กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for November, 2013

เถ้าแ่ก่มืออาชีพ: ตอนที่ 21 วินัยทางธุรกิจ

วินัยทางธุรกิจ

วินัยทางธุรกิจเป็นหลักการที่ต้องยึดถือปฎิบัติของเถ้าแก่ทุกคน อาจเป็นกฎระเบียบภายในองค์กรที่สร้างขึ้นเพื่อพนักงานทำตาม ข้อตกลงตามกฎหมายกับลูกค้าหรือแหล่งกู้เงินมาลงทุนและหมุนเวียนในธุรกิจ บางครั้งถ้าเชื่อใจกันจริงอาจเป็นคำมั่นสัญญาให้อีกฝ่ายหนึ่งยึดถือปฎิบัติ วินัยทางธุรกิจถ้าไม่มีการกระทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ธุรกิจจะเกิดความเสียหาย กลายเป็นการควบคุมเกมส์ธุรกิจในแนวทางตนเองไม่ได้ ธุรกิจใดเถ้าแก่ควบคุมทิศทางการดำเนินงานได้ถือว่าประสบความสำเร็จ ไม่ปล่อยให้ธุรกิจตนเองล่อยลอยไปตามยถากรรม

ร้านอาหาร ภัตตาคาร คลินิกแพทย์รักษาคน สัตว์ หรือทำฟัน ถ้าไม่มีขั้นตอนการรักษาความสะอาดเข้มงวด พนักงานละเลยการปฏิบัติตาม และเจ้าของธุรกิจไม่เอาใจใส่ในการตรวจสอบ อาจเกิดการติดเชื้อโรคไปสู่ผู้ป่วยได้ การให้พนักงานต้อนรับทำตามวิธีการอบรมเพื่อให้การบริการที่ดี การให้ข้อมูลที่ครบถ้วน หรือแม้แต่ข้อบังคับพื้นฐานในช่วงการทำงานในร้านคลินิกเป็นส่วนที่เกี่ยวกับวินัยทางธุรกิจทั้งสิ้น การไม่สนใจหรือปฏิบัติบ้างตามแต่อารมณ์ตนเอง ทำให้มาตรฐานการบริการไม่แน่นอน ลูกค้าย่อมไม่พึงพอใจ ไม่กลับมาใช้บริการอีก ธุรกิจย่อมได้รับผลกระทบและยอดกำไรตกต่ำลง

ห้องเช่าตามบ้านพัก ตึกแถว คอนโดมิเนียมมีการเซ็นสัญญาผูกมัดให้ลูกค้าปฏิบัติตาม ต้องจ่ายล่วงหน้าอย่างน้อยกี่เดือน เป็นค่าประกันความเสียหายของโต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน เครื่องครัว และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้อง ต้องจ่ายค่าเช่าทุกเดือนภายในวันที่เท่าไหร่ มิฉะนั้นจะเลิกเช่า มีมาตรการลงโทษตัดน้ำตัดไฟ ระบุไว้ในสัญญาชัดเจนและเป็นสิทธิ์ของผู้ให้เช่าที่ขอยกเลิกการเช่าได้ทุกเวลา ในสภาพที่การแข่งขันการเช่าบ้านสูง มีคู่แข่งขันมากราย ราคาห้องเช่าจึงถูกลดราคาลง และสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าหลายรายไม่ทำตามสัญญาเอาไว้ มีการผัดผ่อนไม่จ่ายค่าเช่าโดยอ้างสาเหตุต่างๆ นานา อาทิ ตนเองไม่สบาย พ่อแม่ป่วย น้ำท่วมบ้านต่างจังหวัด เงินหมุนไม่ทัน สารพัดปัญหา สรุปแล้วคือยังไม่จ่าย เลื่อนออกไปก่อน พร้อมทั้งบอกว่าจะชำระเงินภายในวันที่เท่าไหร่ พอถึงเวลาก็ไม่จ่ายอีก อ้างสาเหตุเดิมทุกประการ พูดจาให้น่าสงสาร ผลัดวันไปเรื่อยจนกระทั่งค่าจ่ายเงินล่วงหน้าหมดลง พอโดนตัดน้ำไฟก็แกล้งทำลายข้าวของในห้องเสียหาย ย้ายหนีไปพร้อมค้างชำระค่าน้ำและค่าไฟ แถมปล่อยให้การไฟฟ้านครหลวงยกหม้อแปลงหน้าห้องไปอีก บางคนขโมยโทรทัศน์และอุปกรณ์ส่วนกลางหนีหายไป เถ้าแก่มักปวดหัวกับลูกค้าประเภทนี้ นับวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเถ้าแก่ไม่ทำตามสัญญาตกลงกันไว้ ความรู้สึกสงสารส่วนตัว เห็นใจเพื่อนมนุษย์ บวกกับคู่แข่งขันสูงและสภาพแวดล้อมไม่แน่นอน ทำให้เถ้าแก่เกิดความกังวล ลังเลใจ ไม่กล้าตัดน้ำตัดไฟและเลิกเช่า กลัวว่าห้องพักถูกทิ้งไว้นาน ไม่มีใครมาเช่าห้อง การไม่ทำตามวินัยทางธุรกิจเท่ากับเถ้าแก่ควบคุมเกมส์การดำเนินธุรกิจไม่ได้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของลูกค้าไม่ดี ต้องขาดทุนมหาศาล เถ้าแก่ต้องแยกแยะการทำธุรกิจให้ดี ไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ความรู้สึกสงสาร ลูกค้าอาจตั้งใจโกง ไม่จ่ายค่าเช่าจึงสร้างเรื่องราวขึ้น และการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องการทำมูลนิธิ ต้องมีเรื่องผลกำไรขาดทุนมาเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องสภาพการแข่งขันสูงจนต้องลดค่าเช่าบ้าน ไม่เกี่ยวข้องกับวินัยทางธุรกิจ (การทำตามที่ระบุในสัญญาห้องเช่า) เถ้าแก่ต้องมีการปรับแผนและกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับเงื่อนไขสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเอาชนะคู่แข่งขัน เป็นผู้อยู่ในเกมส์ธุรกิจต่อไป

ธุรกิจโทรคมนาคม อาทิ โทรศัพท์มือถือ เคเบิ้ลทีวี มีการเก็บค่าสมาชิกรายเดือน ลูกค้ามาใช้บริการเมื่อไหร่ก็ถูกเก็บค่าบริการทุกต้นเดือนถัดไปทันที บริษัทระบุชัดเจนว่าต้องเสียตั้งแต่วันที่เท่าใด เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ ลูกค้าทุกคนต้องเข้ามาอยู่ในเกมส์ธุรกิจของบริษัท หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าเดือนแรกใช้บริการอาจไม่เต็มเดือน บางครั้งลูกค้ารู้สึกว่าไม่ยุติธรรมก็ไม่สามารถเรียกร้องได้ เนื่องจากทุกบริษัทมีการเรียกเก็บคล้ายกัน ถ้าไม่พอใจก็ต้องยกเลิกการเป็นสมาชิก การเป็นธุรกิจผูกขาดเนื่องจากต้องลงทุนสูงนับแสนล้านบาท มีคู่แข่งขันน้อยรายถือว่ามีอำนาจต่อรองกับลูกค้าสูง บางครั้งการมีวินัยทางธุรกิจมากเกินไปของเถ้าแก่ เป็นการเอาเปรียบลูกค้า ในระยะยาวไม่เป็นผลดีกับบริษัทนัก ลูกค้าไม่เกิดการภักดีต่อสินค้าและบริการ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ลูกค้าไม่ภักดีเหล่านี้จะช่วยกันบอกต่อให้กลายเป็นปัญหาใหญ่โต บริษัทอาจเสียหายจนนับมูลค่าไม่ได้ ดังนั้นบริษัทต้องทำธุรกิจโดยใช้หลักธรรมภิบาล ไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกโกง ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถเก็บข้อมูลได้มหาศาล การนำมาใช้เก็บข้อมูลลูกค้าสิบกว่าล้านคนไม่ยากนัก เมื่อลูกค้าสมัครใช้บริการวันไหนของเดือน พอถึงวันที่บริษัทต้องตัดยอดค่าบริการในเดือนถัดไป ก็คิดราคาเป็นสัดส่วนกี่วันนับจากวันที่สมัครเป็นลูกค้า ไม่จำเป็นต้องคิดราคาบริการเต็มเดือน ส่วนเดือนต่อไปก็สามารถคิดค่าบริการเต็มเดือนได้ ลูกใช้จะรู้สึกว่าบริษัทยุติธรรม ไม่เอาเปรียบมากนัก ต้องการสนับสนุนกิจกรรมหรือธุรกิจอื่นของบริษัทต่อไป เป็นการรักษาวินัยทางธุรกิจด้วยกันทั้งสองฝ่าย

