปรโมชั่นรายการสินค้า สถานที่สะดวกสบาย มีเส้นทางเข้าออกหลายทาง บริเวณจอดรถกว้างขวาง เพียงพอ และปลอดภัย ถ้าเป็นสินค้าอาหารต้องสด สะอาด ใหม่อยู่เสมอ มีความปลอดภัยทางด้านอาหาร ราคาเหมาะสม การบริการรวดเร็ว พนักงานนอบน้อม เป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส รักษาผลประโยชน์ลูกค้า และกล่าวขอบคุณลูกค้าหลังชำระสินค้าบริการ

การได้เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าบริการ หรือแบรนด์ชนิดหนึ่งในประเทศแต่เพียงผู้เดียว ถือว่าเป็นการสร้างตลาดประเภทหนึ่ง เช่น ร้านกาแฟหรูหรา ร้านฟาสต์ฟู้ดมีชื่อเสียง ร้านผลิตและจำหน่ายขนมชื่อดังของโลก สินค้าหรือตราลิขสิทธิ์ เป็นต้น การทำธุรกิจค่อนข้างง่าย อาศัยชื่อเสียงเดิมของเจ้าของธุรกิจ เถ้าแก่ตัวแทนชำระค่าลิขสิทธิ์เป็นรายปี สัญญาณอาจทำล่วงหน้านับสิบปี เจ้าของแบรนด์อบรมวิธีการผลิตสินค้าบริการ ดีไซน์ร้านค้า และรูปแบบการทำธุรกิจ การแบ่งปันผลกำไรขึ้นอยู่กับรายได้ของร้านค้า เถ้าแก่ตัวแทนขยายสาขาด้วยเงินลงทุนตนเอง แหล่งเงินกู้ หรือการลงทุนร่วมในลักษณะแฟรนไชส์ (ใช้เงินลงทุนของผู้ร่วมลงทุนเฉพาะสาขาแต่ละแห่ง) กลยุทธ์สำคัญคือการทำให้เกิดกระแสของผู้บริโภค การกล่าวถึงในสื่อกระแสหลัก (เช่นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์) และสื่อกระแสใหม่ (สื่อโลกออนไลน์) ความภาคภูมิใจการรู้สึกร่วมไปกับชื่อเสียง และความมีหน้ามีตาในสังคมเมื่อได้ใช้สินค้าบริการ สามารถนำมาโอ้อวด พูดคุยกับญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงให้เห็นถึงความโก้หรูและบ่งบอกสถานะตนเอง คนอื่นเกิดความรู้สึกอิจฉาลึกๆ และต้องการทดลองสินค้าบริการนั้นบ้าง ส่วนใหญ่เป็นระดับพรีเมี่ยม ราคาแพง ยิ่งมีการเข้าคิวเป็นแถวยาวเหยียดหรือมาก่อนร้านค้าเปิด ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นความนิยมสินค้าบริการเป็นอย่างดี

การได้รับสัมปทานจากภาครัฐ เป็นธุรกิจขนาดใหญ่และลงทุนสูง ภาคเอกชนบางรายทำได้เท่านั้น ค่อนข้างเป็นการผูกขาด เป็นการสร้างตลาดโดยเถ้าแก่ไม่กี่ราย เช่น การได้ใบอนุญาตสัญญาณคลื่นความถี่โทรคมนาคม การลงทุนในทีวีดิจิตอล การร่วมลงทุนรถไฟฟ้ารางคู่กับประเทศจีน การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นต้น เถ้าแก่ต้องได้รับการสนับสนุนเงินทุนมหาศาล การมีความรู้ด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและล่าสุด กลยุทธ์สำคัญคือ ค่าบริการสินค้ามีราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไปในความรู้สึกลูกค้า การใช้โปรโมชั่นเพื่อดึงดูดในการขยายฐานลูกค้าให้ถึงจุดคุ้มค่ากับการลงทุน ความซื่อสัตย์และการรักษาผลประโยชน์ลูกค้า

การเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งขันหรือการใช้ราคาเป็นตัวทุ่มตลาดให้รายเล็กอยู่ไม่ได้ เป็นการสร้างตลาดผูกขาดเจ้าเดียว ในประเทศเจริญถือว่าผิดกฎหมาย อัยการส่งเรื่องฟ้องศาลให้ลงโทษ หรือแม้แต่การฮั้วราคาปรับสูงขึ้นของรายใหญ่ นักธุรกิจระดับใหญ่เมื่อต้องการซื้อกิจการคู่แข่งขัน ต้องระดมเงินลงทุนมหาศาลจากธนาคาร การเจรจาเรื่องดอกเบี้ย รวมทั้งข้อมูลการตัดสินใจประเภทรายได้ ผลกำไรในแต่ละปี ระยะเวลาการคืนทุน แนวโน้มตลาดในอนาคต และภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน กลยุทธ์สำคัญคือเน้นจำหน่ายสินค้าแพ็คใหญ่ในราคาถูก ซื้อสินค้าขวดใหญ่แถมขวดเล็ก ต้องเพิ่มการจำหน่ายสินค้ามากที่สุด เพื่อเพิ่มรายได้และผลกำไร เป็นการเร่งลดทอนหนี้มหาศาลเร็วที่สุด

