กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for September, 2013

ดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059: ตอนที่ 12 แขกพิเศษ (6)

ทีมงานด็อกเตอร์เฮนรี่ควบคุมตัวพวกเราไปอีกฟากหนึ่งของถ้ำ ได้ยินเสียงน้ำตกไหลเอื่อยๆ มาทางด้านในสุดของถ้ำ มีทางแคบๆ ของซอกถ้ำพอรอดเข้าไป เป็นเส้นทางเดียวกับที่ผม ผู้ป่วยอิงอร ด็อกเตอร์ปาร์ค มิสเตอร์ไมค์ กับน้าชม เคยหนีมนุษย์ค้างค้าวยักษ์ลงไปในสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ลึกเข้าไปในสุด

บริเวณด้านนอกซอกถ้ำเป็นลานโล่งเตียง ตั้งเป็นกระโจมแค้มป์ ผ้าเต้นท์ถูกกางเรียงรายนับสิบกระโจม นายบิลลี่หยิบกระเป๋าอุปกรณ์ทางการแพทย์ออกมา ล้วงหลอดฉีดยาพร้อมเข็มขึ้นมา  ข้างในบรรจุของเหลวใสชนิดหนึ่ง ตรงเข้าฉีดต้นแขนผู้ป่วยอิงอร นายแจ๊คโดยนางสาวแวววดีกับนาย กฤษดา สองพี่น้องล็อคแขนสองข้างไขว้ด้านหลังตามลำดับ

สักครู่เดียวมนุษย์กึ่งเสือโคร่ง เด็กหนุ่มผมทองมีอาการอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง ทรุดฮวบลงบนพื้นถ้ำ ยัยอุ๊ดกับยัยเนตรส่งเสียงร้องลั่น เด็กสาวเข้าประคองตัวผู้ป่วยอิงอรลุกขึ้นมา ส่วนนายอรรถกรพยุงหิ้วปีกนายแจ๊ค ยาที่ฉีดเข้าไปต้องออกฤทธิ์ทำลายแหล่งผลิตพลังงานใต้ผิวหนังของมนุษย์ ประหลาดทั้งสองคน

มิสซิสหวังและมิสยูโก๊ะมองด้วยสายตาเฉยชา ราวกับผู้ป่วยอิงอร นายแจ๊ค เป็นสัตว์ทดลอง

ในห้องปฎิบัติการ

“บิลลี่ดีมาก…มนุษย์กึ่งสัตว์ประหลาดกับมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมกลายเป็นคนอ่อนเปลี้ยเพลียแรง” ด็อกเตอร์เฮนรี่หัวเราะลั่น

“พวกแกฉีดยาอะไรให้กับยัยอรและนายแจ๊ค” ยัยอุ๊ดหน้าบึ้งตึง ท่าทางโกรธจัด

“โอแม่หนู…เธออย่าเพิ่งโกรธไป เพื่อนทั้งสองไม่เป็นอะไรมากหรอก เราไม่ต้องการให้ใครมาขัดขวางการทดลองขั้นสุดท้าย”

ด็อกเตอร์เคราแพะพูดจาชอบกล เขาต้องการทำสิ่งใดกันแน่ ลูกชายนายอัครเดช อัครมหาเศรษฐีเกี่ยวข้องกับการทดลองโครงการวิจัยดีเอ็นเอข้ามสายพันธุ์หรือไม่ บุรุษผู้ร่ำรวยติดอันดับของไทยและโลกคือคนให้คำตอบ

“เต้นท์อยู่ข้างหน้าเธอ ถ้าต้องการช่วยเหลือเพื่อนสองคน ได้โปรดพาเข้าไปพักผ่อนด้านใน เรามีฟูกหนาชั้นดีอยู่ในกระโจม…” ด็อกเตอร์เฮนรี่ร้องบอก ผายมือเชื้อเชิญ

ยัยอุ๊ดกับยัยเนตรจำใจพาผู้ป่วยอิอรเข้าไปนอนในเต้นท์หนึ่งที่ใกล้สุด นายอรรถกรพยุงตัวนายแจ๊คเข้าไปนอนเต้นท์ถัดไป ทั้งคู่เริ่มหน้าซีด อ่อนระโหยโรยแรง ยาฉีดของนายบิลลี่ออกฤทธิ์เต็มที่

ด็อกเตอร์เฮนรี่เหลียวมองผม พร้อมกล่าวว่า “คุณยังมีเวลาตัดสินใจใหม่ ตามคำเชื้อเชิญของนายผม ด็อกเตอร์ธนา…”