บริษัทข้ามชาติ มีเงินลงทุนมหาศาลมักเปิดสาขาร้านค้าจำนวนมากครอบคลุมทั่วประเทศ ทุกจังหวัด เพื่อจำหน่ายสินค้าบริโภคและอุปโภค การทำสัญญาธุรกิจกับผู้จัดหา (Supplier) ที่นำสินค้ามาวางจำหน่ายในร้านค้า มักเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า หักค่าเปอร์เซ็นต์กำไรสูง และความเสียหายทุกประการเป็นของผู้จัดหาทั้งสิ้น การสร้างร้านค้าเป็นจำนวนมาก เป็นช่องทางเข้าถึงลูกค้าส่วนใหญ่ของประเทศ เกือบทุกชุมชนทำให้บริษัทข้ามชาติมีอำนาจต่อรองสูง จึงกำหนดเงื่อนไขสัญญาเพื่อตนเอง กลายเป็นเอาเปรียบผู้จัดหา ถ้าต้องการจำหน่ายสินค้าจำนวนมาก ผู้จัดหาไม่มีทางเลือกจำใจต้องทำสัญญา ในระยะยาวก็ไม่เป็นผลดีกับบริษัทข้ามชาติเช่นเดียวกัน หากมีข่าวไม่ดีกับบริษัทข้ามชาติจะไม่ได้รับความร่วมมืออย่างจริงใจ หรือหลังจากไม่ได้ร่วมค้าขายกับผู้จัดหา อาจถูกโจมตีและบอกต่อให้ลูกค้าทราบถึงเรื่องราวต่างๆ ที่บริษัทข้ามชาติเอาเปรียบ อาจเป็นเรื่องของลูกค้าที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน กลายเป็นกระแสสังคมมาทำลายในภายหลัง ดังนั้นบริษัทข้ามชาติต้องการสร้างเกมส์ธุรกิจให้ตนเองควบคุมได้ ต้องไม่สร้างเงื่อนไขสัญญาเอาเปรียบผู้จัดหา เป็นการสร้างศัตรูทางธุรกิจโดยไม่รู้สึกตัว เท่ากับผลักดันผู้จัดหาให้ไปสนับสนุนคู่แข่งขันที่มีความยุติธรรมหรือมีวินัยทางธุรกิจเป็นธรรมและดีกว่า

บริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง เถ้าแก่ต้องการกู้เงินธนาคารมาลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ตนเอง ธนาคารได้มองเห็นความตั้งใจจริงและความมุ่งมั่นของเจ้าของกิจการ ผู้บริหารได้ขอสิ่งหนึ่งจากเถ้าแก่ นั่นคือการมีวินัยทางธุรกิจ เงินรายได้และผลกำไรจากการลงทุนไม่นำมาใช้จ่ายส่วนตัว ต้องแบ่งแยกชัดเจน ในส่วนของเถ้าแก่ให้จ่ายเป็นเงินเดือนราวกับพนักงานบริษัทคนหนึ่ง และมีสิทธิ์ใช้จ่ายเงินทองในส่วนตนเองเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องบริษัท เถ้าแก่ได้ยึดมั่นวินัยทางธุรกิจดังกล่าวจนกระทั่งบริษัทเจริญเติบโตเป็นบริษัทอันดับหนึ่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันมีบริษัทส่งออกแห่งหนึ่ง เป็นธุรกิจอาหาร มียอดจำหน่ายสูง การบริหารงานเป็นลักษณะครอบครัว มีภรรยาและลูกหลายคน ไม่มีวินัยทางธุรกิจ ต่างเอาผลประโยชน์เข้าสู่ตนเอง ไม่มีใครทำเพื่อบริษัท ในไม่ช้าบริษัทขนาดใหญ่ถึงกับขาดทุน เป็นหนี้สินมหาศาล ธนาคารไม่กล้าปล่อยเงินกู้ ธุรกิจใกล้ล้มละลาย เนื่องจากขาดวินัยทางธุรกิจ

เถ้าแก่บริษัทแห่งหนึ่ง สร้างแบรนด์สินค้าในเครือบริษัทจนโด่งดัง นำหุ้นบริษัทเกือบทั้งหมดไปขายกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ได้เงินมาหลายพันล้านบาท โดยมีเงื่อนไขสัญญาปากเปล่าว่าจะเป็นผู้บริหารต่อไปอีก 5 ปี เมื่อเวลาผ่านไปจนครบกำหนด เขาสามารถทำให้มูลค่าหุ้นสูงขึ้นเป็นสองเท่าตัว และออกมาทำธุรกิจส่วนตัวอีกครั้งหนึ่ง การมีวินัยทางธุรกิจของเถ้าแก่ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่มีความพึงพอใจ เป็นการผูกมิตรและสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ดีต่อกัน ในอนาคตอาจมีการร่วมมือทางธุรกิจในฐานะมิตรไมตรี

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 18 วิกฤติของชีวิต

วิกฤตของชีวิต

วิกฤติของชีวิตเป็นความหมายที่ทุกคนพอเข้าใจได้ทั่วไป คำว่า วิกฤติ คือ อยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตราย มักใช้กับเวลาหรือเหตุการณ์ชีวิต คือ ความเป็นอยู่ ตรงกันข้ามกับความตาย (พจนานุกรมแปลไทยไทย ของราชบัณฑิตยสถาน) วิกฤติของชีวิตจึงหมายถึง ความเป็นอยู่ในขั้นล่อแหลมต่ออันตราย หรือเป็นอันตรายถึงแก่ความตายได้

ชั่ว ชีวิตของคนเราอาจเจอเหตุการณ์และช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดเป็นปัญหาใหญ่โตมาก ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนในชีวิตหลายรายไม่อาจแก้ไขปัญหาได้เลย บางคนทำให้ปัญหาตนเองทุเลาลง และน้อยรายแก้ไขได้อย่างง่ายดาย ขึ้นอยู่กับศักยภาพ สติปัญญาวุฒิภาวะทางอารมณ์ การมองโลกในแบบที่ตนเองยึดถืออยู่

ผู้ ที่แก้ไขปัญหาวิกฤติของชีวิตไม่ได้ มักหาคนอื่นมาช่วยเหลือ อาจเป็นบุคคลรอบข้าง อาทิ พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ พี่น้อง คนภายนอกที่เคารพนับถือ ผู้มีชื่อเสียงและบารมี ถ้าแนะนำเป็นประโยชน์และช่วยแก้ไขปัญหาในทางบวก ถือว่าได้ทำบุญให้กับผู้มีปัญหาวิกฤติของชีวิต แต่ถ้าช่วยเหลือในทางลบหรือทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลง ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ชีวิตตกต่ำลงไป เช่น สามีภรรยามีปัญหาครอบครัว ญาติพี่น้องฝ่ายภรรยาช่วยกันจัดหามือปืนมายิงสามีเสียชีวิต เป็นต้น

วิกฤติ ของชีวิตในแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน วิธีการแก้ไขปัญหาจึงแตกต่างกันไป เนื่องจากรายละเอียดปลีกย่อยไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ตนเองควบคุมได้ ถ้าสาเหตุหลักมีเจ้าของเรื่องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ยกเว้นวิกฤติของชีวิตมาจากคนอื่น หรือปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น ชุมชน เชื้อชาติ ศาสนา การเมือง สังคม ประเทศชาติ เป็นต้น เราอาจควบคุมไม่ได้ ถือว่าเป็นสาเหตุส่วนน้อยมาก

ประเภทวิกฤติของชีวิตแบ่งออกตามเหตุการณ์ หรือช่วงเวลาของมนุษย์ที่ดำเนินไปตามจังหวะชีวิตของตนเอง ส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ วิกฤติของชีวิตที่ควบคุมได้ คือ วิกฤติการเรียน ความรัก ครอบครัวการทำงาน การเจ็บป่วย อีกประเภทหนึ่งคือ วิกฤติของชีวิตที่ควบคุมไม่ได้ คือ วิกฤติทางเศรษฐกิจ การเมือง ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เชื้อชาติและศาสนา

บาง คนอาจไม่มีปัญหาเลยตั้งแต่วิกฤติการเรียน ความรัก การทำงาน และครอบครัว ถือว่าการใช้ชีวิตที่ผ่านมาเพียบพร้อมไปด้วยศักยภาพ สติปัญญา วุฒิภาวะทางอารมณ์ การมองโลกทางบวกที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ กับตนเองจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตและพัฒนาขึ้นเป็นความวิกฤติของชีวิต บวกกับความโชคดีของตนเองที่ไม่เคยมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องจนเป็นสาเหตุให้เกิด วิกฤติขึ้นจริงๆ แต่หลายคนอาจต้องเผชิญกับเหตุการณ์และช่วงเวลาเลวร้ายครบทุกวิกฤติตั้งแต่ เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต

เราลองมาวิเคราะห์และพิจารณากันดีกว่า วิกฤติของชีวิตแต่ละชนิดคืออะไร? มีสาเหตุใด? ควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร? และแก้ไขปัญหาโดยวิธีไหน? อย่างน้อยก็เป็นแนวทางคร่าวๆ เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในปัญหาวิกฤติซ้ำแล้วซ้ำอีก

วิกฤติ การเรียนหมายถึง วิกฤติที่ส่งผลกระทบไม่ให้เรียนหนังสือต่อไปได้เรียนซ้ำชั้น สอบตกจนถูกไล่ออก หรือสอบเข้าที่อื่นไม่ได้ มีสาเหตุจากไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม พ่อแม่ยากจน ผู้ปกครองไม่สนับสนุนการเรียนต่อ ตนเองไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่มีสมาธิการเรียน ใจลอย พูดคุยกับเพื่อนในระหว่างอาจารย์บรรยายในชั้นเรียนหลงใหลและหมกมุ่นกับสิ่ง อื่น เช่น มีความรัก ฟังเพลง ดูวีดีโอและรูปโป๊ กีฬา กิจกรรมต่างๆ จนกระทั่งไม่มีเวลาเพียงพอในการอ่านตำรา อ่านหนังสือไม่จำ รวมทั้งการวางแผนในการศึกษาไม่ดีทุกสาเหตุทำให้เกิดวิกฤติการเรียนทั้งสิ้น การควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นถ้าเป็นเรื่องเงิน อาจต้องหางานทำเองในช่วงวันหยุดสัปดาห์ ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน (ทำการบ้านให้เสร็จในช่วงกลางวันและช่วงเลิกเรียนทันที) เลือกเรียนช่วงกะเช้าและทำงานช่วงกะบ่ายในลักษณะไม่เต็มวัน กู้เงินศึกษาเล่าเรียน หรือหาญาติผู้ใหญ่ช่วยสนับสนุนเงินทองในการเรียน ถ้าเกิดจากสาเหตุตนเองต้องมีระเบียบวินัย จัดเวลาการอ่านและวิธีการเรียนเสียใหม่ ทำโน้ตย่อเพื่อทบทวนเนื้อหาตั้งแต่เปิดเทอม สอบถามวิธีการศึกษาจากเพื่อนหรือคนอื่นที่เรียนเก่ง ถ้าวิกฤติการเรียนเกิดขึ้นแล้ว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือ ตั้งสติสัมปชัญญะให้ดี อย่าให้อารมณ์เศร้าหมองเข้าครอบงำจิตใจนานเกินไป หากต้องเรียนซ้ำชั้นถือว่าเป็นบทเรียน กรณีที่ต้องกลับมาแก้เกรดการเรียนเพื่อไม่ให้ถูกรีไทร์ ต้องวางแผนให้ดี กำจัดสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้การเรียนตกต่ำ ขยันและอดทนเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จในเรื่องการเรียน

วิกฤติ ความรักหมายถึง ความผิดหวังและเศร้าเสียใจจากความรัก เกิดอาการอกหัก ไม่สมหวัง รักคุดสาเหตุเกิดจากถูกปฏิเสธหรือแฟนขอเลิก บางคนยอมรับไม่ได้ ถึงกับร้องไห้คร่ำครวญ จิตใจเศร้าหมอง ตัดไม่ขาดจากคนรัก หรือถูกหลอกลวงจนต้องเข้าโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อบำบัดอาการโรคประสาทหรือเจ็บ ช้ำน้ำใจ เคียดแค้น ต้องไปทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่ง ทำให้เสียโฉมหรือเสียชีวิต ต้องติดคุกตะราง ชดใช้เวรกรรมของตนเองการควบคุมไม่ให้เกิดวิกฤติความรัก ต้องมีสติสัมปชัญญะ ไม่หลงใหลไปกับความหล่อหรือความสวยงาม ไม่เป็นคนเจ้าชู้ เห็นใครก็ชอบและนึกรักไปหมด อาจเกิดความหึงหวงของอีกฝ่ายหนึ่ง เข้าทำร้ายตนเอง หากมีใครมาจีบต้องพิจารณาดูเสียก่อน ลักษณะนิสัยใจคอและพฤติกรรมเป็นอย่างไร (การใช้ความรักเพื่อเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายหนึ่งหรือการสาบานว่าจะไม่แสดง พฤติกรรมเลว จะดีกับตนเองเท่านั้น เป็นเรื่องไม่จริง ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ อย่าเข้าใจผิดเด็ดขาด) อาชีพอะไร (ถ้าเป็นนักเรียนไม่ควรมีแฟนเด็ดขาด ส่วนนิสิตนักศึกษา คบเป็นเพื่อนดูนิสัยใจคอและเข้ากันได้หรือไม่เท่านั้น ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ต่อกัน อย่าคิดว่าป้องกันไม่ให้ท้องได้ อาจมีปัญหาต้องทำแท้งหรือลาออกจากการศึกษามาเลี้ยงดูลูก หรือในภายหลังเกิดการเลิกรากัน อีกฝ่ายอาจไม่ยินยอมเพราะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง กลายเป็นเรื่องพิษรักแรงหึงในหน้าหนังสือพิมพ์) เมื่อเหตุการณ์วิกฤติความรักเกิดขึ้น ตนเองต้องกล้าหาญในการเผชิญกับปัญหาและพยายามแก้ไขให้เบาบางลง ทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน ถ้าฝ่ายชายปฏิเสธ อย่าผลักภาระไปให้คนอื่นหรือสังคม (ตนเองจะเกิดความรู้สึกผิดและเกิดภาพหลอกหลอนไปชั่วชีวิต) เช่น ทำแท้ง คลอดลูกแล้วทิ้งตามโรงพยาบาล ถังขยะและสถานที่ลับตาคน เป็นต้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือถ้าตนเองอายุน้อย อยู่ในวัยศึกษา ในระยะสั้นต้องปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองที่เคารพนับถือ มีความเมตตา ปรารถนาดีต่อตนเอง หากหมดที่พึ่งจริงๆ ต้องขอความอนุเคราะห์จากมูลนิธิเด็กและสตรี ในระยะยาวต้องฝึกอาชีพและหางานทำโดยสุจริต เพื่อไม่ให้ตนเองและลูกเดือดร้อนจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ถ้าพ่อแม่และผู้ปกครองสนับสนุนให้เล่าเรียนต่อไป ต้องไม่ทำผิดซ้ำอีก รับผิดชอบเลี้ยงดูบุตรในภายหลังเมื่อทำงานได้แล้ว

