กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for October, 2013

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 19 การตลาดแนวขวาง (Lateral marketing)

การตลาดแนวขวาง (Lateral marketing)

       ปัจจุบันเราพบว่าการตลาดแนวดิ่งแบบดั้งเดิม (Traditional vertical marketing) มีความอิ่มตัวจากการแบ่งตลาดออกเป็นส่วนๆ (Market segmentation) และสร้างแบรนด์ สินค้าและบริการหลายชนิดล้มเหลว ไม่ได้รับความนิยมและสร้างผลกำไร เนื่องจากตลาดคือเซ็ตของคนและสถานการณ์ในช่วงเวลาหนึ่งที่สินค้าเข้าไปสนองความต้องการได้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือมากกว่า การแบ่งส่วนตลาดมากๆ ทำให้ตลาดถูกแยกเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งไปลดโอกาสในการก้าวไปสู่ความสำเร็จของสินค้า การตลาดที่มั่นคงเป็นสิ่งดี แต่ในขณะเดียวกันก็ปิดกั้นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมใหม่เช่นเดียวกันจึงมีการคิดค้นหาตลาดแนวใหม่ขึ้นมา เป็นแนวคิดเพื่อสร้างนวัตกรรม มีลูกค้าและรายได้เพิ่มขึ้น เรียกว่าการตลาดแนวขวาง (Lateral marketing)

         เราสามารถแยกย่อยตลาดออกเป็นกลุ่ม และกลุ่มย่อยๆ ของสินค้า (Segment and niche market) ตามการตลาดแนวดิ่งแบบดั้งเดิมซึ่งไม่สามารถใช้ได้ผลในยุคการตลาดในปัจจุบันคือ                    1.            ความต้องการ (Need) การแบ่งสินค้าย่อยๆ ลงไปตามความต้องการเฉพาะของลูกค้ามากเกินไป ส่งผลให้สินค้าและบริการไม่มีกำไร ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เนื่องจากตลาดมีขนาดเล็ก

         2.            คน (People) แบ่งตามอายุ เพศ เชื้อชาติ รายได้ รสนิยม และการตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวัน จึงมีการผลิตสินค้าและบริการออกมามากมาย ตลาดอิ่มตัว และไม่ได้สร้างความแตกต่าง

         3.            สถานการณ์ (Situation) มองหาโอกาสเพื่อตอบสนองลูกค้า ถ้าสินค้าและบริการเสื่อมความนิยม หรือมีคู่แข่งขันเข้ามาเลียนแบบมากขึ้น ผลกำไรย่อมลดลง

         สถานการณ์ความเป็นจริงในปัจจุบัน สรุปได้ดังนี้

         1.            การกระจายสินค้าและบริการ ส่วนใหญ่อยู่ในเครือบริษัทยักษ์ใหญ่และบรรษัทข้ามชาติ มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าเป็นของตนเอง และเป็นผู้ตัดสินใจว่าผู้ผลิตสินค้ารายใด สามารถเข้ามาจัดจำหน่ายสินค้าและบริการได้

         2.            มีการสร้างแบรนด์สินค้าจำนวนมาก ในขณะที่มีผู้ผลิตน้อยราย ทำให้คู่แข่งขันเข้ามาโจมตีได้ยาก

         3.            วงจรอายุสินค้า (Product life cycles) สั้นลงเรื่อยๆ คู่แข่งขันมีการผลิตสินค้าเพื่อสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นอย่างรวดเร็ว และปรับปรุงสินค้าแบรนด์เดิมบ่อยๆ

         4.            การซื้อสินค้าใหม่มีราคาถูกกว่าการซ่อมแซมสินค้าเดิม และลูกค้ายอมรับไม่ใช้สินค้าเดิมเหล่านั้น เป็นตัวกระตุ้นให้มีผู้ผลิตสินค้าใหม่ออกมา

         5.            เทคโนโลยี่ดิจิตอลเป็นตัวทำให้เกิดธุรกิจสินค้าและบริการใหม่ รวมทั้งระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ระบบการค้นหาตำแหน่ง (Global Positioning System) คอมพิวเตอร์ (Computer) และสินค้าอุปโภค (Consumer products)

         6.            การจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าและลิขสิทธิ์ (Trademark and patent registrations) เพิ่มขึ้น

         7.            จำนวนสินค้าหลากหลายเพิ่มขึ้นมหาศาล

         8.            การอิ่มตัวของการโฆษณามีมากขึ้น สื่อโฆษณาที่แตกออกเป็นส่วนๆ อาทิ เว็บไซด์ บล็อก แม็กกาซีน ยูทูบ เฟสบุ๊ค ไม่สามารถสื่อสารสินค้าที่ยุ่งยากซับซ้อนไปถึงลูกค้าได้

         9.            การเข้าไปอยู่ในช่องว่างจิตใจของลูกค้าทำได้ยาก ลูกค้ากลายเป็นผู้เลือกสินค้า ละเลิกการโฆษณาสินค้าในเชิงพาณิชย์ ความใหม่/ความแปลก/ความมีประสบการณ์/นวัตกรรมของสินค้าเท่านั้นที่สามารถครอบครองจิตใจลูกค้าได้

         เมื่อเร็วๆ นี้เกิดปรากฎการณ์ทางด้านกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่าง (different creative process) อาทิ แท่งเมล็ดธัญพืช (Cereal bars) ที่ทำเป็นสเน็ค (snack) สำหรับรับประทานตอนเช้าตรู่แทนที่การดื่มนม ร้านค้าจำหน่ายสินค้าบริโภคและอุปโภคในปั้มน้ำมัน พิซซ่าและโยเกิรต์แช่เย็นสำหรับผู้หญิงที่ไม่ค่อยมีเวลา สินค้าที่ได้รับความสำเร็จเหล่านี้เป็นที่มาของการตลาดแนวขวาง ข้อเปรียบเทียบระหว่างการตลาดแนวขวางกับการตลาดแนวดิ่ง ตามตารางด้านล่าง

