กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 29 วิธีการสอนลูก

วิธีการสอนลูก

       เด็กทารกแรกเกิด เปรียบเสมือนผ้าขาว ใครต้องการแต่งแต้มอะไรลงบนผืนผ้าย่อมทำได้ทั้งนั้น คำพูดเหล่านี้เป็นเรื่องจริง พูดกันมาเนิ่นนาน บางคนกล่าวว่าใครมีนิสัยอย่างไร เป็นคนเช่นใด ขึ้นอยู่กับบุญทำกรรมแต่ง เป็นเรื่องเชื่อถือกันมา แต่สิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือวิธีการสอนลูก อบรมลูกอย่างไรให้เป็นคนดี เฉลียวฉลาด เชื่อมั่นในตนเอง เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ มีเหตุผล ไม่เอาแต่ใจตนเอง และมองโลกในแง่บวก

       เคยมีมนุษย์ที่เติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูของลิงในป่า ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนเรียนรู้ และสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมของสังคมมนุษย์ การพูดภาษาคนทำไม่ได้ สติปัญญาและไอคิวต่ำ พฤติกรรมคล้ายสัตว์ป่า ทำด้วยสัญชาตญาณของจิตใต้สำนึก ขาดเหตุผลหรือการไตร่ตรอง ผลักดันด้วยอารมณ์เป็นใหญ่ ดำรงชีวิตให้อยู่รอดในป่าเท่านั้น จึงพิสูจน์ขั้นต้นได้ว่าวิธีการอบรมและการสั่งสอนสำคัญมากในมนุษย์ เริ่มแรกตั้งแต่เป็นทารกเรื่อยมา ต้องการได้ลูกมีนิสัยอย่างไร เป็นคนดีหรือไม่ดี มีเหตุผลหรือใช้อารมณ์เป็นหลัก มีจิตใจเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับวิธีการสอนลูกทั้งสิ้น

        ในหนังสือเรื่อง ยอดคุณแม่แน่กว่าครู เขียนโดยคุณแม่ชาวจีนชื่อ หยิน เจียนลี (Yin Jianli) มียอดขายทั่วโลกสิบล้านเล่ม แปลเป็นภาษาต่างประเทศนับสิบภาษา รวมทั้งภาษาไทยแปลโดย รำพรรณ รักศรีอักษร ลูกสาวคนแต่งหนังสือเล่มนี้เป็นคนดี เฉลียวฉลาด คิดและตัดสินใจด้วยเหตุผล วุฒิภาวะสูง สามารถสอบข้ามชั้นเรียนได้ถึงสองครั้ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน คุณแม่ชาวจีนท่านนี้เคยเป็นครูสอนมาก่อน ภายหลังเป็นนักพัฒนาวัยเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ เป็นนักพูดและนักอบรมมีชื่อเสียงในประเทศจีน เธอมีหลักการวิธีการสอนลูกง่ายๆ คือ ไม่เตือน ไม่ห้ามปราม ไม่ดุด่า ไม่ห้ามปราบ และไม่เฆี่ยนตี ส่วนใหญ่พ่อแม่มักใช้อารมณ์บังคับลูกตลอดเวลา ไม่อดทน และไม่ทำความเข้าใจด้วยเหตุผล การแสดงพฤติกรรมเชิงลบดังกล่าว ส่งผลให้การพัฒนาการของเด็กหยุดยั้งลงหรือพัฒนาจิตใจเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ พ่อแม่อ้างว่าลูกยังเล็ก ไม่รู้เรื่องและไร้เดียงสา จึงต้องยัดเยียดความเห็นของตนเองลงในสมองลูก โดยอ้างถึงความรักลูก ผู้เขียนยกตัวอย่างมากมาย โดยเฉพาะปู่ที่มีลักษณะเผด็จการ สั่งสอนลูกสาวกลายเป็นคนเผด็จการเช่นเดียวกัน ลักษณะนิสัยเช่นนี้ได้ถ่ายทอดลงมาสู่หลานชายซึ่งเป็นลูกของลูกสาวอีกทอด หนึ่ง ความจริงเด็กเล็กมีความคิดอ่านตนเอง หากพ่อแม่ตั้งใจฟังลูก อดทนและอธิบายเหตุผลในสิ่งต่างๆ ลูกจะเข้าใจได้เอง ไม่ดื้อดึง เชื่อฟังอย่างง่ายดาย และภายหลังจะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป แต่บางครั้งลูกอาจยืนยันความคิดตนเอง และเชื่อว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อาทิ ชอบทำการบ้านและดูทีวีไปพร้อมกัน พ่อแม่อาจไม่ชอบใจ เกรงว่าลูกไม่มีสมาธิ อาจทำผิดและไม่ได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนทำการบ้าน สายตาจ้องบนจอโทรทัศน์เพราะติดรายการงอมแงม ลูกมักอ้างเหตุผลว่าทำไปพร้อมกันได้ พ่อแม่ต้องไม่ตักเตือนว่ากล่าว ปล่อยให้ลูกเรียนรู้ไปเอง ถ้าหากยืนยันได้ว่าสามารถทำการบ้านเสร็จทัน มีเวลาไปอ่านหนังสือบทเรียนก่อนเข้านอน หรือเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ลูกทำเช่นนี้บ่อยครั้ง พ่อแม่ได้แต่เฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ ต่อมาลูกอยากดูรายการทีวีให้สนุก จึงรีบทำการบ้านตั้งแต่พักกลางวันในโรงเรียนให้เสร็จเรียบร้อย หรือทำเพียงบางส่วนเพื่อมาทำต่อเล็กน้อยก่อนถึงเวลาชมรายการชื่นชอบ ลูกฝึกหัดตนเองให้รับผิดชอบและมีวินัยในการทำการบ้านไปโดยปริยาย หรือลูกชอบอ่านหนังสือเรียนไปพร้อมกับฟังเพลงใส่หูฟัง พ่อแม่อธิบายว่าการทำไปพร้อมกัน ลูกอาจไม่มีสมาธิในการทบทวนบทเรียน การพร่ำบ่นหรือสั่งสอนในเรื่องเดิม ทำให้ลูกเกิดความเบื่อหน่าย ดื้อดึง และไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เด็กอาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือมีความเชื่อมั่นว่าทำได้ ผลการเรียนไม่เสียหาย พ่อแม่ควรอดทนรอ ตั้งฟังลูกให้มากขึ้น ไม่บีบบังคับมากเกินไป ใช้เวลาเป็นเครื่องตัดสินเพื่อพิสูจน์ลูกว่าทำตามที่พูดได้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็สังเกตพฤติกรรมลูกไปด้วย ถ้าเด็กมีความรับผิดชอบ พบว่าลูกมีการปรับตัวในเรื่องการอ่านหนังสือ โดยเมื่อใกล้สอบลูกจะเลิกฟังเพลงหรือชมทีวีทันที ตั้งใจอ่านหนังสือมากขึ้น ปรากฏว่าผลการเรียนออกมาดี

