กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 23 การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)

การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)

ผู้ ประกอบการคือบุคคลที่จัดตั้งธุรกิจใหม่โดยเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่ นอนทางธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรและความเติบโตมุ่งหาความต้องการของตลาดเพื่อ สนองความต้องการ ในทางเศรษฐศาสตร์ผู้ประกอบการคือ ผู้รวบรวมปัจจัยการผลิต ได่แก่ ที่ดิน แรงงาน และทุนมาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการอาจจะเป็นหน่วยงาน บริษัท ห้างร้านหรือเอกชนเพียงคนเดียวก็ได้ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องยอมรับความ เสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผลิตและบริหารจัดการในกระบวนการผลิต ผลตอบแทนที่ได้คือ กำไร หรือ ขาดทุน(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี วันที่ 22 ธันวาคม2556)

ความหมายของผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีความหมายกว้างขึ้นกว่าเดิม นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงจากยุคอุตสาหกรรม (Industrial age) เข้าสู่ยุคดิจิตอล (Digital age)มี เทคโนโลยีอินเทอร์เน้ตเข้ามาขับเคลื่อนทำให้ผู้ผลิตกับผู้บริโภคมาพบกันโดย ตรง ใกล้ชิดกันมากขึ้น การแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และเรื่องราวต่างๆ มีการติดต่อสื่อสารไหลลื่นไปสู่ทั่วโลก ไม่มีสิ่งใดมาปิดกั้น ไร้พรมแดน กระตุ้นให้โลกกาภิวัฒน์ (Globalization)สมบรูณ์มากยิ่งขึ้น เกมส์ธุรกิจและการตลาดจึงเปลี่ยนแปลงไป สินค้าอาจไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้ แต่อยู่ในรูปของดิจิตอล ต้นทุนการผลิตต่ำลงมาก ไม่ต้องผลิตสินค้าทีละชิ้นให้เกิดต้นทุนผันแปร (Variable costs) ไม่มีการวางแผนผลิตสินค้าให้พอดีกับความต้องการของลูกค้า ไม่มีเรื่องของการผลิตสินค้าจำนวนมากเพื่อลดต้นทุน (Economic of scale, Economic of scope)ไม่ ต้องอาศัยพื้นที่ (ที่ดิน) ในการวางและเก็บรักษาสินค้า ไม่มีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องจักรการผลิต ไม่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ไม่ต้องจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย การทำงานไม่ต้องใช้ออฟฟิศ อาจทำงานที่บ้าน คิดค่าจ้างตามความรับผิดชอบและจำนวนชิ้นของงาน สะดวกและประหยัดในการเดินทาง การติดต่อสื่อสารทำได้เพียงชั่วพริบตา (ไม่จำกัดในเรื่องของพื้นที่และเวลา)ยกเว้นธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัยทั้งห้า คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และรถยนต์ ตอบสนองความต้องการทางกายของมนุษย์ ยังเป็นธุรกิจในยุคอุตสาหกรรม เพียงแต่อาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน้ต ซอฟต์แวร์ (Sofeware) ฮาร์ดแวร์ (Hardward) และเครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วยบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการทำงานรวดเร็ว คล่องแคล่วมากขึ้น การแก้ไขปัญหาฉับไว และลดความเสียหายจากการทำงานในรูปแบบเดิมที่ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี

การเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนทางธุรกิจ ผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่ต้องมีวิธีการจัดการความเสี่ยง (Risk management) ตั้งแต่ ชนิดสินค้าและบริการเป็นที่นิยมของผู้บริโภค มองทิศทางตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคถูกต้องผู้จัดหาวัตถุดิบมีคุณภาพและจำนวน มากราย กระบวนการผลิตลดความสูญเสียน้อยที่สุด ค้นหาวิธีการผลิตที่ประหยัด สะดวกและรวดเร็ว ผลิตได้ปริมาณครั้งละมากกว่าวิธีการเดิม การเก็บสินค้าคงคลังเหลือน้อยที่สุด (ลดค่าใช้จ่ายโสหุ้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าบำรุงรักษาสินค้า มูลค่าการประกันภัยสินค้า จำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสินค้า มีพื้นที่เหลือให้ทำประโยชน์ใช้สอยอย่างอื่น)ช่องทางการจัดจำหน่ายมากพอ มีร้านค้าปลีกของตนเอง (อย่างน้อยต้องมีรายได้และผลกำไรเป็นเงินสดกลับคืนมาหล่อเลี้ยงธุรกิจได้) สินค้าควรมีการส่งออกและจำหน่ายในประเทศมูลค่าใกล้เคียงกัน มีการประกันอัตราแลกเปลี่ยนกรณีที่ค่าเงินผันผวนมาก(ค่าเงินมีความเสี่ยงสูง มาก) การลงทุนเพิ่มโดยมีสัดส่วนของหนี้ไม่มากกว่าทุนเจ้าของเดิม(อัตราส่วนทุนต่อ หนี้คือไม่เกินหนึ่งต่อหนึ่ง) การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ต้องมีประสิทธิภาพ เป้าหมายคือได้คนดีและคนเก่งมาร่วมงาน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นออกไป ทดแทนด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์กรณีไม่ใช้แรงงานคน ไม่ควรผลิตสินค้าไม่กี่ชนิดที่สร้างรายได้หลักกับธุรกิจ มีการพัฒนาสินค้าเดิมและสินค้าใหม่สม่ำเสมอเพื่อตอบสนองลูกค้าที่ความต้อง การอาจเปลี่ยนแปลง มีเงินสำรองใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน เมื่อธุรกิจประสบปัญหาด้านการเงินอย่างกะทันหัน การวางแผนธุรกิจที่ดีตามสภาพแวดล้อมการแข่งขัน(เช่น การวางแผนฉุกเฉิน กรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปรกติขึ้นตามปัจจัยทางกฎหมาย เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม การเมือง และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน หรือ การวางแผนระยะสั้นตามแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจของโลก ภูมิภาค ประเทศ และท้องถิ่น) ช่วยให้ธุรกิจมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนลดน้อยลง

