กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for January, 2014

ดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059: ตอนที่ 13 การทดลองขั้นสุดท้าย (2)

“เสี่ยอัครเดชมีลูกชายคนหนึ่ง…” ผมตัดสินใจพูดออกไป

ทุกคนหันมามองอย่างตั้งใจ ผู้ป่วยอิงอรทำสีหน้าสงสัย

“เมื่อ วานตอนกลางคืน อาจารย์ไปพบกับเสี่ยอัครเดชในรถตู้นอน เขาบอกว่าลูกชายป่วยเป็นโรคพันธุกรรม ใกล้เสียชีวิต ต้องเร่งรีบทดลองโครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอฯ ให้เร็วที่สุด และครั้งนี้เป็นการทดลองขั้นสุดท้าย” ผมพยายามเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ

“การทดลองขั้นสุดท้าย หมายความว่าอะไรครับ” นายแจ๊คซักถาม

“อาจารย์ ไม่ทราบว่ามันหมายถึงอะไร อาจเกี่ยวกับการทดลองจีโนมหรือโคลนนิ่งก็ได้” ผมนึกถึงถุงเหนียวหนืดจำนวนมากบนเพดานถ้ำ ก่อนเข้ามาในถ้ำลึก

“ด็อกเตอร์เฮนรี่อาจใช้วิธีเดียวกับนายนิธิ เดชกุลธร” ผู้ป่วยอิงอรเอ่ยเสียงอ่อนล้า ตักข้าวหอมกรุ่นเข้าปาก

“ถ้าเป็นเช่นนั้น เสี่ยอัครเดชน่าจะทำไปแล้ว ไม่รอมาจนบัดนี้” ผมตั้งข้อสังเกต

ยัยอุ๊ดกับยัยเนตรพยักหน้าเหมือนเข้าใจ

“เสี่ย อัครเดชเชื่อใจด็อกเตอร์เฮนรี่มาก เขาเป็นผู้เดียวที่ช่วยเหลือลูกโทนคนเดียวให้หายเป็นปรกติได้ เสี่ยจึงทุ่มเทเงินทองมหาศาลกับการทดลองครั้งนี้” ผมอธิบายเพิ่มเติม

“นายอัครเดชอาจถูกด็อกเตอร์เฮนรี่หลอกได้” หัวหน้าเด็กกลุ่มผมทองร้องขึ้น

“ทำไมคุณเชื่ออย่างนั้น นายแจ๊ค” นายอรรถกรสงสัย

“ด็อกเตอร์ เฮนรี่พูดในงานสัมมนาว่า ต้องการทดลองค้นหาแผนที่ดีเอ็นเอมนุษย์เพื่อความเป็นอมตะของคนบนโลก…” นายแจ๊คย้ำเตือน ทุกคนหูผึ่งและจ้องมองเด็กผมทอง

“แล้วอย่างไงต่อไป” ยัยอุ๊ดเร่งเร้า

“แต่ กลับไปทดลองโครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอข้ามสายพันธุ์ เพื่อสร้างมนุษย์กึ่งสัตว์ประหลาด และแอบอ้างเรื่องการค้นหาแผนที่ดีเอ็นเอมนุษย์”

“ถูก ต้อง! ด็อกเตอร์เฮนรี่พูดอยู่เสมอว่ามนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมไม่แข็งแรงเท่ากับ มนุษย์ข้ามสายพันธุ์ เขากำลังทดลองอะไรบางอย่างที่เป็นการทดลองขั้นสุดท้าย” ผมไขข้อสงสัย ราวกับเฉลยข้อสอบยากที่สุด

“สรุป แล้วด็อกเตอร์เฮนรี่หลอกเอาเงินจากนายอัครเดชมาทดลองโครงการของเขา โน้มน้าวให้เห็นว่าช่วยเหลือลูกชายคนเดียวได้ ถุงเหนียวหนืดนั่นอาจเกี่ยวกับการทดลองขั้นสุดท้าย” ยัยเนตรพูดโพล่งขึ้น

“หัว หน้าโครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอฯ เป็นคนเจ้าเล่ห์ จิตใจไม่ปรกติและมักใหญ่ใฝ่สูง ทุกคนต้องระมัดะวังตนเองให้มาก” ผมเน้นย้ำกับทุกคน หลังรับประทานอาหารช่วงเช้าเสร็จ