วิกฤติ ครอบครัวหมายถึง ความทุกข์แสนสาหัสจากบุคคลใกล้ชิด อาจเกิดจากครอบครัวเดิมหรือครอบครัวใหม่ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา ลูกชายหญิง มีหลายสาเหตุมากมายในการไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ยิ่งอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่หรือทำงานร่วมกันแบบกงสี (ร่วม กันทำงานธุรกิจครอบครัวเดิมของพ่อแม่ ใช้แรงงานและมันสมองระหว่างพี่น้อง พี่เขย น้องเขย พี่สะใภ้ น้องสะใภ้) ความแตกต่างระหว่างนิสัยใจคอ ความเห็นแก่ตัว ย่อมเป็นปัญหาเกิดการทะเลาะวิวาทจนใหญ่โตสามีภรรยามีชู้ นอกใจไปมีคนอื่น หรือลูกติดยาเสพติด การพนัน ท้องในวัยเรียน ท้องก่อนแต่งงาน สารพัดปัญหาจนยากจะแก้ไข หลายรายเกิดความเครียดสะสม หาทางแก้ไขไม่ได้ มักหาทางออกด้วยวิธีการรุนแรง การควบคุมวิกฤติครอบครัว ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ ต้องแยกออกมาปลูกบ้านในบริเวณใกล้เคียง อย่าอยู่ร่วมกัน เพื่อสามารถดูแลซึ่งกันและกันได้ อาจต้องแยกอาชีพออกมาทำเอง ไม่เข้าร่วมในกงสีก่อนแต่งงาน ภายในครอบครัวตนเองต้องสร้างความอบอุ่นขึ้น สอนลูกทุกคนเป็นคนดี เป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูก ฝึกฝนลูกรับผิดชอบในหน้าที่ตนเองและสร้างบรรยากาศความสามัคคีผ่านกิจกรรม ร่วมกันในครอบครัว พ่อแม่ต้องแบ่งเวลาการทำงานและดูแลเลี้ยงลูก กลับบ้านเป็นเวลา หาเวลาทำอาหารร่วมกันหรือออกไปรับประทานนอกบ้านในวันหยุดสัปดาห์ วันเกิดของสมาชิกครอบครัว วันครบรอบแต่งงาน ประพฤติตนเองสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็เป็นภูมิคุ้มกันให้สมาชิกในครอบครัว ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นจนเกินแก้ไข อยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆ สามีภรรยาต้องตกลงกันด้วยสันติวิธี ไม่ปล่อยให้อารมณ์โกรธเข้าครอบงำ อย่างน้อยคิดถึงอนาคตของลูก ไม่คิดสั้นทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งจนบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิต ทุกปัญหาแก้ไขได้ ต้องใช้ความอดทน ลดละเลิกทิฐิ การยึดมั่นตนเอง ค่อยๆ ใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาทีละอย่าง อย่านำปัญหาทุกเรื่องมารวมกันจนรู้สึกว่าซับซ้อนยุ่งยาก ปัญหาไหนแก้ไขได้ด้วยตนเองต้องรีบทำทันที บางปัญหาแก้ไขเบาบางลงได้จนไม่เกิดวิกฤติในครอบครัวต้องรีบทำเช่นกัน ปล่อยให้เวลาผ่านไปจะกลับมาเป็นปรกติ ส่วนปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ต้องตกลงด้วยความไม่รุนแรง การหย่าขาดจากกันเป็นวิธีขั้นตอนสุดท้าย (ต้องแน่ใจจริงๆ ไม่ใช่คิดไปเองว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้และไม่มีวิธีการแก้ไขอย่างอื่น) หลายคนคิดว่าการหย่ากันเป็นเรื่องไม่ดี ทำให้ลูกมีปัญหาได้ แต่ถ้ามีแนวโน้มว่าการอยู่ร่วมกันต่อไปจะเกิดความรุนแรง ตบตี ทำร้ายบาดเจ็บ และถึงแก่ความตาย การเลิกราและหย่าขาดจากสามีภรรยาถือว่าเป็นแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ไม่จำเป็นต้องให้ญาติผู้ใหญ่หรือบุคคลที่เคารพนับถือมาไกล่เกลี่ยอยู่ด้วย กันต่อไป

วิกฤติ การทำงานหมายถึง การไม่ประสบความสำเร็จในตำแหน่งและหน้าที่การงาน ถูกลดตำแหน่ง ถูกย้ายไปทำหน้าที่อื่นที่ต่ำต้อย โดนลดเงินเดือน ไม่จ่ายค่าจ้างและเงินเดือนหรือถูกบีบบังคับออกจากงาน ไม่มีเงินใช้จ่ายในแต่ละวัน นอกจากนี้ความเครียดจากการทำงาน การถูกกดดันจากหัวหน้างาน การกลั่นแกล้งและลงโทษโดยไม่เป็นธรรมก็ทำให้ตนเองรู้สึกเดือดร้อนและเป็น ทุกข์ทรมานสาเหตุคือก่อนเข้าทำงานที่ไหน ไม่ได้สำรวจว่าองค์กรนั้นมีค่านิยมและวัฒนธรรมชนิดใด เหมาะกับลักษณะนิสัยและจริตของตนเองหรือไม่ ยิ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าภาครัฐและภาคเอกชน การวิ่งเต้นและหาเงินเข้าพรรคการเมืองกลายเป็นเรื่องปรกติ ใช้วิธีการสร้างความสัมพันธ์เส้นสายและผลประโยชน์ร่วมกัน(Political connection) ระบบอุปถัมภ์ค้ำจุนทำให้คนดีและคนเก่งไม่อยากอยู่ในระบบ การไม่สร้างแรงจูงใจและทำลายระบบคุณธรรม (Merit system)ถ้า เป็นองค์กรจะไม่เจริญเติบโต มีการคอรัปชั่นในระบบ ไม่มีใครอยู่เพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นในองค์กรเพราะขาดแรงจูงใจและเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career path)หาก เป็นวัฒนธรรมของประเทศชาติ ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีความรักชาติและความสามัคคี ทำให้คนมีความรู้ความสามารถสมองไหลไปอยู่ประเทศที่เจริญแล้ว การควบคุมวิกฤติการทำงานคือปรับปรุงวิธีการทำงานของตนเองให้ดีขึ้น บางครั้งการนำเสนอผลงานตนเองให้ผู้บริหารรับรู้เป็นสิ่งที่ต้องกระทำ การรู้จักผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องเสียหายโดยเฉพาะผู้บริหารของตนเองและสูงสุดของ องค์กร มีหลายท่านยังมีคุณงามความดีอยู่บ้าง เลือกบางท่านที่เข้ากับนิสัยและจริตของตนเอง เมื่อวิกฤติการทำงานเกิดขึ้น ต้องรู้จักปล่อยวาง ค้นหาวิธีการให้อารมณ์ผ่อนคลาย อย่าให้ความเครียดสะสมและอย่าให้ลุลามจนต้องลาออกจากหน้าที่การงาน กลายเป็นคนตกงานหรือไม่มีเงินเพียงพอในการดำรงชีพเป็นการซ้ำเติมปัญหาจนยุ่ง ยากมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวิกฤติการทำงานเกิดขึ้น อาทิ เกิดความเครียดในงานเพิ่มขึ้นจนต้องเข้าโรงพยาบาล ต้องถามตนเองก่อนว่าเกิดจากเราเองหรือเปล่า ปัญหาเยอะหรือเราแก้ไขปัญหาในงานไม่ได้ พยายามทำตัวเองเสมือนกับเป็นเจ้าขององค์กรหรือไม่ ปัญหาบางอย่างต้องทำงานเป็นทีม ส่วนใหญ่ลาออกจากงานเพราะความเบื่อหน่ายมากกว่า อ้างว่าบริษัทหรือองค์กรมีแต่คนไม่ดี โกงกินทุกคน พวกนี้ถือว่าวุฒิภาวะต่ำ ลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆ หรือทำการค้าเล็กน้อย ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ในที่สุดไปไม่รอด ทำให้ชีวิตตนเองตกต่ำและมีหวังอดตาย ถ้าอายุน้อยคิดว่าองค์กรที่ทำอยู่ไม่เหมาะกับตนเอง อาจลาออกไปอยู่บริษัทอื่นหรือตำแหน่งอื่นที่มีผู้บริหารเข้ากันได้กับลักษณะ นิสัยและจริตตนเอง แต่ถ้าโดนออกจากงานกะทันหัน ต้องรีบหางานใหม่ทันทีโดยไม่เกี่ยงงาน อาจติดต่อเพื่อนฝูง คนรู้จักกัน และญาติพี่น้องให้ช่วยฝากงานทำ หากปล่อยเนิ่นนานไปอาจลุกลามเป็นปัญหาวิกฤติของครอบครัวได้

วิกฤติ การเจ็บป่วยหมายถึง การล้มป่วยลงด้วยโรคร้ายแรงอย่างกะทันหัน โรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาหายขาดได้ หรือได้รับบาดเจ็บ พิการ อัมพาตจากอุบัติเหตุ เกิดความทุกข์ทรมานกายและจิตใจ สาเหตุคือการไม่รักษาสมดุลในเรื่องการทำงาน อาหารการกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ใช้ชีวิตแบบเหลวไหล ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่จัด เที่ยวกลางคืน นอนดึกและตื่นเช้า กินอาหารไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย กินบ้างไม่กินบ้าง และกินอาหารไม่ตรงต่อเวลา นานวันร่างกายเริ่มทรุดโทรม ป่วยกระเสาะกระแสะ ต้องกินยาตลอดเวลา หรือร่างกายทนไม่ไหว ล้มป่วยทันที กลายเป็นโรคร้ายที่ยากเยียวยา การควบคุมต้องหมั่นรับประทานอาหารเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย กินอาหารครบ 5 หมวด หมู่ หลีกเลี่ยงประเภทอาหารปิ้งย่าง หมักดองและเก็บไว้เนิ่นนาน หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอรักษาสุขภาพจิตผ่องใส มองโลกในด้านบวกทำให้ชีวิตเป็นสุข ควบคุมตนเองไม่ให้กลายเป็นคนโลภ โกรธ และหลงมากเกินไป ฝึกจิตใจให้สงบโดยการนั่งสมาธิให้เกิดสติสัมปชัญญะและปัญญา เมื่อเกิดวิกฤติการเจ็บป่วยต้องทำใจยอมรับกับความสูญเสีย หรือความเจ็บป่วยทางกายให้ได้ จิตใจเป็นสิ่งเดียวที่ต้องเข้มแข็ง หาหนังสือธรรมะ หนังสือให้กำลังใจ และหนังสือโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่มาอ่าน ทำความเข้าใจและปฏิบัติตนเองเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย ทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา กินยาให้ครบและตรงเวลาตามแพทย์สั่ง ถ้าเป็นโรคร้ายแรง มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ให้เขียนพินัยกรรมเรียบร้อย จัดการเรื่องส่วนตัวที่ยังไม่ได้ทำให้สำเร็จลุล่วงเพื่อหมดห่วงและคลายกังวล ใจ ต้องรักษากาย วาจาและใจให้ดี หมั่นเจริญมรณานุสติและปลงสังขารว่าทุกคนเกิดมาต้องตาย เกิดความสบายใจตลอดเวลา เป็นการเตรียมตัวก่อนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