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875 คลิกเลยครับ

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 12 คนหลงธรรมะ

คนหลงธรรมะ

คนหลงเป็นลักษณะหนึ่งของคนมัวเมา หมกมุ่นอยู่ในเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ จิตใจจดจ่อ ขาดสติสัมปชัญญะพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผล ตั้งอยู่บนความเชื่อศรัทธา หลงใหล และตัดสินใจด้วยอารมณ์ มากกว่าใช้ปัญญาเป็นเครื่องชี้นำ ส่วนธรรมะเป็นคำสั่งสอนให้คนทำความดี ประพฤติปฎิบัติอยู่ในกรอบแห่งความดีงาม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องศาสนา คำสั่งสอนของพระศาสดา เจ้าลัทธิ และนักบุญต่างๆ เมื่อนำทั้งสองคำมารวมกันคือ คนหลงธรรมะ เป็นลักษณะของคนที่มัวเมายึดถือคำสั่งสอนในทางศาสนา หรือลัทธิความเชื่อต่างๆ มากเกินไป ใช้อารมณ์ความรู้สึกไปล่วงหน้า ใครมาเตือนสติก็ไม่ฟัง แสดงอาการเกี้ยวกราดและขัดแย้งกับผู้ไม่เห็นด้วย มักยึดตัวบุคคลที่สั่งสอนนั้น อาจเป็นพระภิกษุมีชื่อเสียงหรือเจ้าลัทธิ ผู้คนเลื่อมใสเข้ามาเป็นสาวกมากมาย คำพูดที่ออกจากปากคือคำสั่งสอน ส่วนใหญ่เป็นธรรมะทางศาสนา มีการชักชวนสาวกช่วยกันร่วมบริจาคทำบุญ อ้างว่าเป็นกุศลกรรมยิ่งใหญ่ เข้าสู่นิพพานรวดเร็วในชาตินี้ ขึ้นอยู่กับสาวกว่าบริจาคทำบุญบ่อยแค่ไหนและจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ อ้างชีวิตเป็นทุกข์ สามีภรรยาและลูกไม่มีตัวตน ถ้าปล่อยวางหรือตัดทิ้งได้ถือว่าเข้าถึงหลักการอนัตตา พูดถึงพระพุทธเจ้า สมัยท่านเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก่อนเสด็จออกผนวชได้ละทิ้งลูกเมียเช่นเดียวกัน (ลืมใช้ปัญญาวิเคราะห์ว่าท่านอยู่ในเชื้อพระวงศ์กษัตริย์ มีทรัพย์สมบัติมากมาย ไม่ได้ทำให้ภรรยาและบุตรเดือดร้อน) หากสาวกทำได้ก็ยิ่งเป็นสิ่งประเสริฐและบุญกุศลสูงสุด หรือชักชวนบุคคลในครอบครัวมาร่วมทำบุญ (เป็นสาวก) ด้วยก็ยิ่งเป็นมหากุศลใหญ่ เมื่อสิ้นบุญ อย่างน้อยก็ไปเกิดใหม่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ รอคอยเข้าสู่นิพพานต่อไป

เจ้าลัทธิหรือผู้ที่อ้างหลักคำสั่งสอน มักมีการบิดเบือนให้สาวกคล้อยตาม พูดจาโน้มน้าวชักจูง อาทิ ทำบุญบริจาคเงิน ต่อต้านคนนอกศาสนา ปลุกระดมทำสงครามศาสนา เข็ญฆ่าผู้บริสุทธิ์ จับผู้เข้าไปช่วยเหลือเป็นตัวประกัน มีผู้เข้าร่วมขบวนการมากมาย เกิดอารมณ์ร่วมไปกับเจ้าลัทธิ โดยถูกปลุกปั่นหลงเชื่อว่า ทำเพื่อพระศาสดาตนเอง ไม่ให้คนนอกมารังแกพี่น้องร่วมศาสนาและอุดมการณ์เดียวกัน เป็นการปกป้องศัตรูเข้ามารุกราน ถือว่าไม่บาปกรรม แถมเป็นการทำบุญกุศลยิ่งใหญ่ ถ้าเสียชีวิตจะได้กลับไปอยู่กับพระเป็นเจ้าหรือศาสดาของตนเอง การปลูกฝังเช่นนี้ ขาดการไตร่ตรองด้วยเหตุผล ใช้อารมณ์ ความเชื่อและศรัทธาเป็นสิ่งชักนำพา จัดอยู่ในประเภทคนหลงธรรมะ

คนหลงธรรมะ เป็นเรื่องของความมัวเมา หลงใหลในหลักคำสั่งสอนของเจ้าลัทธิและศาสนา อยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องดั้งด้นไปถึง เพื่อร่วมทำบุญบริจาคเงินทอง สวดมนต์ นั่งสมาธิภาวนา แต่พอกลับมาถึงบ้านก็แสดงอาการโกรธกริ้วได้ง่าย โลภมากอยากได้บุญเยอะ พูดจาเรื่องธรรมะคล่องแคล่ว หากใครมาพูดขัดแย้ง มีความเห็นแตกต่าง เพียงสะกิดใจนิดเดียว ถึงกับโมโหเป็นฟืนไฟ โต้ตอบกลับอย่างรุนแรง จนไม่น่าเชื่อว่าผู้ที่เคร่งครัดในทางศาสนา สามารถแสดงออกได้มากกว่าคนปรกติทั่วไป เป็นเพราะว่าพื้นฐานคนหลงธรรมะ ยึดมั่นถือมั่นมากเกินไป ตั้งอยู่ในหลักการความเชื่อและอารมณ์เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ตรงกันข้ามกับผู้เข้าถึงปัญญา เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบาน มีสติสัมปชัญญะกำกับตลอดเวลา สามารถหยั่งรู้ถึงทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรคอย่างแท้จริง ทำให้พ้นทุกข์และตัดกรรมในปัจจุบันได้ทันที