“ผมไม่อาจร่วมโครงการของคุณได้ ผมปฏิเสธมาตั้งนานแล้ว” ผมย้ำอีกครั้ง

สีหน้าหัวหน้าโครงการเรียบเฉย แต่แววตาเย็นชา ไม่พอใจอย่างมาก

“ถ้าอย่างงั้น ผมไม่เสียเวลากับคุณอีก ผมเสียดายความรู้คุณจัง” เขาทิ้งท้ายเป็นปริศนา ก่อนพาทีมงานและเหล่ามนุษย์ค้างคาวยักษ์เดินจากไป มุ่งสู่ด้านหน้าของปากถ้ำ

ผมเปิดกระโจมเต้นท์ของผู้ป่วยอิงอร ยัยอุ๊ดกับยัยเนตรช่วยกันพัดวีให้เธอหายใจสะดวก ภายในมีเนื้อที่กว้างขวางหลายสิบตารางเมตร ฟูกนอนเรียงรายนับสิบเตียง ตะเกียงไฮโดรเจนแขวนอยู่กลางกระโจม แสงสว่างและความอบอุ่นกระจายไปทั่วภายในเต้นท์ ผู้ป่วยอิงอรนอนหายใจรวยริน คล้ายสูญสิ้นพลังงานไปเกือบหมดสิ้น หน้าซีดขาว ปากคอสั่น ไม่แตกต่างจากอาการป่วยมะเร็งในระยะสุดท้ายก่อนเข้าสู่โคม่าหมดสติ

“อาจารย์คะ…อรเป็นอะไรไปก็ไม่รู้ อ่อนเพลียแทบหมดแรง ดูสิจะพูดออกมาแต่ละคำก็ยังทำไม่ได้” ยัยอุ๊ดกล่าวอย่างห่วงใย สภาพของผู้ป่วยอิงอรนอนเหยียดยาวบนเตียงนอน ตาปรือสลึมสลือ ยัยเนตรดูแลใกล้ชิดข้างเตียง

“เธอถูกยาสลายพลังงานในกล้ามเนื้อ นายแจ๊คคงมีสภาพไม่แตกต่างกัน”

“เราทำอย่างไรกันดีคะ…” ยัยเนตรร้องตกใจที่จู่ๆ เห็นเพื่อนป่วยกะทันหัน

“ฤทธิ์ยาหมดเมื่อไหร่ ยัยอรก็หายเมื่อนั้น อาจนานเป็นสัปดาห์หรือเดือนไม่มีใครล่วงรู้ได้” ผมรู้ดีว่ายาชนิดนี้พัฒนามาจากการล่าสัตว์ป่าในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะการล้มช้างป่าดุร้าย ขนาดใหญ่ที่สุด

“หมายความว่าอย่างไงครับอาจารย์” นายอรรถกรสอบถาม ขณะเลิกกระโจมต้นท์เเข้ามา

“ยาสลายพลังงานออกฤทธิ์ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับชนิดของยีนสัตว์ประเภทนั้น ถ้าเป็นยีนข้ามสายพันธุ์อาจใช้เวลาอย่างเร็วหนึ่งสัปดาห์ อย่างช้าน่าจะไม่เกินหนึ่งเดือน ส่วนมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรม อาจารย์ไม่มีข้อมูลการวิจัย” ผมตอบตามหลักวิชาการ

“อรรถ…นายแจ๊คอาการเป็นไรมากมั้ย” ยัยอุ๊ดแสดงความเป็นห่วง

“เขาอ่อนเพลียมาก ตอนนี้หลับไปแล้ว” นายอรรถกรเป็นผู้พาหัวหน้าเด็กหนุ่มผมทองไปนอนในเต้นท์ถัดไป

ผมเหลียวกลับมาดูผู้ป่วยอิงอร ร่างกายอ่อนระโหยหลับตาพริ้ม เธอคงนอนหลับไปเพราะฤทธิ์ยาสลบ เค้าหน้างดงามยังปรากฏอยู่ในสายตา แม้ในยามนอนหลับใหลไม่ได้สติสัมปชัญญะ เมื่อตื่นขึ้นมา สภาพร่างกายอาจได้รับการพักผ่อนตลอดทั้งคืน แต่ยาสลายพลังงานต้องออกฤทธิ์ไปอีกนาน เธอกับนายแจ๊คต้องกลับมาเป็นผู้ป่วยอีกครั้ง จนกว่าฤทธิ์ยาเสื่อมสลายไปจากร่างกายเอง หรือได้รับยาฉีดต่อต้านยาสลายพลังงานเพื่อหักล้างประสิทธิภาพของยา

