กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for March, 2014

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 23 กรรม

กรรม

กรรมในพระพุทธศาสนา แปลว่าการกระทำที่มีด้วยเจตนาได้แก่ กายกรรม (กระทำทางกาย) วจีกรรม (กระทำทางวาจา) มโนกรรม (การกระทำทางใจ)

กรรมแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ กรรมดี (กุศลกรรม หรือ บุญกรรม) และ กรรมชั่ว (อกุศลกรรม หรือ บาปกรรม)

1.       กุศล กรรม (กรรมที่เป็นกุศล กรรมดี การกระทำที่ดี ส่งเสริมคุณภาพของชีวิตและจิตใจ) หมายถึงการกระทำที่เกิดกุศลมูล คือ อโลภะ อโทสะหรืออโมหะ

2.       อกุศลกรรม (กรรมที่เป็นอกุศล กรรมชั่ว การกระทำที่ไม่ดี ทำให้เสื่อมเสียคุณภาพของชีวิตและจิตใจ) หมายถึงการกระทำที่เกิดอกุศลมูล คือ โลภะ โทสะหรือโมหะ(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี วันที่ 7 ธันวาคม2556)

 

นอกจากกรรมแบ่งโดยทั่วไป2 ประเภท แล้ว ยังจำแนกออกตามประเภทของกรรมคือ ตามเวลาการให้ผลของกรรม ตามหน้าที่ของกรรม ตามลำดับการให้ผลของกรรม และตามฐานที่ให้เกิดผลของกรรม ในที่นี้ไม่กล่าวถึง ไปหาอ่านได้ตามหนังสือธรรมะศาสนาพุทธทั่วไปในที่นี้ต้องการพูดถึงอกุศลกรรม หรือกรรมชั่วเท่านั้น

 

การ ดูความหมายของกรรมต้องเป็นไปตามเจตนานั่นคือ มีการกระทำเกิดขึ้นจริงจึงเกิดผลแห่งกรรมนั้นการกระทำเป็นชนิดจงใจหรือไม่ก็ ตาม ย่อมเกิดผลแห่งกรรมนั้น อาจทำให้บางคนเข้าใจผิดคิดว่าถ้าไม่จงใจถือว่าไม่เจตนา ไม่ถือว่าเป็นกรรมที่ต้องชดใช้ อาทิ อาชีพฆ่าสัตว์ในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ มีการกระทำเกิดขึ้นทุกวันบอกว่าเป็นหน้าที่ต้องทำ ไม่ได้จงใจทำร้ายชีวิตสัตว์ถือว่าไม่บาป เกิดเป็นโมหะคือความโง่เขลาว่าเป็นการกระทำไม่เจตนาถือว่าไม่ผิด เป็นความเข้าใจผิดมหันต์ บางครั้งสัตว์ดิ้นรนไม่ยอมด้วยความกลัวและเจ็บปวด จึงลงมือกระทำด้วยโทสะและทำรุนแรงจึงเข้าข่ายการทำอกุศลกรรม เป็นกรรมที่ทำมาก ทำจนเคยชิน (อาจิณกรรมหรือพหุลกรรม) การขับรถไปชนหรือทับคนและสัตว์เสียชีวิต แม้ว่าเป็นการหักหลบกะทันหันจากรถคันอื่นที่ขับประมาทพุ่งชน ถือเป็นกรรมสนับสนุน กรรมที่ช่วยสนับสนุนหรือซ้ำเติม (อุปัตถัมภกรรม) การเดินทางไปที่ใดจนเกิดความกลัวไปหมดว่าจะไปเหยียบสิ่งมีชีวิตเล็กๆเช่น มด แมลงสาบ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ถือว่าเป็นการหวาดกลัวเกินเหตุ ถือว่าจิตไม่ปรกติ ขอเพียงเดินระมัดระวังมีสติสัมปชัญญะ ไม่ประมาท ไม่เดินชนอะไรซุ่มซ่ามบาดเจ็บ ลื่นหกล้ม หรือให้รถคันอื่นมาชนเอาได้ ถือว่าเพียงพอแล้ว ถ้าเดินไปเหยียบสัตว์เล็กๆ ก็ต้องแผ่เมตตา ขอไปสู่สุขคติ ไม่อาฆาตพยาบาทต่อกัน เป็นกรรมให้เลิกผล ไม่มีผลอีก (อโหสิกรรม)ลูกที่วางแผนสังหารบิดามารดาตนเอง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถือว่าทำกรรมหนัก (อนันตริยกรรม เป็นกรรมชั่วของครุกรรม) ใครที่ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต พิการและทุพพลภาพอย่างกะทันหัน แสดงว่ากรรมหนักได้ตามมาทันในปัจจุบัน (ครุกรรม) คนร้ายที่ก่อคดีไปฆ่าผู้อื่นเสียชีวิต ภายหลังหลบหนีและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญเสียชีวิตเช่นกัน เป็นกรรมที่ทำเมื่อใกล้ตาย (อาสันนกรรม) เมื่อเสียชีวิตมีกรรมที่ป็นตัวชักนำไปเกิด หรือกรรมแต่งให้เกิด (ชนกกรรม)

