กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for June, 2014

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 27 ปัจจัยแห่งความสำเร็จและล้มเหลวของธุรกิจร้านอาหาร

ปัจจัยแห่งความสำเร็จและล้มเหลวของธุรกิจร้านอาหาร

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารมีมากมายจำนวนมาก ตั้งแต่รถเข็นข้างถนน รถท้ายกระบะ แผงลอยใน

ตลาด ร้านตึกแถว อาคารพาณิชย์หลายห้องสวนอาหาร ไปจนถึงภายในห้างสรรพสินค้าใหญ่

โต บางแห่งเข้าไปอยู่ในโรงแรม ลักษณะรูปแบบภัตตาคาร ปัจจัยแห่งความสำเร็จและล้มเหลว

ของการทำธุรกิจจึงแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก ช่องทางการ

ตลาด (Market channel) หรือทำเลสถานที่จึงขึ้นกับลูกค้าเป็นสำคัญ อาทิรถเข็นส้มตำและ

ไก่ย่างหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้กับป้ายรถเมล์ มีวัตถุประสงค์คือจำหน่ายในลักษณะบรรจุใส่ถุง

และห่อไปกินที่บ้าน ลูกค้าคือผู้มีรายได้ไม่สูง เป็นคนอีสาน หาเช้ากินค่ำ ถ้าอาหารรสชาติอร่อย

แต่บริเวณนั้นไม่ใช่ชุมชนคนอีสาน หรืออาหารไม่อร่อยถูกใจ แม้มีคนอีสานเยอะก็อาจไม่ค่อยมี

ใครซื้อ ปัจจัยแห่งความสำเร็จคือรสชาติ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และทำเลสถานที่ ถ้าไม่คำนึงถึง

ปัจจัยดังกล่าวธุรกิจจำหน่ายส้มตำและไก่ย่างก็ล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จรถท้ายกระบะ

ก๋วยเตี๋ยวก็เช่นเดียวกัน ต้องมีโต๊ะและเก้าอี้เพียงพอกับจำนวนลูกค้า เป็นสิ่งอำนวยความ

สะดวกเพิ่มเติม นอกเหนือจากรสชาติ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และทำเลสถานที่

 

ร้านแผงลอยข้าวราดแกงในตลาด ร้านข้าวมันไก่ตามตึกแถว ร้านราดหน้าอาคารพาณิชย์

ปัจจัยความสำเร็จคือ รสชาติ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทำเลสถานที่สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น มี

โต๊ะและเก้าอี้ สถานที่จอดรถเพียงพอกับจำนวนลูกค้า สิ่งเพิ่มเติมคืออาหารต้องสด สะอาด และ

ใหม่เสมอไม่ใช่อาหารเหลือค้างในแต่ละวัน อาหารอาจเป็นพิษ ทำให้ลูกค้าป่วย อาเจียน และ

ท้องเสีย ไม่มีแมลงวันตอม แมลงสาบคลานขึ้นมา และหนูวิ่งไปมาให้ลูกค้าเห็น ยิ่งมีซากบาง

ส่วนของมด แมลง แมลงสาบอยู่ในอาหาร ลูกค้าจะไม่กลับมาอุดหนุนอีกเลย มีการบอกต่อให้

คนรู้จักกันทราบถึงความไม่สะอาด แม้ว่าอาหารนั้นรสชาติเลิศเลอเท่าใดก็ตาม

 

ร้านสวนอาหาร ร้านอาหารห้างสรรพสินค้าใหญ่โตภัตตาคารโรงแรม รูปแบบการทำธุรกิจซับ

ซ้อนมากขึ้น มักเปิดหลายสาขาจนถึงหลายร้อยสาขา ชื่อเสียงของแบรนด์เป็นที่รู้จักดี มีกลุ่ม

ลูกค้าจำนวนมาก ปัจจัยที่เด่นขึ้นมาคืออาหารที่ปรุงมักทำขึ้นใหม่เสมอดังนั้นวัตถุดิบอาหาร