วิกฤติ ทางเศรษฐกิจหมายถึง ภาวะผิดปรกติที่เกิดจากความผันผวนของภาคการเงินและธุรกิจ เป็นทั้งภูมิภาคหรือลุกลามไปทั่วโลก ส่งผลกระทบทำให้สถานบันการงานถูกควบรวมกิจการ บริษัทห้างร้านปิดตัวลง ธุรกิจล้มละลาย ประชาชนตกงาน อัตราการว่างงานสูง ถูกยึดบ้าน ที่ดิน รถยนต์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  การลงทุนติดลบ หุ้นตกต่ำ เงินลงทุนไหลออกนอกประเทศ ภาคอสังหาริมทรัพย์กระทบหนัก ค่าเงินอ่อนลงมาก อัตราการแลกเปลี่ยนผันผวน การส่งออกมีปัญหา ประชาชนแห่ถอนเงินจากธนาคาร ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ รัฐบาลต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินโลก เพื่ออัดฉีดเงินเข้าไปในระบบการเงินและธุรกิจให้เศรษฐกิจพลิกฟื้นขึ้นมา ต้องใช้เวลานานหลายปี ประชาชนเดือดร้อนทุกข์ทรมาน สาเหตุคือการทุจริตของกลุ่มบุคคลในภาคการเงินและธุรกิจ สร้างภาพหลอกลวงประชาชนว่าได้กำไรคุ้มค่า เกิดการซื้อหลักทรัพย์หนี้เน่าผ่านวาณิชธนกิจทางการเงิน เช่น กองทุนรวม ตราสารหนี้ เป็นต้น เกิดการโจมตีค่าเงินของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Funds) เปิด เสรีทางการเงิน หรือนโยบายผิดพลาดของรัฐบาล การควบคุมทำได้ยาก ตนเองมีหน้าที่การงานมั่นคง ต้องใช้จ่ายประหยัดเพื่อมีเงินออมในยามขัดสน ถ้าเป็นนักธุรกิจต้องกระจายความเสี่ยง มีวินัยการเงิน ไม่ก่อหนี้จำนวนมาก และไม่ลงทุนในธุรกิจมีความเสี่ยงสูง แต่ให้ผลตอบแทนดี เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้น ทุกคนลำบากไปหมด ลูกจ้างอาจโดนลดค่าจ้างและเงืนเดือน ถ้าเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตต้องอดทนสู้ต่อไป กรณีถูกเลิกจ้าง กลายเป็นคนตกงาน ต้องตั้งสติสัมปชัญญะให้ดี อย่าร้องไห้ฟูมฟาย มองหาหนทางอื่นที่ดีกว่า อาจต้องขายทรัพย์สินมีค่าเพื่อเป็นทุนรอนค้าขายในสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพ หรือสินค้ามีความต้องการสูง ถ้าป็นนักธุรกิจควรเจรจากับเจ้าหนี้ หาทางผ่อนชำระ มองหาธุรกิจเสริมมาช่วยพยุงกิจการ ควรเป็นประเภทธุรกิจกระแสเงินสด แม้ว่ามีผลกำไรน้อย แต่ยั่งยืนช่วยให้ธุรกิจหลักรอดพ้นช่วงวิกฤติไปได้

วิกฤติ ทางการเมืองหมายถึง เหตุการณ์ที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งรุนแรง แบ่งออกเป็นสองฝ่ายหรือหลายกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นการแย่งชิงอำนาจ ผลประโยชน์ ไม่ยอมรับกติกาของบ้านเมือง พยายามชักจูงมวลชนเข้ามาอยู่ข้างเดียวกับตนเอง ถ้ามีกองกำลังทหารอาจเกิดสงครามกลางเมือง มีการประท้วงก่อม็อบต่อต้านรัฐบาล ฝ่ายที่ถูกต่อต้านได้สร้างม็อบออกมาสนับสนุนตนเอง ม็อบทั้งสองกลุ่มมีโอกาสออกมาปะทะ ต่อสู้และไล่ทำร้ายกัน เกิดความวุ่นวายจลาจล มีการปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาล และประกาศกฏอัยการศึก สาเหตุคือความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นจากพรรคการเมืองสองกลุ่มหรือรวมกัน หลายกลุ่ม แต่แบ่งออกเป็นสองฝ่ายเท่านั้น อำนาจบารมีทัดเทียมกัน ต้องการมีบทบาทและยึดอำนาจรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว กระทำทุกอย่างเพื่อล้มล้างกัน ตั้งแต่การออกเสียงเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย การเล่นนอกกติกา ก่อม็อบประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ จ้องล้มรัฐบาลโดยอ้างว่าขาดความชอบธรรม ไปจนถึงใช้กองกำลังทหารของตนเองรบพุ่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง การควบคุมเป็นไปได้ยาก ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มแกนนำมักมีจิตวิทยามวลชน ใช้วาจาปลุกเร้าอารมณ์ประชาชนให้คล้อยตามด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ทุกคนทำได้เพียงไม่ไปสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ร่วมมือกันเป็นกลางและแสดงออกอย่างกว้างขวางไม่เอาความขัดแย้งประเทศชาติขาด ความเชื่อมั่น ไม่มีใครกล้ามาลงทุนหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศจลาจลวุ่นวายกลุ่มที่ ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือนักธุรกิจ ต้องรวมตัวออกมาเรียกร้องทุกกลุ่มการเมืองกลับเข้าไปเล่นตามระบอบ ประชาธิปไตย เข้าไปอภิปรายในสภาอย่างสร้างสรรค์ หลายครั้งการโต้เถียงนอกสภา ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวและโกรธกริ้ว ยึดถือเหตุผลข้างฝ่ายตนเองเป็นหลัก โทษฝ่ายตรงข้ามไม่ดี ลงท้ายไม่ทราบว่าตีกันด้วยสาเหตุใด เป็นประชาชนเชื้อชาติเดียวกันทั้งนั้นเมื่อวิกฤติการเมืองเกิดขึ้น ถ้าอยู่ในสมรภูมิของความขัดแย้งต้องอพยพไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว อาจโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตได้ ถ้ามีธุรกิจประเภทห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ต้องมีการทำประกันความเสียหายโดยรวมถึงการจลาจล ก่อการร้าย และอัคคีภัย กรณีที่เป็นย่านก่อม็อบและความรุนแรงสูง เกิดขึ้นเป็นประจำ ต้องอพยพและขายกิจการไปอยู่ย่านทำเลอื่น เนื่องจากเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้

วิกฤติ ทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมายถึง ภัยพิบัติจากธรรมชาติและมลภาวะสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันเป็น เรื่องกะทันหัน เกิดความเสียหายใหญ่โตมหาศาล ถ้ารัฐบาลทราบเหตุการณ์จะเกิดขึ้น มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้ประชาชนเตรียมพร้อมและอพยพทันท่วงที อาทิ น้ำท่วม สึนามิ ฝนตกหนัก แผ่นดินไหว การรั่วไหลของกัมตภาพรังสี สาเหตุมีหลายปัจจัยทั้งน้ำมือมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงของดิน ฟ้า อากาศ เกิดภาวะโลกร้อน การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ขยะจากอุตสาหกรรมเคมีและอิเล็คทรอนิค น้ำทิ้งเน่าเสียของโรงงานอุตสาหกรรม การควบคุมทำได้ยาก นอกจากปฏิบัติตามคำเตือนของหน่วยงานภาครัฐหรือไม่อยู่ในย่านทำเลที่คาดว่าจะ เกิดภัยพิบัติธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลีกเลี่ยงแหล่งเสื่อมโทรมหรือความหายนะที่อาจเกิดขึ้น เมื่อวิกฤติประทุขึ้น ความเสียหายรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง ผู้คนล้มตายจำนวนมาก ขาดแคลนสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพและเกิดโรคระบาดตามมา การรับมือดีที่สุดคืออพยพหนีไปอยู่กับญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือบุคคลที่เคารพเชื่อถือได้ ไม่อยู่ในบริเวณหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

