กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 15 ครอบครัวอบอุ่น

ครอบครัวอบอุ่น

การมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวในชาติปัจจุบัน ถือว่าเคยทำบุญมาก่อนในชาติที่แล้ว ถ้าไม่เคยประสบพบกันมาก่อนในอดีตชาติ ย่อมไม่มีหนทางได้เจอกัน หากเกิดพลาดกันไปหนึ่งร้อยปี หรือห้าสิบปีก็ไม่มีทางมาเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ตลอดจนมาแต่งงานสร้างครอบครัวใหม่ร่วมกัน การมีครอบครัวอบอุ่นจึงถือว่าสำคัญมาก เป็นการต่อยอดการทำบุญร่วมกันมาก่อน การปฏิบัติให้เกิดคุณงามความดีทั้งกาย (กริยา) วาจา (คำพูด) และใจ (มองในแง่บวก) ช่วยส่งเสริมความสุขสงบขึ้นในครอบครัว นอกเหนือจากวัตถุนิยมและสิ่งของนอกกาย ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งการทะเลาะวิวาทและความไม่เข้าใจกัน

พี่น้องในครอบครัวอบอุ่นต้องมีความสามัคคี รักใคร่กลมเกลียว ไม่อิจฉาริษยา พ่อแม่ต้องไม่ลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน ถ้าเป็นครอบครัวคนจีนโบราณ มารดามักรักลูกชายคนสุดท้องมากที่สุด  ไม่ค่อยรักลูกสาวมากนัก ในกรณีมีลูกสองคน  คนโตเป็นผู้ชาย คนเล็กเป็นผู้หญิง ก็จะรักพี่คนโตมากกว่าคนเล็กอยู่ดี อาจเป็นเพราะว่าลูกชายมีความสำคัญสูงสุด เป็นหัวหน้าครอบครัวสืบต่อไป เมื่อผู้เป็นบิดาเสียชีวิตลง เป็นเรี่ยวแรงในการหาเงินเลี้ยงดูมารดาและช่วยเหลือน้องๆ สืบต่อไป ผู้ชายคนจีนจึงแต่งงานนำสะใภ้เข้าบ้าน ส่วนครอบครัวไทยแท้พึ่งพาลูกผู้หญิง มักแต่งงานพาลูกเขยเข้าบ้าน หรือครอบครัวทำงานร่วมกันเป็นกงสี ต้องใช้แรงงานพี่น้องทุกคน ถ้ามีใครแต่งงานก็จำเป็นต้องแต่งงานพาลูกเขยและสะใภ้เข้าบ้าน บางครั้งผู้มาใหม่ไม่อาจเข้ากับครอบครัวเดิมที่เป็นบิดามารดาได้ เมื่อมีการกระทบกระทั่งกัน ใช้อารมณ์เป็นเครื่องตัดสิน การทะเลาะวิวาทย่อมเกิดขึ้น และเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในครอบครัว ฆ่ากันตายเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็พบอยู่บ่อยครั้ง เป็นที่โจษจันด้วยความน่าเศร้าเสียใจ ไม่อาจแก้ไขปัญหาส่วนตัวและครอบครัวได้

การทะเลาะวิวาทในพี่น้องครอบครัวเดียวกัน ถ้าเป็นเด็กเล็กถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ยังไม่เติบโตเพียงพอในการใช้สติสัมปชัญญะยับยั้ง บางครั้งชกต่อยทำร้ายกันจนเข้าสู่วัยรุ่นก็มี บิดามารดาต้องคอยอบรมสั่งสอน ดุด่าว่ากล่าวและห้ามปราม เมื่อเหตุการณ์ทำท่าบานปลาย อย่าปล่อยให้ทำร้ายกันจนเลือดตกยางออกโดยเด็ดขาด พอเติบโตขึ้นเข้าสู่วัยหนุ่มสาว การทำร้ายจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพียงแต่โต้ตอบกันด้วยคำพูดเท่านั้น ถึงกระนั้นบิดามารดาต้องช่วยให้ลูกๆ มีความสามัคคีกัน อาจทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุดโดยให้พี่น้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือแบ่งงานบ้านช่วยกันรับผิดชอบคนละอย่าง ครอบครัวอบอุ่นสามารถเกิดขึ้นได้

