กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 30 รูปแบบโมเดลธุรกิจ

รูปแบบโมเดลธุรกิจ (Business model)

 

หนังสือชื่อ Business Model Generation เขียนโดย Alexander Osterwalder และ Yves Pigneurตีพิมพ์ปี คศ.2010 ได้กล่าวถึงรูปแบบโมเดลธุรกิจ มีองค์ประกอบ 9 ส่วน (The 9 building blocks) ดังนี้

 

1.          กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย(Customer Segmentsหรือ CS) ผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่ผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการมากกว่าหรือเท่ากับหนึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอาทิ ตลาดมวลชน (Mass market) หมายถึงกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche market) หมายถึงตลาดย่อย ๆ มีขนาดเล็ก ที่มีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง   เหมือนกันภายในกลุ่มตลาดเฉพาะด้าน (Segmented market) หมายถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่เฉพาะแตกต่างจากตลาดทั่วไป มีขนาดใหญ่กว่าตลาดเฉพาะกลุ่มตลาดหลากหลาย (Diversified market) หมายถึงตลาดที่มีความต้องการที่หลากหลาย แตกต่างกันออกไป ตลาดหลายด้าน (Multi-sided Platform or Multi-sided markets) หมายถึงตลาดหรือลูกค้าตั้งแต่ 2 กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กัน แต่มีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น ธุรกิจนิตยสาร มีรายได้จากลูกค้า 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ซื้อโฆษณา และผู้ซื้อนิตยสาร หรือการทำนิตยสารแจกฟรี ลูกค้ากลุ่มหนึ่งไม่เสียเงินซื้อ ได้รับการแจกฟรี ส่วนลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้รับแบกค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยการซื้อโฆษณาลงในนิตยสาร

 

2.          คุณค่าที่ส่งมอบลูกค้า (Value Propositions หรือ VP) เป็นสิ่งที่แก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าและตอบสนองความต้องการลูกค้าจนรู้สึกพึงพอใจด้วยคุณค่าที่นำเสนอผ่านสินค้าและบริการ อาทิ สิ่งใหม่ ๆ (Newness) การทำงาน (Performance) รูปแบบเฉพาะตน (Customization) ทำสำเร็จ (Getting the Job Done) การออกแบบ (Design) ตราสินค้าและสถานภาพ (Brand/Status) ราคา (Price) การลดค่าใช้จ่าย (Cost Reduction) การลดความเสี่ยง (Risk Reduction) การเข้าถึงง่าย (Accessibility) ความสะดวก (Convenience/Usability)

 

3.          ช่องทางการจัดจำหน่าย (Channelsหรือ CH)คุณค่าที่นำเสนอถูกส่งผ่านไปถึงลูกค้าโดยช่องทางสื่อสาร(CommunicationChannels) ช่องทางการกระจาย (DistributionChannels) และช่องทางการขาย (SalesChannels)

 

4.          ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relations หรือ CR)ถูกสร้างและรักษาแต่ละกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยทั่วไปการสร้างความสัมพันธ์เป็นการนำไปสู่ การได้มาซึ่งลูกค้า (Customer Acquisition) การรักษาลูกค้า (Customer Retention) และการเพิ่มยอดขาย (Boosting Sales: Cross-selling & Up-selling)

 

5.          แหล่งที่มาของรายได้ (Revenue Streams หรือ RS)เป็นผลมาจากคุณค่าที่นำเสนอกับลูกค้าอย่างประสบความสำเร็จโดยทั่วไปที่มาของรายได้สามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบได้แก่ รายได้การดำเนินการ (Transaction Revenues) คือได้รายได้จากลูกค้าครั้งต่อครั้ง และรายได้ต่อเนื่อง เป็นการซื้อที่มีลักษณะเป็นกระบวนการ หรือการบริการหลังการขาย(Recurring Revenues) เช่นการใช้โทรศัพท์มือถือ ต้องจ่ายในลักษณะต่อเนื่องทุกเดือน หรือเติมเงินทุกครั้งที่จำนวนเงินค่าโทรหมดลงและต้องการใช้โทรออก

