กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 15 การจัดการเงินทองในครอบครัว

การจัดการเงินทองในครอบครัว

  ความสุขในครอบครัวมีหลายปัจจัย แต่ปัจจัยพื้นฐานคือเงินทองใช้จ่ายในครอบครัว เมื่อขัดสนเรื่องรายได้ ใช้จ่ายไม่เพียงพอ หรือธุรกิจขาดสภาพคล่อง หลายครอบครัวนิยมไปกู้หนี้มาเพิ่มเติมเป็นรายได้และทุนของตนเอง โดยคิดว่าเมื่อเงินเดือนออกหรือลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามาจะมีเงินไปชำระหนี้ได้ทันที เป็นการหมุนเงินจากแหล่งเงินทุน อาจเป็นเงินกู้นอกระบบ เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง บัตรเครดิต และเบิกเงินสดจากธนาคารไปใช้ทันทีโดยผ่านเครดิตกับธนาคาร หลายคนมีความคิดแบบฉาบฉวยว่าเงินทองใช้ไป เดี๋ยวก็กลับคืนมาเอง เป็นการหวังบ่อน้ำที่ไม่แน่นอน ลูกค้าอาจไม่สั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมและจำหน่ายได้น้อยลง หรือเป็นมนุษย์เงินเดือน ต้องนำเงินในอนาคตมาใช้จ่าย โดยหวังเงินเดือนถัดไปมาชำระหนี้ในปัจจุบัน อีกทั้งดอกเบี้ยสูงลิบลิ่ว ในที่สุดกลายเป็นดินพอกหางหมู เวลาผ่านไปเริ่มเป็นหนี้ก้อนใหญ่ เนื่องจากการใช้จ่ายเงินทองเกินตัว การกู้หนี้ยืมสิน ถ้าเป็นเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้อง ต้องสนิทสนมกันจริงๆ และไว้วางใจว่าได้เงินต้นคืนแน่นอน แต่ถ้าไม่มีวินัยเงินทองก็คงไม่มีใครกล้าหยิบยืน ยกเว้นแหล่งเงินทุนมหาโหด คิดดอกเบี้ยหลายสิบเปอร์เซ็นต์ถึงร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์

เมื่อเป็นหนี้สินจำนวนมาก ทุกคนมีทางเลือกสองทางคือ พยายามหาเงินมาผ่อนชำระ หรือเบี้ยวหนี้ไม่ยอมจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย กรณีเป็นหนี้เครดิตของธนาคาร อาจทำเป็นเมินเฉย ทิ้งจดหมายทวงหนี้หรือคืนจดหมายกับบุรุษไปรษณีย์ ทำให้ลูกหนี้เสียเครดิต ถูกบันทึกในเครดิตบูโร กู้เงินกับธนาคารทั่วไปไม่ได้และขอทำบัตรเครดิตไม่ผ่านจนกว่าชำระหนี้สินหมดก่อน กรณีเป็นหนี้นอกระบบ พยายามหลบหนีด้วยการย้ายบ้านไปเรื่อยๆ ไม่ให้นักเลงทวงหนี้ตามพบ ถ้าเจอลูกหนี้อาจถูกทำร้ายร่างกายปางตาย การดำเนินชีวิตไม่มีความสุข เมื่อเป็นหนี้จึงควรเลือกวิธีการหาเงินมาผ่อนชำระหรือจ่ายหนี้สินทั้งหมด