         ตารางเปรียบเทียบระหว่างการตลาดแนวขวางกับการตลาดแนวดิ่ง

การตลาดแนวขวาง การตลาดแนวดิ่ง
  1. 1.       เหมาะสำหรับการตลาดอิ่มตัว มีการเจริญเติบโตน้อยมากหรือไม่เจริญเติบโต
1.  เหมาะสำหรับการตลาดที่เพิ่งเกิดใหม่ ในระยะแรกของการพัฒนาสินค้าและบริการ
  1. 2.       เป็นการสร้างตลาดหรือตลาดย่อยขึ้นมาใหม่ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่สินค้าในปัจจุบันก้าวไปไม่ถึง และค้นหาวิธีใช้สินค้าในรูปแบบใหม่
2.  เป็นการพัฒนาตลาดเพื่อให้มีขนาดใหญ่โตขึ้น ด้วยการสร้างความหลากหลาย และการเปลี่ยนลูกค้าให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำ
  1. 3.       มีความเสี่ยงมากกว่าตามหลักปรัชญาการตลาด แต่ให้ผลตอบแทนมากกว่า
3.  มีความเสี่ยงน้อยกว่าตามหลักปรัชญาการตลาด แต่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า
  1. 4.       ช่วงที่ต้องการเพิ่มยอดขายสินค้า
4.  ช่วงที่ต้องการรักษาระดับการขยายตัวของยอดขายสินค้า แม้ว่าตลาดจะขยายตัวหรือไม่ก็ตาม
  1. 5.       โจมตีตลาดด้วยกลยุทธ์การแข่งขันทั่วไป เป็นการโจมตีจากภายนอกพื้นที่ของคู่แข่งขัน
5.  ปกป้องตลาดด้วยการแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ ผ่านการสร้างแบรนด์จำนวนมาก ทำให้ตลาดกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่าสนใจสำหรับคู่แข่งขันรายใหม่
  1. 6.       เป็นการนิยามภารกิจใหม่และแสวงหาตลาดใหม่ ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ได้
6.  สร้างนวัตกรรมใหม่จากภารกิจเดิมและทำให้ธุรกิจมีเป้าหมาย
  1. 7.       ใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากรในการผลิตสินค้ามากกว่า
1.  ใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากรในการผลิตสินค้าน้อย กว่า
  1. 8.       เป็นแนวความคิดจากข้างล่างขึ้นบน (Bottom up) มาจากการระดมความคิดของพนักงานระดับล่าง
2.  เป็นแนวความคิดจากข้างบนสู่เบื้องล่าง (Top down) มาจากนโยบายของผู้บริหาร
  1. 9.       มองจากจุดเล็กๆ ไปสู่มุมมองที่กว้างกว่า(Inductive)
3.  มองจากจุดใหญ่ๆ ไปสู่มุมมองที่แคบกว่า (Deductive)

            หนังสือเรื่องการตลาดแนวขวาง (Lateral marketing) แต่งโดย ฟิลิป คอตเลอร์ (Philip Kotler) และเฟอร์นันโด้ ทิแอส เดอ เบส (Fernando Trias de Bes) เมื่อปี คศ.2004 สรุปได้ดังนี้

เลือกสินค้าหรือบริการ

–                   สินค้าที่ยังจำหน่ายในตลาด ต้องการสร้างนวัตกรรมในขณะที่สินค้ากำลังเจริญเติบโต

–                   คู่แข่งขัน ต้องการหาสิ่งทดแทน

หลักสำคัญของกระบวนการตลาดแนวขวาง มีวิธีการง่ายๆ สามประการในความคิดสร้างสรรค์คือ เน้นเลือกสินค้าหรือบริการ (Select a focus) ทำการแทนที่แนวขวางแทรกเข้าไปในตอนกลางของลำดับความคิดเชิงเหตุผลเพื่อกระตุ้นตลาด (Make a lateral displacement for generating a stimulus) และทำให้เกิดการเชื่อมโยง (Make a connection) อาทิ ดอกไม้ มีความคิดเชิงเหตุผลว่า “ดอกไม้เหี่ยวตายได้” แทนที่ด้วยความคิดแนวขวางว่า “ดอกไม้ไม่มีทางเหี่ยวตาย” ทำให้เกิดดอกไม้พลาสติก (Artificial flower) สามารถทำได้ด้วยวัตถุดิบชนิดผ้า (cloth) ไหม (silk) หรือพลาสติก (plastic) ซึ่งคงทนและไม่มีทางเหี่ยวตาย การตลาดแนวขวางจึงเชื่อมโยงสองเหตุผลความคิดเข้าด้วยกัน

ขั้นตอนที่ 1 เลือกระดับหนึ่งของกระบวนการตลาดแนวดิ่ง

          1.            ระดับตลาด ต้องสามารถค้นพบการขยายลูกค้าออกไปแนวขวาง ตามความต้องการใหม่ (new needs) หรือลูกค้าใหม่ (new persons) และสถานการณ์ (situation) ที่ไม่เคยมีการพิจารณามาก่อนหน้านั้น

          2.            ระดับสินค้า สามารถเพิ่มลูกค้าได้โดยการปรับปรุงสินค้าตามแนวความคิดการตลาดแนวขวางวิธีใดวิธีหนึ่งหรือมากกว่าซึ่งเป็นไปตามแนวทางของความต้องการ (needs) ผู้ใช้สอย (users) เป้าหมาย (targets) หรือสถานการณ์ (situation)

          3.            ส่วนที่เหลือของระดับตลาดผสมคือ ราคา (price) การจัดจำหน่าย (distribution) และการสื่อสาร (communication)