ผู้ที่หลงธรรมะ มักเป็นคนไม่มีความมั่นใจตนเอง จิตใจอ่อนไหว เชื่อคนอื่นง่าย หรือเป็นพวกวิตกกังวลในโลกภายหน้า หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว เกิดความหวาดกลัวในชีวิตไม่แน่นอน จึงต้องเสาะหาเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ ทำบุญบริจาคเต็มที่ พยายามเข้าถึงนิพพานในชาตินี้ แต่ดูเหมือนยิ่งห่างไกล เนื่องจากหลงใหลในคำสั่งสอนของพระภิกษุหรือเจ้าลัทธิที่ตนเองเคารพนับถือ ไม่อาจตัดขาดได้ ไปเน้นทางด้านวัตถุนิยม การสร้างโบถส์วิหาร พระพุทธรูป และการเรี่ยไรทำบุญมากเกินไป การถือศีลภาวนาก็ทำในลักษณะผิวเผิน หรือเป็นลักษณะบังหน้าว่าเคร่งครัดต่อศาสนา ได้เพียงกระพี้เปลือกนอก ไม่สามารถเข้าถึงแก่นพระธรรมอย่างแท้จริง เพื่อบรรลุเข้าสู่ตัวปัญญา เป็นเครื่องมือในการเอาชนะและตัดขาดจากกิเลสทั้งปวง

……………………………………………………………………………………………………………

คมความคิด (แนวทางธุรกิจ): ผู้ประกอบการ

การริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่จากการเบื่อและเครียดงานประจำ ถูกเจ้านายตำหนิหรือด่าว่า

 

การทำอาชีพส่วนตัว เป็นงานต้องรับผิดชอบในองค์กรทั้งหมด ไม่ใช่งานในหน้าที่ตำแหน่งลูกจ้างเท่านั้น

 

คนทำธุรกิจต้องมีนิสัยอดออม ประหยัด เก็บเงินได้มากพอในแต่ละเดือน มีวินัยและรับผิดชอบตนเองได้ดี

 

สิ่งสำคัญคือมีวุฒิภาวะ ไม่ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล ความคิดกว้างไกล สร้างสรรค์ และเป็นรูปธรรมจับต้องได้

 

เหนือสิ่งอื่นใดคือ มีความมุ่งมั่น อดทน ไม่ย่อท้อ มุ่งสู่ความสำเร็จ สอบถามและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

 

ไม่ตั้งคำถามง่ายๆ ว่าในสมัยนี้ทำอะไรถึงรวยแค่คำถามก็ผิดแล้ว แสดงถึงความไม่พร้อมในการทำธุรกิจ

 

สิ่งแรกต้องคำนึงถึงคือ เรามีความเชี่ยวชาญอะไรบ้าง? ชอบสิ่งใดเป็นพิเศษ? และสามารถปั้นขึ้นมาเป็นอาชีพได้หรือเปล่า? ลูกค้าและตลาดอยู่ที่ไหน? มีมากเพียงพอหรือไม่? และปัจจัยแห่งความสำเร็จ (key to success) ที่เป็นตัวปั้มเงินให้เราคืออะไร? ต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน

 

ถ้าไม่มีความเชี่ยวชาญในสิ่งใด ต้องเริ่มจากสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับคนทั่วไป ผลิตสินค้าและบริการเพื่อแก้ไขปัญหานั้น

 

การแก้ไขปัญหาสำหรับคนทั่วไป บางครั้งเริ่มต้นจากความต้องการตอบสนองวิถีชีวิตตนเอง ไม่มีธุรกิจใดทำมาก่อนหรือมีน้อยรายที่ตอบสนองไม่เต็มที่

 

บางคนเริ่มต้นจากสิ่งที่ตนเองรักและมีความถนัด ผ่านการทดลองนับไม่ถ้วน เพื่อค้นหาสิ่งแปลกใหม่ โดนใจผู้บริโภค

 

การเริ่มต้นในสิ่งที่ถนัดและชอบ ก่อให้เกิดความมุ่งมั่น อยากเรียนรู้ และเกิดความสำเร็จทางธุรกิจได้ง่าย

 

ลูกหลานในครอบครัว เริ่มต้นจากภูมิปัญญาและความรู้จากบรรพบุรุษ แล้วมาต่อยอดให้เป็นธุรกิจผ่านการขายและบอกต่อในสังคมออนไลน์

 

ค้นหาสินค้าในหมวดที่มีความต้องการสูงในท้องตลาด มีความนิยมสูง ยังไม่มีผู้นำตลาดและไม่มีการสร้างแบรนด์ แล้วพัฒนาขึ้นเป็นสินค้ายอดนิยม มีแบรนด์ในใจลูกค้า

 

การต่อยอดคุณภาพสินค้าในท้องตลาด ให้ไปศึกษาสินค้าผู้นำสามอันดับแรก เทียบเคียงว่าใช้วัตถุดิบใดเป็นพิเศษ ใส่วัตถุดิบเหนือกว่าและพัฒนาเป็นสินค้าดีเลิศ ขณะที่ควบคุมต้นทุนการผลิตให้ต่ำกว่า เพื่อสร้างความสามารถการแข่งขันในตลาด

 

การทำธุรกิจอาจเริ่มต้นจากงานอดิเรก การสะสม และเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบ แล้วพัฒนาเป็นธุรกิจในอนาคต

 

การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าในวัตถุดิบตนเอง หรือมีวัตถุดิบนั้นจำนวนมากในท้องถิ่น ช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้

 

การมองเห็นเทรนใหม่ ความต้องการและกำลังซื้อสูง เป็นโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ

 

โอกาสทางธุรกิจอาจเป็นเรื่องง่ายๆ อาทิ อำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหากับผู้คนในย่านนั้น ลูกค้ารายใหม่เข้ามาสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก การเลิกกิจการที่เป็นย่านทำเลทองเนื่องจากไม่มีใครสืบทอดธุรกิจ