 

กรรมอื่นใดที่ทำเอาไว้นอกเหนือจากครุกรรม อาจิณกรรม และอาสันนกรรม ให้ผลในชาติที่สามคือ กตัตตกรรมหรือกตัตตวาปนกรรมกรรม ที่ตอบสนองก่อนตามความหนักเบาคือครุกรรม อาจิณกรรม อาสันนกรรมและกตัตตกรรมหรือกตัตตวาปนกรรม ตามลำดับดังนั้นกรรมที่ให้ผลในปัจจุบันคือในภพนี้ (ทิฎฐธรรมเวทนียกรรม)คือ ครุกรรมและอาจิณกรรมกรรมที่ให้ผลในภพที่ไปเกิดคือในภพหน้า (อุปปัชชเวทนียกรรม) คือ อาสันนกรรมและกรรมที่ให้ผลในภพต่อๆ ไป (อปราปริเวทนียกรรม) คือ กตัตตกรรมหรือกตัตตวาปนกรรม ตามความหนักเบาของการตอบสนองนั่นเอง ไม่ว่าเป็นอกุศลกรรมหรือกุศลกรรมก็ตามที

 

เมื่อ เราทราบกรรมหนักจะให้ผลการตอบสนองเร็วกว่ากรรมเบา จึงต้องมีการทำบุญกุศลกรรมประเภทเดียวกันเพื่ออกุศลกรรมชนิดตรงข้ามไม่ตาม ทันในชาตินี้ เช่น ผู้ที่ฆ่าพ่อแม่ตนเอง เป็นอกุศลกรรมประเภทครุกรรม ต้องไปบวชเป็นพระภิกษุ นั่งสมาธิให้ได้ฌาณสมาบัติ 8 (รูป ฌาณ 4 และอรูปฌาณ 4) ซึ่งถือว่าเป็นกุศลกรรมประเภทครุกรรมชนิดเดียวกัน หรือสำเร็จเป็นพระอรหันต์เพื่อไม่ให้กรรมหนักตามมาทันในชาตินี้ นักธุรกิจเกี่ยวกับโรงงานฆ่าสัตว์ มีการเชือดสัตว์ตายและแปรรูปเนื้อสัตว์ออกจำหน่ายทุกวัน เป็นอกุศลกรรมประเภทอาจิณกรรม จึงต้องมีการทำบุญใหญ่ สร้างพระพุทธรูป บริจาคเงินช่วยโรงพยาบาลและสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ตั้งทุนการศึกษาเด็กยากจน นำสิ่งของไปช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก ผู้ป่วยระยะสุดท้าย และสมทบทุนแก้ไขปัญหาสังคมต่างๆ ต้องทำอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ เป็นการสร้างกุศลกรรมประเภทอาจิณกรรมชนิดเดียวกันไม่ให้ติดตามทันในชาติ ปัจจุบัน

 