วิกฤติ ทางเชื้อชาติและศาสนาหมายถึง ความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในกลุ่มประชาชนอันเนื่องมาจากเชื้อชาติและศาสนา ต่างลุกฮือขึ้นทำร้าย เผาบ้าน และฆ่ากันตาย เกิดจลาจลวุ่นวายทั้งเมือง รัฐบาลกลางต้องส่งทหารเข้าไปควบคุมสถานการณ์จนกว่ายุติความรุนแรง บางครั้งความรุนแรงนำไปสู่การต่อสู้แบบกองโจรเพื่อแบ่งแยกดินแดนและประเทศ ต้องต่อสู้รบพุ่งกันเป็นเวลานานหลายปี ผู้คนล้มตายลงเป็นจำนวนมาก สาเหตุคือไม่มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา ดูถูกและกีดกันเชื้อชาติของชนกลุ่มน้อย ทำให้รู้สึกว่าโดนกลั่นแกล้ง ถูกปฎิบัติอย่างไม่ทัดเทียมกัน เป็นพลเมืองที่ต่ำต้อยกว่าคนทั่วไป ความเคียดแค้นจึงระเบิดออกมาในรูปของการต่อสู้ในทุกรูปแบบ ต้องการแบ่งแยกดินแดนปกครองตนเอง การควบคุมคือต้องสร้างกระแสความร่วมมือร่วมใจผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชนกลุ่มน้อย รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือด้านการศึกษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม พิธีกรรมทางเชื้อชาติและศาสนา ไม่ทำในลักษณะลูบหน้าปะจมูก ต่อหน้าทำอย่างหนึ่งและลับหลังกระทำอีกอย่างหนึ่งเมื่อวิกฤติเริ่มเกิดขึ้น ต้องอพยพหลบหนีทันที ไม่รอคอยให้ความรุนแรงขยายตัวเป็นวงกว้าง อาจโดนลูกหลงและเป็นเหยื่อแห่งความเคราะห์ร้าย

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 20 แนวโน้มธุรกิจกระแสใหม่

แนวโน้มธุรกิจกระแสใหม่ 

แนวโน้มธุรกิจกระแสใหม่มักมากับความต้องการของลูกค้าเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว กะทันหัน หรือเกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนปลง ทีละน้อย อาจเกิดจากความชอบเป็นพิเศษ ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน รสนิยมร่วมกัน ต้องการมีสุขภาพดี หน้าตาสดใสและมีความเป็นหนุ่มสาวอยู่เสมอ

เทคโนโลยี มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดแนวโน้มกระแสใหม่ได้เช่นเดียวกัน แต่ผู้พัฒนาเทคโนโลยีต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลักซึ่งอาจ ถูกใจกลายเป็นความชอบในระยะสั้นและเปลี่ยนแปลงเป็นความยินดีจนกระทั่งเป็น ลูกค้าภักดีในระยะยาวอาทิ ไอโฟน (iPhone) ไอแพค (iPad) ไอพอด (iPod) ของ บริษัทแอบเปิ้ลสามารถสร้างแนวโน้มธุรกิจกระแสใหม่ เชื่อมโลกเข้าด้วยกัน เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตประจำวันให้สะดวกและง่ายดายขึ้น ลูกค้าเกิดความภักดีจนกลายเป็นสาวกราวกับลัทธิศาสนา

เฟซบุ๊ค (Facebook) ก่อ กำเนิดขึ้นจากแนวคิดให้นักศึกษาปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดรู้จักกัน มีใครและหน้าตาเป็นอย่างไร ชื่ออะไรและเรียนคณะใด คล้ายกับสมุดไดอารี่และประวัติส่วนตัว แต่ถูกต่อต้านและระงับโดยคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย อ้างว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลและนักศึกษาไม่มีสมาธิในการศึกษาเล่าเรียน ใช้เวลาเข้ามาดูในเฟซบุ๊ค แต่ความนิยมชื่นชอบแพร่กระจายไปหลายมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาไปสู่ภูมิภาค ต่างๆ ของโลก เป็นแนวโน้มธุรกิจกระแสใหม่จนมีสมาชิกมากกว่า 1,000 ล้านคนในปัจจุบัน

การ ค้นพบเทคโนโลยีดิจิตอล ทำให้เกิดอินเทอร์เน้ตผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ มีการดาว์นโหลดรูปภาพ หนังสือ เพลง ภาพยนตร์ผ่านเว็บไซด์ โทรศัพท์มือถือประเภทสมาทโฟนและแท็บเล็ตในรูปแบบดิจิตอล ชีวิตประจำวันเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคนิยมเข้าไปซื้อสินค้าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นแนวโน้มธุรกิจกระแสใหม่ เถ้าแก่ที่มีร้านค้าจำหน่ายสินค้าจับต้องได้จึงสร้างโปรเจคใหม่ขึ้นมา อาทิ ร้านค้าจำหน่ายหนังสือ สร้างเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น (Website and application) ในรูปแบบอีบุ๊ค (E-book) ขึ้น มาเพื่อเป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายอีกทางหนึ่งมีบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งได้ สร้างรูปแบบดังกล่าวขึ้นมา แต่มีความคุ้นเคยกับการบริหารแบบเดิม ไม่มีการปรับเปลี่ยนโปรเจคใหม่ให้มีความคล่องตัวและรวดเร็วขึ้นหรือเหมาะกับ การจำหน่ายในรูปอีบุ๊ค ถ้าสำนักพิมพ์และนักเขียน (Suppliers) ต้อง การนำหนังสือดิจิตอลไปจำหน่ายบนเว็บไซด์ของบริษัทต้องเดินทางมาสำนักงาน ออฟฟิศของบริษัท (แทนที่สมัครเป็นสมาชิกและอัพโหลดขึ้นไปวางจำหน่ายได้เลย อาจใช้เวลาตรวจสอบ 2-3 วัน) เพื่อฟังการนำเสนอรูปแบบการค้า การจำหน่าย และการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน (แทนที่เขียนให้เข้าใจง่ายๆ ลงในเว็บไซด์ตนเอง) การเซ็นสัญญาจะนำส่งให้ในภายหลัง ต้องรอให้ผู้ใหญ่เซ็นชื่อในภายหลัง (แทนที่ให้ผู้บริหารบริษัทเซ็นก่อน เพราะนักเขียนเดินทางมาถึงบริษัทแล้ว การเซ็นเอกสารน่าจะทำได้ทันที ไม่ต้องรอนานเพื่อนำส่งเอกสารไปมาทางไปรษณีย์ลงทะเบียน) รูปแบบสัญญากลับเป็นสินค้าจับต้องได้ที่วางจำหน่ายในร้านค้า เขียนไว้กว้างๆ ไม่เกี่ยวกับหนังสืออีบุ๊คโดยตรง และสัญญาทุกข้อมีแต่เรื่องให้นักเขียนชดเชยค่าเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น (สัญญาคลุมเครือและเอาเปรียบทุกข้อ) นักเขียนไม่อาจตรวจสอบยอดดาวน์โหลดจำนวนหนังสือและรายได้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่บริษัทแจ้งมา เกิดความไม่โปร่งใสในการค้าขายร่วมกัน (แทนที่การตรวจสอบยอดขายโดยตรงในเว็บไซด์ผ่านชื่อผู้ใช้งาน User ID และรหัสผ่าน Login Password) การชำระเงินให้กับสำนักพิมพ์หรือนักเขียนต้องมาวางบิลกับบริษัทแม่ (แทนที่การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร) การจ่ายเงินค่าผลตอบแทนเพียง 30-40 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าที่อื่นมาก (เว็บไซด์อื่นแบ่งปัน 50-80 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่ช่องทางจัดจำหน่าย) ระยะเวลาการโอนเงินจนถึงวางบิลนานไม่น้อยกว่า 3 เดือน (เว็บไซด์อื่นนานไม่เกิน 1 เดือน) ดังนั้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ในยุคดิจิตอล การค้าขายบนเว็บไซด์ (E-commerce) ต้อง คำนึงถึงกระบวนการบริหารจัดการที่รวดเร็ว ไม่เชื่องช้า ค้าขายสะดวกสบายบนออนไลน์ลดขั้นตอนให้น้อยที่สุดจนเหลือเพียงผู้ค้าและผู้ ซื้อเท่านั้น (node to node connection) ไม่ติดยึดกับการบริหารงานในยุคอุตสาหกรรม มีขั้นตอนหลายลำดับชั้น (Hierarchical level) จนธุรกิจไม่คล่องตัว อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน (Competitive advantage)