 

โอกาสทางธุรกิจและวิกฤตเป็นเรื่องเดียวกัน เหมือนอยู่เหรียญเดียวกัน แต่ตรงกันข้าม ถ้าแก้ไขปัญหาได้คือโอกาส หากแก้ไขไม่ได้คือวิกฤต

 

การแก้ไขปัญหาช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ธุรกิจจึงเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหา

 

หากมีเวลาเพียงพอ ต้องหมั่นออกไปสำรวจสินค้าในท้องตลาด การออกแบบดีไซน์ร้านค้า อาจเกิดความคิดใหม่หรือไอเดียสร้างสรรค์มาทำธุรกิจ

 

การทำธุรกิจที่สนใจ ให้เริ่มศึกษาโดยการทำตัวเป็นลูกค้าก่อน สอบถามรายละเอียดรูปแบบการดำเนินงาน การผลิตสินค้า รูปแบบบริการ และโมเดลธุรกิจ

 

การพูดคุยและหมั่นสอบถามเพื่อเก็บข้อมูล เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเรียนรู้ธุรกิจ

 

เมื่อเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าเป้าหมายถึงความต้องการ รสนิยม ปัญหา และวิถีการใช้ชีวิต อาจค้นพบพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อมาทำธุรกิจในอนาคต

 

การตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายมาตรฐานขั้นต่ำในการเลี้ยงชีพตนเอง ก่อนลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว

 

การทำธุรกิจส่วนตัว เริ่มแรกอาจทำร่วมกับงานประจำ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสัปดาห์และวันหยุดทั่วไป เพื่อฝึกฝนและทักษะการทำธุรกิจ

 

เมื่อธุรกิจมีแนวโน้มเจริญเติบโต เรียนรู้ความต้องการลูกค้าและตลาดรอบด้าน การตัดสินใจทำธุรกิจโดยลาออกจากงานประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

คนที่ถนัดเรื่องการขาย ให้เริ่มต้นจากการซื้อมาและขายไปในหมวดสินค้ามีความต้องการสูง บริเวณย่านทำเลลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

 

การทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ต้องเลือกเว็บไซด์ยอดนิยมของโลก ศึกษาความต้องการสินค้าและตอบสนองลูกค้าบนเว็บไซด์นั้น

 

เว็บไซด์ยอดนิยมของประเทศใด ให้ศึกษาความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ความเชื่อ ค่านิยม ขนมธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และศาสนาของประเทศนั้น อาจค้นพบสินค้าเฉพาะในการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

 

เถ้าแก่ผู้ลงทุน เมื่อค้นพบธุรกิจแล้ว ต้องตั้งคำถามง่ายๆ คือ ลูกค้ามีหรือไม่ จำนวนเพียงพอในการทำธุรกิจหรือไม่ และอยู่ที่ไหน

 

คำถามต่อไปคือ ทำธุรกิจอย่างไร ต้องมีหุ้นส่วนธุรกิจหรือไม่ และหาใครมาช่วยดำเนินธุรกิจ

 

การเลียนแบบทำธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ (Me too) ทำได้ง่ายในระยะเริ่มแรก หากรูปแบบและสินค้าไม่มีความแตกต่าง ในระยะยาวอาจมีปัญหาแข่งขันไม่ได้

 

การเลียนแบบโมเดลธุรกิจ (Business Model) ของบริษัทอื่นที่ประสบความสำเร็จก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถทำได้ และสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย แต่ต้องนำมาประยุกต์และดัดแปลงเข้ากับรูปแบบของเราเอง เพื่อสร้างความแตกต่างกับธุรกิจ

 

การทำธุรกิจเป็นเรื่องของไอเดียความคิด ไม่ใช่เรื่องเงินลงทุนในธุรกิจ

 

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ครับ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=688596

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 30 วิธีแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป

วิธีแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป

 

เด็กสมัยใหม่หลายคน มักแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป ไม่มองสาเหตุปัญหารอบด้าน เมื่อเกิดปัญหาอย่างหนึ่งขึ้นมา ใช้วิธีแก้ไขเพื่อให้ไปเกิดอีกปัญหา พอแก้ไขอีกก็ไปเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา พัวพันกันเป็นลูกโซ่สืบทอดต่อไป ทำให้เกิดความทุกข์ทับถมไม่สิ้นสุด เนื่องจากชอบความสะดวกสบาย ขาดความอดทน และไม่มีสติปัญญาเพียงพอ มองปัญหาผิวเผินเกินไป หากไปพบเจอปัญหาซับซ้อน ยิ่งส่งผลความทุกข์ทรมาณแสนสาหัส ชีวิตเริ่มไม่มีความสุข เป็นปัญหาให้กับครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนรอบข้างได้ เข้าทำนองทำให้ตนเองเดือดร้อนยังไม่พอ ส่งผลให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปด้วย

เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คนหนึ่ง ให้เหตุผลของการไม่เลือกเรียนโปรแกรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ คือทำวิชาเลขแล้วคำตอบออกมาผิดทุกที ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาง่าย โดยการเลิกเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เมื่อขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ได้เลือกโปรแกรมด้านภาษา คิดว่าเรียนง่ายกว่าโปรแกรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เมื่อเรียนจบต้องสอบ เอนทรานซ์ พบว่าวิชาในคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยมีให้เลือกเรียนน้อยมาก ส่วนใหญ่เน้นไปทางด้านภาษาและสังคมศาสตร์ จึงได้เข้าศึกษาในคณะที่เรียนจบออกมาหางานยากและได้เงินเดือนน้อยกว่า แถมบัณฑิตจบใหม่มีจำนวนมหาศาล ต้องแข่งขันมาก และมีโอกาสตกงานสูง ถ้าใช้ปัญญาสักนิด พิจารณาให้ดี มักพบสาเหตุของปัญหาได้ง่ายดาย ปัญหาของการทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้คำตอบผิด มาจากสาเหตุการทำแบบฝึกหัดน้อยไป มัวแต่ไปท่องจำสูตรคณิตศาสตร์ เมื่อถึงเวลาสอบจึงทำไม่ได้ ทำช้า และไม่ทันเวลา คะแนนออกมาต่ำหรือตกคณิตศาสตร์ หากทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ มักพบว่าโจทย์ในข้อสอบคล้ายคลึงกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก ทำข้อสอบได้ถูกต้อง รวดเร็วและทันเวลา คะแนนออกมาดี เมื่อเลือกเรียนโปรแกรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เวลาสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย มีคณะต่างๆ ให้เลือกมากมาย อาทิ แพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัช กายภาพบำบัด พยาบาล วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ ประมง วนศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ครุศาสตร์ บัญชี เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ จิตวิทยา นิเทศศาสตร์ ทำให้มีโอกาสเงินเดือนสูง แข่งขันน้อยกว่า เป็นอาชีพมีเกียรติ์ศักดิ์ศรี และโอกาสก้าวหน้ามากกว่าเรียนทางด้านภาษาที่เรียนจบออกมา อาจเป็นเลขานุการ แอร์โฮสเตส สจ๊วตบริการบนเครื่องบิน ครูหรืออาจารย์สอนภาษา นักทรัพยากรมนุษย์ตามออฟฟิศ เป็นต้น

บัณฑิตจบใหม่ เพิ่งเข้าทำงานไม่ถึงหนึ่งเดือน ใช้เวลาเดินทางหนึ่งถึงสองชั่วโมงจากบ้านพักถึงออฟฟิศ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเดินทางและการจราจรติดขัดบนท้องถนน การอาศัยรถเมล์และรถสาธารณะประจำทาง ทำให้รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความสุข ทุกข์ทรมานกับการเดินทางทุกครั้ง จึงใช้วิธีการแก้ไขปัญหาง่ายๆ โดยการซื้อรถคันใหม่ ไม่มีเงินก้อนมาจ่ายเป็นค่ารถยนต์ใช้วิธีซื้อเงินดาวน์และผ่อนทุกเดือน ลำพังเงินเดือนน้อยนิด ไม่เพียงพอ จึงต้องทำงานพิเศษหรือค้าขายเพิ่มเติมในช่วงวันหยุดสัปดาห์เมื่อออกรถไม่นาน ก็มีปัญหาที่จอดรถในที่พักคอนโดมิเนียม จอดรถกันคับคั่งและออกรถยากในช่วงเช้าที่ต้องออกไปทำงานในที่สุดใช้วิธี แก้ไขอย่างง่ายโดยการย้ายที่พักอาศัยและจบลงด้วยการไปซื้อและผ่อน คอนโดมิเนียมราคาล้านกว่าบาท ลืมนึกไปว่าเป็นการทำให้ตนเองเดือดร้อน ทำงานหนักขึ้นเพื่อนำเงินมาชำระหนี้สินผ่อนรถและคอนโดมิเนียม ต้องหาคนมาค้ำประกันกับธนาคาร มีโอกาสสูงในการผ่อนเงินไม่ได้ เพียงแค่ทำงานได้ไม่กี่เดือนก็สร้างหนี้สินมากมาย ด้วยการอยากสบาย ไม่อดทน มองวิธีแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป ลงท้ายความทุกข์ได้ติดตามมาจนกระทั่งไม่มีความสุขในชีวิต หลายคนในชีวิตคนเมืองปฏิบัติเช่นนี้

คนรุ่นใหม่อีกคนหนึ่ง จบการศึกษาในวิชาชีพดี เป็นที่ต้องการของบริษัท ฐานะพ่อแม่ค่อนข้างดี มีรถยนต์ของตนเอง บ้านพักอาศัยอยู่แถวชานเมือง มีปัญหาการเดินทางนานหลายชั่วโมงบนท้องถนน ตื่นแต่เช้าและกลับถึงบ้านสามทุ่มทุกวัน ทำงานได้เพียงสี่เดือนก็ขอลาออก ไม่แก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธี มาอยู่กับบ้านเฉยๆ ส่วนพ่อแม่ไม่ได้ห้ามปราม รักลูกมากเนื่องจากเป็นลูกคนเดียว แถมยังคะยั้นคะยอให้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทในต่างประเทศ ลองคิดดูว่าถ้าสำเร็จการศึกษาอีกใบหนึ่งเมื่อกลับมาทำงานและพบกับปัญหาซับ ซ้อนยิ่งกว่า อาจไม่พ้นขอลาออกมาเหมือนเดิม แล้วชีวิตนี้มีความสุขได้อย่างไร เมื่อไม่ทำงานและแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป

พ่อแม่คู่หนึ่งอาชีพรับราชการ เป็นหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด มีฐานะดีเพียงพอและรักลูกมาก ต้องการให้ลูกสามคนเรียนจบอย่างน้อยปริญญาโท ไม่ว่าลูกจะชอบเรียนต่อหรือไม่ก็ตาม บังคับให้ลูกเรียนหนังสือต่อไป แม้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน มีค่าเทอมแพงเท่าใดก็พร้อมจ่ายจนกว่าเรียนจบ ปรากฎว่าลูกชายคนที่สอง ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไปติดยาเสพติดและเรียนไม่จบปริญญาโท มาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ทำงาน คนโตผู้ชายเรียนจนจบ ทำงานได้ไม่กี่ปีก็ลาออกจากงาน สาเหตุคือถูกหัวหน้าตำหนิเรื่องการทำงาน แทนที่ปรับปรุงการทำงานของตนเองให้ดีขึ้น ใช้วิธีแก้ไขง่ายๆ คือลาออกมาค้าขายเสื้อผ้าเล็กน้อย ส่วนลูกคนสุดท้องกำลังศึกษาต่อตามที่พ่อแม่ต้องการ ยังไม่ทราบชะตากรรมในอนาคตเป็นอย่างไร พ่อแม่ส่วนใหญ่รักลูกมาก ต้องการให้ทุกคนประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน มีความมั่นคง และเลี้ยงดูตนเองได้ แต่วิธีการอบรมและสอนลูกผิดพลาด มักแปรเปลี่ยนความรักไปในรูปของเงินทอง ไม่ฟังเสียงลูกว่าต้องการอะไรแท้จริง คิดง่ายๆ เอาเองว่าสิ่งที่ตนให้กับลูกเป็นสิ่งดีที่สุด ไม่ได้ฝึกฝนให้ลูกรับรู้ถึงความอดทน การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และการช่วยเหลือตนเอง เคยชินกับการให้เงินทองใช้จ่ายเสมอ อยากได้อะไรก็หามาให้ กรณีนี้ถ้าลูกต้องการเรียนต่อในระดับสูงหลังจบปริญญาตรี ต้องให้ลูกหางานทำและส่งตนเองเรียนต่อระดับปริญญาโท ลูกจะรับรู้ถึงคุณค่าของการศึกษา ถ้าอยากได้รถยนต์และสิ่งของมีค่าต้องมาผ่อนกับพ่อแม่เท่านั้น อย่าให้เงินทองลูกจนเคยตัว เขาจะไม่เรียนรู้ถึงความยากลำบากในการหาเงินทองด้วยตนเอง ลงท้ายเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในชีวิต ก็ใช้วิธีการแก้ไขง่ายๆ เช่น ติดยาเสพติด ลาออกจากงาน เป็นต้น

เรื่องการเรียน การทำงาน ชีวิตครอบครัว การเลี้ยงดูลูก และการคบหาเป็นแฟนกัน  ไม่ควรรีบตัดสินใจบนพื้นฐานของอารมณ์เหนือเหตุผล ทำให้ขาดสติปัญญา ไม่อาจมองเห็นสาเหตุแท้จริงของปัญหา วิธีแก้ไขปัญหาจึงง่ายเกินไป เกิดความทุกข์และความเดือดร้อนตามมาในภายหลัง ปัญหาอย่างหนึ่งอาจจบไป แต่ไปก่อเกิดอีกปัญหาหนึ่งซับซ้อนต่อไป ยิ่งแก้ไขยิ่งพัวพันเหมือนกับวัวพันหลักอยู่ที่เดิม หลายคนมานั่งทุกข์ใจ ชีวิตไม่มีความสุข โทษคนอื่นว่าเป็นสาเหตุให้ตนเองเดือดร้อน ไม่หันมามองว่าเวลาเกิดปัญหาขึ้นมา ได้แก้ไขปัญหาอย่างง่ายๆ หรือไม่ บางคนทำไปด้วยอารมณ์โกรธกริ้ว โลภมาก และหลงใหลได้ปลื้ม แล้วจะไปโทษใคร ถ้าไม่ใช่สาเหตุจากตนเองทั้งสิ้น

 ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://writer.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235

 

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 29 วิธีการสอนลูก

วิธีการสอนลูก

       เด็กทารกแรกเกิด เปรียบเสมือนผ้าขาว ใครต้องการแต่งแต้มอะไรลงบนผืนผ้าย่อมทำได้ทั้งนั้น คำพูดเหล่านี้เป็นเรื่องจริง พูดกันมาเนิ่นนาน บางคนกล่าวว่าใครมีนิสัยอย่างไร เป็นคนเช่นใด ขึ้นอยู่กับบุญทำกรรมแต่ง เป็นเรื่องเชื่อถือกันมา แต่สิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือวิธีการสอนลูก อบรมลูกอย่างไรให้เป็นคนดี เฉลียวฉลาด เชื่อมั่นในตนเอง เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ มีเหตุผล ไม่เอาแต่ใจตนเอง และมองโลกในแง่บวก

       เคยมีมนุษย์ที่เติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูของลิงในป่า ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนเรียนรู้ และสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมของสังคมมนุษย์ การพูดภาษาคนทำไม่ได้ สติปัญญาและไอคิวต่ำ พฤติกรรมคล้ายสัตว์ป่า ทำด้วยสัญชาตญาณของจิตใต้สำนึก ขาดเหตุผลหรือการไตร่ตรอง ผลักดันด้วยอารมณ์เป็นใหญ่ ดำรงชีวิตให้อยู่รอดในป่าเท่านั้น จึงพิสูจน์ขั้นต้นได้ว่าวิธีการอบรมและการสั่งสอนสำคัญมากในมนุษย์ เริ่มแรกตั้งแต่เป็นทารกเรื่อยมา ต้องการได้ลูกมีนิสัยอย่างไร เป็นคนดีหรือไม่ดี มีเหตุผลหรือใช้อารมณ์เป็นหลัก มีจิตใจเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับวิธีการสอนลูกทั้งสิ้น