ทารก แรกเกิดป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรม (กรรมเก่า) เช่น โรคดักแด้ การแพทย์สมัยใหม่ไม่อาจรักษาได้ มีชีวิตได้ไม่เกินสองปี (สิ่งแวดล้อมใหม่ที่จะไปสร้างกรรมใหม่คือกุศลกรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้) ถือว่าทำกรรมหนักเมื่อชาติที่แล้ว กรรมตามมาทันตั้งแต่เกิดเลย โอกาสแก้ตัวไม่มี แต่หากเกิดมาไม่ปัญญาอ่อน มีปัญญาและความจำดีเลิศ (กรรมเก่าดีมาก) อ่านหนังสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกติดคณะแพทยศาสตร์ อีกคนหนึ่งมีปัญญาและความจำดีปานกลาง (กรรมเก่าดีปานกลาง) ต้องทุ่มเทความพยายามอ่านหนังสืออย่างหนัก (สิ่งแวดล้อมใหม่คือสร้างกุศลกรรมกับตนเอง) ทำให้สอบติดคณะแพทยศาสตร์ปีที่สองหรือสาม ดังนั้นถ้ามีชีวิตอยู่ขอให้มีความเพียรพยายามในการสร้างบุญกุศลสำหรับตนเอง อย่างน้อยให้ส่งผลถึงชาติปัจจุบันและเป็นเสบียงสำรองไปถึงชาติหน้า ไม่ทนทุกข์ทรมานกับกรรมเก่าที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

 

ผู้ จัดการบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง นำเพื่อนรุ่นพี่มาเป็นที่ปรึกษาของบริษัท แต่ละคนเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนตนเองก็ได้ผลประโยชน์จากเพื่อนข้าราชการเหล่านั้น เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เขาทำเช่นนี้มานานร่วมสิบปี ต่อมาเวรกรรมตามทันถูกเจ้าของบริษัทไล่ออก ส่วนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถึงเวลาเกษียณอายุพอดี ไปเจราจากับเจ้าของบริษัทให้เป็นที่ปรึกษาต่อไปโดยบอกว่าตนเองไม่ได้เกี่ยว ข้องกับเพื่อนที่ถูกไล่ออกจากงาน บริษัทตกลงรับเป็นที่ปรึกษาเหมือนเดิม ผู้จัดการบริษัทที่ถูกไล่ออกถึงกับโกรธเพื่อนรุ่นพี่มาก คิดว่าโดนทรยศหักหลัง นี่แหละคือเวรกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อบริษัทเอาเพื่อนมาเป็นที่ปรึกษารับเงิน เดือนจึงถูกบริษัทไล่ออก ขณะเดียวกันก็แตกแยกและทะเลาะกับเพื่อนรุ่นพี่ที่เอาผลประโยชน์มานาน ความสนิทสนมเป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปีถึงคราวขาดสะบั้นลง แต่ไม่นานผู้จัดการคนนี้สามารถหางานทำได้ เป็นผู้อำนวยการของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งโดยการคัดเลือกสรรหา ทั้งที่อยู่ในวัยเกือบ 50 ปี แล้ว เนื่องจากผลบุญกุศลเป็นคนกตัญญูต่อบิดามารดาทำให้ได้งานทำอย่างรวดเร็ว นี่แหละคือการทำอกุศลกรรมและกุศลกรรมในคนหนึ่งนั่นเอง บุญที่ยิ่งใหญ่คือการตอบแทนบุญคุณบิดามารดาและผู้มีพระคุณสูงสุดของตนเอง

 ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 22 เพื่อน

เพื่อน

 

เพื่อนเป็นคำที่มีความหมายมากสำหรับทุกคน สำคัญรองมาจากครอบครัว บางคนมีเพื่อนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับนิสัยและบุคลิกภาพของตนเอง ถ้าเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบเข้าสังคม เป็นคนเปิดเผย ร่าเริง กล้าแสดงออก มองโลกในแง่บวก มักมีเพื่อนฝูงมากมาย หากมีคุณลักษณะตรงกันข้ามไม่ค่อยพูดคุยกับใคร ขี้อาย เงียบขรึม โลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบเข้าสังคม การมีเพื่อนฝูงย่อมน้อยลงไป แต่ถ้าเป็นคนไม่มีเพื่อนเลย ก็ถือว่าเป็นคนแปลกประหลาด อาจเป็นคนนิสัยไม่ดี ชอบเอาเปรียบคนอื่นอยู่ร่ำไปจึงไม่มีใครคบค้าสมาคมเป็นเพื่อนด้วย ถือว่าเป็นโชคร้ายในชีวิตที่ต้องดำรงชีวิตด้วยความเงียบเหงา เปล่าเปลี่ยวและเดียวดาย

