กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 21 การตามใจลูกจนเสียคน

การตามใจลูกจนเสียคน

ครอบครัวที่แต่งงานมีลูกหลายคน พ่อแม่มักทุ่มเทความรักกับลูกคนสุดท้องมากที่สุด อาจเห็นว่ายังเด็กเกินไป ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เท่ากับลูกคนอื่นๆ ขณะเดียวกันพี่ทุกคนมักเอาอกเอาใจ คอยปกป้องไม่ให้ใครมายุ่งเกี่ยว ช่วยเหลือทุกอย่าง พ่อแม่ทำให้ทุกอย่าง คอยบ่งการชีวิตลูกคนสุดท้อง ไม่ให้มีหน้าที่และรับผิดชอบตนเอง ไม่เคยอบรมสั่งสอนว่าสิ่งไหนทำได้หรือทำไม่ได้ สงสารลูกคนสุดท้องเกินไปยิ่งเป็นลูกโทนคนเดียว ยิ่งตามใจจนเคยตัว ฝ่ายลูกกลับไม่คิดว่าพ่อแม่ทำไปด้วยความรัก เป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้สึกเป็นคนสำคัญและใหญ่ที่สุดในครอบครัว เมื่อบอกอะไรลูกมักไม่ทำตาม ดื้อรั้นและแผลงฤทธิ์ เริ่มตั้งแต่ร้องไห้งอแงเรียกร้องความสนใจ ก้าวร้าวด่าทอเมื่อไม่ได้ดั่งใจตนเอง พ่อแม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการบังคับลูกให้เป็นเด็กดี ขณะเดียวกันยังตามใจลูกและเสริมพฤติกรรมเชิงลบให้แสดงสิ่งไม่ดีตลอดเวลา เด็กจึงเติบโตขึ้นมากับการพัฒนาในทางผิดปรกติ ตามใจตนเอง ไม่ฟังเสียงใคร ก้าวร้าว ไม่มีเหตุผล และต่อสู้แย่งชิงโดยใช้เหตุผลส่วนตัว กลายเป็นคนนิสัยไม่ดี ไม่มีใครอยากคบด้วย ทุกคนเอือมระอา หลีกหนีห่างไกล บางครอบครัวอาจไปรักลูกชายคนโตมากกว่าลูกคนอื่น หากลูกที่เกิดตามมาเป็นเด็กผู้หญิงล้วน พ่อแม่จะเลี้ยงดูให้ความรักเป็นพิเศษเพราะถือว่าเป็นผู้สืบสกุลต่อไป พฤติกรรมเลวร้ายจึงคล้ายกับลูกคนสุดท้องหรือลูกคนเดียวได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้บางครอบครัวอาจสั่งสอนมาดี ไม่เกิดเหตุการณ์รักลูกมากเกินไปจนเสียคน แต่ส่วนใหญ่มักเกิดกับลูกคนสุดท้อง ลูกคนเดียว หรือกรณีพิเศษที่มีลูกชายคนเดียว นอกนั้นเป็นผู้หญิงทั้งหมด หรือแม้แต่การมีลูกชายคนที่สองซึ่งอายุห่างจากพี่ชายคนโตหลายปี ลูกชายคนพี่อาจถูกตามใจจนเสียคนจากพ่อแม่ การปรับเปลี่ยนและแก้ไขพฤติกรรมทำได้ยากมาก เมื่อลูกถูกตามใจเติบโตขึ้นจนเข้าสู่วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยกลางคน และวัยชรา

พฤติกรรมวัยเด็กที่ถูกรักมากเกินไป ขาดความรับผิดชอบ เอาแต่ใจตนเอง รู้สึกตนเองเป็นคนสำคัญสูงสุดในครอบครัว อยากได้สิ่งใดต้องให้พ่อแม่หามาให้ พึ่งพาผู้อื่นตลอดเวลา เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นมักเกเร ดื้อรั้น เกียจคร้าน ใช้อารมณ์เกรี้ยวกราดอยู่เสมอ ไม่มีเหตุผลและไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ คบเพื่อนที่พูดคุยสนุกสนาน เป็นคนก้าวร้าว ไม่มีวุฒิภาวะ ความเป็นเด็กสูง สร้างความเดือดร้อนมาสู่พ่อแม่เป็นประจำ หากคบเพื่อนไม่ดี อาจกลายเป็นคนอันธพาล นักเลงหัวไม้ ติดยาเสพติด ติดการพนัน หนีโรงเรียนและไม่เรียนหนังสือ