ขั้นตอนที่ 2 ทำการแทนที่ในตลาดแนวขวาง

          1.            ระดับตลาด (Marketing level) เปลี่ยนมิติที่หนึ่ง

–                   ความจำเป็นหรือประโยชน์ (need) อาทิ

การขยาย (Exaggerate) เช่น บราเซียร์สำหรับให้ผู้หญิงบางคนดูเซ็กซี่มากยิ่งขึ้น

การรวมกัน (Combine) เช่น ยาแอสไฟริน (Aspirin) ไม่เพียงเป็นยาแก้ปวดศีรษะ แต่เป็นยาละลายลิ่มเลือด สามารถป้องกันโรคหัวใจได้ (Heart attack)

–                   เป้าหมาย (target) อาทิ

คนเดียว หลายคน หรือเป็นกลุ่ม (Invert) เช่น มีดโกนสีชมพูสำหรับโกนหน้าแข้งผู้หญิง ปรกติเป็นมีดโกนหนวดสำหรับผู้ชาย

–                   เวลา (time) อาทิ

เปลี่ยนเวลา (Invert) เช่น โรงแรมมีบริการให้เช่าห้องพักในช่วงบ่าย เพิ่มเติมจากการพักค้างคืนตามปรกติ

การจัดระเบียบมิติเวลาใหม่ (Reorder) เช่น การส่งพนักงานของโรงแรมไปต้อนรับแขกผู้เข้าพักที่โรงแรมเพื่อช่วยยกกระเป๋า บอกเบอร์ห้องพัก และเรียกแท็กซี่เพื่อบอกไปโรงแรม

–                   สถานที่ (place) อาทิ

ย้ายสินค้าไปสู่รูปแบบใหม่ๆ (Reorder) เช่น โรงหนังในบ้าน มีการติดตั้งระบบเสียงโฮมเธียร์เตอร์และทีวีจอยักษ์

การเปลี่ยน (Invert) เช่น โรงแรมบูติค มีการนำบ้านเก่ามาทำเป็นโรงแรมเพื่อสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชน

–                   สถานการณ์ (situation) อาทิ

เชื่อมสินค้าเข้ากับเทศกาลสำคัญต่างๆ (Substitute) เช่น การดัดแปลงอาหารเจให้มีลักษณะเหมือนกับอาหารมีชื่อเสียงทั่วไปในเทศกาลถือศีลกินเจ

–                   ประสบการณ์ (experience) เอาสินค้าไปผูกกับประสบการณ์ อาทิ

การขยาย (Exaggerate)  เช่น บันจี้จั๊มปิ้ง กระโดดร่ม นำความเสี่ยงตายมาสร้างเป็นเกมส์กีฬา

          2.            ระดับสินค้า (Product level) นำไปใช้กับส่วนประกอบของสินค้า (สินค้าที่จับต้องได้ บรรจุภัณฑ์ คุณลักษณะแบรนด์ การใช้งาน หรือการซื้อ) ด้วยเทคนิค 6 อย่างคือ อาทิ การให้ดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์

–                   การแทนที่ (Substitute) เช่น การให้มะนาวแทนที่ดอกกุหลาบ

การให้นักศึกษาแทนที่อาจารย์ เป็นการสอนกันเองระหว่างนักศึกษาโดยมีอาจารย์ควบคุมการสอนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของอาจารย์

–                   การรวมกัน (Combine) เช่น การให้ดอกกุหลาบและสิ่งอื่นๆ ในวันวาเลนไทน์

เครื่องบินพร้อมกับห้องพักส่วนตัว นำไปสู่บริการเครื่องบินหรูหราบินข้ามประเทศสำหรับลูกค้าระดับวีไอพี

–                   การเปลี่ยนหรือทำในสิ่งตรงกันข้าม (Invert) เช่น การให้ดอกกุหลาบในวันอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดอกกุหลาบ

ล็อตเตอร์รี่ที่มีรางวัลอยู่ในตัวเอง เพียงแค่ขูดกระดาษด้านนอกออก

การติดภาพโฆษณาในอุโมงค์รถไฟเป็นระยะๆ ทำให้มองเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวเหมือนชมอยู่ในโรงภาพยนตร์

–                   การกำจัด (Eliminate) เช่น ไม่ส่งดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์

โทรศัพท์ไม่มีสายนำไปสู่โทรศัพท์ไร้สายในบ้าน สามารถเดินไปมาได้ในทุกส่วนของบ้านในขณะโทรศัพท์

น้ำหอมปรับอากาศในบ้านแบบไร้ขวด

–                   การขยาย (Exaggerate) เช่น ส่งดอกกุหลาบหนึ่งดอก (Downward Exaggerate) หรือหลายสิบ (Upward Exaggerate) ดอกในวันวาเลนไทน์

การขยายขวดบรรจุน้ำขนาด 50 ลิตรขึ้นมา เหมาะสำหรับพนักงานหลายคนในออฟฟิศ

รถยนต์ขนาดเล็ก ทำให้บริษัทเมอร์เซเดส เบนซ์ พัฒนารถยนต์รุ่นสมาท (Smart) ออกสู่ท้องตลาด

–                   การจัดระเบียบใหม่ (Reorder) เช่น คนที่ถูกรักส่งดอกกุหลาบให้ในวันวาเลนไทน์

ถ้วยน้ำที่ทำมาจากไม้อัดแน่น มีความทนทานและใช้งานได้นาน

ป๊อปคอร์น นำไปสู่การนำเมล็ดข้าวโพดบรรจุในถุงกระดาษ ความร้อนทำให้เม็ดข้าวโพดแตกตัวและถุงพองออกเมื่อนำไปไมรโครเวฟ

