กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 14 ขอบคุณพ่อแม่และตนเอง

ขอบคุณพ่อแม่และตนเอง

พ่อแม่คือพระอรหันต์ ในบ้าน ลูกคนใดไม่เคารพและรักเทิดทูนย่อมไม่มีความสุขความเจริญ บุญคุณของท่านยิ่งใหญ่เกินกว่าลูกทุกคนตอบแทนได้หมด การเลี้ยงดูเด็กทารกคนหนึ่งจนกระทั่งเจริญเติบโตขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ต้องอาศัยความใจเย็น อดทนทุกอย่าง ตั้งแต่ความเจ็บปวดในระหว่างตั้งครรภ์และคลอดลูก ความยากลำบากในการหาเงินทองเลี้ยงดูบุตร ส่งเสียให้เล่าเรียน การอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี ช่วยเหลือตนเองได้ ไม่เป็นภาระกับผู้อื่น เติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่าทั้งต่อตนเองและสังคม ลูกทุกคนจึงต้องตระหนักถึงคุณงามความดีของท่าน มีความกตัญญูกตเวทีตอบแทนบุณคุณกลับคืนไป ทุกคุณค่าในสิ่งดีงามไม่จำเป็นต้องตีค่าเป็นตัวเลขเงินทองเสมอไป แม้แต่ทำเรื่องให้ถูกใจและสบายด้วยกันทั้งพ่อแม่และลูก ความสุขในครอบครัวไม่ไกลเกินเอื้อม การทะเลาะเบาะแว้งหยุดลงทันที ไม่จำเป็นต้องยกเหตุผลต่างๆ มาอ้างอิงความถูกต้องของตนเอง เพื่อลบล้างคุณงามความดีของท่าน เหมือนลูกอกตัญญูหลายคนที่ชอบกล่าวอ้างเป็นประจำ จึงต้องขอบคุณและสรรเสริญความดีของพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็ขอบคุณตนเองที่ไม่หลงผิดไปกับความเป็นเหตุผลบางอย่างที่ตนเอง เข้าใจไปเอง อาทิ พ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงลูก เพราะทำให้ตนเองเกิดมา ถ้าตนเองลำบาก หาเงินไม่ได้ พ่อแม่ต้องเลี้ยงดูลูกคนนี้ตลอดไป หรือพ่อแม่ทำอาหารเลี้ยงลูกทุกวัน เมื่อตนเองเติบใหญ่ ไม่คุ้นเคยกับการทำอาหาร เนื่องจากไม่เคยถูกสอนจับตะหลิว เปิดแก๊สทำกับข้าวหรือหุงข้าว จึงจำเป็นที่พ่อแม่ต้องทำกับข้าวเลี้ยงตนเองตลอดไป หรือตนเองเกิดมาเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง ไม่เคยเรียนรู้ความรับผิดชอบ ไม่รู้จักหน้าที่ กลายเป็นคนไม่มีวุฒิภาวะ พ่อแม่รักและตามใจมากเกินไป เลี้ยงดูแบบผิดๆ มาโดยตลอด ตนเองไม่สามารถเอาดีได้ ดังนั้นพ่อแม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องราวทั้งหมดของตนเอง ลูกไม่ควรใช้เหตุผลเชิงตรรกะเหล่านี้สร้างความทุกข์ความเดือดร้อนกลับมาสู่ ครอบครัว ไม่ว่าในกรณีใดทั้งสิ้น

การขอบคุณพ่อแม่สิ่ง แรกคือ ไม่ทำแท้งตั้งแต่อยู่ในครรภ์เก้าเดือน อยู่เป็นเพื่อนในยามเราลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก อ้อมกอดแห่งความอบอุ่นช่วยให้ตนเองไม่รู้สึกว้าเหว่ โหยหาความรัก และขาดที่พึ่งความมั่นคงทางจิตใจ ไม่ทอดทิ้งเราให้ไปอยู่ในสถานเลี้ยงดูเด็กกำพร้า และเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ขอบคุณตนเองเมื่อยามพ่อแม่แก่เฒ่า ให้เงินทองไว้ใช้สอยจับจ่าย ช่วยดูแลปรนนิบัติ เป็นเพื่อนเวลาท่านรู้สึกเหงา และพาไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย เช่นเดียวกับตนเองเมื่อครั้งเป็นเด็กเล็ก

การขอบคุณประการที่ สองคือ ช่วยอบรมสั่งสอนให้รู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบและเอาตนเองรอดได้ มีความเมตตากรุณา ช่วยเหลือผู้ที่สมควรช่วยเหลือ ไม่เป็นคนจิตใจหยาบกระด้าง เห็นแก่ตัว คิดแก้แค้นทำร้ายคนอื่น เป็นพวกนักเลงอันธพาล สิบแปดมงกุฎ หลอกลวง หรือคิดทำสิ่งชั่วร้ายตลอดเวลา ขอบคุณตนเองที่ไม่ดื้อดึง เชื่อฟังพ่อแม่จึงเติบโตขึ้นเป็นคนดี มีศีลธรรมและจรรยาบรรณ