สังคมปัจจุบันบาง ครอบครัว นิยมมีบุตรเพียงคนเดียวเนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง อาชีพการงานไม่มั่นคง ความเสี่ยงต่อการตกงานและการทำธุรกิจแข่งขันมากขึ้น บิดามารดาไม่ควรเลี้ยงดูลูกแบบคุณหนู ตามใจสารพัดอย่าง และทำทุกอย่างแทนลูกเสียหมด ส่วนใหญ่อ้างว่ารักลูกมาก ใครไม่มีลูกมาก่อนไม่รู้หรอกว่าความรักเป็นอย่างไง ลูกจึงทำอะไรไม่เป็น ขาดความรับผิดชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีความมั่นใจตนเอง ต้องพึ่งพาตลอด ไม่มีความขยันและอดทน ฝ่ายบิดามารดาเกิดความเคยชินในการทำให้ลูกตลอดเวลา ถือว่าเป็นการช่วยเหลือด้วยความรัก ใครว่าอย่างไรก็ไม่ฟังเสียงทัดทาน อดไม่ได้ที่ต้องทำต่อไปด้วยความชินชา เมื่อลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ความเป็นเด็กเล็กติดตัวอยู่ตลอดเวลา กายเป็นผู้ใหญ่แต่จิตใจเป็นเด็ก ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ตัดสินใจไม่เป็น เมื่อมีปัญหาก็ใช้วิธีหนีปัญหาเพราะแก้ไขไม่เป็น เวลาแต่งงานมีครอบครัว มักจบลงด้วยการหย่าร้าง โยนภาระการเลี้ยงดูลูกไปให้บิดามารดาหรือพี่น้องคนอื่นแทน ไม่มีความอดทนจึงมักลาออกจากงานกลางคัน โดยอ้างว่าเจ็บป่วยจากความเครียดการทำงาน ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ ขืนทำงานต่อไปมีหวังต้องตายแน่ๆ เป็นข้ออ้างขุ่นๆ ให้บิดามารดาสงสาร พร้อมกับยกแม่น้ำทั้งห้าว่ามีคนไม่ดีมากมายในที่ทำงาน คดโกงกันสารพัด เพื่อนร่วมงานลาออกกันไปเยอะแล้ว หัวหน้าก็กำลังจะลาออก ตนเองจึงขอลาออกบ้าง (ความจริงคือไม่รู้วิธีแก้ไขปัญหาในการทำงาน เนื่องจากบิดามารดาคอยช่วยเหลือโดยการทำแทนให้ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนถึง ปัจจุบัน) ทำงานส่วนตัวก็ไปไม่รอด ผลสุดท้ายกลายเป็นเรื่องข่มขู่บิดามารดาว่าเป็นผู้ให้กำเนิด บิดามารดาต้องรับผิดชอบและให้เงินเดือนตนเองไว้ใช้จ่าย ถ้าบิดามารดาชราภาพ ไม่มีรายได้ ก็ต้องโยนภาระให้พี่น้องคนอื่นเลี้ยงดูแทน แต่ถ้าเป็นลูกโทนคนเดียว มีหวังอดตาย เมื่อบิดามารดาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว อาจต้องกลายเป็นคนเร่รอนไร้จุดหมาย เป็นเรื่องราวพ่อแม่รังแกฉันให้เล่าสืบกันมา วิธีแก้ไขคือบิดามารดาต้องหยุดนิสัยความเคยชิน ในการช่วยเหลือและทำแทนลูกทุกอย่าง แนะนำให้ลูกคิดเป็นและตัดสินใจเอง หยุดให้เงินลูกใช้จ่ายหรือซื้อของชิ้นใหญ่ตามที่ลูกต้องการ ให้ไปฝึกหัดและประกอบอาชีพเอง ค่อยๆ ฝึกฝนให้ทำด้วยตนเองทุกอย่าง การซื้อสิ่งของต้องมาผ่อนใช้กับบิดามารดาทุกเดือน ถ้าสามารถหาเงินได้เอง ถึงแม้ไม่พอใช้จ่ายก็ต้องไม่ใจอ่อนให้เงินเพิ่มเติม เป็นการฝึกหัดให้รับผิดชอบต่อตนเอง หากบิดามารดายังคอยตามใจและช่วยเหลือในทางผิดเสมอ ลูกคนอื่นต้องช่วยอธิบายและชี้ให้เห็นถึงผลเสียชัดเจนในการทำให้ลูกตลอดเวลา (ส่วนมากเป็นลูกคนสุดท้อง) ทำได้เท่านี้ครอบครัวก็สามารถอบอุ่นได้แน่นอน