เมื่อพ้นวัยรุ่นเข้าสู่วัยหนุ่มสาว จิตใจยังเป็นเด็กเล็ก ไม่ค่อยนึกถึงพ่อแม่ ขาดความรับผิดชอบ ต้องการสิ่งใดต้องเอาให้ได้ พูดคุยไม่มีเหตุผล อ้างเหตุผลตนเองบ่อยๆ ให้พ่อแม่และคนรอบข้างรู้สึกสงสาร เรียกร้องความสนใจต่างๆ นานา อาทิ ร้องไห้ พูดจาไม่ดี ดื้อด้าน เกะกะระราน ก้าวร้าว เป็นต้น นิสัยเหมือนเด็ก แม้ว่าอายุมากขึ้นตามวัย เป็นลูกที่เลี้ยงไม่ยอมโต มักอ้างว่าตนเองลำบาก สมองไม่ดี อาจเรียนหนังสือไม่จบเพราะความเกียจคร้าน ไม่สนใจการศึกษา ถ้าเรียนจบการศึกษาอาจไม่มีใครรับเข้าทำงาน กลายเป็นคนตกงาน ต้องขอเงินพ่อแม่ใช้จ่าย หรือเข้าทำงานมีเงินเดือน ไม่อาจปรับตัวได้ มีปัญหาก็ไม่สามารถแก้ไขได้ เกิดความเครียดสูง ทำงานได้ไม่กี่ปีต้องลาออกจากงาน อ้างว่าเจ็บป่วยบ่อยๆ ขืนทำงานต่อไปต้องตายแน่ๆ มีเพื่อนร่วมงานลาออกไปหลายคน รวมทั้งหัวหน้าด้วย มีแต่คนไม่ดีในที่ทำงาน คอยจ้องคดโกงและเอาผลประโยชน์ สุดท้ายพ่อแม่ต้องยินยอมคล้อยตาม เป็นภาระให้พ่อแม่เลี้ยงดูต่อไป หากพ่อแม่กล่าวตักเตือน ด่าว่าจะไม่ยินยอม บอกว่าพ่อแม่ทำให้ตนเองเกิดมาต้องรับผิดชอบ ถ้าแต่งงานมีครอบครัว มักเกิดการทะเลาะวิวาทเป็นประจำ หย่าร้าง ไม่รับผิดชอบลูกที่เกิดมา ปล่อยให้เป็นภาระของพ่อแม่และญาติพี่น้อง ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกอย่าง

การพัฒนาบุคลิกภาพที่เกิดจากการเลี้ยงดูลูกผิดๆ ตามใจลูกจนเสียคน ถ้าพ่อแม่และบุคคลในครอบครัวยังปฏิบัติเหมือนเดิมทุกประการ ลูกที่ถูกตามใจเมื่อผ่านเข้าสู่วัยกลางคนและวัยชราจะยิ่งลำบากยากแค้น ขัดสนไปหมด พ่อแม่อาจเสียชีวิตไปหมด เป็นภาระกับญาติพี่น้องต้องเลี้ยงดู ถ้าไม่มีใครให้พึ่งพาเลย ลูกที่ถูกตามใจตั้งแต่เด็กเล็กมีโอกาสคิดมาก ไม่มีใครเหลียวแล เป็นโรคจิตและโรคประสาทซึมเศร้า ในที่สุดทำร้ายตนเองและฆ่าตัวตาย

วิธีการแก้ไขคือ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงลบให้หมดไปและคนรอบข้างที่ใกล้ชิดต้องหยุดพฤติกรรมการตามใจจนเสียคน ก่อนอื่นต้องพูดจาให้พ่อแม่ ญาติพี่น้องบางคนหยุดการเอาอกเอาใจ ช่วยเหลือโดยไร้เหตุผล อ้างว่าเป็นคนน่าสงสาร ถ้าไม่ช่วยเหลือแล้วใครจะมาดูแล ถ้าเป็นเด็กพ่อแม่กลับเข้าใจผิดว่ายังไม่รู้ประสีประสา ไร้เดียงสา ต้องทำให้ทุกอย่าง แม้ว่าสามารถช่วยเหลือตนเองบางอย่างได้ พ่อแม่มักกล่าวหาลูกคนอื่นว่าอิจฉาน้องคนสุดท้อง ถ้าลูกคนอื่นเติบโตแล้วจะบอกว่ายังไม่มีลูกตนเอง ไม่เคยรู้หรอกว่าความรักพ่อแม่เป็นอย่างไร หรือพาลต่อว่าลูกคนที่ทักท้วงบ่อยๆ ว่ามักโทษพ่อแม่เป็นประจำว่าตามใจลูกจนเสียคน การแก้ไขที่ยากมากคือการพูดจาทำความเข้าใจกับบุคคลในครอบครัว โน้มน้าวจนเห็นผลเสียหายของการตามใจโดยคิดว่าเป็นความรัก ช่วยเหลือแบบไม่ลืมหูลืมตา และหยุดการจูงใจพฤติกรรมเชิงลบ ไม่ให้ลูกรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญสูงสุดของบ้าน เป็นจุดศูนย์กลางที่ทุกคนต้องให้ความสนใจ อยากได้อะไรต้องได้ ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้นและไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องต่างๆ เพราะมีผู้คอยรับเรื่องราวแทนตนเองทั้งหมด