“เรา จะทำอย่างไงต่อไปครับ อาจารย์ธนา…” นายแจ๊คถามความเห็น นายอรรถกร ยัยอุ๊ดกับยัยเนตรช่วยกันเก็บจานชามไปให้แม่ครัวด้านนอกล้างทำความสะอาด

“จับ ตาเฝ้ามองการทดลองขั้นสุดท้ายของด็อกเตอร์เฮนรี่ และหาโอกาสทำลายถุงเหนียวหนืดบนเพดานถ้ำ นายแจ๊ค…เธอต้องหาทางติดต่อกับคนในหมู่บ้านลึกลับ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คืนนี้ผมหาโอกาสลงไปใต้สระน้ำหมุนวนอีกครั้ง ไปส่งสัญญาณระบุพิกัดตำแหน่ง…” เด็กหนุ่มผมทองร้องบอก

“เธอจะทำโดยวิธีใด?” ผู้ป่วยอิงอรขมวดคิ้วสงสัย

“ตำแหน่ง ของสระน้ำใหญ่หันหน้าเข้าหาหมู่บ้านลึกลับพอดี ผมเห็นแสงจันทร์ลอดเข้ามาด้านล่างใต้สระน้ำ ถ้าแสงจันทร์กระทบถูกตัวผมเมื่อไหร่ แสงสีทองในตัวผมจะเปล่งประกายให้เพื่อนอีกสี่คนได้มองเห็นในยามค่ำคืน” หัวหน้าเด็กกลุ่มผมทองหมายถึง นายสหรัฐ นายบันลือ นางสาวการดี และนางสาวคลีตรา

“ถ้า งั้นพวกเราเตรียมตัวกันให้พร้อม คืนนี้หลังจากนายแจ๊คส่งสัญญาณเรียบร้อย คนในหมู่บ้านลึกลับต้องบุกเข้ามาช่วยเหลือแน่นอน” ผมจบสนทนาด้วยความตื่นเต้น เมื่อสงครามระหว่างมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมกับมนุษย์กึ่งสัตว์ประหลาดอาจเกิด ขึ้นอีกครั้ง

มิสเตอร์บิลลี่เดิน กลับมาที่กระโจมเต้นท์ แจ้งให้ทราบว่านายอัครเดชต้องการพบกับผมเป็นการส่วนตัว ระหว่างทางเดินผ่านถุงเหนียวหนืดบนเพดานถ้ำ ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

บอดี้ การ์ดนับสิบคนรายล้อมรถตู้พ่วงนอนสีขาวหนาแน่น มีรถตู้พวงนอนอีกสองคันสีฟ้าและสีเขียวขนาดเล็กกว่าจอดเรียงรายถัดไป เจ้าของมูลนิธิคีมทองเชื้อเชิญให้นั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม ไม่พบด็อกเตอร์เฮนรี่อยู่ภายในรถ เราอยู่กันเพียงสองคนเท่านั้น

“ผมต้องขอโทษที่เชิญคุณมาพบอีกครั้งหนึ่ง ลูกชายผมอยู่ในอาการโคม่า ใกล้เสียชีวิต… ” เสียงนั้นสั่นคล้ายร่ำไห้

“เขาอยู่ที่ไหนครับท่าน” ผมเอ่ยน้ำเสียงปรกติ

“ด็อกเตอร์เฮนรี่กำลังช่วยชีวิตลูกชายผม…อยู่หลังท้ายรถพ่วงคันนี้” เสียงสั่นเครือเศร้าสร้อย

“หมายความว่า…” ผมนึกถึงโครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอข้ามสายพันธุ์ คิดไม่ถึงว่าลูกชายนายอัครเดชกำลังถูกทดลองเพื่อชุบชีวิต

“ลูกชายผมอาจจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ กลายเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ประหลาด…” อภิมหาเศรษฐีน้ำตาไหลอาบแก้ม ความอับอายหายไปหมดสิ้น

“ด็อกเตอร์เฮนรี่ใส่ยีนสัตว์ชนิดใดลงไปในร่างกายเขา”

“ผมไม่ทราบ…ทีมงานโครงการวิจัยผสมดีเอ็นเอฯ กำลังคัดเลือกยีนพันธุกรรมที่เข้ากันได้กับลูกชายผม” น้ำเสียงดูราวกับไม่เต็มใจ