การ เป็นผู้ประกอบการไม่ใช่เป็นกันได้ทุกคน ต้องสำรวจตนเองก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างน้อยเป็นผู้มีความผิดชอบในหน้าที่ ตนเอง มีวินัยสามารถเก็บเงินออมได้ เป็นผู้มีนิสัยประหยัด ใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นเท่านั้น มีความเป็นผู้นำ (Leadership)เพื่อจูงใจให้ลูกจ้างทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทิศทางเดียวกัน ชอบเรื่องการวางแผน (Planning)เมื่อต้องออกจากบ้านและทำกิจกรรมต่างๆ เป็นผู้รอบคอบ ชอบศึกษาเรียนรู้เพื่อให้เกิดความคิดใหม่ (New idea) และวิสัยทัศน์ (Vision) ขยันหมั่นเพียร อดทน ไม่ยอมพ่ายแพ้จนกว่าประสบผลสำเร็จ มองภาพรวมของปัญหาและวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ได้ดี มีความเชื่อมั่นตนเองสูง ไม่ฟังเสียงคนรอบข้างที่พูดบั่นทอนจิตใจ กล้าลงทุนในสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ในแนวทางธุรกิจ พร้อมที่จะเป็นหนี้สินจากการขยายตัวธุรกิจ ถ้าคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติเพียบพร้อมดังกล่าวข้างต้น การเป็นผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ผู้ ประกอบการหรือเถ้าแก่ ต้องมุ่งแสวงหาผลกำไรและความเติบโตทางธุรกิจ โดยผ่านความต้องการของผู้บริโภคและขนาดตลาดใหญ่เพียงพอในการเข้าไปดำเนิน ธุรกิจ ไม่เป็นตลาดอิ่มตัวและมีคู่แข่งขันรายใหญ่ ควรมองช่องว่างและโอกาสของธุรกิจ อาจเป็นตลาดที่พร้อมมีลูกค้าจำนวนมาก แต่มีคู่แข่งขันน้อยรายหรือไม่มีคู่แข่งขันเลย เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มุ่งแก้ไขปัญหาของผู้บริโภค หรือมุ่งหาวิธีการแก้ไขปัญหาลูกค้าอย่างง่ายๆ อาทิ ความกังวลของลูกค้าต่อผักตกค้างสารพิษ จึงมีวิธีการปลูกผักในมุ้งป้องกันแมลงต่างๆ มากัดกิน จุ่มอยู่ในน้ำผสมปุ๋ยที่ไร้ราก โดยไม่ใช้ดินให้สิ้นเปลืองเนื้อที่เพาะปลูก การบรรจุพริกป่น น้ำตาลและน้ำปลาใส่ซองเล็กๆ เพื่อสะดวกกับพ่อค้าแม่ขายตามร้านอาหาร ไม่ต้องคอยตักบรรจุใส่ถุงพลาสติกเล็ก เป็นต้น แต่ต้องคอยหมั่นสังเกตว่าธุรกิจที่ตนเองเข้าไปทำมีมูลค่าโดยรวมเท่าไหร่ ใครเป็นเจ้าตลาดอันดับหนึ่ง สอง สาม จะหาโอกาสแทรกเข้าไปได้อย่างไร สินค้าและบริการของเราแตกต่างจนเอาชนะรายอื่นได้หรือไม่ แนวโน้มการตลาดในอนาคตเติบโตได้อย่างไร เมื่อมองหาธุรกิจได้แล้ว ต้องใช้เวลาศึกษานานเท่าไหร่ในการเรียนรู้ให้ถ่องแท้ทุกอย่าง ความเชี่ยวชาญทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้จัดหาวัตถุดิบ การผลิตสินค้า ช่องทางการจำหน่ายสินค้า ลูกค้า คู่แข่งขัน ส่วนแบ่งการตลาด โอกาสการเจริญเติบโตและขยายธุรกิจ เมื่อทำธุรกิจไปได้สักระยะหนึ่งต้องหมั่นสังเกตและเรียนรู้การเปลี่ยนแปลง ที่อาจเกิดขึ้นได้ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สินค้าทดแทน คู่แข่งขันรายใหม่ พลังอำนาจการต่อรองของผู้จัดหาวัตถุดิบและลูกค้า รวมทั้งพฤติกรรมลูกค้าที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนทันทีทันใดเพื่อนำ ข้อมูลดังกล่าวมาปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตอบสนองกลุ่มลูกค้าเป้าหมายดี กว่าคู่แข่งขัน ตลอดจนกำหนดกลยุทธ์ใหม่ๆ มาแข่งขันในสภาพตลาดโดยรวม

สิ่ง ที่ต้องคำนึงถึงของการทำธุรกิจเริ่มแรกคือ มาตรฐานของสินค้าและบริการ เถ้าแก่บางรายต้องการผลิตน้ำส้มคั้นสดทุกขวด แต่พอทำการผลิตจริงต้องเผชิญกับปัญหารสชาติของน้ำส้ม สวนผลไม้แต่ละแห่งส่งจำนวนส้มมามีคุณภาพและรสชาติแตกต่างกัน ทำให้น้ำส้มทุกขวดมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน การทำธุรกิจไม่อาจดำเนินการ ลูกค้าชื่นชอบและพึงพอใจสินค้าที่มีมาตรฐานเหมือนกันทุกขวด พ่อค้าและแม่ค้ารับผลไม้มาจำหน่ายในตลาดก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีคุณภาพและรสชาติในแต่ละวันไม่เหมือนกัน อร่อยบ้างหรือไม่อร่อยบ้าง มาตรฐานสินค้าของร้านย่อมไม่มี ลูกค้าไม่กล้าซื้อจำนวนมากเพราะบางวันโชคไม่ดีอาจได้ผลไม้ไม่หวาน สดใหม่และอร่อย หากมีคู่แข่งขันรายใหม่ที่จำหน่ายผลไม้ชนิดเดียวกัน มีมาตรฐานสินค้าใกล้เคียงหรือเหมือนกันทุกวัน จำหน่ายผลไม้รสชาติอร่อยและราคาถูกกว่า ลูกค้าย่อมมาซื้อสินค้าคู่แข่งขันรายใหม่จนกลายเป็นลูกค้าประจำ การจำหน่ายบะหมี่สำเร็จรูปในถ้วยคัพ มีการบรรจุเครื่องเทศปรุงรสและรสชาติใส่ถุงพลาสติกเล็กๆ ในถ้วยคัพ เช่น บะหมี่ต้มยำกุ้ง มีการแยกซองใส่เครื่องเทศปรุงรส กุ้งแห้ง และน้ำพริกเผา มีโอกาสทำให้รสชาติแต่ละถ้วยคัพแตกต่างกันได้ เนื่องจากผู้บริโภคย่อมใส่เครื่องเทศปรุงรสมากน้อยต่างกัน ขณะที่อีกยี่ห้อหนึ่งเป็นบะหมี่ต้มยำกุ้งถ้วยคัพเช่นกัน มีการใส่เครื่องเทศปรุงรสและกุ้งแห้งลงไปในถ้วยคัพพร้อมกับบะหมี่ ส่วนน้ำพริกเผาแยกซองเท่านั้น ทำให้ทุกถ้วยคัพของบะหมี่มีรสชาติเหมือนกัน เป็นการทำให้เกิดมาตรฐานสินค้าเดียวกัน บริการเช่นเดียวกัน ต้องออกแบบให้มีมาตรฐานเดียวกัน ถ้าเริ่มจากขั้นตอนที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก ต้องไม่มีการข้ามขั้นตอนเด็ดขาด ต้องนำไปใช้ฝึกอบรมกับพนักงานทุกคน สินค้าและบริการที่มีมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์ต่อไป