 

การมีเพื่อนมากขึ้นอยู่กับเป็นคนนิสัยดี โอบอ้อมอารี มีความเป็นมิตรต่อทุกคน บางครั้งอาจรวมถึงความเป็นผู้นำสูง สามารถมีอิทธิพลต่อคนอื่น ทำให้เพื่อนฝูงเชื่อฟังและไว้วางใจตนเอง ถ้าต้องการให้ช่วยเหลือในกิจการบางอย่าง หรือจัดงานเลี้ยงรุ่นพบปะสังสรรค์ มักมีเพื่อนฝูงมามากมาย ความมีเพื่อนมากแสดงถึงความเป็นผู้มีอิทธิพลต่อเพื่อนด้วย เกิดความร่วมมือร่วมใจและสามัคคีในหมู่คณะ

 

ประโยชน์ของการมีเพื่อนมาก สร้างโอกาสในชีวิตหลายอย่าง มีประโยชน์มากมายจนคาดไม่ถึงอาทิ การแก้ไขปัญหา ให้คำแนะนำสิ่งดี การช่วยเหลือในกิจการบางอย่าง แนะนำเพื่อนใหม่ที่อาจพัฒนากลายเป็นคู่ครอง เป็นเพื่อนท่องเที่ยว ปฏิบัติธรรม ออกกำลังกาย ไม่รู้สึกเหงาอ้างว้างในยามชราเมื่อถึงวัยเกษียณ

 

การแก้ไขปัญหาบางอย่าง ไม่ว่าเรื่องส่วนตัว ความรัก ครอบครัว และหน้าที่การงาน คนมีเพื่อนมากย่อมได้เปรียบในการปรึกษาหารือ แนะนำทางออกของปัญหา บางครั้งอาจเจอเพื่อนดีมาก สามารถหยิบยืมเงินทองเมื่อธุรกิจมีปัญหา หรือเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจให้ญาติพี่น้องมีปัญหาตกงานมาทำงานร่วมกัน เป็นการเกื้อกูลได้อีกทางหนึ่ง หรือแม้แต่ปัญหาความรัก ครอบครัว เพื่อนก็ช่วยปลอบประโลมให้คลายความเศร้าโศก รวมทั้งแนะนำและชี้ทางแสงสว่างของปัญหาได้เป็นอย่างดี

 

การมีเพื่อนมากยังช่วยการฝากลูกหลานเข้าเรียน ทำงาน เลื่อนตำแหน่ง ขอความช่วยเหลือในกิจการบางอย่าง ยิ่งสังคมไทยเป็นลักษณะอุปถัมภ์ การใช้ความรู้จักคุ้นเคยและเป็นเพื่อนกันยิ่งเป็นประโยชน์มากขึ้น ถึงแม้อาจมีความรู้สึกไม่ดี อยากต่อต้าน และรู้สึกไม่ยุติธรรม แต่สังคมอุปถัมภ์ได้กลายเป็นวัฒนธรรมไทยมานาน เมื่อมีการแข่งขันของผู้คนจำนวนมาก การใช้เส้นสายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทุกครั้ง

 

การรู้จักเพื่อนใหม่ แฟน คู่รัก และแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน ส่วนใหญ่มาจากการแนะนำของเพื่อนฝูงทั้งนั้น การมีเพื่อนมากจึงสร้างโอกาสในชีวิตเพื่อพบเจอคนดีมากมาย สามารถค้นพบเพื่อนรักและคัดเลือกคู่ครองที่เป็นคนดีได้ง่าย มากกว่าคนมีเพื่อนน้อย เพิ่มคุณภาพการดำรงชีวิตในอนาคตข้างหน้า