ต้องสด สะอาด และใหม่ตลอดเวลาหลังปรุงเสร็จต้องมีรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร เหนือกว่าคู่

แข่งขันถูกปากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย อาหารเด่นคือมีเมนูทองอะไรบ้าง ราคาสมเหตุสมผล ไม่

แพงเกินไปการเปลี่ยนแปลงเมนูต้องค่อยเป็นค่อยไปไม่กระทบถูกความรู้สึกลูกค้า รายการเมนู

อาหารต้องออกแบบแคตตาล็อกสวยงาม มีรูปแบบและสีสันอาหารชัดเจนเหมือนจริง ดึงดูด

อารมณ์และความรู้สึกลูกค้าให้อยากสั่งอาหารเพิ่มเติมบริเวณร้านค้าสะอาด ไม่มีหนูและแมลง

สาบให้ลูกค้าเห็น สิ่งสำคัญคืออาหารปลอดภัย (Safety food)ไม่ทำให้ลูกค้าป่วย อาเจียนหรือ

ท้องเสียการบริการต้องอบรมพนักงานเป็นอย่างดี รู้จักอาหารแต่ละชนิด ทราบว่าเมนูอาหาร

อะไรอร่อย ลูกค้าชอบสั่งเมนูอะไรเป็นพิเศษ เพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้าถูกต้อง พนักงานมีจำนวน

เพียงพอกับลูกค้า ทั้งด้านหน้าทางเข้าประตูร้าน และยืนประจำแต่ละบริเวณของโต๊ะอาหาร

เป็นการอำนวยความสะดวกกับลูกค้าอาจสั่งเพิ่มเติม หรือมีปัญหาเรื่องอาหารการจัดวางเรียง

โต๊ะและเก้าอี้ไม่เบียดเสียดมากไปจนลูกค้ารู้สึกอึดอัด เก้าอี้นั่งพิงสบายในการรับประทาน

อาหาร มีทางเดินผ่านเข้าออกระหว่างโต๊ะและเก้าอี้ไม่แคบเกินไป นอกจากนี้บริเวณทางเดิน

เข้าไปในร้านอาหารต้องสะดวกกว้างขวาง ไม่คับแคบหรือมีสิ่งขวางกั้น อาจทำให้ลูกค้าวัยชรา

สะดุดหกล้มได้ห้องน้ำและห้องส้วมต้องสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น แบ่งออกเป็นชายหญิงคนละฝั่ง

ของทางเดินซึ่งมีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มืดสลัว มีพนักงานทำความสะอาดและอำนวยความ

สะดวกไม่ควรนำห้องน้ำไปตั้งอยู่ด้านหน้าของร้าน หรือใกล้กับบริเวณรับประทานอาหารการตบ

แต่งร้านค้าเข้ากับเมนูอาหารของกลุ่มลูกค้าเช่น บางร้านเจ้าของชอบสไตล์แต่งร้านให้มืดสลัว

แต่อาหารเป็นเมนูแบบสว่าง เหมาะสำหรับครอบครัวสถานที่จอดรถกว้างขวาง เพียงพอ มีความ

สะดวกและสบาย ระยะทางไม่ไกล เดินเข้าร้านอาหารโดยตรงทำเลสถานที่เป็นสิ่งสำคัญ

(Market channel)ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลางควรเข้าไปในห้างสรรพสินค้ามีชื่อเสียง

หากแบรนด์ไม่มีใครรู้จัก ต้องออกมาสร้างความจงรักภักดีของสินค้าและบริการ ในบริเวณย่าน

ลูกค้าเป้าหมายมาใช้ชีวิตประจำวันและเดินผ่านพลุกพล่าน เพราะห้างสรรพสินค้าดังกล่าวอาจ

ไม่ต้อนรับแบรนด์ที่ยังไม่มีใครรู้จัก ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลางระดับสูงจนถึงรายได้มาก

มักเลือกเข้าไปในห้างสรรพสินค้าหรูหราและโรงแรมระดับห้าดาวเปิดโอกาสให้ลูกค้าแนะนำ

การบริการของร้านอาหาร เช่น เขียนใส่กระดาษแบบฟอร์มเล็ก หรือสมุดบันทึกสิ่งแวดล้อมภาย

นอกต้องปลอดภัย ไม่เป็นแหล่งสลัมหรือคดีอาชญากรรม การขยายสาขาของร้านค้าทำอย่าง

เป็นระบบอย่าขยายสาขาสะเปะสะปะอาจพลอยทำให้สาขาแรกเจ๊งไปด้วย ควรทำในลักษณะ

เชิงกลยุทธ์ ใกล้กับศูนย์กระจายวัตถุดิบของบริษัทการโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็น

มากเช่น ร้านอาหารใหญ่ต้องมีเจ้าของออกไปให้พ่อครัวหรือแม่ครัวสาธิตการทำอาหารของ

ร้านทางโทรทัศน์ให้ลูกค้ารู้จัก(Communication channel) เน้นการตระหนักรู้ของแบรนด์

(Brand awareness) เป็นการสร้างอารมณ์และความรู้สึก (Emotion and feeling of

consumers) ให้ผู้บริโภคจดจำได้ ต้องการมาลองชิมเมนูเด็ดที่ร้านค้า เพื่อมาเป็นลูกค้าประจำ

และภักดีต่อแบรนด์ตลอดไป (Brand loyality)


ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=588875

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 26 สินค้า (Product) ราคา (Price) ลูกค้า (Customer) และ ทำเลสถานที่ (Place)

สินค้า (Product) ราคา (Price) ลูกค้า (Customer) และ ทำเลสถานที่ (Place)

สินค้า (Product) คือวัสดุ อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ ฯลฯ ที่จับต้องได้ สามารถขนส่งและเคลื่อนย้ายไปมาได้ โดยสามารถนำเอาไปเป็นกรรมสิทธิ์ได้ ในอดีตจะใช้การแลกเปลี่ยนกัน ส่วนปัจจุบันเป็นการใช้เงินตราแลกเปลี่ยนกัน ประเภทของสินค้าแบ่งออกเป็นสองชนิด คือสินค้าแบบถาวร ใช้แล้วไม่หมดไป เช่น สินค้าอุตสาหกรรม เครื่องปรับอากาศ รถยนต์ เป็นต้น สินค้าแบบไม่ถาวร ใช้แล้วไม่หมดไป เช่น สินค้าอุปโภค สินค้าบริโภค แป้ง น้ำหอม ผงซักฟอก เป็นต้น คุณภาพสินค้าต้องดีเยี่ยมเหนือกว่าสินค้าของคู่แข่งขัน ในที่นี้รวมถึงการบริการจากพนักงานร้านค้าปลีก การบริการหลังการขายกรณีสินค้าต้องมีการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน

เมื่อเริ่มแรกการทำธุรกิจ เถ้าแก่หรือผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าและบริการ ต้องมีการวิเคราะห์โครงการของธุรกิจ (Industrial structure) ใครเป็นรายใหญ่ในธุรกิจ ส่วนแบ่งการตลาดเท่าไหร่ มูลค่าโดยรวมเป็นเท่าไหร่ ลักษณะสินค้าและบริการที่เป็นผู้นำตลาดคืออะไร มีจุดเด่นและเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงใด กลยุทธ์ที่มัดใจลูกค้าของเขาคืออะไร ลูกค้าคือใคร มาจากไหน เขาสร้างโมเดลธุรกิจอย่างไร เราจะสร้างความแตกต่างเป็นที่ต้องการของลูกค้าได้มากน้อยเท่าไหร่ เราศึกษาและเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นมากน้อยเท่าใด รู้การตลาดดีหรือไม่ เงินลงทุนนำมาจากที่ไหน จำเป็นหรือไม่ในการหาใครมาช่วยสร้างธุรกิจจนเจริญเติบโต (Partnership) และต้องการใครมาช่วยทำจนสำเร็จ (Employee) แหล่งวัตถุดิบจากที่ใด (Suppliers) อยู่ใกล้หรือไม่กับโรงงานผลิตหรือร้านค้าจำหน่าย ช่องทางการจัดจำหน่ายไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ถ้าต้องการส่งออกต้องศึกษารายละเอียดมากขึ้น ผู้นำเข้า คู่แข่งขัน ลูกค้า สินค้าทดแทนของประเทศนั้น ถ้าสมมติตนเองเป็นลูกค้าจะสร้างสินค้าและบริการอย่างไร เพื่อให้ตนเองตัดสินใจซื้อไปใช้ (Key to success)