หลังจากพ่อแม่และคนรอบข้างหยุดการเอาใจโดยไม่มีเหตุผล ไม่สร้างภาพขึ้นในใจว่าการช่วยทำในสิ่งต่างๆ หรือการให้เงินทองใช้จ่ายเป็นการช่วยเหลือที่ถูกต้อง ขั้นตอนต่อไปคือการควบคุมพฤติกรรมเชิงลบและบำบัดจนเกิดพฤติกรรมเชิงบวก

การควบคุมพฤติกรรมเชิงลบ ถ้าพ่อแม่รู้สึกว่าต้องเหน็ดเหนื่อยและคอยสู้รบกับลูกตลอดเวลา ถ้าเป็นเด็กเล็กจะแก้ไขง่ายกว่าเด็กโต ในต่างประเทศที่เจริญ พ่อแม่มักปรึกษานักจิตวิทยาบำบัด มีการถ่ายวิดีโอเพื่อเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของพ่อแม่และการตอบสนองของเด็ก นักจิตวิทยาจะอธิบายว่าสิ่งไหนที่พ่อแม่ไม่ควรทำซึ่งเป็นการกระตุ้นเด็กให้เกิดพฤติกรรมเชิงลบ อาทิ การซื้อของเล่นให้ลูกคนโต แต่ลูกคนสุดท้องอยากได้ชิ้นนั้นบ้าง แสดงพฤติกรรมร้องไห้เรียกร้องความสนใจ แกล้งเอาศีรษะโขกพื้นเพื่อเอาชนะพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ใจอ่อน สงสารและกลัวลูกเจ็บ รีบซื้อของเล่นเหมือนกันมาให้บ้าง นักจิตวิทยาอธิบายว่าการทำเช่นนั้นแสดงว่าลูกเป็นใหญ่ในบ้าน เมื่อลูกต้องการอะไรอีกก็จะทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา พ่อแม่ต้องทำใจแข็ง ไม่สนใจลูก ปล่อยให้ร้องไห้ไปจนกว่าจะหยุด หรือถ้าทำร้ายตนเองต้องปล่อยไป หากเด็กรู้สึกว่าเจ็บจะหยุดพฤติกรรมทันที พ่อแม่บางคนจับลูกไปขังในห้อง พร้อมกับบอกลูกให้ทบทวนในสิ่งที่ตนเองทำ เมื่อลูกหยุดร้องไห้จึงเปิดประตูออกมาข้างนอก เป็นการควบคุมพฤติกรรมเชิงลบ นอกจากนั้นเวลาออกไปเดินซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า นำลูกใส่ในตะกร้ารถเข็นด้านบน ลูกอาจหยิบสินค้ามาทำท่าจะแกะเล่น พ่อแม่ห้ามปรามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเชื่อฟัง ต้องโยนสินค้าชนิดนั้นห่างไกลออกไปจนเด็กเอื้อมไม่ถึง อย่าตามใจจนเด็กแกะเล่น บางครั้งเด็กร้องไห้งอแง ต้องไม่สนใจกับเสียงร้องนั้น ให้เข็นตะกร้าไปเรื่อยๆ ทำทีไม่สนใจและพูดคุย เดี๋ยวเด็กจะหยุดไปเอง เป็นการควบคุมพฤติกรรมเชิงลบเช่นเดียวกัน การบำบัดจนเกิดพฤติกรรมเชิงบวก พ่อแม่ต้องหมั่นฝึกลูกรู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบตนเอง สั่งสอนว่าสิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ ปล่อยให้เด็กเล่นทดลองผิดถูกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้เอง คอยดูอยู่ห่างๆ ไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับลูก เมื่อเดินและวิ่งหกล้มร้องไห้ พ่อแม่ต้องไม่เข้าไปโอ๋ลูกด้วยความสงสาร ตะโกนบอกลูกให้รีบลุกขึ้นและเดินมาหา ทำได้เช่นนี้ลูกจะไม่มีนิสัยเสีย คิดเองเป็นด้วยเหตุผลเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่เริ่มรู้สึกสบายใจ ไม่เหน็ดเหนื่อยต่อการเลี้ยงลูก และมีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นมากขึ้น