 

การเดินทางท่องเที่ยว การดูหนังฟังเพลง ปฏิบัติกิจทางศาสนา การออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นความสุขของคนยุคใหม่ การมีเพื่อนมากช่วยให้มีวินัยในการทำกิจกรรมร่วมกัน เพิ่มความสุขและสนุกสนาน เป็นการเติมพลังชีวิตให้ต่อสู้กับภารกิจการทำงานในวันต่อไป

 

เมื่อถึงวัยเกษียณยามชรา การมีเพื่อนมากช่วยพูดคุยรำลึกถึงความสำเร็จตนเองที่มีครอบครัวอบอุ่นและประสบความสำเร็จ การแบ่งปันและวิธีการแก้ไขปัญหาของลูกหลาน การร่วมบอกเคล็ดลับต่างๆ ของแต่ละคนที่สะสมมาชั่วชีวิต เช่น วิธีการสอนลูกให้เป็นคนดีและเก่ง การทำอาหารอร่อยถูกปากมากยิ่งขึ้น การช่วยเหลือกันในยามลูกหลานไม่ว่าง เป็นต้น การมีเพื่อนมากในยามชราช่วยให้ไม่เงียบเหงา ชีวิตมีความสุขและอายุยืนยาว อีกทั้งเป็นการแบ่งเบาภาระลูกหลานไม่ให้มาคอยดูแลตลอดเวลา

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://writer.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235

ดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059: ตอนที่ 13 การทดลองครั้งสุดท้าย (4)

กลุ่ม เด็กผมผือกต่อสู้พัวพันกับค้างค้าวยักษ์ราวสิบตัว หลายตัวโฉบบินรอจังหวะทำร้ายมนุษย์ผมเผือก ชุดสีเงินวิ่งวนไปมาจนลายตา บ้างถือโล่และดาบฟาดฟัน หอกปลายแหลมทิ่มแทง และคันธนูไล่ยิงกันชุลมุน ผสมกับเสียงร้องกริ๊ดกริ๊ด ด้วยความเจ็บปวดของเหล่าบรรดาสัตว์ประหลาด ค้างคาวยักษ์มีรูปร่างแคระแกร็น สูงเพียง 4 ฟุตเท่านั้น ทยอยลงมาจากถุงเหนียวหนืดหลายสิบใบที่แตกออก ของเหลวไหลหยดลงบนพื้นถ้ำ กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่ว การทำโคลนนิ่งของ ด็อกเตอร์ เฮนรี่และทีมงานได้สัตว์ค้างคาวยักษ์ ไม่เหมือนกับพี่น้องตระกูลนวมินทร์ หน้าตาและรูปร่างดูแปลกประหลาด หน้าเกลียดน่ากลัว ผิวสีน้ำตาลออกดำสนิท อาจเกิดการเร่งเร้าปฏิกริยาโคลนนิ่งเร็วเกินไป

นายแจ๊ค ถลันเข้าช่วยเด็กผมเผือกหลาย คน บูมมาแรงถูกเหวี่ยงออกไปตัดและเฉือนถุงเหนียวหนืดที่ยังไม่สุกดีจนขาดหวิ่น มันหมุนวนกลับมาและเวียนไปหลายรอบจนตัดถุงโคลนนิ่งอีกสิบกว่าใบจนหมดสิ้น

ค้าง คาวยักษ์แคระแกร็นไม่กี่ตัวพากันโฉบบินหนีไปนอกถ้ำ เด็กผมเผือกนับสิบคนวิ่งกรูไล่ตามออกไป นายแจ๊ค หัวหน้ากลุ่มเด็กผมทองใช้ความเร็ววิ่งแซงขึ้นไปข้างหน้าสุด ผมกับนักศึกษาแพทย์อีกสามคนวิ่งตามเชื่องช้า