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ครับ http://writer.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=571307

 

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 14 ธรรมชาติของมนุษย์

ธรรมชาติของมนุษย์

มนุษย์ ประกอบด้วยร่างกาย จิตใจ ความคิด ความรู้สึก และวิญญาณ การสื่อสารเข้ามาให้เกิดความสุขหรือทุกข์ต้องผ่านประตูทั้งหกคือ หู ตา จมูก กาย ใจ และสัมผัส สิ่งเร้าภายนอกทั้งรูป รส กลิ่น เสียง เล้าโลมเป็นตัวกระตุ้นเร่งเร้าปฎิกริยาทางเคมีของระบบประสาท หากมีความรุนแรงและความถี่ของสิ่งเร้าสูง บวกกับจริตของแต่ละคน การขาดสติยับยั้งจิตใจ ย่อมส่งผลให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ ความสุขหรือทุกข์จึงอยู่แค่ปลายเอื้อม ขึ้นอยู่กับการลิขิตชีวิตตนเอง ธรรมชาติของมนุษย์มักไหลลงสู่ที่ต่ำกว่าเสมอ เนื่องจากมีพลังทางเพศคอยผลักดัน ระดับฮอร์โมนปกติในทุกส่วนของร่างกายทำงานสอดคล้องกัน เมื่ออยู่เฉยๆ จะรู้สึกงีบเหงา เบื่อหน่าย อยากมีกิจกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการที่ติดอยู่กับความรู้สึกส่วนลึกของตน เอง ธรรมชาติมนุษย์จึงไม่อยู่นิ่ง สอดส่ายไปมา และเก็บบันทึกสิ่งไม่ดีไว้ในจิตใต้สำนึกอยู่เสมอ

เรารู้สึกยินดี พอใจ ปลาบปลื้มและมีความสุข เมื่อพบเจอสิ่งดีงามในชีวิต อาทิได้ยินเสียงไพเราะเสนาะหู (เกิดอาชีพนักร้อง นักดนตรี) พูดเก่ง (นักพูด นักบรรยาย ครู อาจารย์ ผู้ฝึกอบรม) มองเห็นภาพสวยงามจากธรรมชาติ (เกิดอาชีพมัคคุเทศน์พาคนไปท่องเที่ยว อาชีพจำหน่ายสินค้าของคนพื้นเมือง อาชีพขับรถรับและส่งนักท่องเที่ยว อาชีพการโรงแรม อาชีพพนักงานต้อนรับและกัปตันบนเครื่องบิน) ศิลปะต่างๆ (เกิดอาชีพจิตรกรรม หัตกรรม ช่างแกะสลัก และช่างปั้นรูป) ชอบมองคนรูปหล่อและสาวสวย (เกิดอาชีพดารานักแสดง นายแบบ นางแบบ ดีไซน์เนอร์ออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง และการประกวดบนเวทีต่างๆ) อาคารตึกรามสวยงาม (เกิดอาชีพสถาปัตยกรรม มัณฑนากรตกแต่งภายใน วิศวกรก่อสร้าง ไฟฟ้า โฟร์แมน และกรรมกรผู้ใช้แรงงาน) หลงใหลกลิ่นหอมรันจวนใจ (เกิดอาชีพปลูกดอกไม้กลิ่นหอมและสวยงาม อาชีพร้อยดอกมะลิ อาชีพจัดพวงรีดตามงานศพและแต่งงาน อาชีพผลิตและจำหน่ายน้ำหอม) ชอบรูปร่างสวยงามหุ่นดี (เกิดอาชีพเพาะกาย ลดน้ำหนัก ยิมออกกำลังกาย) ความสะดวกสบายกาย (เกิดอาชีพผลิตรถยนต์ รถไฟ เรือเครื่องบิน โทรศัพท์ สร้างถนน สะพาน ปั่นกระแสไฟฟ้า ผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ แบตเตอรี่ พลังงานนิวเคลีย) จิตใจสบาย ไม่เกิดความเครียด (เกิดอาชีพผลิตการละเล่น ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เกมส์เล่นต่างๆ ทางทีวีและคอมพิวเตอร์ การแสดงโชว์และมายากล) สัมผัสเอร็ดอร่อย สบายตัว นุ่มนวล (เกิดอาชีพทำอาหาร ขนมหวาน ไอศกรีม ของขบเคี้ยว การนวดแผนโบราณ สปา โสเภณี)