          3.            ระดับส่วนที่เหลือของระดับตลาดผสม (Marketing mix level)  นำสูตรการค้าจากตลาดย่อยอื่นๆ มาใช้ ดังต่อไปนี้

–                   สูตรการตั้งราคา (Pricing formula) ของตลาดย่อยอื่นๆ อาทิ

การขยาย (Exaggerate) เช่น บัตรอีซีการ์ด (Electronic device) ใช้เติมเงินและชำระค่าทางด่วน เมื่อรถผ่านช่องประตูเก็บเงินบนถนนทางด่วน

การเปลี่ยนหรือทำในสิ่งตรงกันข้าม (Invert) เช่น ร้านอาหารบุ๊ฟเฟต์ คิดราคาค่าอาหารเดียวกันตามรายหัว แต่สามาถรับประทานอาหารนานาชนิดในร้านเท่าใดก็ได้

–                   สูตรการจัดจำหน่าย (Distribution formula) ของตลาดย่อยอื่นๆ อาทิ

การขยาย (Exaggerate) เช่น การฝากและชำระเงินผ่านระบบอิเลคทรอนิกของธนาคาร (Electronic banking)

การแทนที่ (Substitute) เช่น การช็อบสินค้าและซื้อหนังสือผ่านเว็บไซด์ของอเมซอน

–                   สูตรการสื่อสาร (Communication formula) ของตลาดย่อยอื่นๆ อาทิ

การขยาย (Exaggerate) เช่น บริษัทโทรคมนาคมสามารถโฆษณาผ่านเคเบิ้ลทีวีไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มเล็ก

การจัดระเบียบใหม่ (Reorder) เช่น โทรศัพท์บวกกับอินเทอร์เน็ต เป็นช่องทางการซื้อขายผ่านการจองตั๋วภาพยนตร์

ขั้นตอนที่ 3 แก้ปัญหาเรื่องช่องว่างด้วยการใช้เทคนิคการประเมินค่า

–                   จินตนาการกระบวนการซื้อสินค้า

–                   ดึงจุดเด่นออกมา

–                   หารูปแบบที่เหมาะสม

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875

 

พี่สองน้อง: ตอนที่ 16 ตีนผี

ตีนผี

ข่าวการเกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พศ.2556 รถกระบะพุ่งชนต้นไม้ใหญ่ บริเวณถนนสายที่ 129 อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้เสียชีวิตทันที 18 ศพ บาดเจ็บ 7 คน ค้นในตัวผู้ขับขี่ที่เสียชีวิตชาย อายุ 24 ปี พบยาบ้า 1 เม็ด ตำรวจสันนิษฐานว่าคนขับหลับในช่วงขับรถตอนกลางคืน และขนแรงงานต่างชาติอัดแน่นกันหลังรถกระบะ ถือว่าเป็นอุบัติเหตุครั้งร้ายแรง มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในที่เกิดเหตุ รถกระบะคันดังกล่าวขับมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปสู่จังหวัดอุบลราชธานี เส้นทางดังกล่าวเคยเกิดอุบัติเหตุโศกนาฏกรรมนับครั้งไม่ถ้วน เกิดในเวลาใกล้เคียงกันโดยไม่มีมาตรการป้องกันจากภาครัฐ โดยเฉพาะแถบอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่องและอำเภอเนินสูง จังหวัดนครราชสีมา และเส้นทางถนนมุ่งเข้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์ มีการขับขี่เร็วมาก ทั้งที่บางเส้นทางเป็นเนินเขาสูง ต้องขับรถอย่างระมัดระวัง ยิ่งมีฝนตกและเส้นทางถนนมืดมาก อุบัติเหตุด้วยความประมาทจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง นำความสูญเสียมากมาย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินมาสู่ประชาชนผู้เคราะห์ร้าย ผู้รับผิดชอบกลับปล่อยปละไม่สนใจ แม้แต่รถทัวร์สองชั้น รถบรรทุกสิบล้อ มักเกิดการชนกันบ่อยครั้ง ไม่ว่าช่วงกลับรถหรือขับรถเสียจังหวะ พุ่งเหินมาชนรถที่วิ่งเลนฝั่งตรงข้าม ไม่มีการคัดเลือกและฝึกอบรมให้พนักงานขับรถมีวินัยในการขับขี่ ไม่ขับด้วยความเร็วสูงและประมาท ไม่ดื่มเครื่องมึนเมาหรือกินยาเสพติด มีการพักผ่อนนอนหลับเพียงพอ ภาครัฐต้องเข้ามาสอดส่องและเข้มงวดภาคเอกชนให้คำนึงถึงความปลอดภัยในขณะขับ รถโดยสารและขนส่งบรรทุก ไม่มุ่งหาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว ถ้าสังคมส่วนรวมยังเดือดร้อนจากความเห็นแก่ตัว ไม่ช่วยกันบรรเทาทุกข์ความเดือดร้อนและความปลอดภัยบนท้องถนน ความสูญเสียและความเสียหายอาจย้อนมาสู่ตนเองและญาติพี่น้องก็ได้ ดังนั้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับความปลอดภัยบนท้องถนน ไม่ว่าในเมือง ชานเมือง และต่างจังหวัด ต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกจนยากเยียวยา

สาเหตุหลักนอกจากผู้ขับขี่แล้ว สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก คือ สภาพรถยนต์ใช้งานนานเกินไป ไม่มีการบำรุงรักษาและตรวจสอบตามระยะการใช้งานทั้งอะไหล่ น้ำมันหล่อลื่นและยางล้อ จึงทำให้มีปัญหาเรื่องระบบเบรกไม่อยู่ ล้อลื่นไถลขณะมีฝนตกหรือน้ำเจิ่งนองบนท้องถนน แม้แต่โครงสร้างความปลอดภัยของตัวรถ อาทิ รถทัวร์สูงสองชั้นมีโอกาสพลิกคว่ำได้ง่าย การใช้แก๊สเป็นพลังงานขับเคลื่อน ถ้าถูกชนด้านหลังหรือส่วนท้ายของรถอาจเกิดการระเบิดไฟไหม้ ผู้โดยสารชั้นบนลงมาไม่ได้และถูกไฟครอกเสียชีวิต จึงควรมีเส้นทางหรือบันไดลงมาจากชั้นสองเพียงพอกับคนจำนวนมาก ไม่กลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายต้องมาสังเวยกับความประมาทเลินเล่อของผู้ขับขี่ การไม่เอาใจใส่ของเจ้าของรถ บริษัทเอกชนผู้รับสัมปทาน และหน่วยงานภาครัฐ

การขับรถมอเตอร์ไซด์ ถีบรถจักรยานในตัวเมืองหรือเมืองหลวง ก็เคยมีอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่รถยนต์ รถบรรทุกคันใหญ่เบียดหรือเฉี่ยวชนจนมีคนได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตนับครั้งไม่ ถ้วน บางครอบครัวอยู่ในหมู่บ้านลึกเข้าไปในซอย ไม่มีรถโดยสารสองแถวเข้าไปถึงบ้าน จึงนิยมซื้อรถมอเตอร์ไซด์ให้กับลูกชายวัยรุ่นไว้ขับขี่เข้าออกในหมู่บ้าน วัยคึกคะนองบวกกับความกล้าบ้าบิ่นจึงทำให้บางบ้านสูญเสียลูกชายไปหมดสิ้นจาก อุบัติเหตุบนท้องถนน

การขับมอเตอร์ไซด์ต้องระวัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเวลาเลี้ยวรถเข้า/ออกซอยและเลี้ยวกลับรถกระทันหัน อาจมีรถพุ่งสวนทางตรงขึ้นมาด้วยความเร็วสูง บางครั้งคนขับมอเตอร์ไซด์คิดว่าพ้นแล้ว แต่เนื่องจากรถตนเองเพิ่งขึ้นเกียร์ต่ำ ความเร็วรถไม่ทันพวกตีนผีที่ขับรถเร็วขึ้นมา ส่วนใหญ่ถูกชนอย่างจังและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หรือกลางคืนมืดมาก คาดการณ์ระยะทางไม่ถูก มองเห็นว่าอยู่ไกล แต่พอขยับรถออกไปอยู่กลางถนนก็ถูกชนเอาได้ หรือแม้แต่มองแล้ว ไม่เห็นรถคันใดอยู่ในสายตา พอขับออกไปก็มีรถตีนผีพุ่งมาจากไหนไม่ทราบ ความเร็วแบบติดจรวด พุ่งชนเอาได้เช่นเดียวกัน ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์ต้องมองแล้วมองอีกว่าปลอดภัยจริงๆ บางครั้งมองไม่เห็น แต่เสียงมาก่อนก็ต้องหยุดชะงัก ไม่ขับออกไปกลายเป็นโศกนาฎกรรม แม้แต่ในต่างจังหวัด ถนนสองเลนสวนทางกันและเป็นเนินสูง เวลามอเตอร์ไซด์จะเลี้ยวเข้าซอยซึ่งไปค้างอยู่กึ่งกลางเนิน อาจถูกรถคันอื่นที่วิ่งสวนทางมาพุ่งชนเอาได้ เนื่องจากคนขับมองไม่เห็นและเป็นถนนเนินสูงกำลังลาดลงต่ำพอดี หรือรถมอเตอร์ไซด์กำลังเลี้ยวออกจากบ้าน/ซอย/โรงงาน/อาคารสถานที่ซึ่งติดถนน สองเลน รถวิ่งสวนทางกัน ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อาจมีรถตีนผีขับกินเลนถนนเข้ามาหรือพยายามแซงรถคันอื่นขึ้นมาข้างหน้า เมื่อมอเตอร์ไซด์ขับเลี้ยวออกมาอาจถูกชนเต็มแรงได้

  เคยมีข่าวคราวนักถีบจักรยานคู่สามีและภรรยาชาวอังกฤษ ตั้งใจปั่นจักรยานไปรอบโลก พอมาถึงเมืองไทยต้องมาประสบเคราะห์กรรม ถูกรถกระบะตีนผีพุ่งชนเสียชีวิตทั้งคู่ เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกว่าประเทศไทยไม่มีความปลอดภัยบนท้องถนน เป็นข่าวเศร้าสะเทือนใจกับผู้ที่ได้อ่านข่าวทั่วไป สาเหตุเป็นเพราะอะไร ใบขับขี่ได้มาง่ายดายเกินไป ตำรวจจราจรไม่กวดขัน มีการดื่มแอลกอฮอล์หรือกินยาเสพติด ไม่มีใครทราบได้ แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับผู้ถีบจักรยาน

การขับรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะรถร่วมที่ได้รับสัมปทาน ขับรถรวดเร็วหวาดเสียว กระชากเกียร์และเหยียบเบรกกะทันหัน ผู้โดยสารวัยชราที่ขึ้นมาบนรถหรือก่อนลงอาจล้มคว่ำ ได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้แต่นักศึกษาหญิงก็เคยหล่นลงมาเสียชีวิตขณะรถวิ่งเลี้ยวโค้งด้วยความเร็ว สูง ต่อมาจึงมีการรณรงค์และเป็นข้อบังคับให้ปิดประตูอยู่เสมอ เปิดเฉพาะช่วงผู้โดยสารขึ้นและลงป้ายเท่านั้น แต่การขับรถเร็ว จอดไม่ตรงป้าย และจอดกลางถนนยังพบเห็นอยู่เป็นประจำ โดยมีข้ออ้างอยู่เสมอว่าขาดทุนจำนวนมาก ถ้าเป็นข่าวใหญ่โตจึงเรียกผู้ประกอบการมาประชุมซักซ้อมความเข้าใจ และอย่างดีที่สุดคือพักใบอนุญาต พอข่าวคราวเงียบหายก็กลับมาวิ่งกันใหม่ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้แต่พนักงานผู้ขับรถของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจก็เคยเบรกแตกพุ่งชนป้ายรถเมล์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับไม่ถ้วน