“ท่านต้องการให้ผมช่วยเหลือ…”

นายอัครเดชผงกศีรษะ “ผมไม่อยากให้ลูกชายคนเดียว…กลายร่างเป็นมนุษย์กึ่งสัตว์ประหลาดตลอดไป คุณต้องให้ศาสตราจารย์อดอลฟ์ นอร์มันดีช่วยให้เขากลับเป็นคนปรกติสมบูรณ์”

           ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=571307

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 23 การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)

การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)

ผู้ ประกอบการคือบุคคลที่จัดตั้งธุรกิจใหม่โดยเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่ นอนทางธุรกิจเพื่อแสวงหาผลกำไรและความเติบโตมุ่งหาความต้องการของตลาดเพื่อ สนองความต้องการ ในทางเศรษฐศาสตร์ผู้ประกอบการคือ ผู้รวบรวมปัจจัยการผลิต ได่แก่ ที่ดิน แรงงาน และทุนมาผลิตเป็นสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการอาจจะเป็นหน่วยงาน บริษัท ห้างร้านหรือเอกชนเพียงคนเดียวก็ได้ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องยอมรับความ เสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผลิตและบริหารจัดการในกระบวนการผลิต ผลตอบแทนที่ได้คือ กำไร หรือ ขาดทุน(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี วันที่ 22 ธันวาคม2556)

ความหมายของผู้ประกอบการ ปัจจุบันมีความหมายกว้างขึ้นกว่าเดิม นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงจากยุคอุตสาหกรรม (Industrial age) เข้าสู่ยุคดิจิตอล (Digital age)มี เทคโนโลยีอินเทอร์เน้ตเข้ามาขับเคลื่อนทำให้ผู้ผลิตกับผู้บริโภคมาพบกันโดย ตรง ใกล้ชิดกันมากขึ้น การแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และเรื่องราวต่างๆ มีการติดต่อสื่อสารไหลลื่นไปสู่ทั่วโลก ไม่มีสิ่งใดมาปิดกั้น ไร้พรมแดน กระตุ้นให้โลกกาภิวัฒน์ (Globalization)สมบรูณ์มากยิ่งขึ้น เกมส์ธุรกิจและการตลาดจึงเปลี่ยนแปลงไป สินค้าอาจไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้ แต่อยู่ในรูปของดิจิตอล ต้นทุนการผลิตต่ำลงมาก ไม่ต้องผลิตสินค้าทีละชิ้นให้เกิดต้นทุนผันแปร (Variable costs) ไม่มีการวางแผนผลิตสินค้าให้พอดีกับความต้องการของลูกค้า ไม่มีเรื่องของการผลิตสินค้าจำนวนมากเพื่อลดต้นทุน (Economic of scale, Economic of scope)ไม่ ต้องอาศัยพื้นที่ (ที่ดิน) ในการวางและเก็บรักษาสินค้า ไม่มีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องจักรการผลิต ไม่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ไม่ต้องจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย การทำงานไม่ต้องใช้ออฟฟิศ อาจทำงานที่บ้าน คิดค่าจ้างตามความรับผิดชอบและจำนวนชิ้นของงาน สะดวกและประหยัดในการเดินทาง การติดต่อสื่อสารทำได้เพียงชั่วพริบตา (ไม่จำกัดในเรื่องของพื้นที่และเวลา)ยกเว้นธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัยทั้งห้า คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และรถยนต์ ตอบสนองความต้องการทางกายของมนุษย์ ยังเป็นธุรกิจในยุคอุตสาหกรรม เพียงแต่อาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน้ต ซอฟต์แวร์ (Sofeware) ฮาร์ดแวร์ (Hardward) และเครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วยบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการทำงานรวดเร็ว คล่องแคล่วมากขึ้น การแก้ไขปัญหาฉับไว และลดความเสียหายจากการทำงานในรูปแบบเดิมที่ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี

การเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนทางธุรกิจ ผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่ต้องมีวิธีการจัดการความเสี่ยง (Risk management) ตั้งแต่ ชนิดสินค้าและบริการเป็นที่นิยมของผู้บริโภค มองทิศทางตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคถูกต้องผู้จัดหาวัตถุดิบมีคุณภาพและจำนวน มากราย กระบวนการผลิตลดความสูญเสียน้อยที่สุด ค้นหาวิธีการผลิตที่ประหยัด สะดวกและรวดเร็ว ผลิตได้ปริมาณครั้งละมากกว่าวิธีการเดิม การเก็บสินค้าคงคลังเหลือน้อยที่สุด (ลดค่าใช้จ่ายโสหุ้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าบำรุงรักษาสินค้า มูลค่าการประกันภัยสินค้า จำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสินค้า มีพื้นที่เหลือให้ทำประโยชน์ใช้สอยอย่างอื่น)ช่องทางการจัดจำหน่ายมากพอ มีร้านค้าปลีกของตนเอง (อย่างน้อยต้องมีรายได้และผลกำไรเป็นเงินสดกลับคืนมาหล่อเลี้ยงธุรกิจได้) สินค้าควรมีการส่งออกและจำหน่ายในประเทศมูลค่าใกล้เคียงกัน มีการประกันอัตราแลกเปลี่ยนกรณีที่ค่าเงินผันผวนมาก(ค่าเงินมีความเสี่ยงสูง มาก) การลงทุนเพิ่มโดยมีสัดส่วนของหนี้ไม่มากกว่าทุนเจ้าของเดิม(อัตราส่วนทุนต่อ หนี้คือไม่เกินหนึ่งต่อหนึ่ง) การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ต้องมีประสิทธิภาพ เป้าหมายคือได้คนดีและคนเก่งมาร่วมงาน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นออกไป ทดแทนด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์กรณีไม่ใช้แรงงานคน ไม่ควรผลิตสินค้าไม่กี่ชนิดที่สร้างรายได้หลักกับธุรกิจ มีการพัฒนาสินค้าเดิมและสินค้าใหม่สม่ำเสมอเพื่อตอบสนองลูกค้าที่ความต้อง การอาจเปลี่ยนแปลง มีเงินสำรองใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน เมื่อธุรกิจประสบปัญหาด้านการเงินอย่างกะทันหัน การวางแผนธุรกิจที่ดีตามสภาพแวดล้อมการแข่งขัน(เช่น การวางแผนฉุกเฉิน กรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่ปรกติขึ้นตามปัจจัยทางกฎหมาย เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม การเมือง และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน หรือ การวางแผนระยะสั้นตามแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจของโลก ภูมิภาค ประเทศ และท้องถิ่น) ช่วยให้ธุรกิจมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนลดน้อยลง