 

6.          ทรัพยากรหลักที่จำเป็น (Key Resources หรือ KR)เป็นสินทรัพย์ที่ต้องการเพื่อสร้างและส่งมอบคุณค่าที่นำเสนอกับลูกค้าสามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรอาทิ สินค้าประเภทกายภาพ (Physical) ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual) บุคคลกร (Human) การเงิน (Financial)

 

7.          กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ(Key Activitiesหรือ KA)เป็นการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ได้มาแหล่งที่มาของรายได้อาทิ การผลิต (Production) การแก้ปัญหา (Problem Solving) การสร้างรูปแบบหรือเครือข่าย (Platform/Network)

 

8.          หุ้นส่วนหลัก (Key Partnershipsหรือ KP) กิจกรรมบางอย่างได้มาจากการจัดจ้างคนนอก (Outsource)และการร่วมมือกับองค์กรภายนอก อาทิ พันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Alliances) พันธมิตรระหว่างคู่แข่ง (Coopetition) การร่วมค้าเชิงธุรกิจ (Joint Venture)เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้าอย่างสม่ำเสมอ (Buyer-supplier Relationships) การสร้างหุ้นส่วนหลักทำให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ ดังนี้การประหยัดจากขนาดการผลิต (Optimization and Economy of Scale) การลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน (Reduction of Risk and Uncertainty) การซื้อทรัพยากรหรือกิจกรรมเฉพาะ (Acquisition for Particular Resources and Activities)

 

9.          โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure หรือ CS) ส่วนประกอบของรูปแบบโมเดลธุรกิจ เป็นผลมาจากโครงสร้างต้นทุน โดยทั่วไปแนวคิดการบริหารต้นทุน มุ่งไปที่ต้นทุน (Cost-driven) ได้แก่รูปแบบของธุรกิจที่มุ่งเน้นในการลดต้นทุนในทุกด้าน เพื่อจำหน่ายสินค้าและบริการในราคาต่ำกว่าคู่แข่งขัน ลักษณะของต้นทุนมีสองประเภทได้แก่ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) และต้นทุนแปรผัน (Variable Costs) โดยมีการผลิตที่เน้นการประหยัดจากขนาดการผลิต (Economies of Scale) และการประหยัดจากขอบเขต (Economies of Scope)

 

ตัวอย่างรูปแบบโมเดลธุรกิจภาคเกษตรกรรม เช่น ฟาร์มเลี้ยงไข่ไก่ขนาดใหญ่ จำหน่ายไข่ขนาดต่างๆ ราคาเท่ากับท้องตลาด แต่มีการสร้างตราสินค้า (Brand)โดยยิงหมึกพิมพ์ที่ใช้กับอาหารได้ (Edible ink)ลงบนเปลือกไข่สดและฉลากสินค้าระบุยี่ห้อตราสินค้า วันที่หมดอายุ และรหัสเลขที่ของฟาร์มผลิต เป็นระบบการตรวจสอบย้อนกลับ(Traceability system) หากมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร(Food safty) ก็สามารถทราบว่าเกิดที่ฟาร์มไหน ทำให้ควบคุมและป้องกันโรคระบาดสัตว์ได้ทันท่วงที ไม่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และสร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคว่าฟาร์มมีระบบการควบคุมที่ดี ไม่นำเชื่อเสียงของบริษัทไปทำความเสียหายกับผู้บริโภคสินค้าของบริษัทได้แก่ ไข่ไก่สด ไข่ไก่โอเมก้าพลัสไข่ขาวเหลวพาสเจอร์ไรซ์ ไข่แดงเหลวพาสเจอร์ไรซ์ ไข่ขาวรวมพาสเจอร์ไรซ์ ไข่ต้มสมุนไพร ไข่พะโล้  เต้าหู้ไข่ ลูกชิ้นเนื้อไก่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีก ขายตรงให้กับโรงแรม ภัตตาคาร ร้านเบเกอรี่ และร้านทำขนม อาจเปิดร้านเกี่ยวกับนำวัตถุดิบไข่ไก่มาใช้ เช่น ข้าวไข่เจียว ไข่พะโล้ ก๋วยจั๊บ ผัดไทย เป็นต้น