แนว โน้มธุรกิจกระแสใหม่มาพร้อมกับความต้องการรักษาสุภาพและความหล่อสวยงาม หน้าตายังคงความเป็นหนุ่มสาวไว้นานที่สุด จึงเกิดอาชีพต่างๆ ตามมา เช่น ธุรกิจเสริมสวยความงาม การนวดสปา การนวดแผนไทย การรักษาด้วยสมุนไพร การฝังเข็ม การแพทย์แบบองค์รวม การออกกำลังกายในศูนย์ฟิตเนส การศัลยกรรมเสริมความงาม อาหารเสริมประเภทวิตามินและต้านอนุมูลอิสระ ครีมล้างหน้าส่งผลต่อใบหน้าอ่อนเยาว์และขาวสดใส ยาสีฟันทำให้ฟันขาวสะอาด โลชั่นผิวขาว เป็นต้น

เครื่อง ดื่มชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและได้รับความนิยมสูง เหนือกว่าเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมที่มีผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้กลายเป็นแนวโน้มธุรกิจกระแสใหม่ในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา บรรจุน้ำชาเขียวลงในขวดพลาสติก เป็นเครื่องดื่มแก้กระหายและบำรุงสุขภาพกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งนำไปผสมในอาหาร ของหวาน ไอศกรีม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ เพื่อลูกค้าซื้อหามารับประทาน กระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี

การ ขี่รถจักรยานกำลังฮิตในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน การจราจรติดขัดบนท้องถนน และน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน การขับขี่ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายในช่วงเวลาจากบ้านไปถึงที่ทำงาน แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการสูดดมอากาศสียบนถนน จึงมีการสร้างเลนบนทางเท้าสำหรับรถจักรยาน การสวมหน้ากากป้องกันมลภาวะอากาศเสีย ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับรถจักรยานเฟื่องฟู เช่น หมวก แว่นตาดำ ชุดเสื้อกางเกง ถุงมือ และรองเท้าถีบจักรยาน ภาครัฐช่วยรณรงค์ให้ประชาชนถีบจักรยานมาทำงาน จัดหาสถานที่จอดรถจักรยานในบริเวณสาธารณะ เถ้าแก่ผลิตรถจักรยานแบบพับได้เพื่อพกพาขึ้นบนรถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที เป็นต้น

ปัญหา รถติดในเมืองหลวง การสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดินเอ็มอาร์ที เป็นแรงผลักดันให้สภาพชุมชนเปลี่ยนแปลงไปจากตึกแถว ร้านค้า บ้านสองชั้นในตัวเมืองกลายมาเป็นอาคารสูงหลายชั้น สิบชั้น และหลายสิบชั้น เช่น คอนโดมิเนียม ติดกับรถไฟฟ้าสาธารณะดังกล่าว ครอบครัวคนชั้นกลางนิยมย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมราคาแพงใจกลางเมืองเพื่อใช้ อาศัยทำงาน ให้ลูกเรียนหนังสือ เป็นลักษณะครอบครัวเดี่ยว (Nuclear family) ส่วนบ้านทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยวมีเนื้อที่กว้างขวางมักอยู่แถบชานเมือง อาศัยร่วมกันทั้งปู่ ย่า ตา ยาย ลูกหลาน เป็นลักษณะครอบครัวขยาย (Extended family) นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงต้องปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มกระแสใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป

เถ้าแก่ ร้านขายผ้าพับเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้านำไปตัดเสื้อผ้าสวมใส่ มองเห็นแนวโน้มธุรกิจกระแสใหม่ที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป นิยมซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปมากกว่าซื้อเสื้อผ้าไปตัดเอง มองเห็นสภาพชีวิตผู้คนเปลี่ยนแปลงมาอยู่ในรูปแบบคอนโดมิเนียม ได้หันมาจำหน่ายฟูกเตียงนอนบางๆ ในราคาไม่แพง เสื้อผ้าสำเร็จรูปและสินค้าอื่นๆ ที่เหมาะกับชีวิตคนเมือง ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

             ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=588875
 

ดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059: ตอนที่ 13 การทดลองขั้นสุดท้าย (1)

บทที่ 13 การทดลองขั้นสุดท้าย

 

ใกล้ รุ่งเช้า ผมสะดุ้งตื่นบนเตียงนอนภายในเต้นท์ เงาร่างคนพาดผ่านไปทางซอกหลืบด้านหลังสุดของถ้ำ ความรู้สึกขณะนอนว่องไวเป็นพิเศษ เมื่อมีสิ่งใดผิดปรกติเฉียดใกล้เข้ามา แม้ไม่มีเสียงดังเข้ามาสู่โสตประสาท ผมจะตื่นขึ้นทันที การเป็นนายแพทย์อยู่เวรช่วงดึกสมัยทำงาน ณ สถาบันการแพทย์เทอดไททำให้ต้องตื่นตัวตลอดเวลา

 

ผม พลิกตัวลุกขึ้น เหลือบมองนายแจ๊คและนายอรรถกรที่นอนถัดไป ทั้งคู่นอนหลับสนิท อาจเมื่อยล้าจากการห้อยตัวอยู่บนท้องฟ้านานเกินไป ผมตัดสินใจโผล่หน้าออกมานอกกระโจม แสงสว่างขาวนวลจากตะเกียงไฮโดรเจนส่องเข้าสายตา ไม่พบการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตใดๆ นอกจากเสียงคลื่นน้ำตีกระทบถูกขอบสระเป็นระยะ มันดังมาจากเส้นทางไปสู่ด้านใน ผมคุ้นเคยกับซอกหินผนังถ้ำเป็นอย่างดีเมื่อคราวถูกไอ้เส็งจับมาขังในถ้ำใหญ่ แห่งนี้

 

เสียง ตีคลื่นน้ำหายไป อากาศบริสุทธิ์พัดเข้ามาตามซอกหินด้านหลังสระน้ำใหญ่ ผมย่องเงียบกริบไปตามทางเดินแคบๆ แนบลำตัวเข้ากับผนังซอกหลืบ แสงสว่างพลังงานไฮโดรเจนไม่อาจลอดผ่านเข้าไปได้ เมื่อเข้าไปใกล้ชั้นในตัวถ้ำ ได้ยินเสียงต่อกระซิบสลับกับเสียงน้ำไหลตามโขดหิน ความมืดมิดเข้าครอบงำ เพ่งสายตามองไปตามเสียง ภาพเงาชายหญิงคู่หนึ่งนั่งหันหลังบริเวณขอบสระ โอบกอดกันราวกับคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน ไม่นานนักเสื้อผ้าถูกถอดออกกองบนชะง่อนหินใกล้เคียง เสียงน้ำดังตูมตามเงาดำมืดแหวกว่ายน้ำเย็นในสระ ก่อนผวาเข้าเข้ากัน บทรักชายหญิงบรรเลงไปตามจังหวะของธรรมชาติ

 

ผม รู้สึกแปลกใจว่าใครกันช่างนัดหมายมาพบกันในยามเช้ามืด ไม่เกรงกลัวผู้ใดมาแอบเห็น แม้เป็นเพียงเงาร่างกายเคลื่อนไหวเข้าหากันและเสียงคลื่นน้ำจากการแหวกว่าย ก็ไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง ในความมืดมิดไม่มีแสงสว่าง ผมไม่อาจทราบคือผู้ใดมาลักลอบมีเพศสัมพันธ์ เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ คู่รักชายหญิงได้ขึ้นจากสระน้ำใหญ่ สวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ผมต้องรีบถอยกลับออกมาตามเส้นทางเดิม ไม่มีมุมใดให้แอบมองว่าเป็นผู้ใดและรีบมุดกลับเข้าในกระโจมเต้นท์ ร่างคู่ชายหญิงเดินผ่านหน้าเต้นท์ไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวออกไปจากลานโล่งตอนกลางถ้ำทันที ผมไม่ทันเปิดผ้าใบเต้นท์ด้วยซ้ำไป ทั้งสองคนเป็นผู้ใดกันแน่? ทำไมเดินเหินเร็วชั่วพริบตาเดียว

 