การ เป็นผู้ประกอบการไม่ใช่เป็นกันได้ทุกคน ต้องสำรวจตนเองก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างน้อยเป็นผู้มีความผิดชอบในหน้าที่ ตนเอง มีวินัยสามารถเก็บเงินออมได้ เป็นผู้มีนิสัยประหยัด ใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นเท่านั้น มีความเป็นผู้นำ (Leadership)เพื่อจูงใจให้ลูกจ้างทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทิศทางเดียวกัน ชอบเรื่องการวางแผน (Planning)เมื่อต้องออกจากบ้านและทำกิจกรรมต่างๆ เป็นผู้รอบคอบ ชอบศึกษาเรียนรู้เพื่อให้เกิดความคิดใหม่ (New idea) และวิสัยทัศน์ (Vision) ขยันหมั่นเพียร อดทน ไม่ยอมพ่ายแพ้จนกว่าประสบผลสำเร็จ มองภาพรวมของปัญหาและวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ ได้ดี มีความเชื่อมั่นตนเองสูง ไม่ฟังเสียงคนรอบข้างที่พูดบั่นทอนจิตใจ กล้าลงทุนในสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ในแนวทางธุรกิจ พร้อมที่จะเป็นหนี้สินจากการขยายตัวธุรกิจ ถ้าคิดว่าตนเองมีคุณสมบัติเพียบพร้อมดังกล่าวข้างต้น การเป็นผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ผู้ ประกอบการหรือเถ้าแก่ ต้องมุ่งแสวงหาผลกำไรและความเติบโตทางธุรกิจ โดยผ่านความต้องการของผู้บริโภคและขนาดตลาดใหญ่เพียงพอในการเข้าไปดำเนิน ธุรกิจ ไม่เป็นตลาดอิ่มตัวและมีคู่แข่งขันรายใหญ่ ควรมองช่องว่างและโอกาสของธุรกิจ อาจเป็นตลาดที่พร้อมมีลูกค้าจำนวนมาก แต่มีคู่แข่งขันน้อยรายหรือไม่มีคู่แข่งขันเลย เป็นนวัตกรรมใหม่ที่มุ่งแก้ไขปัญหาของผู้บริโภค หรือมุ่งหาวิธีการแก้ไขปัญหาลูกค้าอย่างง่ายๆ อาทิ ความกังวลของลูกค้าต่อผักตกค้างสารพิษ จึงมีวิธีการปลูกผักในมุ้งป้องกันแมลงต่างๆ มากัดกิน จุ่มอยู่ในน้ำผสมปุ๋ยที่ไร้ราก โดยไม่ใช้ดินให้สิ้นเปลืองเนื้อที่เพาะปลูก การบรรจุพริกป่น น้ำตาลและน้ำปลาใส่ซองเล็กๆ เพื่อสะดวกกับพ่อค้าแม่ขายตามร้านอาหาร ไม่ต้องคอยตักบรรจุใส่ถุงพลาสติกเล็ก เป็นต้น แต่ต้องคอยหมั่นสังเกตว่าธุรกิจที่ตนเองเข้าไปทำมีมูลค่าโดยรวมเท่าไหร่ ใครเป็นเจ้าตลาดอันดับหนึ่ง สอง สาม จะหาโอกาสแทรกเข้าไปได้อย่างไร สินค้าและบริการของเราแตกต่างจนเอาชนะรายอื่นได้หรือไม่ แนวโน้มการตลาดในอนาคตเติบโตได้อย่างไร เมื่อมองหาธุรกิจได้แล้ว ต้องใช้เวลาศึกษานานเท่าไหร่ในการเรียนรู้ให้ถ่องแท้ทุกอย่าง ความเชี่ยวชาญทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้จัดหาวัตถุดิบ การผลิตสินค้า ช่องทางการจำหน่ายสินค้า ลูกค้า คู่แข่งขัน ส่วนแบ่งการตลาด โอกาสการเจริญเติบโตและขยายธุรกิจ เมื่อทำธุรกิจไปได้สักระยะหนึ่งต้องหมั่นสังเกตและเรียนรู้การเปลี่ยนแปลง ที่อาจเกิดขึ้นได้ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สินค้าทดแทน คู่แข่งขันรายใหม่ พลังอำนาจการต่อรองของผู้จัดหาวัตถุดิบและลูกค้า รวมทั้งพฤติกรรมลูกค้าที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนทันทีทันใดเพื่อนำ ข้อมูลดังกล่าวมาปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตอบสนองกลุ่มลูกค้าเป้าหมายดี กว่าคู่แข่งขัน ตลอดจนกำหนดกลยุทธ์ใหม่ๆ มาแข่งขันในสภาพตลาดโดยรวม