ถ้าเป็นเด็กโตและวัยรุ่น การควบคุมพฤติกรรมเชิงลบและบำบัดจนเกิดพฤติกรรมเชิงบวกทำได้ยากขึ้น ความรู้สึกมาก่อนเหตุผล จึงกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์และฉุนเฉียวได้ง่าย พ่อแม่พูดอะไรไม่เคยเชื่อฟัง นิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจตนเอง เมื่อไม่ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ เริ่มทำร้ายตนเอง ทำลายข้าวของในบ้าน ด่าทอพ่อแม่และญาติพี่น้อง บางรายเป็นมากถึงกับทุบตีพ่อแม่ จุดไฟเผาบ้าน หรือก่อคดีเพื่อให้พ่อแม่รู้สึกเสียใจ เป็นพฤติกรรมรุนแรงจนเกินเยียวยา หลายรายถูกจับตัวส่งเข้าสถานพินิจเด็กและเยาวชน ต้องอาศัยนักจิตวิทยามาบำบัดอาการก้าวร้าว เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงบวกมากขึ้น

หากเป็นหนุ่มสาวและวัยกลางคน ไม่เคยผ่านพฤติกรรมเลวร้ายหรือทุบตีใครจนต้องได้รับโทษทัณฑ์ การควบคุมพฤติกรรมเชิงลบและบำบัดจนเกิดพฤติกรรมเชิงบวกอาจทำได้บ้าง ผู้ที่เข้าไปช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควรมีอารมณ์เยือกเย็น หมั่นสังเกตการแสดงอาการโต้ตอบเพื่อเรียกร้องความสนใจต่างๆ นานา อาทิ ประกาศว่าตนเองเป็นพี่ชายคนโตของตระกูล มีความสำคัญกว่าพี่น้องคนอื่น หรือตนเองเป็นลูกคนเดียว คนสุดท้องต้องดูแลพ่อแม่แก่เฒ่า เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ทั้งๆ ที่มีคนอื่นคอยช่วยเหลือดูแลได้ และไม่ทำงานมาตั้งแต่เรียนจบ ส่วนใหญ่ไม่มีงานทำและรายได้ (ลาออกมาโดยอ้างว่าเงินเดือนน้อย ทำงานไม่คุ้มกัน หรือรู้สึกเครียดมากต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ) พึ่งพาพ่อแม่และญาติพี่น้องมาค้ำจุนช่วยเหลือเงินทอง ภายหลังมีครอบครัวต้องประสบปัญหาหย่าร้าง ทอดทิ้งและไม่รับผิดชอบลูก สิ่งแรกที่ผู้เข้าไปช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต้องคำนึงคือลูกที่ถูกตามใจจนเสียคนเป็นเด็กเล็ก อายุไม่เกิน 10 ปี แม้ว่าบางคนอายุ 30-50 ปี หรือมากกว่า 50 ปี การพูดจาแบบคนปรกติทั่วไปไม่สามารถทำได้ ผู้ใหญ่ที่มีหัวใจเป็นเด็กเล็กไม่เข้าใจเหตุผลต่างๆ ของพ่อแม่และคนรอบข้างมาอธิบาย มักแสดงอาการต่อต้าน โต้เถียง ขัดขืน และใช้อารมณ์จนเกิดการทะเลาะวิวาท ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งมาใช้อารมณ์กับตนเอง ต้องค่อยๆ พูดจา เกลี้ยกล่อม และให้เหตุผลในสิ่งง่ายๆ ฟังแล้วเข้าใจทันที ราวกับพูดคุยเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี การพูดจาแบบคนทั่วไปหรือพูดให้คิดได้แบบผู้ใหญ่ไม่อาจทำได้ สมองของลูกที่ถูกตามใจจนเสียคนไม่เคยฝึกฝนมาก่อน ไม่สามารถนึกและวิเคราะห์ความรู้สึกผิดชอบและดีชั่ว ต้องคอยบอกเหตุผลง่ายๆ ว่าสิ่งใดทำได้และทำไม่ได้ เป็นการควบคุมไม่ให้เกิดพฤติกรรมเชิงลบ หลังจากพ่อแม่และคนรอบข้างหยุดการส่งเสริมและช่วยเหลือในทางที่ผิด