ความสงสัยถูกเก็บไว้ในใจ เมื่อนายบิลลี่ มิสซิสหวังกับมิสยูโก๊ะมา ปลุกพวกเราตื่นขึ้น ยัยอุ๊ดและยัยเนตรเลิกกระโจมเต้นท์พาร่างอ่อนแรงของผู้ป่วยอิงอรมุ่งไปสระ น้ำใหญ่เพื่อชำระร่างกาย โดยมีทีมงานโครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอฯ ติดตามไปเพื่อป้องกันการหลบหนี ส่วนนายบิลลี่รอคอยอยู่ด้านนอกในกลุ่มผู้ชายคือผม นายแจ๊คและนายอรรถกร

 

ในช่วงระหว่างรอคอยอาบน้ำ ผมนึกไม่ออกว่ามีผู้ใดอีก นอกจากกทีมงานของด็อกเตอร์เฮนรี่และพวกเราที่ถูกจับเป็นตัวประกัน พี่น้องตระกูลนวมินทร์คงไม่มาสมสู่กันเอง อีกทั้งใกล้รุ่งเช้า สัญชาตญาณค้างคาวสัตว์ปีกต้องนอนหลับพักผ่อน

 

ยัย อุ๊ด ยัยเนตรช่วยกันพยุงผู้ป่วยอิงอรกลับมาสู่เต้นท์หลังอาบน้ำเสร็จ นายอรรถกรเดินตามนายแจ๊คที่เดินด้วยความอ่อนเพลียจากฤทธิ์ยาสลายกล้ามเนื้อ ผมสาวเท้าเร่งรีบ ไม่ได้อาบน้ำมาทั้งคืน ความืดมิดของถ้ำชั้นใน ไม่ต้องอับอายว่าใครมาแอบดู เงาร่างของพวกเราอยู่ตามขอบโขดหินสระน้ำ ชำระร่างกายตามปรกติ ความเย็นในสระน้ำช่วยให้สดชื่นและหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง นายบิลลี่อยู่ด้านบนขอบสระ มองสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ

 

นาย แจ๊คดำผุดใต้น้ำอย่างรวดเร็วเพื่อสำรวจอะไรบางอย่าง ผมนึกแปลกใจที่เด็กผมทองว่องไวเหมือนเดิม ความมืดทำให้นายบิลลี่มองไม่เห็นความเคลื่อนไหว หัวหน้าเด็กกลุ่มผมทองต้องพบเจอช่องทางออกด้านล่างสุดของสระน้ำใหญ่  ผม ผู้ป่วยอิงอรกับคนอื่นเคยหนีออกไปทางช่องนี้ คราวถูกจับตัวเรียกค่าไถ่และไล่ล่าโดยมนุษย์ค้างคาวยักษ์

 

อาจารย์ครับ ผมพบช่องทางหนี…” นายแจ๊คกระซิบ ตามความคาดเดาของผม

 

เรายังหลบหนีออกไปไม่ได้ อาจารย์ต้องการรู้ว่านายเฮนรี่กับทีมงานทำอะไรกันแน่ผมลอบมองนายบิลลี่ที่บังเอิญหันไปทางอื่น

 

ยัยอรยังไม่มีเรี่ยวแรงพอจะหนีนายอรรถกรกล่าวเสริม

 

ผมพยักหน้า ก่อนกระซิบตอบ

 

ยัยอรต้องพักฟื้นอีกนาน นายแจ๊คทำไมเธอเคลื่อนไหวได้ปรกติ เหมือนไม่โดนยาสลายกล้ามเนื้อ

 

ผมใช้พลังงานสำรองใต้กล้ามเนื้อ ยีนส์ในตัวถูกดัดแปลงให้บรรจุได้นายแจ๊คพูดราวกับมีแบตเตอรี่ชาร์ฟกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

 

มิน่าละ…เธอดูแข็งแรงเป็นพิเศษ ผมกระซิบไม่ให้นายบิลลี่ได้ยิน

 

เราจะทำอย่างไรดีต่อไปครับอาจารย์นายอรรถกรอาบน้ำอยู่ใกล้ๆ ลอยตัวตามขอบสระ ใช้มือลูบไล้ทำความสะอาดร่างกาย

 

นายแจ๊คต้องไม่เปิดเผยตัวว่ามีพลังงานเก็บสำรองไว้ ต่อหน้าพวกนั้นต้องทำเป็นอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง อย่าให้ใครสงสัยได้ผมเริ่มวางแผนในใจ

 

ผมจะลงไปสำรวจช่องทางออกข้างล่างอีกครั้ง อาจได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมหัวหน้ากลุ่มเด็กผมทองร้องบอกเบาๆ

 

อย่าลงไป! เธออาจเจอน้ำวนหมุนพัดดูดออกไปข้างนอก ข้างล่างลึกมากผมเอ่ยห้ามปราม

 

อาจารย์เคยหนีออกไปทางช่องหลุมข้างล่าง…” นายแจ๊คร้องเสียงดังขึ้น ผมผงกศรีษะแทนคำตอบ โชคดีเสียงน้ำตกด้านนอกกลบเสียงเด็กหนุ่มผมทองเสียสนิท

 

เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ ทีมงานด็อกเตอร์เฮนรี่อาจรู้สึกผิดสังเกตได้

 

เราน่าจะขึ้นไปจากสระใหญ่ได้แล้ว ก่อนนายบิลลี่สงสัย…” ผม กวักน้ำล้างคราบสกปรกจากลำตัวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนกระโดดตัวขึ้นบนขอบสระ ผลัดเปลี่ยนชุดใหม่พร้อมกับนายแจ๊คและนายอรรถกร หัวหน้ากลุ่มเด็กผมทองต้องเสแสร้งเดินเหินไม่สะดวก ให้นายอรรถกรพยุงตัวกลับเข้ากระโจมเต้นท์

 

นาย บิลลี่เดินท้ายสุด พอออกจากทางเดินซอกหลืบแคบ เขาล้วงวัตถุคล้ายรีโมตมากดบังคับอะไรบางอย่าง เสียงเลื่อนบานประตูลงมาปิดทางเดินไปสู่สระน้ำใหญ่ พวกเรานิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ไม่คิดว่ามีประตูกลไกซ่อนอยู่ด้านบนของถ้ำ ทีมงานด็อกเตอร์เฮนรี่ต้องล่วงรู้มีเส้นทางหนีไปที่นี่

 

เดี๋ยวพวกนายส่งใครมาเอาอาหารจากรถตู้พ่วง นักวิทยาศาสตร์หนุ่มกล่าวสั้นๆ ก่อนผละจากไปพร้อมกับมิสซิสหวังและมิสยูโก๊ะ

 

ยัย อุ๊ดกับนายอรรถกรอาสาไปรับอาหารเช้าด้านนอก หน้ากระโจมเต้นท์ถูกดัดแปลงเป็นโต๊ะรับประทานอะไร เมื่อไม่มีพวกนายเฮนรี่ นายแจ๊คไม่ต้องเสแสร้งอีกต่อไป เขายกหินก้อนใหญ่และเล็กนำมาเรียงรายล้อมรอบ จัดเป็นเก้าอี้และโต๊ะ หินก้อนใหญ่สุดอยู่ตรงกลางกลุ่ม ไม่นานนักศึกษาแพทย์ชายหญิงก็นำอาหารมารวมกันบนหินก้อนใหญ่

 

ยัยอรเป็นอย่างไรบ้าง นายแจ๊คร้องถาม เมื่อยัยเนตรประคองมานั่งบนก้อนหินเล็ก

 

รู้สึกเพลีย เรี่ยวแรงหายหมด ใบหน้าเรียวงามซีดขาว ปากสั่นเล็กน้อย

 

เราจะทำอย่างไงดีค่ะอาจารย์ ยัยอุ๊ดหันมาถามผม ตักอาหารที่ได้มาใส่ปาก เคี้ยวตุ้ยๆ

 

ด็อกเตอร์เฮนรี่กำลังทำอะไรบางอย่าง?” ผมรับอาหารกล่องจากนายอรรถกร

 

ผมเห็นถุงเหนียวหนืดขนาดต่างๆ บนเพดานถ้ำ หัวหน้ากลุ่มเด็กผมทองตั้งข้อสงสัย

 

เขาอาจสร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมาอีก…” เสียงผมค่อนข้างจริงจัง

 

หมายความว่าเจ้าถุงพวกนั้นเป็นตัวอ่อนของสัตว์ประหลาด นายอรรถกรส่งเสียงดัง ขยับเข้ามาใกล้ ยื่นอาหารกล่องที่ได้รับมาแจกจ่ายจนครบทุกคน

            ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ครับ http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=571307