เมื่อ พ้นออกนอกปากถ้ำ พวกเรายืนอ้าปากค้าง มนุษย์ค้างคาวพี่น้องตระกูลนวมินทร์ ตกอยู่ในวงล้อมเด็กผมทองหลายสิบคนที่มีนายสหรัฐ นายบันลือ นางสาวการดี และนางสาวคลีตราเป็นแกนนำเข้าสู้รบ ส่วนนายแจ๊ค บัญชาการรบอย่างดุเดือด บริเวณพื้นมีซากค้างคาวยักษ์แคระแกร็นตกเกลื่อน ไม่มีตัวใดหนีเล็ดลอดได้ กลุ่มเด็กผมเผือกจัดการสังหารหมดสิ้น ไม่ให้ค้างคาวโคลนนิ่งตัวใดหลงเหลือ

บอดี้ การ์ดหลายคนยืนรายล้อมนายอัครเดช คุ้มครองอภิมหาเศรษฐีแน่นหนา ด็อกเตอร์เฮนรี่และทีมงานหายไร้ร่องรอยพร้อมกับรถพ่วงคันสีขาว เหลือรถพ่วงนอนสีฟ้าเพียงคันเดียวจอดอยู่ใกล้ป่าละเมาะบนเนินเขา พ่อครัวกับแม่ครัวขนภาชนะอุปกรณ์ปรุงอาหารไปตั้งแต่หัวค่ำ

มนุษย์ ค้างคาวยักษ์สามตัว ตระกลูนวมินทร์ แยกย้ายกันต่อสู้กับเด็กหนุ่มผมทองชุลมุน ปีกใหญ่แข็งแรงกระแทกใส่มนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมล้มคว่ำ หลายคนทำอาวุธประจำกายหลุดจากมือ กลุ่มเด็กผมเผือกแห่กันเข้าหนุนเนือง แต่ถูกปีกใหญ่กระพือหอบเอาลมพัดใส่จนตั้งตัวไม่ติด ทั้งสามตัวเรียงเป็นแถวหน้ากระดาน ขยับปีกดังซู่ซู่ พร้อม กันเกิดเป็นพายุโหมระลอกใหญ่ กวาดเอาเด็กหนุ่มผมทองและผมเผือกหลายสิบคนตกจากยอดเขาสูง พร้อมด้วยนายแจ๊ค นายสหรัฐ นายบันลือ นางสาวการดี และนางสาวคลีตรา พวกเราร้องด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นึกไม่ถึงว่ามนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย

เมื่อ ไม่มีใครควบคุมอารมณ์โกรธบ้าคลั่ง มนุษย์ค้างคาวยักษ์ได้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดโดยสมบูรณ์ บินขึ้นเหนือกลางท้องฟ้าและร่อนลงโจมตี ทั้งจิกตีถีบเตะบอดี้การ์ดแตกกระเจิง หัวหน้ารักษาความปลอดภัยยกปืนเล็งไปยังอีกตัวหนึ่งบินโฉบต่ำลงมา เสียงดังเปรี้ยง เปรี้ยง….ลูก กระสุนกระเด็นออก ไม่ระคายผิวปีกใหญ่แข็งแรง มันยกขึ้นมาปกป้องราวกับโล่เหล็กกล้า ข้อขางุ้มใหญ่โตเตะเหวี่ยงเข้าปลายคางจนล้มคว่ำไป

นาย อัครเดช หน้าซีดเผือก ยืนนิ่งอยู่หน้ารถพ่วงนอนสีฟ้า ตกตะลึงเมื่อมองเห็นลูกน้องวิ่งหนีตายเข้าไปในป่าละเมาะ ได้ยินเสียงร่างโหยหวนตามมาเป็นระยะ บอดี้การ์ดหลายคนถูกสัตว์ประหลาดค้างคาวยักษ์แหกอกและช่องท้อง อวัยวะภายในกับลำไส้ถูกเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศกระจัดจาย กลิ่นคาวเลือดคละเคล้าคุ้งไปทั่วบริเวณ

หัว หน้าบอดี้การ์ดพรวดพราดลุกขึ้นยืน ฉุดนายอภิเดชขึ้นรถพ่วงนอนสีฟ้า เขาทำหน้าที่พลขับ พวกเราช่วยกันพยุงผุ้ป่วยอิงอร รีบวิ่งเข้าโบอี้สุดท้ายของรถ ก่อนถูกสตาร์ทและขับออกไปทันที รถพ่วงสามโบอี้ค่อยๆ ลัดเลาะทางเนินภูเขาลงมาอย่างเชื่องช้า