ขั้นตอนต่อไปคือการบำบัดจนเกิดพฤติกรรมเชิงบวก ฝึกหัดให้รู้จักหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง เช่น ล้างทำความสะอาดจานชามของตนเอง ไม่ปล่อยกองทิ้งไว้ให้ผู้อื่นมาทำหน้าที่แทน ถูพื้นและทำความสะอาดห้องของตนเอง หัดทำกับข้าวด้วยตนเอง การให้สิ่งของหรือเงินทองเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ช่วยพูดจาแนะนำสิ่งดีและแก้ปัญหาในเรื่องง่ายๆ โดยให้ทำด้วยตนเองทั้งหมด ไม่ต้องให้ใครช่วยทำแทน เป็นการฝึกฝนรู้จักช่วยเหลือตนเอง เสริมสร้างความมั่นใจตนเองจากการที่ทำอะไรไม่เป็นและขาดความเชื่อมั่น ไม่นานจิตใจจะเริ่มพัฒนาเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาจนานหลายปี ต่อไปคือลงทุนฝึกหัดอาชีพจนเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อนำไปประกอบอาชีพ (ควรเป็นวิชาชีพที่สินค้าและบริการเป็นที่นิยมของตลาด มีความต้องการสูง อาจมีคู่แข่งขันน้อยราย เป็นอาชีพมีความยั่งยืนในระยะยาว) ในระหว่างนั้นต้องคอยให้กำลังใจจนกว่าเรียนสำเร็จ (ลูกที่ถูกตามใจจนเสียคน หลายรายพูดภาษาเดียวกันคืออยากไปขับแท็กซี่ เป็นเพราะไม่มีความคิดอ่าน ไม่ทราบไปทำมาหากินอะไร การขับแท็กซี่ต้องอาศัยความอดทนสูงและรายได้น้อย ลูกที่ถูกตามใจไม่สามารถทำได้) หลังเรียนจบต้องฝึกให้รู้จักทำมาหากินเองในวิชาชีพที่เรียนจบ ถ้ามีความรู้เรื่องการค้าขายจะดีมาก การลงทุนต้องเป็นลักษณะให้กู้ยืมจากพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง (ไม่ควรเป็นการลงทุนที่ใช้เงินทองมากมาย) ในระยะแรกอาจประสบปัญหาเรื่องรายได้ มีลูกค้าน้อย ให้ช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนใหญ่ให้ช่วยเหลือตนเอง อาจแนะนำการค้าขายในเรื่องที่มีปัญหาและให้ลูกไปทำเอง เพียงเท่านี้ลูกที่ถูกตามใจจะประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้

วัยชรา ลูกที่ถูกตามใจมีสภาพคล้ายเฒ่าทารก พ่อแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว ญาติพี่น้องเป็นผู้เกื้อกูลและช่วยเหลือ ต้องอยู่สภาพตามลำพังเพราะผู้คนรอบข้างเบื่อหน่าย สร้างความเดือดร้อนกับตนเองและผู้อื่น ส่วนใหญ่ติดบุหรี่ เหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าไม่มีใครสนับสนุนเรื่องเงินทองจะมีสภาพแร้นแค้นและยากจน ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต้องอาศัยวัด โบสถ์ ศาลเจ้า ประทังชีวิตในแต่ละวัน การควบคุมพฤติกรรมเชิงลบและบำบัดจนเกิดพฤติกรรมเชิงบวกทำได้ยากมาก เนื่องจากถูกตามใจจนเสียคนมาตลอดชีวิต ถ้ามีสภาพร่างกายแข็งแรงพยายามหัดให้ช่วยเหลือตนเองมากที่สุด ค้าขายเล็กน้อยเพื่อมีรายได้มาจุนเจือบ้าง บางรายมีความเครียดสูงเพราะขาดที่พึ่งพาอาศัย ก้าวร้าว สติไม่สมบูรณ์ ต้องใช้นักจิตวิทยาและจิตแพทย์มาบำบัดอาการป่วย

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.