เรารู้สึกไม่ยินดี ไม่พอใจ ไม่ปลาบปลื้มและเป็นทุกข์ เมื่อพบเจอสิ่งหดหู่ เลวร้ายหรือเป็นภัยกับชีวิต อาทิ ได้ยินเสียงคนกล่าวร้าย ด่าทอ และทะเลาะวิวาท ไม่ว่าเสียงนั้นเกิดขึ้นกับตนเองหรือผู้อื่น (ไม่เกิดอาชีพรับจ้างด่าคน ชวนทะเลาะวิวาท) ไม่ชอบคนพูดมาก ขี้บ่น ไร้สาระ (ไม่เกิดอาชีพคนจู้จี้ คนว่ากล่าวตักเตือน) เมินคนรูปไม่หล่อและสวยงาม (ต้องหาสิ่งอื่นมาทดแทน เช่น พูดจาไพเราะ นิสัยดี อ่อนน้อมถ่อมตน) สิ่งน่าเกลียดน่ากลัว อยากหนีห่างไกล (เกิดอาชีพคนทำและจำหน่ายโลงศพ สัปเหร่อ คนดูแลป่าช้าและศาลเจ้า) รังเกียจกลิ่นฉุน เหม็น เน่าเสีย (เกิดอาชีพคนเก็บขยะ คนเก็บของเก่า คนดูดส้วม) ไม่ชอบรสขม เปรี้ยว เค็ม และหวานจัด (เกิดอาชีพทำสมุนไพรอัดเม็ดและแคปซูล การถนอมอาหาร เช่น ผักดอง หน่อไม้ดอง แช่อิ่ม) ร่างกายเจ็บป่วย อัมพฤกษ์ อัมพาต พิการ (เกิดอาชีพแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักโภชนา) จิตป่วน ความเครียดสูง คุ้มคลั่ง เป็นบ้า (เกิดอาชีพจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์) สัมผัสรุนแรง ทำร้ายร่างกาย และทำให้ถึงแก่ชีวิต (เกิดอาชีพตำรวจและทหาร นอกเหนือจากแก็งทวงเงิน รีดไถ่ อันธพาล มือปืนฆ่าคน โจรแบ่งแยกดินแดน)

ธรรมชาติของมนุษย์จึงไม่พ้นจากความรู้สึกและอารมณ์ที่ผูกมัดตนเองให้เกิด ความสุขและทุกข์อยู่ร่ำไป ยิ่งมีอาชีพเกี่ยวกับความรู้สึกไม่ยินดี ไม่พอใจ ไม่ปลาบปลื้ม และเป็นทุกข์ ยิ่งทำให้เกิดความทุกข์ทวีคูณ บวกกับการเก็บบันทึกความทรงจำในสิ่งเลวร้าย อาฆาตแค้น ประสบการณ์ไม่ดีในจิตใต้สำนึก ส่งผลให้เกิดการปรุงแต่งขึ้นมาหลอกหลอนซ้ำเติมนับไม่ถ้วน ความทุกข์จึงทับถมกลายเป็นคนไม่รู้จักปล่อยวาง มีความโลภ ความโกรธ และความหลงเป็นเจ้าเรือนในจิตใจ

สิ่งที่ทดสอบธรรมชาติของมนุษย์ได้เป็นอย่างดีคือ การใช้วิถีชีวิตประจำวัน ไม่ว่าในบ้าน สถานที่ทำงาน บนท้องถนน การพบปะผู้คน เพื่อนร่วมงาน เรามักรับรู้สิ่งเร้ามากระตุ้นผ่านหู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจ เข้าไปในปฎิกริยาทางเคมีของระบบประสาท เกิดความคิดและสร้างความรู้สึกในมุมมองของตนเอง ถ้าเป็นสิ่งดีที่ประทับใจก็ฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ หากเป็นเรื่องราวประสบการณ์ไม่ดีและเลวร้ายก็จะถูกบันทึกอัตโนมัติลงในจิต ใต้สำนึก กลายเป็นเรื่องอยากลืมแต่กลับจำ พระพุทธเจ้าจึงทรงเทศนาไว้ว่าคนเราเกิดมาเพื่อความทุกข์ ดังนั้นตลอดชีวิตของพระองค์ได้สั่งสอนเรื่องอริยสัจสี่คือ ทุกข์ สาเหตุของทุกข์ (สมุทัย) การดับทุกข์ (นิโรธ) และวิธีการพ้นทุกข์ (มรรค) เป็นแก่นคำสอนในพุทธศาสนา

