กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 26 บัวสี่เหล่า

บัวสี่เหล่า

ในทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงกล่าวถึงบัวสี่เหล่า คืออุปมาเปรียบบุคคลเหมือนดอกบัว 4 จำพวก ตามฐานะที่จะบรรลุนิพพานได้หรือไม่ได้ในชาตินั้น เมื่อแรกตรัสรู้ได้ทรงพิจารณาว่าพระธรรมที่บรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อนสุขม ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฎิบัติได้ แต่ต่อมาได้ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง เห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัวสี่เหล่าในน้ำที่ทรงเห็นในขณะนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมฝั่งน้ำ อธิบายบุคคล 4 จำพวกดังนี้

1.       อุคคฎิตัญญู พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลารวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที

2.       วิปจิตัญญู พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมและฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป

3.       เนยยะ พวกที่มีสติปัญญาน้อย เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมและฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง

4.       ปทปรมะ พวกที่ไร้สติปัญญาและยังเป็นมิจฉาทิฎฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธา ปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่ในโคลนตม ตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่พ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน

สามจำพวกแรกเรียกว่า เวไนยสัตว์ (ผู้แนะนำสั่งสอนได้) ส่วนพวกที่สี่เรียกว่า อเวไนยสัตว์ (ผู้ไม่อาจแนะนำสั่งสอนได้) (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557)

ในชีวิตประจำวัน ถ้าเปรียบเทียบบัวสี่เหล่ากับการศึกษาเล่นเรียน การมีคู่ครอง และการทำงาน อาจแบ่งออกเป็น 4 จำพวกเช่นเดียวกันคือ

พวกแรก เป็นคนดี มีศีลธรรม และสติปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถศึกษาเล่าเรียนได้เกรดดีเยี่ยม ไม่มีปัญหาเรื่องคู่ครอง ไม่มีเรื่องราวขึ้นเกิดขึ้นในครอบครัวจนเกิดการหย่าร้าง มีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา สามารถพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นตลอดเวลา เข้าถึงตัวปัญญาได้ง่าย ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของกิเลสได้ง่ายๆ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขทางจิตใจมากกว่าทางวัตถุ หากประกอบอาชีพส่วนตัวจะเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย สามารถเชื่อมโยงหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที มองเห็นภาพรวมทั้งหมด มีความคิด ตลอดจนวิสัยทัศน์

พวกที่สอง เป็นคนดีและศีลธรรมรองลงมาจากพวกแรก อาจมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด แต่เป็นคนยึดมั่นถือมั่นในบางสิ่งบางอย่างที่ตนเองเชื่อถือ จึงถูกครอบงำจากกิเลสแห่งความตัวตนบ้าง หากได้รับฟังธรรมเทศนาก็อาจพัฒนาจิตใจและอารมณ์ขึ้นสู่พวกแรก อาจประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน อาชีพส่วนตัว หรือชีวิตครอบครัวอย่างใดอย่างหนึ่ง มีความสุขสมหวังรองลงมา สามารถหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาในเรื่องที่ตนเองประสบความสำเร็จเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ตนเองล้มเหลวไม่สามารถจัดการได้ ต้องพึงพาความช่วยเหลือจากผู้อื่น

พวกที่สาม เป็นคนมีสติปัญญาและยึดมั่นถือมั่นปานกลาง การเป็นคนดีหรือไม่ดีได้ขึ้นกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาจเป็นพวกค่อนข้างเห็นแก่ตัวหรือขี้สงสาร มักตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากความโลภ ถ้าหมั่นทำบุญ ฟังธรรมเทศนาบ่อยๆ นานวันอาจพัฒนาจิตใจขึ้นสู่พวกที่สอง

พวกสุดท้าย เป็นพวกโง่ขลาทางพุทธศาสนา มีกิเลสและอัตตาแห่งตัวตนสูง คิดว่าตนเองมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดกว่าผู้อื่น ไม่นับถือศาสนาใด ไม่เชื่อในเรื่องเวรกรรม เป็นผู้มีความดื้อรั้น ไม่ฟังความผู้ใด ส่วนใหญ่เป็นคนไม่ดี คิดเอาเปรียบตลอดเวลา แสดงความคิดเห็นแบบคนเห็นแก่ตัว หาเหตุผลเข้าข้างตนเองตลอดเวลา เป็นผู้ไม่น่าคบค้าเป็นมิตรด้วย เป็นลูกจ้างก็คดโกงนายจ้าง หากเป็นนักธุรกิจมักเสนอผลประโยชน์กับผู้มีอำนาจ เป็นพวกชอบอามิสสินจ้าง ถ้ามีตำแหน่งใหญ่โตก็มาจากการเลียแข้งเลียขา ไม่ใช่ความสามารถส่วนตัว หาผลประโยชน์ให้กับนักการเมือง อาจเป็นพวกนักต้มตุ๋นหรือมิจฉาชีพ ไม่สามารถอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดีได้ จึงควรหลีกหนีห่างไกล

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.