กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 14 ธรรมชาติของมนุษย์

ธรรมชาติของมนุษย์

มนุษย์ ประกอบด้วยร่างกาย จิตใจ ความคิด ความรู้สึก และวิญญาณ การสื่อสารเข้ามาให้เกิดความสุขหรือทุกข์ต้องผ่านประตูทั้งหกคือ หู ตา จมูก กาย ใจ และสัมผัส สิ่งเร้าภายนอกทั้งรูป รส กลิ่น เสียง เล้าโลมเป็นตัวกระตุ้นเร่งเร้าปฎิกริยาทางเคมีของระบบประสาท หากมีความรุนแรงและความถี่ของสิ่งเร้าสูง บวกกับจริตของแต่ละคน การขาดสติยับยั้งจิตใจ ย่อมส่งผลให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ ความสุขหรือทุกข์จึงอยู่แค่ปลายเอื้อม ขึ้นอยู่กับการลิขิตชีวิตตนเอง ธรรมชาติของมนุษย์มักไหลลงสู่ที่ต่ำกว่าเสมอ เนื่องจากมีพลังทางเพศคอยผลักดัน ระดับฮอร์โมนปกติในทุกส่วนของร่างกายทำงานสอดคล้องกัน เมื่ออยู่เฉยๆ จะรู้สึกงีบเหงา เบื่อหน่าย อยากมีกิจกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการที่ติดอยู่กับความรู้สึกส่วนลึกของตน เอง ธรรมชาติมนุษย์จึงไม่อยู่นิ่ง สอดส่ายไปมา และเก็บบันทึกสิ่งไม่ดีไว้ในจิตใต้สำนึกอยู่เสมอ

เรารู้สึกยินดี พอใจ ปลาบปลื้มและมีความสุข เมื่อพบเจอสิ่งดีงามในชีวิต อาทิได้ยินเสียงไพเราะเสนาะหู (เกิดอาชีพนักร้อง นักดนตรี) พูดเก่ง (นักพูด นักบรรยาย ครู อาจารย์ ผู้ฝึกอบรม) มองเห็นภาพสวยงามจากธรรมชาติ (เกิดอาชีพมัคคุเทศน์พาคนไปท่องเที่ยว อาชีพจำหน่ายสินค้าของคนพื้นเมือง อาชีพขับรถรับและส่งนักท่องเที่ยว อาชีพการโรงแรม อาชีพพนักงานต้อนรับและกัปตันบนเครื่องบิน) ศิลปะต่างๆ (เกิดอาชีพจิตรกรรม หัตกรรม ช่างแกะสลัก และช่างปั้นรูป) ชอบมองคนรูปหล่อและสาวสวย (เกิดอาชีพดารานักแสดง นายแบบ นางแบบ ดีไซน์เนอร์ออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง และการประกวดบนเวทีต่างๆ) อาคารตึกรามสวยงาม (เกิดอาชีพสถาปัตยกรรม มัณฑนากรตกแต่งภายใน วิศวกรก่อสร้าง ไฟฟ้า โฟร์แมน และกรรมกรผู้ใช้แรงงาน) หลงใหลกลิ่นหอมรันจวนใจ (เกิดอาชีพปลูกดอกไม้กลิ่นหอมและสวยงาม อาชีพร้อยดอกมะลิ อาชีพจัดพวงรีดตามงานศพและแต่งงาน อาชีพผลิตและจำหน่ายน้ำหอม) ชอบรูปร่างสวยงามหุ่นดี (เกิดอาชีพเพาะกาย ลดน้ำหนัก ยิมออกกำลังกาย) ความสะดวกสบายกาย (เกิดอาชีพผลิตรถยนต์ รถไฟ เรือเครื่องบิน โทรศัพท์ สร้างถนน สะพาน ปั่นกระแสไฟฟ้า ผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แบตเตอรี่ พลังงานนิวเคลีย) จิตใจสบาย ไม่เกิดความเครียด (เกิดอาชีพผลิตการละเล่น ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เกมส์เล่นต่างๆ ทางทีวีและคอมพิวเตอร์ การแสดงโชว์และมายากล) สัมผัสเอร็ดอร่อย สบายตัว นุ่มนวล (เกิดอาชีพทำอาหาร ขนมหวาน ไอศกรีม ของขบเคี้ยว การนวดแผนโบราณ สปา โสเภณี)