ครอบครัวที่ลูกชายหญิงแต่งงานเข้าบ้าน ถ้ามีพื้นที่ในบริเวณบ้านกว้างขวาง ควรปลูกใหม่ขึ้นอีกหลังหนึ่ง แยกครอบครัวออกมาและสามารถดูแลบิดามารดาอยู่ในรั้วเดียวกันได้ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ และคิดว่าอยู่ร่วมกันได้ อาจอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่ถ้าเป็นลักษณะทำงานร่วมกันเป็นกงสี ต้องใช้แรงงานในบ้าน การอยู่ในที่เดียวกันต้องมีเรื่องราวกระทบกระทั่งกันระหว่างพี่น้อง ลูกเขย ลูกสะใภ้ หรือบิดามารดาของตนเอง จึงต้องทำความเข้าใจในหมู่พี่น้องให้มากขึ้น ส่วนมากเป็นเรื่องเล็กน้อยจนถึงใหญ่โต ขึ้นอยู่กับแต่ละคนในครอบครัวใหญ่ให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด บางเรื่องเล็กน้อยแต่นำมาเป็นสาระใหญ่โต และบางเรื่องเห็นว่าสำคัญก็ต้องหาทางแก้ไขให้ได้ ช่วยกันระดมความคิดเห็น ก็กลายเป็นเรื่องเล็กได้เหมือนกัน หลายครั้งเรื่องเล็กๆ เกิดจากความเห็นแก่ตัวของคนอื่นหรือแม้แต่ตนเอง การแก้ไขคนอื่นไม่มีทางทำได้ ต้องเริ่มต้นแก้ไขที่ตนเอง ถ้าทำได้ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาของครอบครัวใหญ่ได้ ถึงแม้ว่าสาเหตุอาจเกิดจากคนอื่นก็ตาม การแก้ไขปัญหาโดยการเรียกมาคุยร่วมกันก็อาจช่วยได้บ้าง ถ้าไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน ไม่ฟังเหตุผล แต่ถ้ามีเหล้าสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำลายสติสัมปชัญญะ มีหวังเกิดการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายจนถึงเสียชีวิต ผู้ที่แก้ไขปัญหาได้ต้องอาศัยพลังสติสัมปชัญญะและปัญญา อย่าปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบครองจิตใจตนเองจนกระทั่งความเครียดสะสม และระเบิดออกมาในวันใดวันหนึ่ง ไม่เป็นประโยชน์สำหรับใคร (ความสะใจก็ไม่มีประโยชน์อันใด นอกจากตอบสนองอารมณ์และความเครียดที่ครอบงำจิตใจตนเอง เป็นมารร้ายที่หลอกหลอนความคิดตนเองว่าเป็นสิ่งถูกต้อง) นอกจากความเศร้าเสียใจในภายหลัง

 การใช้พลังสติสัมปชัญญะและปัญญามีกันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าท่านได้ให้อารมณ์หรือความสงบเย็นเข้าครอบงำจิตใจตนเอง ถ้าไม่เคยชินเราสามารถฝึกหัดกันได้ สิ่งสำคัญคือเปลี่ยนมุมมองโลกในแง่บวกเสียใหม่ ด้วยการเปลี่ยนทัศนคติตนเอง เมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้น ลดละความเห็นแก่ตัวน้อยลง ถ้ารู้สึกว่าโกรธไม่พอใจ ท่านต้องระงับอารมณ์ดังกล่าวลง นั่งเงียบๆ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น เมื่อผ่านไปสักครู่ใหญ่หรือหลายชั่วโมงตามแต่อารมณ์โกรธหายไป ท่านอาจไปทักทายด้วยน้ำเสียงปรกติต่อผู้ที่ทำให้โกรธ เขาคนนั้นอาจเป็นบิดามารดา สามีหรือภรรยา คู่เขยหรือคู่สะใภ้ อาจซื้อขนมหรือสิ่งของเล็กน้อยมาฝาก ทำได้เท่านี้ก็ทำให้ครอบครัวใหญ่อบอุ่นขึ้นได้

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/dek-d/writer

/view.php?id=587235





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.