มนุษย์มีธรรมชาติแตกต่างจากสัตว์โดยสิ้นเชิง มนุษย์มีสติสัมปชัญญะ (การระลึกรู้ การรู้ตัว) สมาธิ (การจดจ่อ) และปัญญา (ความรู้ทั่ว ทั้งเหตุผล บาปบุญคุณโทษ ควรทำและละเว้นในสิ่งใด) แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าและพระอรหัตน์มีเพิ่มเติมคือ ความรู้แจ้งเห็นจริง ดับกองกิเลสจนหมดสิ้น ไม่มีความทุกข์อีกต่อไป (นิพพาน) คนปกติทั่วไปจึงปฏิเสธเรื่องอริยสัจสี่ มองเห็นว่าเป็นเรื่องยาก เข้าไม่ถึง บางคนกลับสรุปว่าเป็นเรื่องของนักบวช พระภิกษุ แม่ชี เณร และการฝืนธรรมชาติของมนุษย์เป็นสิ่งผิดปกติ แต่กลับปล่อยให้กิเลสในจิตใจเป็นสิ่งชักนำไปสู่หนทางแห่งความทุกข์ ความเดือดเนื้อร้อนใจ ไฟลนเผาไหม้จิตวิญญาณ มีสภาพไม่แตกต่างไปจากสัตว์คือ หิวก็กิน อิ่มจึงพักผ่อน เกิดอารมณ์เพศก็หาทางผสมพันธุ์หรือมีคู่ครอง โกรธใช้กำลังต่อสู้เพื่อเอาชนะ พ่ายแพ้ก็หลีกเลี่ยงหลบหนี เรียนรู้เอาตัวรอดไปวันๆ และตักตวงผลประโยชน์ด้วยความเห็นแก่ตัว กลายเป็นคนเห็นกงจักรเป็นดอกบัว หรือสภาพที่กบถูกต้มในน้ำหม้อดิน กว่าจะรู้สึกตัวว่าน้ำร้อนก็เดือดจนสุก กระโดดหนีออกมาไม่ทันเพราะเคยชินกับน้ำเย็นที่ค่อยๆ ร้อนขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว มนุษย์ผู้หลงผิดก็เช่นเดียวกัน กว่าระลึกรู้ก็สายเกินไป เมื่อความตายได้ย่างกายเข้ามาใกล้แล้ว

การมองโลกแบบคนทั่วไปและใช้เหตุผลตามจริตตนเอง ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติของมนุษย์ได้ เช่น คนโลภมากอยากมีตำแหน่งและเงินทอง มีวิธีคิดว่าคนอื่นก็ทำกันทั้งนั้น ไม่เห็นมีใครโดนจับได้ ถ้ามีการเข้มงวดมากขึ้นต้องเปลี่ยนเป็นวิธีทุจริตซับซ้อนหลายขั้นตอน ไม่ให้เหลือเป็นหลักฐานถูกจับฟ้องร้องได้ ใช้วิธีหาเงินให้นักการเมืองในทางที่ผิด นับตั้งแต่รีดไถ่พ่อค้า ประชาชน และคอรัปชั่น หรือแม้แต่การฮั้วประมูลของโครงการสัปทานต่างๆ ของภาครัฐ เมื่อมีการแจ้งโทษเอาผิดตามกฏหมายเพราะสินค้าและบริการสูงกว่าราคาจริงมาก ศาลย่อมพิพากษาเอาผิดจำคุกได้ กลายเป็นความผิดที่สังคมรุมประนามและตราหน้าว่าคดโกงประเทศชาติ ถึงแม้หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศก็ไม่มีความสุข ต้องคอยหลบซ่อนการตามล่าตัวมาลงโทษ

ความโกรธเห็นได้ชัดเจนคือ การขับรถไปตามท้องถนนที่ฝนตก รถติด หรือการแย่งกันไปก่อน การขับปาดหน้าไปตามช่องว่างระหว่างรถ และการทำผิดกฎจราจรด้วยความเห็นแก่ตัว คนพวกนี้มักมองว่า ถ้าไม่รีบไปรถจะติดนาน เสียเวลาเปล่าๆ คนโง่เท่านั้นที่รอคอย เมื่อทำบ่อยครั้งจนเป็นนิสัยก็ถูกตำรวจจราจรจับปรับ ถูกบีบแตรไล่จากรถคันอื่น รถชนกันได้ หรือเกิดการชกต่อย ทำร้ายร่างกาย และฆ่ากันตาย มีให้เห็นเป็นข่าวประจำในหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์