 

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (CS) คือกลุ่มลูกค้าทั่วไปในท้องตลาด ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์อาหาร ลูกค้าประเภทโรงแรม ภัตตาคาร ร้านเบเกอรี่ และร้านทำขนม

 

คุณค่าที่ส่งมอบลูกค้า (VP) เป็นแหล่งโปรตีนและคุณค่าทางอาหาร ความปลอดภัยทางอาหาร ไว้วางใจและเชื่อถือได้ ผ่านการสร้างตราสินค้า

 

ช่องทางการจัดจำหน่าย (CH) ผ่านทางร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านทำอาหารหลายสาขา โรงงานผลิตเค้กและทำขนม

 

ความสัมพันธ์กับลูกค้า (CR) ผ่านกิจกรรมทางตลาด เช่น ออกบูธ การจำหน่ายโดยพนักงานขาย การโฆษณาในสื่อต่างๆ จัดงานสัมนา จัดนิทรรศการ สอนวิธีการทำอาหารและขนมที่มาจากไข่ในเชิงให้ความรู้กับผู้บริโภคทั่วไป การบริโภคไข่แดงมีปัญหาเรื่องคลอเรสเตอรอลหรือไม่บริโภคได้มากน้อยเท่าไหร่ สินค้าตนเองแตกต่างจากคู่แข่งขันอย่างไร

 

แหล่งที่มาของรายได้ (RS)คือการจำหน่ายไข่สด ผลิตภัณฑ์จากไข่ที่เพิ่มมูลค่าแม่ไก่ปลดระวางนำเนื้อมาทำเป็นลูกชิ้นไก่

 

ทรัพยากรหลักที่จำเป็น (KR) คือสินทรัพย์ที่จับต้องได้ทางกายภาพ ได้แก่ แม่พันธุ์ไก่ไข่ โรงเรือนกรงตับ ที่ดิน โรงงานอาหารสัตว์ โรงงานผลิตภัณฑ์จากไข่ โรงงานมูลค่าเพิ่มจากไข่

 

กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ(KA) ได้แก่ การเก็บไข่สดจากกรงตับ การผลิตสินค้าจากผลิตภัณฑ์ไข่ การผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม

 

หุ้นส่วนหลัก (KP) อาจดำเนินการร่วมค้าเชิงธุรกิจ (Joint Venture) กับนักลงทุนที่เชี่ยวชาญการทำอาหาร เบเกอรี่ ขนมไทย ลูกชิ้นไก่ ในการตั้งโรงงานมูลค่าเพิ่มเพื่อจำหน่ายในประเทศ ผ่านร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านจำหน่ายเบเกอรี่และขนมไทย ร้านไอศกรีมไข่กระทะ หรือร้านอาหารประเภททำจากไข่ ผลิตภัณฑ์ไข่ และ/หรือร่วมมือกับนักลงทุนต่างประเทศในจัดตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์จากไข่ ส่งออกไข่เหลวพาสเจอร์ไรซ์ไปต่างประเทศ

 

โครงสร้างต้นทุน (CS) เน้นการเพิ่มขยายสาขาร้านจำหน่ายเบเกอรี่และขนมไทย ร้านไอศกรีมไข่กระทะ หรือร้านอาหารประเภททำจากไข่ ผลิตภัณฑ์ไข่ทำให้ต้องไปขยายฟาร์มไข่ไก่เพิ่มขึ้น เป็นการลดต้นทุนการผลิต

 

ข้อดีคือ เป็นรูปแบบโมเดลธุรกิจที่เพิ่มมูลค่ากับธุรกิจการเกษตร(Value-added agriculture)