เรารู้สึกไม่ยินดี ไม่พอใจ ไม่ปลาบปลื้มและเป็นทุกข์ เมื่อพบเจอสิ่งหดหู่ เลวร้ายหรือเป็นภัยกับชีวิต อาทิ ได้ยินเสียงคนกล่าวร้าย ด่าทอ และทะเลาะวิวาท ไม่ว่าเสียงนั้นเกิดขึ้นกับตนเองหรือผู้อื่น (ไม่เกิดอาชีพรับจ้างด่าคน ชวนทะเลาะวิวาท) ไม่ชอบคนพูดมาก ขี้บ่น ไร้สาระ (ไม่เกิดอาชีพคนจู้จี้ คนว่ากล่าวตักเตือน) เมินคนรูปไม่หล่อและสวยงาม (ต้องหาสิ่งอื่นมาทดแทน เช่น พูดจาไพเราะ นิสัยดี อ่อนน้อมถ่อมตน) สิ่งน่าเกลียดน่ากลัว อยากหนีห่างไกล (เกิดอาชีพคนทำและจำหน่ายโลงศพ สัปเหร่อ คนดูแลป่าช้าและศาลเจ้า) รังเกียจกลิ่นฉุน เหม็น เน่าเสีย (เกิดอาชีพคนเก็บขยะ คนเก็บของเก่า คนดูดส้วม) ไม่ชอบรสขม เปรี้ยว เค็ม และหวานจัด (เกิดอาชีพทำสมุนไพรอัดเม็ดและแคปซูล การถนอมอาหาร เช่น ผักดอง หน่อไม้ดอง แช่อิ่ม) ร่างกายเจ็บป่วย อัมพฤกษ์ อัมพาต พิการ (เกิดอาชีพแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักโภชนา) จิตป่วน ความเครียดสูง คุ้มคลั่ง เป็นบ้า (เกิดอาชีพจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์) สัมผัสรุนแรง ทำร้ายร่างกาย และทำให้ถึงแก่ชีวิต (เกิดอาชีพตำรวจและทหาร นอกเหนือจากแก็งทวงเงิน รีดไถ่ อันธพาล มือปืนฆ่าคน โจรแบ่งแยกดินแดน)

ธรรมชาติของมนุษย์จึงไม่พ้นจากความรู้สึกและอารมณ์ที่ผูกมัดตนเองให้เกิด ความสุขและทุกข์อยู่ร่ำไป ยิ่งมีอาชีพเกี่ยวกับความรู้สึกไม่ยินดี ไม่พอใจ ไม่ปลาบปลื้ม และเป็นทุกข์ ยิ่งทำให้เกิดความทุกข์ทวีคูณ บวกกับการเก็บบันทึกความทรงจำในสิ่งเลวร้าย อาฆาตแค้น ประสบการณ์ไม่ดีในจิตใต้สำนึก ส่งผลให้เกิดการปรุงแต่งขึ้นมาหลอกหลอนซ้ำเติมนับไม่ถ้วน ความทุกข์จึงทับถมกลายเป็นคนไม่รู้จักปล่อยวาง มีความโลภ ความโกรธ และความหลงเป็นเจ้าเรือนในจิตใจ