        ในหนังสือเรื่อง ยอดคุณแม่แน่กว่าครู เขียนโดยคุณแม่ชาวจีนชื่อ หยิน เจียนลี (Yin Jianli) มียอดขายทั่วโลกสิบล้านเล่ม แปลเป็นภาษาต่างประเทศนับสิบภาษา รวมทั้งภาษาไทยแปลโดย รำพรรณ รักศรีอักษร ลูกสาวคนแต่งหนังสือเล่มนี้เป็นคนดี เฉลียวฉลาด คิดและตัดสินใจด้วยเหตุผล วุฒิภาวะสูง สามารถสอบข้ามชั้นเรียนได้ถึงสองครั้ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน คุณแม่ชาวจีนท่านนี้เคยเป็นครูสอนมาก่อน ภายหลังเป็นนักพัฒนาวัยเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ เป็นนักพูดและนักอบรมมีชื่อเสียงในประเทศจีน เธอมีหลักการวิธีการสอนลูกง่ายๆ คือ ไม่เตือน ไม่ห้ามปราม ไม่ดุด่า ไม่ห้ามปราบ และไม่เฆี่ยนตี ส่วนใหญ่พ่อแม่มักใช้อารมณ์บังคับลูกตลอดเวลา ไม่อดทน และไม่ทำความเข้าใจด้วยเหตุผล การแสดงพฤติกรรมเชิงลบดังกล่าว ส่งผลให้การพัฒนาการของเด็กหยุดยั้งลงหรือพัฒนาจิตใจเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ พ่อแม่อ้างว่าลูกยังเล็ก ไม่รู้เรื่องและไร้เดียงสา จึงต้องยัดเยียดความเห็นของตนเองลงในสมองลูก โดยอ้างถึงความรักลูก ผู้เขียนยกตัวอย่างมากมาย โดยเฉพาะปู่ที่มีลักษณะเผด็จการ สั่งสอนลูกสาวกลายเป็นคนเผด็จการเช่นเดียวกัน ลักษณะนิสัยเช่นนี้ได้ถ่ายทอดลงมาสู่หลานชายซึ่งเป็นลูกของลูกสาวอีกทอด หนึ่ง ความจริงเด็กเล็กมีความคิดอ่านตนเอง หากพ่อแม่ตั้งใจฟังลูก อดทนและอธิบายเหตุผลในสิ่งต่างๆ ลูกจะเข้าใจได้เอง ไม่ดื้อดึง เชื่อฟังอย่างง่ายดาย และภายหลังจะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป แต่บางครั้งลูกอาจยืนยันความคิดตนเอง และเชื่อว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อาทิ ชอบทำการบ้านและดูทีวีไปพร้อมกัน พ่อแม่อาจไม่ชอบใจ เกรงว่าลูกไม่มีสมาธิ อาจทำผิดและไม่ได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนทำการบ้าน สายตาจ้องบนจอโทรทัศน์เพราะติดรายการงอมแงม ลูกมักอ้างเหตุผลว่าทำไปพร้อมกันได้ พ่อแม่ต้องไม่ตักเตือนว่ากล่าว ปล่อยให้ลูกเรียนรู้ไปเอง ถ้าหากยืนยันได้ว่าสามารถทำการบ้านเสร็จทัน มีเวลาไปอ่านหนังสือบทเรียนก่อนเข้านอน หรือเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ลูกทำเช่นนี้บ่อยครั้ง พ่อแม่ได้แต่เฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ ต่อมาลูกอยากดูรายการทีวีให้สนุก จึงรีบทำการบ้านตั้งแต่พักกลางวันในโรงเรียนให้เสร็จเรียบร้อย หรือทำเพียงบางส่วนเพื่อมาทำต่อเล็กน้อยก่อนถึงเวลาชมรายการชื่นชอบ ลูกฝึกหัดตนเองให้รับผิดชอบและมีวินัยในการทำการบ้านไปโดยปริยาย หรือลูกชอบอ่านหนังสือเรียนไปพร้อมกับฟังเพลงใส่หูฟัง พ่อแม่อธิบายว่าการทำไปพร้อมกัน ลูกอาจไม่มีสมาธิในการทบทวนบทเรียน การพร่ำบ่นหรือสั่งสอนในเรื่องเดิม ทำให้ลูกเกิดความเบื่อหน่าย ดื้อดึง และไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เด็กอาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือมีความเชื่อมั่นว่าทำได้ ผลการเรียนไม่เสียหาย พ่อแม่ควรอดทนรอ ตั้งฟังลูกให้มากขึ้น ไม่บีบบังคับมากเกินไป ใช้เวลาเป็นเครื่องตัดสินเพื่อพิสูจน์ลูกว่าทำตามที่พูดได้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็สังเกตพฤติกรรมลูกไปด้วย ถ้าเด็กมีความรับผิดชอบ พบว่าลูกมีการปรับตัวในเรื่องการอ่านหนังสือ โดยเมื่อใกล้สอบลูกจะเลิกฟังเพลงหรือชมทีวีทันที ตั้งใจอ่านหนังสือมากขึ้น ปรากฏว่าผลการเรียนออกมาดี