ถ้าเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบ ต้องหาเงินทุกวิถีทางมาชำระหนี้ให้หมดทีเดียว ไม่ควรผ่อนชำระในแต่ละวันหรือเป็นงวด เนื่องจากดอกเบี้ยสูงมาก ผ่อนเงินใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีทางลดเงินต้นและดอกเบี้ยได้ ถ้ามีทรัพย์สิน ของมีค่า  ที่ดินไร่นา หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นใด ต้องตัดใจขายเพื่อนำเงินมาชำระทันทีและเร็วที่สุด หากไม่มีทรัพย์สินมีค่า ต้องบากหน้าไปขอหยิบยืนจากพ่อแม่ ญาติพี่น้องและผู้ใจบุญทั้งหลาย ถ้ามีการคิดดอกเบี้ยต่ำหรือไม่สูงลิบลิ่วจนผ่อนชำระไม่ได้ หรือหาแหล่งเงินกู้อื่น อาทิ ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ โดยอาจมีการจำนองบ้านและที่ดินอยู่อาศัยก็ต้องยอม เนื่องจากการผ่อนชำระหนี้สินกับแหล่งเงินทุนมีดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบมาก มีโอกาสผ่อนจ่ายหมดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ถ้าหาแหล่งเงินกู้ไม่ได้จริงๆ ต้องเจรจากับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบให้ลดดอกเบี้ยลงมากที่สุด การเจรจาต้องหาคนกลาง อาจเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือผู้ที่เจ้าหนี้เคารพนับถือมาช่วยเจรจาลดเงินต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ยุติธรรม และลดดอกเบี้ยให้ต่ำลงพอที่จะผ่อนชำระได้ รวมทั้งมีการจัดการเงินทองในครอบครัวอย่างเข้มงวด

การเป็นหนี้บัตรเครดิตธนาคารหรือเบิกเงินสดจากบัตรเครดิต  ถูกคิดดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบ แต่พอเริ่มเป็นหนี้มีการคิดค่าธรรมเนียมอื่น ทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นไปอีก ส่วนใหญ่มีบัตรหลัก (เจ้าของบัตร มีเงินเดือนแน่นอน ไม่เสียประวัติการชำระหนี้หรือถูกบันทึกอยู่ในเครดิตบูโร) และบัตรเสริม (เจ้าของบัตรหลักเป็นผู้ค้ำประกันเจ้าของบัตรเสริม กรณีไม่ผ่อนชำระหนี้สินจากการรูดบัตรเครดิตจ่ายสินค้าหรือเบิกเงินสด) ทั้งสองบัตรต้องอยู่ในวงเงินเครดิตที่ธนาคารอนุมัติ เช่น ไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อเดือน เป็นต้น บางคนไม่เคยเป็นหนี้สิน แถมหน้าที่การทำงานมั่นคง หลายธนาคารจึงให้เจ้าหน้าที่มาติดต่อทำบัตรเครดิต โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมรายปี เจ้าของบัตรหลักส่วนใหญ่มีหลายใบและมีบัตรเสริมหลายใบเช่นเดียวกัน เจ้าของบัตรเสริมมักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบัตรหลัก อาทิ เป็นสามีหรือภรรยา แฟน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ส่วนใหญ่เจ้าของบัตรเสริมไม่ยอมชำระหนี้ เนื่องจากทราบดีอยู่แล้วว่าเจ้าของบัตรหลักเป็นผู้รับผิดชอบและค้ำประกันหนี้แทนตนเอง จึงผลักภาระไปให้กับเจ้าของบัตรหลัก ฝ่ายบัตรหลักไม่ยอมชำระหนี้สิน ถือว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ก่อหนี้ ในที่สุดดอกเบี้ยก็เพิ่มพูนขึ้นตามเวลาผ่านไป อีกกรณีหนึ่งคือเจ้าของบัตรหลักเป็นหนี้เสียเอง ไม่มีปัญญาหาเงินมาผ่อนชำระในแต่ละเดือน ใช้วิธีไปเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตอีกธนาคารหนึ่งที่ตนเองเป็นเจ้าของบัตรหลักเช่นเดียวกัน นำเงินมาผ่อนชำระหนี้ธนาคารที่ตนเองไม่มีปัญญาจ่าย ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หลายบัตรเครดิต หลายธนาคาร โดยไม่ทราบเลยว่าธนาคารได้คิดดอกเบี้ยเต็มร้อยละยี่สิบทุกเดือนจากยอดเงินหนี้ครั้งแรก ถึงแม้จะผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือนก็ตาม หรือเหลือหนี้อยู่หนึ่งบาท ก็ถูกคิดดอกเบี้ยเท่ากับดอกเบี้ยครั้งแรกของหนี้สิน ธนาคารได้คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินหนี้ครั้งแรกทุกเดือน ไม่มีการคิดจากเงินต้นที่ลดลง ถ้าเบิกเงินสดอีกเป็นครั้งที่สอง สาม สี่ ไปเรื่อยๆ ก็รวมดอกเบี้ยเต็มจากเงินต้นที่เป็นหนี้สินทุกครั้ง จนกว่าจะชำระหมดทั้งหนี้และดอกเบี้ย ส่วนใหญ่เจ้าของบัตรหลักไม่ทราบจึงเป็นหนี้สินท่วมตัวจากดอกเบี้ยมากมายของบัตรเครดิตหลายใบและหลายธนาคาร เมื่อเจ้าของบัตรเสริมเป็นหนี้ ไม่มีปัญญาจ่ายหรือไม่ยอมชำระเงิน สิ่งแรกคือตรวจสอบยอดเป็นหนี้ทั้งหมดของบัตรเสริม อาจมีหลายใบและหลายธนาคาร ทำการระงับการใช้เงินทุกใบของบัตรเสริม เพื่อป้องกันเจ้าของบัตรเสริมไปรูดบัตรหรือเบิกเงินสดอีก ทำให้ยอดหนี้เพิ่มขึ้นได้ ขั้นต่อไปคือวางแผนในการลดหนี้นั้นทันที สมมุติเป็นหนี้บัตรเครดิตสามใบ ให้ชำระหนี้ทั้งหมด หากเจ้าของบัตรหลักมีจำนวนเงินมากเพียงพอ แต่ถ้าไม่พอให้เลือกชำระทั้งหมดเพียงหนึ่งใบหรือสองใบ โดยดูความสามารถของรายได้หรือเงินเดือนตนเองว่า สามารถผ่อนชำระหนี้บัตรที่เหลือได้โดยไม่เดือดร้อนกับการใช้จ่ายในแต่ละเดือน ขั้นตอนสุดท้ายคือมีการจัดการเงินทองในครอบครัวอย่างเข้มงวด

การจัดการเงินทองในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมาก ภายหลังการวางแผนลดเงินต้นยอดหนี้สินหรือเจรจาลดอัตราดอกเบี้ยกับเจ้าหนี้ ไม่ว่าเป็นหนี้จากแหล่งเงินกู้ใด เงินกู้นอกระบบ หรือบัตรเครดิตก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องรายได้และรายจ่าย เมื่อรายได้ไม่เพียงพอต้องหาทางเพิ่มรายรับในช่วงวันหยุดสัปดาห์หรือช่วงเย็นหลังเลิกงาน ทำงานล่วงเวลา งานหาอื่นทำ หรือขายสินค้าตลาดนัดช่วงกลางคืนและวันหยุดจากการทำงานปรกติ และตัดรายจ่ายให้น้อยลง ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าเงิน อาทิ ไม่พาครอบครัวออกไปกินอาหารนอกบ้าน ให้ทำอาหารกินเอง ถ้าทำไม่อร่อย อาจศึกษาวิธีการทำจากอินเตอร์เน้ต สอบถามผู้ทำอาหารเก่ง การจ่ายตลาดและซื้อสิ่งของจำเป็นควรเลือกจากห้างจัดแคมเปญโปรโมชั่น เช่น ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง วันที่ลดราคาสินค้า เลือกวัสดุดิบประกอบอาหารราคาถูกจากตลาดสด การดื่มเหล้าสูบบุหรี่และเที่ยวสถานบันเทิงควรหักดิบเลิกเสีย เป็นต้น นอกจากนี้สิ่งไม่จำเป็นก็ไม่ควรซื้อมาโดยเด็ดขาด ต้องทำความเข้าใจกับบุคคลในครอบครัวเรื่องการประหยัด เป็นภาวะวิกฤติต้องช่วยกันฝันฝ่าอุปสรรคด้วยกัน กำหนดเวลาที่ต้องปลดหนี้สินจนหมดสิ้น เพื่อไม่ให้ครอบครัวเครียดว่าต้องประหยัดตลอดไป ต้องคำนวณเงินอดออมในแต่ละเดือนให้ดี เหลือเงินอย่างน้อยไปผ่อนชำระหนี้แต่ละงวดและเผื่อไว้ใช้ยามเจ็บป่วยบ้าง

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.