สิ่ง ที่ต้องคำนึงถึงของการทำธุรกิจเริ่มแรกคือ มาตรฐานของสินค้าและบริการ เถ้าแก่บางรายต้องการผลิตน้ำส้มคั้นสดทุกขวด แต่พอทำการผลิตจริงต้องเผชิญกับปัญหารสชาติของน้ำส้ม สวนผลไม้แต่ละแห่งส่งจำนวนส้มมามีคุณภาพและรสชาติแตกต่างกัน ทำให้น้ำส้มทุกขวดมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน การทำธุรกิจไม่อาจดำเนินการ ลูกค้าชื่นชอบและพึงพอใจสินค้าที่มีมาตรฐานเหมือนกันทุกขวด พ่อค้าและแม่ค้ารับผลไม้มาจำหน่ายในตลาดก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีคุณภาพและรสชาติในแต่ละวันไม่เหมือนกัน อร่อยบ้างหรือไม่อร่อยบ้าง มาตรฐานสินค้าของร้านย่อมไม่มี ลูกค้าไม่กล้าซื้อจำนวนมากเพราะบางวันโชคไม่ดีอาจได้ผลไม้ไม่หวาน สดใหม่และอร่อย หากมีคู่แข่งขันรายใหม่ที่จำหน่ายผลไม้ชนิดเดียวกัน มีมาตรฐานสินค้าใกล้เคียงหรือเหมือนกันทุกวัน จำหน่ายผลไม้รสชาติอร่อยและราคาถูกกว่า ลูกค้าย่อมมาซื้อสินค้าคู่แข่งขันรายใหม่จนกลายเป็นลูกค้าประจำ การจำหน่ายบะหมี่สำเร็จรูปในถ้วยคัพ มีการบรรจุเครื่องเทศปรุงรสและรสชาติใส่ถุงพลาสติกเล็กๆ ในถ้วยคัพ เช่น บะหมี่ต้มยำกุ้ง มีการแยกซองใส่เครื่องเทศปรุงรส กุ้งแห้ง และน้ำพริกเผา มีโอกาสทำให้รสชาติแต่ละถ้วยคัพแตกต่างกันได้ เนื่องจากผู้บริโภคย่อมใส่เครื่องเทศปรุงรสมากน้อยต่างกัน ขณะที่อีกยี่ห้อหนึ่งเป็นบะหมี่ต้มยำกุ้งถ้วยคัพเช่นกัน มีการใส่เครื่องเทศปรุงรสและกุ้งแห้งลงไปในถ้วยคัพพร้อมกับบะหมี่ ส่วนน้ำพริกเผาแยกซองเท่านั้น ทำให้ทุกถ้วยคัพของบะหมี่มีรสชาติเหมือนกัน เป็นการทำให้เกิดมาตรฐานสินค้าเดียวกัน บริการเช่นเดียวกัน ต้องออกแบบให้มีมาตรฐานเดียวกัน ถ้าเริ่มจากขั้นตอนที่หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก ต้องไม่มีการข้ามขั้นตอนเด็ดขาด ต้องนำไปใช้ฝึกอบรมกับพนักงานทุกคน สินค้าและบริการที่มีมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์ต่อไป

ผู้ ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมในการผลิตสินค้าให้มีความแตกต่าง อาทิ โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ต้องไปเน้นการพัฒนาสินค้าแกนหลัก (Core product)โดยเกี่ยวข้องกับความสามารถหลัก(Core competencies)ของ องค์กรในการผลิตขึ้นมา เช่น บริษัทแอบเปิ้ล จำกัด ผลิตสินค้ารุ่นไอโฟน ไอแพค ขึ้นมาในแต่ละปีโดยการพัฒนาความรวดเร็วของหน่วยประมวลผลกลาง(Central Processing Unit: CPU)ให้ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ระบบการป้องกันเปิดเครื่องโดยใช้ลายนิ้วมือสัมผัส การพัฒนาระบบปฏิบัติการไอโอเอส การป้องกันไวรัสเข้าโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ การพัฒนาความละเอียดของภาพ (Pixel) ของกล้องมือถือ เป็นต้น

หาก ผู้ประกอบการอยู่ในอุตสาหกรรมที่ไม่มีความแตกต่างของสินค้า ต้องใช้บริการมาเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขัน อาทิ ธนาคาร สินค้าเป็นการรับฝากและถอนเงินในบัญชี การปล่อยสินเชื่อ ค่าธรรมเนียม การประกันภัย เงินฝากกองทุนประเภทต่างๆ จึงต้องใช้คุณภาพของบริการมาช่วยทำให้เกิดความแตกต่าง อำนวยความสะดวกและความรวดเร็วกับลูกค้า สร้างมาตรฐานบริการให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ

กรณีที่ผู้ประกอบการอยู่ในอุตสากรรมที่ไม่มีความแตกต่างของสินค้าและบริการ ต้องมีการใช้วิธีการส่งเสริมการตลาด (Promotion)มา ทำให้ธุรกิจมีความแตกต่าง โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการตลาดเชิงกลยุทธ์เพื่อให้ลูกค้าอยู่กับเรานานที่ สุดหรืออยู่ไปตลอดกาล การส่งเสริมการตลาดต้องมีความหลากหลายและมูลค่าใกล้เคียงกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันให้มากที่สุด มีระบบการตรวจสอบการส่งเสริมการตลาดตลอดเวลา ส่งผลในการรักษาลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่หรือไม่ อาทิ โทรคมนาคมของบริษัทรายใหญ่คือ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด และบริษัททรูมูฟ จำกัด มีการจำหน่ายสินค้าโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตยี่ห้อต่างๆ บริการเกี่ยวกับระบบอินเตอร์เน้ทโทรศัพท์ไร้สาย และการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต มีสินค้าและบริการไม่แตกต่างกัน จึงต้องใช้การส่งเสริมการตลาดมาเป็นกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ

ในปัจจุบันการทำธุรกิจหลายประเภท มักเป็นในลักษณะซื้อมาขายไปหลายรายติดต่อแบบขายส่งในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ(B2B)บริษัท ติดต่อกับบริษัท หรือบริษัทติดต่อกับภาครัฐโดยตรง จึงมีการติดต่อในเรื่องอาจมีผลประโยชน์ต่อกัน การสร้างความสัมพันธ์รู้จักกัน มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ ทำให้สินค้ามีการซื้อขายในราคาแพงกว่าปรกติ ถ้ามีการตรวจสอบพบต้องถูกลงโทษทั้งบริษัทเองและผู้ที่ลงนามในคำสั่งอนุมัติ โครงการและจ่ายเงินชำระสินค้า อีกทั้งการทำธุรกิจซื้อมาและขายไป มีคู่แข่งขันมาก ทำให้มีผลกำไรไม่มาก รวมทั้งอยู่ในเกมส์ธุรกิจของคนอื่น ไม่ได้อยู่ในเกมส์ของตนเอง ในระยะยาวจะส่งผลให้การทำธุรกิจไม่ค่อยเจริญเติบโตและเป็นไปด้วยความยาก ลำบากเมื่อประสบกับภาวะเศรษฐกิจวิกฤติหรือคู่แข่งขันมากก็ยิ่งมีผลกำไรน้อย ในที่สุดเกิดการขาดทุนต่อเนื่องตลอดเวลา ธุรกิจต้องปิดกิจการลง ดังนั้นธุรกิจซื้อมาขายไปจึงเป็นธุรกิจอยู่ไม่ได้นาน ผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่ต้องรีบสร้างธุรกิจตนเองขึ้นมาในรูปแบบที่ตนเอง สามารถกำหนดกฎเกณฑ์และเกมส์การแข่งขันได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าเป็นสินค้า บริการ และการส่งเสริมการตลาด

เมื่อ ได้ธุรกิจที่ตนเองสามารถควบคุมได้ทุกอย่างผู้ประกอบการเพียงคนเดียวมีความ รู้เชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น จำเป็นต้องหาผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทด้วยกันไม่เกินสามคน (ถ้ามากกว่านี้ย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกันมากจนนำไปสู่การขัดแย้ง ทะเลาะกันและถอนหุ้นคืน จำนวนสามคนยิ่งดีเพราะอาจมีการโหวตความเห็นเสียงข้างมากสองคนกับหนึ่งคนได้ ง่าย แต่ละคนต้องมีความรู้เชี่ยวชาญแตกต่างกัน ต้องไม่เหมือนกันหรือมีเงินลงทุนอย่างเดียว ก็ไม่สมควรเอามาเป็นหุ้นส่วน เนื่องจากมีโอกาสกล่าวหาว่าลงแต่เงินอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยคนอื่นดำเนินธุรกิจ มีโอกาสทะเลาะวิวาทกันได้) หรือเถ้าแก่คนแรก อาจใช้วิธีการระดมแหล่งเงินทุนที่รู้จักกัน เช่น ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท นักลงทุนทั่วไป โดยการนำรูปแบบธุรกิจของตนเองไปนำเสนอ ให้เป็นผู้ถือหุ้นส่วน ตั้งเป็นคณะกรรมการใหญ่เจ้าของเงินลงทุน ส่วนคณะกรรมการเล็กคือผู้ประกอบการ เจ้าของความคิดรูปแบบทางธุรกิจ มีอำนาจในการบริหารงาน ส่วนคณะผุ้บริหารงานอาจดึงจากองค์กรอื่นที่มีประสบการณ์สูง เช่น นักการเงิน นักการตลาด นักทรัพยากรมนุษย์ นักบริหารทั่วไป มีการแบ่งจำนวนหุ้นตามผลงานการบริหาร ส่วนผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่คือ หัวหน้าคณะผู้บริหารงาน(Chief of Executive Officer) ความสามารถเฉพาะด้านและประสบการณ์ของนักบริหารจะช่วยให้บริษัทเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875