ในหนังสือยังกล่าวถึงการอ่านหนังสือนอกเวลา เช่น นวนิยาย หนังสือความรู้ต่างๆ ที่ลูกชอบ ไม่ต้องเป็นห่วงหรือตักเตือนลูกในการอ่านหนังสือบทเรียนอยู่เสมอ บางครั้งเด็กต้องการผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนหนังสือ การบังคับลูกมากทำให้กลายเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ เกลียดการเรียนในชั้นเรียน ผลการเรียนตกต่ำ และสอบเข้าเรียนต่อไม่ได้ การอ่านหนังสือที่ลูกชอบ ช่วยให้เด็กรักการอ่าน สมองพัฒนาความคิดไปอย่างมากมาย มีความจำดี กลายเป็นคนเฉลียวฉลาด ไอคิวสูง ถึงแม้ว่าเป็นหนังสือประเภทนวนิยายก็ตาม ส่วนใหญ่พ่อแม่มองว่าเป็นหนังสือไร้สาระ ไม่มีประโยชน์อันใด เอาเวลาไปทบทวนบทเรียนดีกว่า การคิดเช่นนั้นเป็นสิ่งผิด เด็กต้องการเวลาผ่อนคลายบ้าง เมื่อถึงเวลาใกล้สอบ ลูกที่อ่านหนังสือนอกเวลาจะหันมาอ่านตำราเพื่อเตรียมสอบ พวกนี้มีสติปัญญาดีเลิศ สามารถอ่านหนังสือได้รวดเร็ว จำได้อย่างแม่นยำ และผลการเรียนดีมาก แต่ถ้าเป็นการอ่านการ์ตูน หนังสือภาพ และรับชมโทรทัศน์ไม่สามารถพัฒนาสมองให้มีสติปัญญาดีเลิศได้

ยอดคุณแม่หยิน เจียนลี (Yin Jianli) พูดถึงการลงโทษเด็กของครู โดยวิธีคัดลายมือในเรื่องทำผิดหลายสิบจบ ให้เป็นการบ้านมาส่งในวันรุ่งขึ้น ถือเป็นวิธีการไม่ถูกต้อง เด็กจะมีความรู้สึกเกลียดและเบื่อทำการบ้าน ส่งผลให้ไม่อยากเรียนหนังสือ ถ้าครูต้องการให้นักเรียนทำการบ้าน ฝึกฝนบทเรียน ต้องไม่ลงโทษโดยวิธีทำการบ้านมากมายซึ่งส่งผลเสียในภายหลัง

ผู้เขียนเคยเห็นครอบครัวคนจีน อาชีพค้าขาย สนับสนุนลูกตนเองได้รับการศึกษาเต็มที่ เรียนกวดวิชาตลอดเวลา ไม่ให้ทำอะไรทั้งสิ้น แม้แต่งานบ้านเล็กน้อย พ่อแม่ทำเองทั้งหมด ไม่มีทักษะการทำงานและความรู้ด้านอื่น ไม่มีสังคมกับเพื่อน ต้องอยู่กับบ้านอ่านหนังสือ กลายเป็นคนขี้อาย ไม่มีความมั่นใจตนเอง เดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบสายตาผู้คน อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ไม่มีความอดทน เพื่อนน้อย และมนุษยสัมพันธ์ไม่ดี ไม่ช่วยทำงานบ้าน เนื่องจากไม่เคยฝึกฝนตั้งแต่เด็ก อาจเป็นคนดี เรียนหนังสือเก่ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาที่พ่อแม่ต้องการ แต่มีปัญหาการปรับตัวเข้ากับสังคมรอบข้าง พูดน้อย ไม่กล้าแสดงออก เป็นคนเก็บกด ฟุ้งซ่าน อาจส่งผลไม่มีสมาธิการเรียนหนังสือ ผลการสอบไม่ดีและถูกรีไทร์ได้ ถ้าเรียนจบมักอยู่เป็นโสด ไม่กล้าจีบใครเป็นแฟน ถ้าทำงานเป็นคนไม่เก่ง เข้ากับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานไม่ได้ เมื่อมีปัญหามักใช้วิธีการลาออกจากงาน หรือเปลี่ยนบริษัทบ่อยครั้ง ในที่สุดต้องลาออกมาให้พ่อแม่เลี้ยงเหมือนเดิม หากโชคดีช่วงทำงาน มีเพื่อนคอยช่วยเหลือและเรียนรู้ทักษะด้านอื่นๆ นอกจากความรู้ในหน้าที่การงานหรือตำราเรียน อาจปรับตัวเข้ากับการทำงานได้ บุคลิกภาพในเชิงลบตั้งแต่เด็กจะหายไปเอง ถึงเวลานั้นต้องใช้เวลานับสิบปี

พ่อแม่มีอาชีพนายทหารชั้นสัญญาบัตร ตำแหน่งยศร้อยตรีขึ้นไป มักใช้ความเด็ดขาด เข้มงวดและวินัยทางทหารมาใช้กับครอบครัวและลูก โดยลืมนึกไปว่าครอบครัวไม่ใช่พลทหารในกองร้อยหรือกองพัน เมื่อลูกดื้อดึงไม่ยอมทำตามในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบและขัดความรู้สึกส่วนตัว ก็ดุด่าว่ากล่าว บีบบังคับต่างๆ นานา ต้องการให้อยู่ในคำสั่งและการบังคับบัญชา ในที่สุดด้วยความโกรธสุดขีด ต้องประการตัดความเป็นพ่อแม่กัน ลูกต้องระหกระเหินไปอยู่กับเพื่อน อาจไปก่ออาชญากรรมได้ หรือย้อนรอยกับมาสังหารพ่อแม่ตนเองเพื่อหวังมรดก ไม่เพียงพ่อแม่ที่อยู่ในอาชีพทหารเท่านั้น พ่อหรือแม่ที่บีบบังคับลูกมากเกินไป ใช้อารมณ์เป็นใหญ่เหนือเหตุผล ไม่มีวิธีการเลี้ยงลูกถูกต้อง มักสร้างปัญหาในระยะยาว ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความจริง กล่าวโทษเด็กว่าไม่ดีเอง ดื้อดึง สอนไม่รู้จักจำ ความขัดแย้งสูงในครอบครัว อาจนำไปสู่โศกนาฎกรรมเป็นข่าวใหญ่โตซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

      ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านต่อได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235
 
Next entries »