 

ข้อเสียคือ การทำฟาร์มไก่ไข่มีบริษัทขนาดใหญ่ กลาง และเล็กจำนวนมากในท้องตลาด ต้นทุนวัตถุดิบอาหารเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ขณะที่ภาครัฐพยายามเข้ามาควบคุมราคาไข่ไก่ การแข่งขันสูงมาก รายใหญ่ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดเกือบหมด การจำหน่ายในรูปไข่ไก่สด (Commodity) อาจประสบปัญหาขาดทุนได้ เนื่องจากเป็นตลาดมวลชน (Mass market) จึงควรสร้างมูลค่าเพิ่มหรือมีนวัตกรรมให้กลายเป็นสินค้ามีตรา(Brand products) ในตลาดเฉพาะด้าน (Segmented market)และตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche market)

 

ตัวอย่างรูปแบบโมเดลธุรกิจการสื่อชนิดใหม่ (New media)เช่น ยูทูป เว็บบล็อก เฟสบุ๊ค ไลน์ เป็นต้น เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมาก เป็นการสื่อสารชนิดสองทาง (Two-way communication) โดยผู้ส่งสารหรือข้อมูล (Sender)ผ่านช่องทางการสื่อสาร (Communication channel)ทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตไปยังผู้รับปลายทาง (Receiver)ซึ่งจะพิจารณาข้อมูลก่อนโต้ตอบกลับคืนไป อาจเป็นรูปแบบแชท ส่งข้อมูลทางอีเมล การรับและตอบข้อความในเว็บบล็อก เปิดบริการคนทั่วไปใช้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ต้องการให้คนทั่วโลกเข้ามาใช้งานจำนวนมาก เพื่อการโฆษณาทางตรง(Internet direct marketing)และเก็บค่าบริการจากบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่นำมาลงในเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น

 

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (CS)คือลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาเป็นสมาชิกหรือเยี่ยมชม(Users) เป็นเจ้าของเนื้อหา (Content owner) และเจ้าของสินค้าลงในโฆษณาสื่อชนิดใหม่

 

คุณค่าที่ส่งมอบลูกค้า (VP) คือเนื้อหา (Content)ในสื่อชนิดใหม่

 

ช่องทางการจัดจำหน่าย (CH)ผ่านเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น

 

ความสัมพันธ์กับลูกค้า (CR)คือความพึงพอใจผ่านกิจกรรมต่างๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกกับผู้เข้ามาใช้งานจนเกิดความภักดี (Loyalty)

 

แหล่งที่มาของรายได้ (RS) คือรายได้จากการโฆษณาและจำนวนผู้เข้ามาใช้งานฟรี (ยิ่งจำนวนคนมาก รายได้จากการโฆษณายิ่งเพิ่มขึ้น)

 

ทรัพยากรหลักที่จำเป็น (KR)คือจำนวนเนื้อหาที่ลงในแพลตฟอร์ม (Platform) ของเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น ผู้พัฒนาเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น(Website and application developer)

 

กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ(KA) ผ่านการจัดการแพลตฟอร์ม (Platformmanagement)กิจกรรมต่างๆ และเทคโนโลยีสร้างสรรค์(Creativethinking) ขึ้นมาตลอดเวลาการจัดการงานบริการโฆษณา (Advertising management services)

 

หุ้นส่วนหลัก (KP)คือผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่

 

โครงสร้างต้นทุน (CS)คือต้นทุนแพลตฟอร์ม (Platformcost) และต้นทุนพัฒนาเทคโนโลยีสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่

 

ข้อดีคือ เป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้ามาทำธุรกิจได้ง่าย เพียงอาศัยความคิดสร้างสรรค์และแตกต่างจากคู่แข่งขัน

 