รถตู้โดยสารที่ได้รับสัมปทาน ขับรถด้วยความเร็วสูงอยู่เสมอ เคยตกทางด่วนหลายครั้ง บางคราวรถตู้ถึงกับไฟไหม้ทั้งคัน ครอกผู้โดยสารเสียชีวิตหลายคน หรือชนกับรถยนต์คันอื่นซึ่งคนขับเป็นวัยรุ่น (ไม่มีใบขับขี่) ผู้โดยสารกระเด็นลอยตกลงมาเบื้องล่าง เสียชีวิตเกือบสิบคน เป็นข่าวเกรียวกราวและเรียกร้องให้ติดเข็มขัดนิรภัยกับเบาะโดยสารทุกที่นั่ง หรือแม้แต่รถตู้เถื่อนที่วิ่งขวักไขว่ หากเกิดอุบัติเหตุก็ไม่มีใครรับผิดชอบ หน่วยงานภาครัฐอ้างว่าลักลอบวิ่งกันเอง ไม่อาจดำเนินการเอาผิดได้ ให้ผู้เสียหายไปฟ้องร้องกันเอง

ผู้โดยสารที่จำเป็นต้องใช้รถสาธารณะจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่หอบหนังสือ สัมภาระมากเกินไปจนไม่มีมือสำหรับยึดเกาะบนราวรถ มีการกดกริ่งทุกครั้งก่อนลงป้าย ไม่รีบร้อนสะดุดขาตนเองหกล้ม หรือพอลงจากรถก็เดินข้ามถนนตัดหน้ารถเมล์ทันที อาจถูกชนทับเอาได้และรถยนต์ที่วิ่งสวนมาชนเข้าเต็มแรง เพราะออกมาในระยะกระชั้นชิด เบรกไม่ทัน คนชราควรเรียกรถแท็กซี่ในกรณีที่ต้องเดินทางหรือให้ลูกหลานไปส่งถึงจุดหมาย ปลายทาง ไม่ไปขึ้นรถเมล์ รถตู้โดยสาร และรถมอเตอร์ไซด์

การขับรถยนต์จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเช่นเดียวกัน มีผู้ขับรถมือใหม่จำนวนมากขับรถไม่เป็น ไม่รู้จังหวะการขับขี่ ขอให้มีพื้นที่ว่างบนถนนก็จะเบียดแทรกเข้าไปในระยะกระชั้นชิด เลี้ยวตัดหน้ากะทันหัน บางครั้งมีการสูญบุหรี่ โทรศัพท์ หรือเล่นโซเชี่ยลมีเดียกับโทรศัพท์มือถือไปพร้อมกัน ทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเหลือเกิน บางรายขับรถมานาน คิดว่าการขับรถปรู้ดปราดไปซ้ายขวาถือว่าเก่งกาจ ขับแบบเห็นแก่ตัว ใครจะเบรกตัวโก่งก็ไม่มีจิตสำนึก ถือว่าเป็นคนขับรถประเภทตีนผี พวกนี้มักชนคนเสียชีวิตทั้งผู้เดินข้ามถนน ขับขี่มอเตอร์ไซด์ ถีบจักรยาน และผู้ขับรถยนต์ด้วยกันเอง จึงต้องหลีกเลี่ยงพวกตีนผี ชะลอความเร็วของรถ ปล่อยให้ขับแซงไปก่อนหรือหยุดเดินไม่ยอมข้ามถนน

ท้องถนนหลายแห่ง ช่วงหัวค่ำมีการเปิดไฟฟ้าข้างถนนสว่างไสว แต่พอตกดึกเงียบสงัดกลับปิดไฟฟ้าหรือมีต้นไม้และกิ่งก้านยื่นยาวออกมาบริเวณ ทางโค้ง ทำให้คนขับรถมองไม่เห็นเส้นทางบนท้องถนน จึงเกิดอุบัติเหตุคนขับตีนผีพุ่งชนคนข้ามถนนและคนขับรถมอเตอร์ไซด์ มีผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุนี้ค่อนข้างมาก

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://writer.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 15 ครอบครัวอบอุ่น

ครอบครัวอบอุ่น

การมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวในชาติปัจจุบัน ถือว่าเคยทำบุญมาก่อนในชาติที่แล้ว ถ้าไม่เคยประสบพบกันมาก่อนในอดีตชาติ ย่อมไม่มีหนทางได้เจอกัน หากเกิดพลาดกันไปหนึ่งร้อยปี หรือห้าสิบปีก็ไม่มีทางมาเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ตลอดจนมาแต่งงานสร้างครอบครัวใหม่ร่วมกัน การมีครอบครัวอบอุ่นจึงถือว่าสำคัญมาก เป็นการต่อยอดการทำบุญร่วมกันมาก่อน การปฏิบัติให้เกิดคุณงามความดีทั้งกาย (กริยา) วาจา (คำพูด) และใจ (มองในแง่บวก) ช่วยส่งเสริมความสุขสงบขึ้นในครอบครัว นอกเหนือจากวัตถุนิยมและสิ่งของนอกกาย ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งการทะเลาะวิวาทและความไม่เข้าใจกัน