สิ่งที่ทดสอบธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดีคือ การใช้วิถีชีวิตประจำวัน ไม่ว่าในบ้าน สถานที่ทำงาน บนท้องถนน การพบปะผู้คน เพื่อนร่วมงาน เรามักรับรู้สิ่งเร้ามากระตุ้นผ่านหู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจ เข้าไปในปฎิกริยาทางเคมีของระบบประสาท เกิดความคิดและสร้างความรู้สึกในมุมมองของตนเอง ถ้าเป็นสิ่งดีที่ประทับใจก็ฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ หากเป็นเรื่องราวประสบการณ์ไม่ดีและเลวร้ายก็จะถูกบันทึกอัตโนมัติลงในจิต ใต้สำนึก กลายเป็นเรื่องอยากลืมแต่กลับจำ พระพุทธเจ้าจึงทรงเทศนาไว้ว่าคนเราเกิดมาเพื่อความทุกข์ ดังนั้นตลอดชีวิตของพระองค์ได้สั่งสอนเรื่องอริยสัจสี่คือ ทุกข์ สาเหตุของทุกข์ (สมุทัย) การดับทุกข์ (นิโรธ) และวิธีการพ้นทุกข์ (มรรค) เป็นแก่นคำสอนในพุทธศาสนา

มนุษย์มีธรรมชาติแตกต่างจากสัตว์โดยสิ้นเชิง มนุษย์มีสติสัมปชัญญะ (การระลึกรู้ การรู้ตัว) สมาธิ (การจดจ่อ) และปัญญา (ความรู้ทั่ว ทั้งเหตุผล บาปบุญคุณโทษ ควรทำและละเว้นในสิ่งใด) แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าและพระอรหัตน์มีเพิ่มเติมคือ ความรู้แจ้งเห็นจริง ดับกองกิเลสจนหมดสิ้น ไม่มีความทุกข์อีกต่อไป (นิพพาน) คนปกติทั่วไปจึงปฏิเสธเรื่องอริยสัจสี่ มองเห็นว่าเป็นเรื่องยาก เข้าไม่ถึง บางคนกลับสรุปว่าเป็นเรื่องของนักบวช พระภิกษุ แม่ชี เณร และการฝืนธรรมชาติของมนุษย์เป็นสิ่งผิดปกติ แต่กลับปล่อยให้กิเลสในจิตใจเป็นสิ่งชักนำไปสู่หนทางแห่งความทุกข์ ความเดือดเนื้อร้อนใจ ไฟลนเผาไหม้จิตวิญญาณ มีสภาพไม่แตกต่างไปจากสัตว์คือ หิวก็กิน อิ่มจึงพักผ่อน เกิดอารมณ์เพศก็หาทางผสมพันธุ์หรือมีคู่ครอง โกรธใช้กำลังต่อสู้เพื่อเอาชนะ พ่ายแพ้ก็หลีกเลี่ยงหลบหนี เรียนรู้เอาตัวรอดไปวันๆ และตักตวงผลประโยชน์ด้วยความเห็นแก่ตัว กลายเป็นคนเห็นกงจักรเป็นดอกบัว หรือสภาพที่กบถูกต้มในน้ำหม้อดิน กว่าจะรู้สึกตัวว่าน้ำร้อนก็เดือดจนสุก กระโดดหนีออกมาไม่ทันเพราะเคยชินกับน้ำเย็นที่ค่อยๆ ร้อนขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว มนุษย์ผู้หลงผิดก็เช่นเดียวกัน กว่าระลึกรู้ก็สายเกินไป เมื่อความตายได้ย่างกายเข้ามาใกล้แล้ว