ความหลงเกิดกับคนเจ้าชู้ได้ง่าย ยิ่งคนมีอำนาจบารมี ตำแหน่ง เงินทอง และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก นิยมมีภรรยาน้อย อายุคราวรุ่นลูกหลาน หรือแต่งงานใหม่กับดารา เป็นที่โจษจันไปทั่วประเทศ ไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ผู้ชายใช้เหตุผลส่วนตัวว่า เป็นผู้ชายมีพลังทางเพศสูง ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายมาสนองตัณหาของตนเอง ในเมื่อสามารถเลี้ยงดูและให้ความสุขกับฝ่ายหญิงได้ ผู้หญิงยุคใหม่ก็รักความสบาย ไม่ต้องการทำงาน มีเงินทองมากมายจากผู้ชายหยิบยื่นให้ กลายเป็นเรื่องบารมีที่ต้องคุ้มครอง ใครๆ ก็มีกันทั้งนั้น ภรรยาหลวงเมื่อรู้ข่าวก็ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ หย่าขาดจากกัน ถ้าลูกยังเล็กหรือเป็นวัยรุ่น อาจรู้สึกว่าถูกพ่อทอดทิ้ง กลายเป็นปัญหาสังคมและเวรกรรมที่ต้องขออโหสิกรรม นอกจากนั้นผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปากทั้งชีวิตจริงและโลกสังคมออนไลน์

การเอาชนะธรรมชาติของมนุษย์ต้องอาศัยจิตใจพัฒนาขั้นสูง การปล่อยวางตัวตน การเลิกยึดมั่นอย่างแรงกล้าที่ฝังลึกเข้าไปในจริตคน (ราคะจริต โทสะจริต โมหะจริต วิตกจริต ศรัทธาจริต และพุทธิจริต) ความเห็นถูกตามทัศนคติตนเอง การลดละเลิกความเห็นแก่ตัว ความมีอคติ ความเมตตาสงสารในทางที่ถูกต้อง และฝึกฝนการมองโลกในแง่บวก โดยอาศัยเครื่องมือเรียกว่า ปัญญาตัดให้ขาด สมาธิพิจารณาแน่วแน่ และมีสติสัมปชัญญะเมื่อรู้ว่าได้ทำผิดพลาดไป

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235

ดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059: ตอนที่ 12 แขกพิเศษ (5)

ภายในรถตู้พวงนอนสีขาว เตียงนอนสองฝั่งถูกปรับให้กลายเป็นห้องรับแขกชั่วคราว ฟูมนอนพับเก็บเป็นเก้าอี้นั่งพิงหลัง นายอัครเดช อัครมหาเศรษฐีนั่งอยู่บนฟูมหนังคล้ายโซฟา เมื่อเห็นหน้าผม เขาลุกขึ้นยืนต้อนรับ เป็นการให้เกียรติ์นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาสเต็มเซลล์

นายครับผมพาด็อกเตอร์ธนา วายุภัทร์มาให้ตามที่ต้องการครับด็อกเตอร์เฮนรี่เอ่ยกับชายวัยกลางคน ใบหน้าอิ่มเอิบ และร่างอ้วนท้วม

ยินดีรู้จักครับ ผมชื่ออัครเดช ประธานมูลนิธิคีมทองเขายื่นมือมาสัมผัสกับมือผม เขย่าตามแบบสากล

สวัสดีครับผมได้ยินชื่อเสียงท่านมานานผมกล่าวทักทายตามมารยาท

คุณรู้จักผมได้ยังไงนายอัครเดชทำสีหน้าแปลกใจ ก่อนผายมือให้ผมกับด็อกเตอร์เฮนรี่นั่งลงบนฟูมโซฟาฝั่งตรงข้าม

ใครๆ ก็รู้จักท่านในฐานะผู้บริจาครายใหญ่ให้กับสถาบันการแพทย์เทิดไทน้ำเสียงผมห้วนเล็กน้อย

อ้อ! จริงสินะ คุณเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน ผมไม่ได้ตั้งใจย้ายคุณมาอยู่โรงพยาบาลประจำจังหวัดกาญจนบุรี เพียงแต่ต้องการผู้เชี่ยวชาญอย่างคุณมาช่วยด็อกเตอร์เฮนรี่เพิ่มขึ้นอัครมหาเศรษฐีสารภาพ

ผมไม่ต้องการร่วมทีมงานกับโครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอข้ามสายพันธุ์…” ผมตอบปฏิเสธทันที ก่อนหน้านั้นผมทราบจุดประสงค์ที่ถูกย้ายมาอยู่จังหวัดกาญจนบุรี ไม่ใช่ร่วมทีมในโครงการที่ขัดต่อมนุษยธรรมเท่านั้น ด็อกเตอร์เฮนรี่และทีมงานยังต้องการแผนที่ดีเอนเอในมนุษย์จากการค้นพบของ ศาสตราจารย์อดอลฟ์ นอร์มันดี