พี่น้องในครอบครัวอบอุ่นต้องมีความสามัคคี รักใคร่กลมเกลียว ไม่อิจฉาริษยา พ่อแม่ต้องไม่ลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน ถ้าเป็นครอบครัวคนจีนโบราณ มารดามักรักลูกชายคนสุดท้องมากที่สุด  ไม่ค่อยรักลูกสาวมากนัก ในกรณีมีลูกสองคน  คนโตเป็นผู้ชาย คนเล็กเป็นผู้หญิง ก็จะรักพี่คนโตมากกว่าคนเล็กอยู่ดี อาจเป็นเพราะว่าลูกชายมีความสำคัญสูงสุด เป็นหัวหน้าครอบครัวสืบต่อไป เมื่อผู้เป็นบิดาเสียชีวิตลง เป็นเรี่ยวแรงในการหาเงินเลี้ยงดูมารดาและช่วยเหลือน้องๆ สืบต่อไป ผู้ชายคนจีนจึงแต่งงานนำสะใภ้เข้าบ้าน ส่วนครอบครัวไทยแท้พึ่งพาลูกผู้หญิง มักแต่งงานพาลูกเขยเข้าบ้าน หรือครอบครัวทำงานร่วมกันเป็นกงสี ต้องใช้แรงงานพี่น้องทุกคน ถ้ามีใครแต่งงานก็จำเป็นต้องแต่งงานพาลูกเขยและสะใภ้เข้าบ้าน บางครั้งผู้มาใหม่ไม่อาจเข้ากับครอบครัวเดิมที่เป็นบิดามารดาได้ เมื่อมีการกระทบกระทั่งกัน ใช้อารมณ์เป็นเครื่องตัดสิน การทะเลาะวิวาทย่อมเกิดขึ้น และเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในครอบครัว ฆ่ากันตายเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็พบอยู่บ่อยครั้ง เป็นที่โจษจันด้วยความน่าเศร้าเสียใจ ไม่อาจแก้ไขปัญหาส่วนตัวและครอบครัวได้

การทะเลาะวิวาทในพี่น้องครอบครัวเดียวกัน ถ้าเป็นเด็กเล็กถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ยังไม่เติบโตเพียงพอในการใช้สติสัมปชัญญะยับยั้ง บางครั้งชกต่อยทำร้ายกันจนเข้าสู่วัยรุ่นก็มี บิดามารดาต้องคอยอบรมสั่งสอน ดุด่าว่ากล่าวและห้ามปราม เมื่อเหตุการณ์ทำท่าบานปลาย อย่าปล่อยให้ทำร้ายกันจนเลือดตกยางออกโดยเด็ดขาด พอเติบโตขึ้นเข้าสู่วัยหนุ่มสาว การทำร้ายจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพียงแต่โต้ตอบกันด้วยคำพูดเท่านั้น ถึงกระนั้นบิดามารดาต้องช่วยให้ลูกๆ มีความสามัคคีกัน อาจทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุดโดยให้พี่น้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือแบ่งงานบ้านช่วยกันรับผิดชอบคนละอย่าง ครอบครัวอบอุ่นสามารถเกิดขึ้นได้

สังคมปัจจุบันบาง ครอบครัว นิยมมีบุตรเพียงคนเดียวเนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง อาชีพการงานไม่มั่นคง ความเสี่ยงต่อการตกงานและการทำธุรกิจแข่งขันมากขึ้น บิดามารดาไม่ควรเลี้ยงดูลูกแบบคุณหนู ตามใจสารพัดอย่าง และทำทุกอย่างแทนลูกเสียหมด ส่วนใหญ่อ้างว่ารักลูกมาก ใครไม่มีลูกมาก่อนไม่รู้หรอกว่าความรักเป็นอย่างไง ลูกจึงทำอะไรไม่เป็น ขาดความรับผิดชอบมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีความมั่นใจตนเอง ต้องพึ่งพาตลอด ไม่มีความขยันและอดทน ฝ่ายบิดามารดาเกิดความเคยชินในการทำให้ลูกตลอดเวลา ถือว่าเป็นการช่วยเหลือด้วยความรัก ใครว่าอย่างไรก็ไม่ฟังเสียงทัดทาน อดไม่ได้ที่ต้องทำต่อไปด้วยความชินชา เมื่อลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ความเป็นเด็กเล็กติดตัวอยู่ตลอดเวลา กายเป็นผู้ใหญ่แต่จิตใจเป็นเด็ก ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ตัดสินใจไม่เป็น เมื่อมีปัญหาก็ใช้วิธีหนีปัญหาเพราะแก้ไขไม่เป็น เวลาแต่งงานมีครอบครัว มักจบลงด้วยการหย่าร้าง โยนภาระการเลี้ยงดูลูกไปให้บิดามารดาหรือพี่น้องคนอื่นแทน ไม่มีความอดทนจึงมักลาออกจากงานกลางคัน โดยอ้างว่าเจ็บป่วยจากความเครียดการทำงาน ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ ขืนทำงานต่อไปมีหวังต้องตายแน่ๆ เป็นข้ออ้างขุ่นๆ ให้บิดามารดาสงสาร พร้อมกับยกแม่น้ำทั้งห้าว่ามีคนไม่ดีมากมายในที่ทำงาน คดโกงกันสารพัด เพื่อนร่วมงานลาออกกันไปเยอะแล้ว หัวหน้าก็กำลังจะลาออก ตนเองจึงขอลาออกบ้าง (ความจริงคือไม่รู้วิธีแก้ไขปัญหาในการทำงาน เนื่องจากบิดามารดาคอยช่วยเหลือโดยการทำแทนให้ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนถึง ปัจจุบัน) ทำงานส่วนตัวก็ไปไม่รอด ผลสุดท้ายกลายเป็นเรื่องข่มขู่บิดามารดาว่าเป็นผู้ให้กำเนิด บิดามารดาต้องรับผิดชอบและให้เงินเดือนตนเองไว้ใช้จ่าย ถ้าบิดามารดาชราภาพ ไม่มีรายได้ ก็ต้องโยนภาระให้พี่น้องคนอื่นเลี้ยงดูแทน แต่ถ้าเป็นลูกโทนคนเดียว มีหวังอดตาย เมื่อบิดามารดาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว อาจต้องกลายเป็นคนเร่รอนไร้จุดหมาย เป็นเรื่องราวพ่อแม่รังแกฉันให้เล่าสืบกันมา วิธีแก้ไขคือบิดามารดาต้องหยุดนิสัยความเคยชิน ในการช่วยเหลือและทำแทนลูกทุกอย่าง แนะนำให้ลูกคิดเป็นและตัดสินใจเอง หยุดให้เงินลูกใช้จ่ายหรือซื้อของชิ้นใหญ่ตามที่ลูกต้องการ ให้ไปฝึกหัดและประกอบอาชีพเอง ค่อยๆ ฝึกฝนให้ทำด้วยตนเองทุกอย่าง การซื้อสิ่งของต้องมาผ่อนใช้กับบิดามารดาทุกเดือน ถ้าสามารถหาเงินได้เอง ถึงแม้ไม่พอใช้จ่ายก็ต้องไม่ใจอ่อนให้เงินเพิ่มเติม เป็นการฝึกหัดให้รับผิดชอบต่อตนเอง หากบิดามารดายังคอยตามใจและช่วยเหลือในทางผิดเสมอ ลูกคนอื่นต้องช่วยอธิบายและชี้ให้เห็นถึงผลเสียชัดเจนในการทำให้ลูกตลอดเวลา (ส่วนมากเป็นลูกคนสุดท้อง) ทำได้เท่านี้ครอบครัวก็สามารถอบอุ่นได้แน่นอน