ในระยาวสินค้าและบริการต้องเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ การลดต้นทุนการผลิต การหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม การขยายสาขา การเพิ่มช่องทางจำหน่ายทางอื่น การวิจัยและพัฒนาสินค้า การเพิ่มจำนวนการผลิตและพนักงานให้สมดุลกัน การวางแผนผลิตสอดคล้องกับการตลาด เถ้าแก่บางคนคิดว่าสินค้าและบริการตนเองดีอยู่แล้ว มีเพียงสาขาเดียวก็ขายดิบขายดี เจ้าอื่นย่านนั้นไม่มีใครสู้ได้ ความประมาทและมุมมองคับแคบ เป็นสาเหตุให้เจ้าใหญ่ผู้นำตลาด ขยายสาขามาถึงชุมชนร้านค้าตนเอง คุณภาพสินค้าและบริการดีกว่า อีกทั้งราคาถูกกว่า ย่อมเอาชนะเจ้าถิ่นที่ขายดีมาตลอดอย่างง่ายดาย หรือเถ้าแก่บางราย ไม่มีสินค้าและบริการของตนเอง ประกอบอาชีพนำเข้าและส่งออกในลักษณะเป็นพ่อค้าคนกลาง ไม่นานนักก็อาจถูกผู้ผลิตหรือร้านค้าจำหน่ายขยายธุรกิจมาจนกำจัดพ่อค้าคนกลางออกไป หรือเถ้าแก่ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) ผลิตสินค้าและบริการในลักษณะนวัตกรรม ช่วยแก้ไขปัญหาและทำประโยชน์กับลูกค้า ย่อมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยั่งยืนในระยะยาว ดังนั้นหัวใจของสินค้าและการบริการคือการวิจัยและพัฒนาอย่างมีนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้า

ราคา (Price) คือจำนวนเงินที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ (สินค้าและ/หรือบริการ) โดยผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกัน ราคาเป็นส่วนผสมหนึ่งของการตลาดที่จะก่อให้เกิดความพึงพอใจต่อผู้บริโภค หากประเมินว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีมูลค่า (Value) และก่อให้เกิดอรรถประโยชน์ (Utility) เหมาะสมกับราคาหรือจำนวนเงินที่จ่ายไป เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน

การเริ่มต้นทำธุรกิจจึงไม่ใช่มุ่งหวังการตั้งราคาสินค้าต่อชิ้นสูงสุด เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด แต่เป็นการค้นหาวิธีและออกแบบธุรกิจตั้งแต่การผลิตจนถึงมือผู้บริโภคให้ได้ราคาคุ้มค่ามากที่สุด เมื่อเปรียบกับสินค้าชนิดเดียวกันในท้องตลาด ราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค การทำโปรโมชั่นจูงใจลูกค้า การตั้งราคาอาจเป็นตัวตัดสินการอยู่รอดของธุรกิจ หากสินค้าและบริการมีความทัดเทียมกัน ในระยะยาวจึงขึ้นกับการบริหารต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญ โดยไม่ไปลดคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อประโยชน์ในการอยู่รอดทางธุรกิจ