การขอบคุณประการที่ สามคือ ช่วยส่งเสียให้เล่าเรียนหนังสือ รู้จักอ่าน เขียนหนังสือ เป็นคนมีความคิดกว้างไกล ใช้ความรู้มาประกอบอาชีพสุจริต ไม่ต้องเป็นคนลักขโมย ปล้นจี้ชิง วิ่งราว เข่นฆ่าผู้อื่น หรือทำร้ายสังคม ประเทศชาติ ขอบคุณตนเองในการตั้งใจและขยันเล่าเรียนศึกษา ชอบศึกษาหาความรู้ติดตัว ช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ไม่คบเพื่อนเกเร ชักชวนกันทำในสิ่งผิดทำนองคลองธรรม และนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัว

การขอบคุณประการที่ สี่คือ เป็นตัวอย่างให้ลูกได้เห็นสิ่งดีงาม ไม่ทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่ทำสิ่งผิดศีลธรรม ดื่มเหล้าเมายา ติดอบายมุขทั้งหลาย อดทนและขยันทำมาหากินโดยสุจริต ขอบคุณตนเองที่มีภูมิคุ้มกันในครอบครัวดีเยี่ยม ไม่หลงใหลไปกับสิ่งแวดล้อม สังคมนอกบ้านซึ่งคอยชักชวนให้หลงผิด คิดว่าเป็นสิ่งโก้เก๋ จนลืมแบบอย่างที่ดีของพ่อแม่ตนเอง และเป็นต้นแบบในการสร้างครอบครัวอบอุ่นต่อไป

การขอบคุณประการที่ ห้าคือ สั่งสอนลูกเป็นคนประหยัดในเรื่องเงินทอง ไม่เป็นคนบ้าคลั่งสนุก หลงยึดติดในสุขนิยม ชอบเดินทางท่องเที่ยว หรือหลงใหลไปกับวัตถุนิยม ยกย่องสินค้าราคาแพงมากไปกว่าประโยชน์ใช้สอย ขอบคุณตนเองรู้จักคุณค่าในสิ่งที่พ่อแม่อบรมสั่งสอน กลายเป็นคนมีเหตุผลในเรื่องใช้จ่ายเงินทอง ไม่นำเงินไปสุรุ่ยสุร่ายกับความสนุกสนาน และการพักผ่อนท่องเที่ยวในราคาแพง ทำให้มีเงินอดออมในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง

การขอบคุณประการที่ หกคือ ไม่ตามใจลูกจนเหลิง อยากได้อะไรก็รีบหามาให้ทันที ฝึกสอนลูกช่วยเหลือตนเอง ไม่พึงพาพ่อแม่ตลอดเวลา เติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่า เรียนรู้การใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์โกรธกริ้ว รู้จักรอคอยด้วยความอดทน ขยันขันแข็งในการทำงาน และหัดให้อภัยผู้อื่น ขอบคุณตนเองที่ไม่ดื้อดึง ไม่เป็นลูกเลี้ยงยาก เป็นคนมีวุฒิภาวะ และมองโลกด้วยสภาพความเป็นจริง

การขอบคุณประการสุด ท้ายคือ ให้อภัยลูกเสมอเมื่อพลั้งเผลอทำสิ่งไม่ดี ปลุกปลอบกำลังใจ กระตุ้นลูกให้ลุกขึ้นต่อสู้ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ยินดีสนับสนุนลูกทุกวิถีทาง เพื่อความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในชีวิต ขอบคุณตนเองที่เรียนรู้สิ่งผิดพลาด มีสติปัญญาแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง ลุกขึ้นยืนและทำหน้าที่จนประสบความสำเร็จ

พ่อแม่มีบุญคุณต่อ ลูกมากมาย เกินกว่าคำอธิบายและบรรยายได้หมด คำขอบคุณและสรรเสริญดังกล่าวข้างต้นไม่เพียงพอสำหรับลูกทุกคน แต่ต้องกระทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ด้วยการตอบแทนบุญคุณของท่าน หากคิดว่าตนเองไม่ได้รับสิ่งดีครบถ้วนทั้งเจ็ดประการจากพ่อแม่ ก็ไม่ควรใช้ตรรกะเชิงเหตุผลดังที่เกริ่นมาตั้งแต่แรก ในการละเลยเป็นลูกที่ดี ไม่ปรับปรุงตนเองด้วยสติปัญญาอันสมบูรณ์ ในที่สุดต้องนำความเดือดเนื้อร้อนใจ ความทุกข์ยากมาสู่ตนเอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และครอบครัวไม่มีที่สิ้นสุด

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235  





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.