ผู้ ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมในการผลิตสินค้าให้มีความแตกต่าง อาทิ โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ต้องไปเน้นการพัฒนาสินค้าแกนหลัก (Core product)โดยเกี่ยวข้องกับความสามารถหลัก(Core competencies)ของ องค์กรในการผลิตขึ้นมา เช่น บริษัทแอบเปิ้ล จำกัด ผลิตสินค้ารุ่นไอโฟน ไอแพค ขึ้นมาในแต่ละปีโดยการพัฒนาความรวดเร็วของหน่วยประมวลผลกลาง(Central Processing Unit: CPU)ให้ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ระบบการป้องกันเปิดเครื่องโดยใช้ลายนิ้วมือสัมผัส การพัฒนาระบบปฏิบัติการไอโอเอส การป้องกันไวรัสเข้าโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ การพัฒนาความละเอียดของภาพ (Pixel) ของกล้องมือถือ เป็นต้น

หาก ผู้ประกอบการอยู่ในอุตสาหกรรมที่ไม่มีความแตกต่างของสินค้า ต้องใช้บริการมาเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขัน อาทิ ธนาคาร สินค้าเป็นการรับฝากและถอนเงินในบัญชี การปล่อยสินเชื่อ ค่าธรรมเนียม การประกันภัย เงินฝากกองทุนประเภทต่างๆ จึงต้องใช้คุณภาพของบริการมาช่วยทำให้เกิดความแตกต่าง อำนวยความสะดวกและความรวดเร็วกับลูกค้า สร้างมาตรฐานบริการให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ

กรณีที่ผู้ประกอบการอยู่ในอุตสากรรมที่ไม่มีความแตกต่างของสินค้าและบริการ ต้องมีการใช้วิธีการส่งเสริมการตลาด (Promotion)มา ทำให้ธุรกิจมีความแตกต่าง โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการตลาดเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ลูกค้าอยู่กับเรานานที่ สุดหรืออยู่ไปตลอดกาล การส่งเสริมการตลาดต้องมีความหลากหลายและมูลค่าใกล้เคียงกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันให้มากที่สุด มีระบบการตรวจสอบการส่งเสริมการตลาดตลอดเวลา ส่งผลในการรักษาลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่หรือไม่ อาทิ โทรคมนาคมของบริษัทรายใหญ่คือ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด และบริษัททรูมูฟ จำกัด มีการจำหน่ายสินค้าโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตยี่ห้อต่างๆ บริการเกี่ยวกับระบบอินเตอร์เน้ทโทรศัพท์ไร้สาย และการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต มีสินค้าและบริการไม่แตกต่างกัน จึงต้องใช้การส่งเสริมการตลาดมาเป็นกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ

ในปัจจุบันการทำธุรกิจหลายประเภท มักเป็นในลักษณะซื้อมาขายไปหลายรายติดต่อแบบขายส่งในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ(B2B)บริษัท ติดต่อกับบริษัท หรือบริษัทติดต่อกับภาครัฐโดยตรง จึงมีการติดต่อในเรื่องอาจมีผลประโยชน์ต่อกัน การสร้างความสัมพันธ์รู้จักกัน มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ทำให้สินค้ามีการซื้อขายในราคาแพงกว่าปรกติ ถ้ามีการตรวจสอบพบต้องถูกลงโทษทั้งบริษัทเองและผู้ที่ลงนามในคำสั่งอนุมัติ โครงการและจ่ายเงินชำระสินค้า อีกทั้งการทำธุรกิจซื้อมาและขายไป มีคู่แข่งขันมาก ทำให้มีผลกำไรไม่มาก รวมทั้งอยู่ในเกมส์ธุรกิจของคนอื่น ไม่ได้อยู่ในเกมส์ของตนเอง ในระยะยาวจะส่งผลให้การทำธุรกิจไม่ค่อยเจริญเติบโตและเป็นไปด้วยความยาก ลำบากเมื่อประสบกับภาวะเศรษฐกิจวิกฤติหรือคู่แข่งขันมากก็ยิ่งมีผลกำไรน้อย ในที่สุดเกิดการขาดทุนต่อเนื่องตลอดเวลา ธุรกิจต้องปิดกิจการลง ดังนั้นธุรกิจซื้อมาขายไปจึงเป็นธุรกิจอยู่ไม่ได้นาน ผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่ต้องรีบสร้างธุรกิจตนเองขึ้นมาในรูปแบบที่ตนเอง สามารถกำหนดกฎเกณฑ์และเกมส์การแข่งขันได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าเป็นสินค้า บริการ และการส่งเสริมการตลาด

เมื่อ ได้ธุรกิจที่ตนเองสามารถควบคุมได้ทุกอย่างผู้ประกอบการเพียงคนเดียวมีความ รู้เชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น จำเป็นต้องหาผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทด้วยกันไม่เกินสามคน (ถ้ามากกว่านี้ย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกันมากจนนำไปสู่การขัดแย้ง ทะเลาะกันและถอนหุ้นคืน จำนวนสามคนยิ่งดีเพราะอาจมีการโหวตความเห็นเสียงข้างมากสองคนกับหนึ่งคนได้ ง่าย แต่ละคนต้องมีความรู้เชี่ยวชาญแตกต่างกัน ต้องไม่เหมือนกันหรือมีเงินลงทุนอย่างเดียว ก็ไม่สมควรเอามาเป็นหุ้นส่วน เนื่องจากมีโอกาสกล่าวหาว่าลงแต่เงินอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยคนอื่นดำเนินธุรกิจ มีโอกาสทะเลาะวิวาทกันได้) หรือเถ้าแก่คนแรก อาจใช้วิธีการระดมแหล่งเงินทุนที่รู้จักกัน เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท นักลงทุนทั่วไป โดยการนำรูปแบบธุรกิจของตนเองไปนำเสนอ ให้เป็นผู้ถือหุ้นส่วน ตั้งเป็นคณะกรรมการใหญ่เจ้าของเงินลงทุน ส่วนคณะกรรมการเล็กคือผู้ประกอบการ เจ้าของความคิดรูปแบบทางธุรกิจ มีอำนาจในการบริหารงาน ส่วนคณะผุ้บริหารงานอาจดึงจากองค์กรอื่นที่มีประสบการณ์สูง เช่น นักการเงิน นักการตลาด นักทรัพยากรมนุษย์ นักบริหารทั่วไป มีการแบ่งจำนวนหุ้นตามผลงานการบริหาร ส่วนผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่คือ หัวหน้าคณะผู้บริหารงาน(Chief of Executive Officer) ความสามารถเฉพาะด้านและประสบการณ์ของนักบริหารจะช่วยให้บริษัทเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.