ลูกค้า (Customer) คือผู้ที่เป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร หรืออาจจะเป็นในอนาคต รวมทั้งผู้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการโดยตรง และผู้ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อจำหน่ายต่อ เช่น ผู้ค้าส่ง ตัวแทนธุรกิจ หรือบริษัทที่ใช้ผลิตภัณฑ์ขององค์กรเป็นส่วนประกอบหนึ่งของผลิตภัณฑ์นั้นประเภทของลูกค้าจัดเรียงตามลำดับของความภักดีต่อผลิตภัณฑ์ได้ดังนี้

1.            กลุ่มคนที่คาดหวังว่าจะเป็นลูกค้า (Suspects) เป็นใครก็ได้ที่อาจซื้อสินค้าและบริการ

2.            กลุ่มคนที่คาดหวังในสินค้าและบริการ (Prospects) หมายถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจในตัวสินค้าหรือบริการ และมีศักยภาพหรืออำนาจในการซื้อสินค้าหรือบริการ

3.            กลุ่มผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ (Customer) ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีการซื้อสินค้าหรือบริการแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง และพอใจในสินค้าหรือบริการนั้นๆ จนอาจเกิดการซื้อซ้ำ

4.            กลุ่มลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าหรือ บริการเป็นประจำ (Clients) โดยไม่จำกัดปริมาณหรือจำนวนครั้ง หากมีการซื้อซ้ำ องค์กรจะต้องดูแลและพยายามเข้าถึงลูกค้าเหล่านี้เพื่อรักษาและสร้างความรู้สึกดีๆ กับองค์กร

5.            กลุ่มลูกค้าที่มีการสนับสนุนหรือเป็น สมาชิก (Supporters/Members) จาก ลูกค้าประจำซึ่งมีความสม่ำเสมอในการซื้อสินค้าจนกลายเป็นสมาชิก ซึ่งอาจจะมีผลประโยชน์หรือสิทธิพิเศษบางอย่างตอบแทนแก่ลูกค้าที่สมัครสมาชิก เหล่านี้

6.            กลุ่มลูกค้าที่มีอุปการคุณ (Advocates) หมายถึงลูกค้าที่มีความจงรักภักดีกับแบรนด์ แนะนำสินค้าหรือบริการให้กับผู้อื่น หรือบอกต่อถึงความรู้สึกดีๆ เกี่ยวกับสินค้าที่ใช้ หรือบริการที่ได้รับกับคนทั่วไป

7.            กลุ่มลูกค้าที่เป็นหุ้นส่วน (Partners) ซึ่งจะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นมากที่สุด ลูกค้จะมีปฎิสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ กับสินค้าและบริการค่อนข้างมาก และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

การทำธุรกิจเริ่มต้น ต้องทราบว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ไหน ใช้ชีวิตเป็นอย่างไร (Life style) ช่วงอายุกี่ปี เดินผ่านสถานที่ใดเป็นประจำ รายได้และฐานะทางการเงินเท่าไหร่ รสนิยมชมชอบอะไรเป็นพิเศษ ตัดสินใจใช้จ่ายด้วยเหตุผลใด อาทิ ประโยชน์ใช้สอย ความสะดวกสบาย ความสวยงาม ความบันเทิง คุณค่าทางจิตใจ การช่วยให้พ้นทุกข์ ความมีเกียรติ์และศักดิ์ศรี เมื่อได้ใช้และครอบครองสินค้าชนิดนั้น ในระยะยาวต้องก่อให้เกิดความสุขใจในการมาซื้อสินค้าและบริการ