ในหนังสือยังกล่าวถึงการอ่านหนังสือนอกเวลา เช่น นวนิยาย หนังสือความรู้ต่างๆ ที่ลูกชอบ ไม่ต้องเป็นห่วงหรือตักเตือนลูกในการอ่านหนังสือบทเรียนอยู่เสมอ บางครั้งเด็กต้องการผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนหนังสือ การบังคับลูกมากทำให้กลายเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ เกลียดการเรียนในชั้นเรียน ผลการเรียนตกต่ำ และสอบเข้าเรียนต่อไม่ได้ การอ่านหนังสือที่ลูกชอบ ช่วยให้เด็กรักการอ่าน สมองพัฒนาความคิดไปอย่างมากมาย มีความจำดี กลายเป็นคนเฉลียวฉลาด ไอคิวสูง ถึงแม้ว่าเป็นหนังสือประเภทนวนิยายก็ตาม ส่วนใหญ่พ่อแม่มองว่าเป็นหนังสือไร้สาระ ไม่มีประโยชน์อันใด เอาเวลาไปทบทวนบทเรียนดีกว่า การคิดเช่นนั้นเป็นสิ่งผิด เด็กต้องการเวลาผ่อนคลายบ้าง เมื่อถึงเวลาใกล้สอบ ลูกที่อ่านหนังสือนอกเวลาจะหันมาอ่านตำราเพื่อเตรียมสอบ พวกนี้มีสติปัญญาดีเลิศ สามารถอ่านหนังสือได้รวดเร็ว จำได้อย่างแม่นยำ และผลการเรียนดีมาก แต่ถ้าเป็นการอ่านการ์ตูน หนังสือภาพ และรับชมโทรทัศน์ไม่สามารถพัฒนาสมองให้มีสติปัญญาดีเลิศได้