คุณมีเหตุผลอะไร? ในการไม่เข้าร่วมโครงการเจ้าของมูลนิธิคีมทองคาดคั้น

โครงการดีเอ็นเอไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน ปิดบังซ่อนเร้น และเป็นภัยต่อมวลมนุษย์ ท่านทราบไหมว่ามนุษย์กึ่งค้างคาวข้างนอกน่ากลัวมาก เขาอาจเป็นต้นแบบมนุษย์กลายพันธุ์ในวันข้างหน้า การทดลองโครงการของท่านมันผิดธรรมชาติผมพูดตามตรง

นายอัครเดชหันมามองด็อกเตอร์เฮนรี่เพื่อให้เป็นผู้ตอบแทน

โอด็อกเตอร์ธนา คุณมองโลกในแง่ร้ายเกินไป คุณลืมไปแล้วหรือว่าการแพทย์สมัยนี้ไม่อาจช่วยชีวิตมนุษย์ข้างนอกได้ ถ้าไม่ผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์ ป่านนี้ตายไปแล้วพวกเขาเป็นมนุษย์แข็งแรง มีความสามารถพิเศษหลายอย่าง การเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เขาไม่สามารถสืบพันธุ์เช่นมนุษย์ทั่วไปได้หัวหน้าโครงการอธิบายยืดยาว

ถ้าอย่างงั้นคุณต้องการอะไรกันแน่…” ผมหันมาถามด็อกเตอร์เคราแพะที่นั่งอยู่ด้านข้าง

เราต้องการให้ชีวิตมนุษย์ยืนยาว เอาชนะโรคภัยไข้เจ็บได้ และเป้าหมายสูงสุดคือชีวิตเป็นอมตะ ถ้าคุณนำแผนที่ดีเอ็นเอในมนุษย์มาให้เรา ผมกล้ารับรองว่าทุกคนมีชีวิตอยู่ตลอดไป ไม่มีวันตาย ฮ่ะฮ่ะๆๆเขาหัวเราะชอบใจหลังพูดจบ

ค้างคาวยักษ์ด้านนอก มีสภาพไม่แตกต่างจากมนุษย์กลายพันธุ์ ควบคุมสติและอารมณ์ดุร้ายไม่ได้ มีประโยชน์อะไรในการมีชีวิตอยู่ในสภาพสัตว์ป่า เขาอาจทำร้ายคนปรกติเหมือนกับการต่อสู้ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา…” ผมไม่เห็นด้วยกับด็อกเตอร์เฮนรี่

การต่อสู้กันระหว่างมนุษย์กึ่งสัตว์ประหลาดหรือมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมช่วยให้เราทราบว่ายีนของใครเหนือกว่า พันธุกรรมที่แข็งแรงจะได้รับการปรับแต่งในมนุษย์รุ่นต่อไปด็อกเตอร์เฮนรี่พูดหน้าตาเฉย เขาเห็นมนุษย์ทั่วไปเป็นสัตว์ทดลองไปหมด

ผมเห็นด้วยกับด็อกเตอร์เฮ็นรี่ ในวันข้างหน้าโรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย วิทยาศาสตร์การแพทย์ต้องได้รับการพัฒนาขึ้น มนุษย์ต้องมีชีวิตยืนยาวกว่านี้ทันทีกล่าวจบ นายอัครเดชมีแววตาเศร้าโศก น้ำตาเริ่มคลอเบ้าตา

เจ้านายไม่ต้องเสียใจ…ผมพยายามสุดชีวิตให้โครงการท่านสำเร็จแน่นอน หัวหน้าโครงการปลอบใจ

ผมขอสารภาพกับคุณหมอธนา ลูกชายคนเดียวของผมป่วยเป็นโรคประหลาด การแพทย์ยุคใหม่ไม่อาจเยียวยาเขาให้หายได้น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้มชายวัยกลางคน ผู้ร่ำรวยมหาศาลติดอันดับต้นของโลก

ผมตกตะลึงกับคำกล่าวของนายอัครเดช ไม่น่าเชื่อว่าการป่วยของลูกชายคนเดียวของเขาเป็นสาเหตุของเกิดโครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอข้ามสายพันธุ์

ลูกชายผมกำลังจะตาย เขาป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรม ผมทุ่มเงินทองมากมายไปกับโครงการวิจัยดีเอ็นเอ ขอร้องให้ด็อกเตอร์เฮนรี่และทีมงานเข้ามาช่วยเหลือ…” เสียงนั้นยังสั่นเครือ