นาย อรรถกรถอดสีหน้า เมื่อมองผ่านกระจกด้านหลังรถ เห็นสัตว์ประหลาดค้างคาวยักษ์สามตัวบินอยู่บนท้องฟ้า พี่น้องตระกูลนวมินทร์ติดตามมาไม่ลดละ ผมนึกถึงนายแจ๊ค เด็กกลุ่มผมทองและผมเผือกที่ถูกลมพายุหอบพลัดตกเขาสูง อนุภาพของมนุษย์ค้างคาวยักษ์ที่รวมตัวกันช่างรุนแรงเกินกว่าความคาดหมาย ป่านฉะนี้มนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

ผม สลัดความคิดห้วงคำนึงออกไป ขณะที่มนุษย์ค้างคาวยักษ์ตัวหนึ่งพุ่งเข้าชนกระจกโบอี้หลังเต็มแรง ยัยอุ๊ดกับยัยเนตรร้องวี้ดว้ายตกใจ ทุกคนคว้าราวเบาะเก้าอี้นั่งไว้แน่น ภายในถูกออกแบบที่นั่งราวกับรถโดยสาร ไม่มีใครล้มลุกคลุกคลาน ความเร็วของรถพ่วงนอนเร่งเครื่องเพิ่มขึ้น เพื่อหลบหนีจากสัตว์ประหลาดที่เหินหาวตามมาไม่ลดละ ไม่อีกอึดใจดูเหมือนรถวิ่งเลี้ยวซ้ายป่ายขวาเข้าไปในป่าลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ถนนหนทางขรุขระคับแคบ สองข้างทางเป็นต้นไม้สูงใหญ่รกทึบ ความไม่ชำนาญเส้นทางของพลขับทำให้ออกนอกเส้นทางหลัก เมื่อขับไประยะหลายกิโลเมตร หนทางแคบลงจนไม่อาจแล่นต่อไปได้เมื่อมีต้นไม้หลายสิบคนโอบขวางไว้

รถ พ่วงนอนจอดนิ่งสงบ ได้ยินเสียงวัตถุหนักตกลงบนหลังคารถหลายครั้ง พวกเราจ้องมองตากัน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงร้อง ยัยอุ๊ดกับยัยเนตรเอามือปิดปากตนเอง เกรงเสียงจะเล็ดลอดออกมา พลขับด้านหน้าไม่กล้าเปิดประตูออกมา บรรยากาศจึงเงียบสงบผิดปรกติ เสียงฝีเท้าค่อยก้าวเดินไปทั้งด้านหน้าและท้ายบนหลังคารถ

ผม สูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมสมาธิขึ้นมาจุดกึ่งกลางท้อง เหลียวมองไปรอบข้าง ผู้ป่วยอิงอรหน้าซีดขาว ร่างกายอ่อนเพลีย พละกำลังยังไม่กลับคืนมา นักศึกษาแพทย์อีกสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สัตว์ประหลาดค้างคาวยักษ์เพิ่งสังหารบอดี้การ์ดนับสิบคน ทุกคนจึงอยู่ในอาการกังวลและหวาดกลัว

เสียงกระจกแตกด้านหลังดังเพล้งพร้อม กับเสียงกรี้ดร้องยัยอุ๊ดกับยัยเนตร สัตว์ประหลาดค้างคาวยักษ์ตัวหนึ่งมุดหน้าเข้ามา นายอรรถกรหยิบไม้ตีกอล์ฟในถุงขึ้นมา อาจเป็นของนายอัครเดช ฟาดเต็มเหนี่ยวเข้าใบหน้า เสียงดังร้องกรี๊ดแหลมด้วยความเจ็บปวดก่อนมุดออกไป