ยอดคุณแม่หยิน เจียนลี (Yin Jianli) พูดถึงการลงโทษเด็กของครู โดยวิธีคัดลายมือในเรื่องทำผิดหลายสิบจบ ให้เป็นการบ้านมาส่งในวันรุ่งขึ้น ถือเป็นวิธีการไม่ถูกต้อง เด็กจะมีความรู้สึกเกลียดและเบื่อทำการบ้าน ส่งผลให้ไม่อยากเรียนหนังสือ ถ้าครูต้องการให้นักเรียนทำการบ้าน ฝึกฝนบทเรียน ต้องไม่ลงโทษโดยวิธีทำการบ้านมากมายซึ่งส่งผลเสียในภายหลัง

ผู้เขียนเคยเห็นครอบครัวคนจีน อาชีพค้าขาย สนับสนุนลูกตนเองได้รับการศึกษาเต็มที่ เรียนกวดวิชาตลอดเวลา ไม่ให้ทำอะไรทั้งสิ้น แม้แต่งานบ้านเล็กน้อย พ่อแม่ทำเองทั้งหมด ไม่มีทักษะการทำงานและความรู้ด้านอื่น ไม่มีสังคมกับเพื่อน ต้องอยู่กับบ้านอ่านหนังสือ กลายเป็นคนขี้อาย ไม่มีความมั่นใจตนเอง เดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบสายตาผู้คน อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ไม่มีความอดทน เพื่อนน้อย และมนุษยสัมพันธ์ไม่ดี ไม่ช่วยทำงานบ้าน เนื่องจากไม่เคยฝึกฝนตั้งแต่เด็ก อาจเป็นคนดี เรียนหนังสือเก่ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาที่พ่อแม่ต้องการ แต่มีปัญหาการปรับตัวเข้ากับสังคมรอบข้าง พูดน้อย ไม่กล้าแสดงออก เป็นคนเก็บกด ฟุ้งซ่าน อาจส่งผลไม่มีสมาธิการเรียนหนังสือ ผลการสอบไม่ดีและถูกรีไทร์ได้ ถ้าเรียนจบมักอยู่เป็นโสด ไม่กล้าจีบใครเป็นแฟน ถ้าทำงานเป็นคนไม่เก่ง เข้ากับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานไม่ได้ เมื่อมีปัญหามักใช้วิธีการลาออกจากงาน หรือเปลี่ยนบริษัทบ่อยครั้ง ในที่สุดต้องลาออกมาให้พ่อแม่เลี้ยงเหมือนเดิม หากโชคดีช่วงทำงาน มีเพื่อนคอยช่วยเหลือและเรียนรู้ทักษะด้านอื่นๆ นอกจากความรู้ในหน้าที่การงานหรือตำราเรียน อาจปรับตัวเข้ากับการทำงานได้ บุคลิกภาพในเชิงลบตั้งแต่เด็กจะหายไปเอง ถึงเวลานั้นต้องใช้เวลานับสิบปี

พ่อแม่มีอาชีพนายทหารชั้นสัญญาบัตร ตำแหน่งยศร้อยตรีขึ้นไป มักใช้ความเด็ดขาด เข้มงวดและวินัยทางทหารมาใช้กับครอบครัวและลูก โดยลืมนึกไปว่าครอบครัวไม่ใช่พลทหารในกองร้อยหรือกองพัน เมื่อลูกดื้อดึงไม่ยอมทำตามในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบและขัดความรู้สึกส่วนตัว ก็ดุด่าว่ากล่าว บีบบังคับต่างๆ นานา ต้องการให้อยู่ในคำสั่งและการบังคับบัญชา ในที่สุดด้วยความโกรธสุดขีด ต้องประการตัดความเป็นพ่อแม่กัน ลูกต้องระหกระเหินไปอยู่กับเพื่อน อาจไปก่ออาชญากรรมได้ หรือย้อนรอยกับมาสังหารพ่อแม่ตนเองเพื่อหวังมรดก ไม่เพียงพ่อแม่ที่อยู่ในอาชีพทหารเท่านั้น พ่อหรือแม่ที่บีบบังคับลูกมากเกินไป ใช้อารมณ์เป็นใหญ่เหนือเหตุผล ไม่มีวิธีการเลี้ยงลูกถูกต้อง มักสร้างปัญหาในระยะยาว ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความจริง กล่าวโทษเด็กว่าไม่ดีเอง ดื้อดึง สอนไม่รู้จักจำ ความขัดแย้งสูงในครอบครัว อาจนำไปสู่โศกนาฎกรรมเป็นข่าวใหญ่โตซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

      ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านต่อได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235
 





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.