แต่โครงการของท่านอาจส่งผลให้มนุษย์ปรกติสูญพันธุ์ กลับไปเป็นโลกล้านปีที่ผ่านมา เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดดุร้ายผมไม่เห็นด้วย

ผมมีลูกชายโทนเพียงคนเดียว เขาต้องหายป่วยถ้าคุณเป็นผมจะทำอย่างไร?” อัครมหาเศรษฐีย้อนถาม

คนมีพลังอำนาจทางการเงินทำสีหน้าเศร้าสร้อย ผมไม่อาจให้ความรู้สึกส่วนตัว ความสงสารบุคคลใดมาทำลายล้างพันธุกรรมดั้งเดิมของมนุษย์

ศาสตราจารย์อด็อฟ ท่านไม่สนับสนุนการนำยีนสัตว์มาผสมกับมนุษย์แน่นอนผมกล้ายืนยัน อาจารย์เริ่มทดลองหาวิธีถอดรหัสดีเอ็นเอกับนายนิธิ เด็กหนุ่มที่มียีนหมีควายดำในร่างกาย

ยีนมนุษย์อ่อนแอ แม้ว่าดัดแปลงพันธุกรรมอย่างไง ก็ไม่สามารถสู้ยีนมนุษย์กึ่งสัตว์ได้ ด็อกเตอร์ธนาคุณก็เห็นแล้วด็อกเตอร์เฮนรี่พูดแทรกขึ้น เขาหมายถึงนายแจ๊ค หัวหน้าเด็กกลุ่มทองที่พ่ายแพ้ต่อมนุษย์ค้างคาวยักษ์นั่นเอง

ผมเห็นด้วยกับการศึกษาพันธุกรรมในมนุษย์เท่านั้น การดัดแปลงยีนบางตัวอาจช่วยรักษาโรคทางพันธุกรรมของลูกชายท่านได้ผมพยายามโน้มน้าวใจนายอัครเดช

เป็นไปไม่ได้ เราใช้เวลาเนิ่นนานเกินไป ลูกชายของนายอาจเสียชีวิตลงได้ โครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอข้ามสายพันธุ์กำลังดำเนินมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ด็อกเตอร์เฮนรี่พูดแย้งขึ้น ผมไม่ทราบว่านักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกจะทำการทดลองอะไรต่อไป

ท่านหยุดโครงการนี่เถอะครับ มันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับมนุษยชาติ ลูกชายของท่านอาจกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ ไม่อาจจดจำแม้แต่ท่านได้…” เสียงผมอ้อนวอน

ด็อกเตอร์ธนาแกหยุดพร่ำได้แล้วด็อกเตอร์เคราแพะตวาดด้วยความโกรธ

คุณหมอทั้งสอง ผมตัดสินใจเดินหน้าโครงการวิจัยนี้ ถ้ามีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น ผมขอรับผิดชอบเองนั่นเป็นเสียงเด็ดขาดของเจ้าของโครงการ

ผมไม่มีสิ่งใดพูดต่อไป ความรักลูกของนายอัครเดชจะนำสิ่งเลวร้ายมาสู่มนุษย์ทุกคนบนโลกซึ่งผ่านการคัดเลือกพันธุ์โดยธรรมชาติมานานตั้งแต่โลกล้านปี

ด็อกเตอร์เฮนรี่นำตัวผมลงจากรถตู้พวงนอน กลับไปรวมกลุ่มกับนายแจ๊ค ผู้ป่วยอิง ยัยอุ๊ด ยัยเนตร และนายอรรถกรบริเวณหน้าถ้ำ มนุษย์ค้างคาวยักษ์คุมเชิงขณะที่พวกเราถูกต้อนเข้าไปควบคุมตัวในถ้ำ ราวกับเชลยศึกในสงครามยุคก่อน

ภายในอุโมงค์ถ้ำใหญ่ เดินลึกเข้าไปหลายร้อยเมตร สภาพเดิมไม่แตกต่างไปมากนัก เพดานถ้ำค่อยๆ สูงและขยายใหญ่กว้างขึ้น ตอนกลางถ้ำเป็นบริเวณลานกว้าง ล้อมรอบด้วยโขดหินเช่นเดิม ผมนึกถึงคราวต้องนอนบนพื้นถ้ำ ถูกไอ้เส็งและลูกน้องโจรป่าห้าร้อยจับตัวเรียกค่าไถ่

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=571307