การมองโลกแบบคนทั่วไปและใช้เหตุผลตามจริตตนเอง ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติของมนุษย์ได้ เช่น คนโลภมากอยากมีตำแหน่งและเงินทอง มีวิธีคิดว่าคนอื่นก็ทำกันทั้งนั้น ไม่เห็นมีใครโดนจับได้ ถ้ามีการเข้มงวดมากขึ้นต้องเปลี่ยนเป็นวิธีทุจริตซับซ้อนหลายขั้นตอน ไม่ให้เหลือเป็นหลักฐานถูกจับฟ้องร้องได้ ใช้วิธีหาเงินให้นักการเมืองในทางที่ผิด นับตั้งแต่รีดไถ่พ่อค้า ประชาชน และคอรัปชั่น หรือแม้แต่การฮั้วประมูลของโครงการสัปทานต่างๆ ของภาครัฐ เมื่อมีการแจ้งโทษเอาผิดตามกฏหมายเพราะสินค้าและบริการสูงกว่าราคาจริงมาก ศาลย่อมพิพากษาเอาผิดจำคุกได้ กลายเป็นความผิดที่สังคมรุมประนามและตราหน้าว่าคดโกงประเทศชาติ ถึงแม้หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศก็ไม่มีความสุข ต้องคอยหลบซ่อนการตามล่าตัวมาลงโทษ

ความโกรธเห็นได้ชัดเจนคือ การขับรถไปตามท้องถนนที่ฝนตก รถติด หรือการแย่งกันไปก่อน การขับปาดหน้าไปตามช่องว่างระหว่างรถ และการทำผิดกฎจราจรด้วยความเห็นแก่ตัว คนพวกนี้มักมองว่า ถ้าไม่รีบไปรถจะติดนาน เสียเวลาเปล่าๆ คนโง่เท่านั้นที่รอคอย เมื่อทำบ่อยครั้งจนเป็นนิสัยก็ถูกตำรวจจราจรจับปรับ ถูกบีบแตรไล่จากรถคันอื่น รถชนกันได้ หรือเกิดการชกต่อย ทำร้ายร่างกาย และฆ่ากันตาย มีให้เห็นเป็นข่าวประจำในหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์

ความหลงเกิดกับคนเจ้าชู้ได้ง่าย ยิ่งคนมีอำนาจบารมี ตำแหน่ง เงินทอง และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก นิยมมีภรรยาน้อย อายุคราวรุ่นลูกหลาน หรือแต่งงานใหม่กับดารา เป็นที่โจษจันไปทั่วประเทศ ไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ผู้ชายใช้เหตุผลส่วนตัวว่า เป็นผู้ชายมีพลังทางเพศสูง ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายมาสนองตัณหาของตนเอง ในเมื่อสามารถเลี้ยงดูและให้ความสุขกับฝ่ายหญิงได้ ผู้หญิงยุคใหม่ก็รักความสบาย ไม่ต้องการทำงาน มีเงินทองมากมายจากผู้ชายหยิบยื่นให้ กลายเป็นเรื่องบารมีที่ต้องคุ้มครอง ใครๆ ก็มีกันทั้งนั้น ภรรยาหลวงเมื่อรู้ข่าวก็ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ หย่าขาดจากกัน ถ้าลูกยังเล็กหรือเป็นวัยรุ่น อาจรู้สึกว่าถูกพ่อทอดทิ้ง กลายเป็นปัญหาสังคมและเวรกรรมที่ต้องขออโหสิกรรม นอกจากนั้นผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปากทั้งชีวิตจริงและโลกสังคมออนไลน์

การเอาชนะธรรมชาติของมนุษย์ต้องอาศัยจิตใจพัฒนาขั้นสูง การปล่อยวางตัวตน การเลิกยึดมั่นอย่างแรงกล้าที่ฝังลึกเข้าไปในจริตคน (ราคะจริต โทสะจริต โมหะจริต วิตกจริต ศรัทธาจริต และพุทธิจริต) ความเห็นถูกตามทัศนคติตนเอง การลดละเลิกความเห็นแก่ตัว ความมีอคติ ความเมตตาสงสารในทางที่ถูกต้อง และฝึกฝนการมองโลกในแง่บวก โดยอาศัยเครื่องมือเรียกว่า ปัญญาตัดให้ขาด สมาธิพิจารณาแน่วแน่ และมีสติสัมปชัญญะเมื่อรู้ว่าได้ทำผิดพลาดไป

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.