ข้อเสียคือในระยะแรกต้องมีนักลงทุน (Angel investor) มาร่วมหุ้นด้วยเมื่อธุรกิจเจริญเติบโตขึ้นต้องใช้เงินลงทุนสูงตามจำนวนผู้เข้ามาใช้งานในแพลตฟอร์ม

 

ตัวอย่างรูปแบบโมเดลธุรกิจการสร้างแอปเปิ้ลสโตร์(Apple store)ของบริษัทแอปเปิ้ล เพื่อจำหน่ายแอพพลิเคชั่น หนังสืออีบุ๊ค เพลง ภาพยนตร์ในระบบดิจิตอล โดยการเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 30 ของการขายสินค้าแต่ละชนิด ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทไอพอด ไอโฟนไอแพด และแมคบุ๊ค ของบริษัทตนเอง เกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนวัตกรรมครั้งยิ่งใหญ่ พฤติกรรมวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป เกิดความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าประเภทบันเทิงและความรู้โดยการซื้อผ่านแอปเปิ้ลสโตร์ด้วยบัตรเครดิต ขอเพียงมีชื่อผู้ใช้ (User name) และรหัสผ่าน(Password) เท่านั้น

 

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (CS)คือลูกค้าที่นิยมซื้อสินค้าในรูปดิจิตอล สาวกของบริษัทแอปเปิ้ล ส่วนหุ้นส่วนการค้าหรือเจ้าของสินค้า ได้แก่ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software) เจ้าของลิขสิทธิ์และร้านจำหน่ายหนังสืออีบุ๊ค เพลง ภาพยนตร์ในระบบดิจิตอล

 

คุณค่าที่ส่งมอบลูกค้า (VP)ผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอส(ios) มีความปลอดภัยสูงสุด ไม่สามารถเจาะเข้าไปขโมยเอาข้อมูลบัตรเครดิตได้ ถ้าไม่ทราบชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ระบบดังกล่าวสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทแอปเปิ้ล

 

ช่องทางการจัดจำหน่าย (CH) ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทไอพอด ไอโฟน ไอแพด และแมคบุ๊ค

 

ความสัมพันธ์กับลูกค้า (CR) คือความไว้วางใจในแอปเปิ้ลสโตร์ และความพึงพอใจจากความสะดวกสบายในการค้นหาและซื้อสินค้ามากมายในรูปดิจิตอล

 

แหล่งที่มาของรายได้ (RS)ได้แก่ ค่าธรรมเนียมร้อยละ 30 ของการขายสินค้าแต่ละชนิดในแอปเปิ้ลสโตร์

 

ทรัพยากรหลักที่จำเป็น (KR) คือแพลตฟอร์มในแอปเปิ้ลสโตร์ และระบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอส (ios) ไปยังระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ของธนาคารแต่ละแห่งที่ทำธุรกิจการเงินร่วมกับบริษัทแอปเปิ้ล

 

กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ(KA)ผ่านการจัดการแพลตฟอร์ม (Platform management) การรักษาและพัฒนาระบบปฏิบัติการไอโอเอส (ios)

 

หุ้นส่วนหลัก (KP)คือผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่

 

โครงสร้างต้นทุน (CS) คือต้นทุนการจัดการแพลตฟอร์ม (Platform management)การรักษาและพัฒนาระบบปฏิบัติการไอโอเอส (ios)

 

ข้อดีคือ เป็นเทคโนโลยีใหม่ ปลุกกระแสร้านค้าปลีกบนออนไลน์ผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอส (ios) ในระยะแรกไม่มีคู่แข่งขัน ทำให้ธุรกิจมีผลกำไรงดงาม

 

ข้อเสียคือ แอปเปิ้ลสโตร์มีช่องทางจำกัด อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทไอพอด ไอโฟน ไอแพด และแมคบุ๊คของบริษัทแอปเปิ้ลเท่านั้น ดังนั้นยอดจำหน่ายสินค้าในรูปดิจิตอลขึ้นอยู่กับการจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875





No comments yet

Sorry, the comment form is closed at this time.