ครอบครัวที่ลูกชายหญิงแต่งงานเข้าบ้าน ถ้ามีพื้นที่ในบริเวณบ้านกว้างขวาง ควรปลูกใหม่ขึ้นอีกหลังหนึ่ง แยกครอบครัวออกมาและสามารถดูแลบิดามารดาอยู่ในรั้วเดียวกันได้ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ และคิดว่าอยู่ร่วมกันได้ อาจอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่ถ้าเป็นลักษณะทำงานร่วมกันเป็นกงสี ต้องใช้แรงงานในบ้าน การอยู่ในที่เดียวกันต้องมีเรื่องราวกระทบกระทั่งกันระหว่างพี่น้อง ลูกเขย ลูกสะใภ้ หรือบิดามารดาของตนเอง จึงต้องทำความเข้าใจในหมู่พี่น้องให้มากขึ้น ส่วนมากเป็นเรื่องเล็กน้อยจนถึงใหญ่โต ขึ้นอยู่กับแต่ละคนในครอบครัวใหญ่ให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด บางเรื่องเล็กน้อยแต่นำมาเป็นสาระใหญ่โต และบางเรื่องเห็นว่าสำคัญก็ต้องหาทางแก้ไขให้ได้ ช่วยกันระดมความคิดเห็น ก็กลายเป็นเรื่องเล็กได้เหมือนกัน หลายครั้งเรื่องเล็กๆ เกิดจากความเห็นแก่ตัวของคนอื่นหรือแม้แต่ตนเอง การแก้ไขคนอื่นไม่มีทางทำได้ ต้องเริ่มต้นแก้ไขที่ตนเอง ถ้าทำได้ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาของครอบครัวใหญ่ได้ ถึงแม้ว่าสาเหตุอาจเกิดจากคนอื่นก็ตาม การแก้ไขปัญหาโดยการเรียกมาคุยร่วมกันก็อาจช่วยได้บ้าง ถ้าไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน ไม่ฟังเหตุผล แต่ถ้ามีเหล้าสุรา เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำลายสติสัมปชัญญะ มีหวังเกิดการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายจนถึงเสียชีวิต ผู้ที่แก้ไขปัญหาได้ต้องอาศัยพลังสติสัมปชัญญะและปัญญา อย่าปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบครองจิตใจตนเองจนกระทั่งความเครียดสะสม และระเบิดออกมาในวันใดวันหนึ่ง ไม่เป็นประโยชน์สำหรับใคร (ความสะใจก็ไม่มีประโยชน์อันใด นอกจากตอบสนองอารมณ์และความเครียดที่ครอบงำจิตใจตนเอง เป็นมารร้ายที่หลอกหลอนความคิดตนเองว่าเป็นสิ่งถูกต้อง) นอกจากความเศร้าเสียใจในภายหลัง

 การใช้พลังสติสัมปชัญญะและปัญญามีกันทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าท่านได้ให้อารมณ์หรือความสงบเย็นเข้าครอบงำจิตใจตนเอง ถ้าไม่เคยชินเราสามารถฝึกหัดกันได้ สิ่งสำคัญคือเปลี่ยนมุมมองโลกในแง่บวกเสียใหม่ ด้วยการเปลี่ยนทัศนคติตนเอง เมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้น ลดละความเห็นแก่ตัวน้อยลง ถ้ารู้สึกว่าโกรธไม่พอใจ ท่านต้องระงับอารมณ์ดังกล่าวลง นั่งเงียบๆ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น เมื่อผ่านไปสักครู่ใหญ่หรือหลายชั่วโมงตามแต่อารมณ์โกรธหายไป ท่านอาจไปทักทายด้วยน้ำเสียงปรกติต่อผู้ที่ทำให้โกรธ เขาคนนั้นอาจเป็นบิดามารดา สามีหรือภรรยา คู่เขยหรือคู่สะใภ้ อาจซื้อขนมหรือสิ่งของเล็กน้อยมาฝาก ทำได้เท่านี้ก็ทำให้ครอบครัวใหญ่อบอุ่นขึ้นได้

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/dek-d/writer

/view.php?id=587235