รถ พ่วงนอนขยับตัววิ่งถอยหลังรวดเร็ว หักซ้ายและขวา พยายามสะบัดสัตว์ประหลาดค้างคาวยักษ์ให้หลุดจากตัวรถ ความไม่ชำนาญเส้นทางของคนขับบวกกับเข้าเกียร์ถอยหลัง รถพ่วงนอนจึงเสียหลักแฉลบลงไหล่ข้างทาง วิ่งลงไปทางเนินต่ำข้างล่างในลักษณะตัวรถโคลงเคลง พวกเราร้องกันเสียงหลง เนื่องจากหันเอาโบอี้หลังลงสู่เนินเขา โชคยังดีที่ไม่ใช่หน้าผาสูงชัน ไม่เช่นนั้นทุกคนอาจชีวิตหมดทั้งคัน เมื่อรถถึงที่ราบต่ำเบื้องล่าง พลขับดึงคันเบรคทันที ไม่มีใครบาดเจ็บจากการกระแทกกระทั้นของตัวรถ

นาย อรรถกรเปิดประตูออกมา ในมือกุมไม้ตีกอล์ฟไว้แน่น ผมกับนักศึกษาแพทย์สาวสามคนเดินตามหลังไม่ลดละ เบื้องหน้าเป็นทัศนียภาพสวยงาม ลำธารสายน้ำไหลเอื่อยมาจากน้ำตกที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ก้อนกรวดเล็กๆมองเห็นใสแจ๋วอยู่ใต้กระแสน้ำ โขดหินหลายขนาดโผล่ขึ้นตามเกาะแก่ง พวกเรายืนอยู่บนทุ่งหญ้าโล่งเตียนของตีนเขา

หัว หน้าบอดี้การ์ดสวมแว่นตาดำ ยืนเคียงคู่กับนายอัครเดช ทั้งสองรีบสาวเท้ามาทางโบอี้ท้ายสุดที่พวกเรายืนอยู่ แกว่งท่อนไม้ยาวไล่ตีสัตว์ประหลาดค้างคาวยักษ์สองตัว มันบินโฉบขึ้นลงไปมาอย่างรวดเร็ว อีกตัวหนึ่งกระโดดลงมาใกล้กับพวกเรา แต่ไม้ตีกอล์ฟของนายอรรถกรเหวี่ยงฟาดถูกลำตัวเสียงดังฉาดใหญ่ มันผงะออกไปพร้อมกับบินร่อนขึ้นสูง

ผมส่งเสียงเรียกนายอัครเดชกับหัวหน้าบอดี้การ์ดมารวมกลุ่มกัน ค้างคาวยักษ์ตระกูลนวมินทร์กระพือปีกอยู่กลางเวหา รอคอยโอกาสโจมตีอีกรอบหนึ่ง สมาธิผมรวบรวมขึ้นนิ่งสงบ เกิดแสงวาบขึ้นจากดวง จิตกึ่งกลางท้อง ดวงสว่างค่อยๆ เปล่งประกายใหญ่ขึ้นคลอบคลุมพวกเราทุกคน ราวกับวงกลมใสสว่างครอบมิดชิดไม่ให้วัตถุภายนอกผ่านเข้ามาได้

ค้างคาวยักษ์สามตัวโฉบบินเข้าจิกตีพร้อมกัน แสงสว่างจ้ารอบวงกลมใสส่องสะท้อนเข้าดวงตาพวกมัน ได้ยินเสียงกริ๊ดกริ๊ด ดังระงม ตัวประหลาดยักษ์ทั้งหมดก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความตกใจกลัวกับแสงประหลาด หายเข้ากลีบเมฆไร้ร่อยรอย

ได้ยินเสียงนายอัครเดชถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ นึกไม่ถึงว่าทุกคนรอดพ้นมาได้จากดวงจิตของการนั่งสมาธิที่ผมฝึกกับลามะราเชนทร์

ยัย อุ๊ดกับยัยเนตรยืนเหม่อมอง ยังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์รถตกเนินเขาสูงและสัตว์ประหลาดค้างคาวยักษ์ไล่ทำ ร้ายเอาชีวิต นายอรรถกรต้องเขย่าตัวเรียกคืนสติเด็กสาวสองคน

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ครับ http://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=571307