ทำเลสถานที่ (Place) คือ การจัดหาหรือสรรหาสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคำนึงถึง กำไร ค่าใช้จ่ายพนักงาน ความสัมพันธ์กับลูกค้าความสะดวก ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่าง ๆที่ดีตลอดระยะเวลาที่ประกอบธุรกิจนั้น เช่น ไม่อยู่ใกล้หรือติดกับบริเวณทุ่งหญ้ารกร้าง อาจเกิดเพลิงไหม้ลุกลามมาเผาสถานที่ได้ ไม่ควรเลือกบริเวณที่มีคู่แข่งขันประกอบธุรกิจเดียวกันมาก ในที่นี้หมายถึงร้านค้าปลีกหรือค้าส่ง มีลูกค้าเป้าหมายของสินค้าและบริการในย่านชุมชนนั้นมากพอที่จะประกอบธุรกิจและแย่งส่วนแบ่งการตลาดมาจากคู่แข่งได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการจอดรถ หากเป็นร้านอาหารใหญ่โตหรือมีการขนส่งสินค้าจำนวนมาก การจราจรไม่ติดขัดจนเดินทางไม่สะดวก ถ้าเป็นที่ตั้งโรงงานต้องใกล้แหล่งวัตถุดิบ แรงงาน การคมนาคมสะดวก ถ้าเป็นสินค้าจำหน่ายในประเทศต้องไม่ไกลจากศูนย์กระจายสินค้าเพื่อส่งมาสาขาร้านค้าขายปลีกในตัวเมือง หากเป็นธุรกิจส่งออกควรใกล้กับท่าเรือน้ำลึกหรือสนามบิน ถ้ามีช่องทางจำหน่ายแบบอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) หรือพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ ขายสินค้าทางออนไลน์โดยมีร้านค้าในเว็บไซด์ แอพพลิเคชั่น (Application) บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์สมาทโฟน และแท็บเล็ต ต้องมีความสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็วในการเข้าถึงร้านค้าบนออนไลน์ ออกแบบภาพรวมให้อยู่ในเพลตฟอร์มหน้าเดียวกันทั้งสินค้าและการสั่งซื้อ ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเมื่อชำระเงิน เปิดให้การจ่ายสินค้าได้หลายช่องทาง ทั้งบัตรเครดิต ผ่านโดยตรงที่ธนาคาร ธุรกรรมออนไลน์ของธนาคาร โทรศัพท์สั่งซื้อสินค้ากับบริษัทและมีการส่งสินค้าทางไปรษณีย์

เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ทำเลสถานที่ต้องไม่เป็นแหล่งรบกวนหรือทำให้คนในชุมชนเดือดร้อน อาทิ โรงงานปล่อยสารพิษเกิดมลภาวะ เครื่องจักรส่งเสียงดังรำคาญ หรือปล่อยเศษผงปลิวว่อน ห้างสรรพสินค้าก่อให้เกิดการจราจรติดขัด ติดเครื่องปรับอากาศมากเกินไป เกิดภาวะโลกร้อน ก่อสร้างสถานที่โดยไปทำลายบ้านเรือนเก่าแก่ วิถีชีวิตของชุมชน การทำหัตกรรมในครัวเรือน ไม่ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน การทำชุมชนเดือดร้อนมักถูกต่อต้านและไม่ได้รับการสนับสนุนจากลูกค้า การเลือกทำเลสถานที่ต้องช่วยลดต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ในระยะยาวการทำธุรกิจต้องสนับสนุนการจัดการโลจิสติกส์(Logistics management) ขององค์กร

สินค้า ราคา ลูกค้า และ ทำเลสถานที่ เป็นปัจจัยหลักของการทำธุรกิจ สินค้าคู่กับราคาเสมอ ถ้ามีคุณภาพดีและราคาไม่แพงส่งผลให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อหลังจากเปรียบเทียบสินค้าชนิดเดียวกันในท้องตลาดแล้ว สินค้าบางอย่างถูก คงทนอยู่นานแต่บริการหลังการขายแพง หรือเสียจนต้องซ่อมบ่อย ผู้บริโภคอาจไม่ตัดสินใจซื้อ หากสินค้าทัดเทียมกัน ไม่แตกต่างกันมากในความรู้สึกผู้บริโภค ราคาจะเข้ามาเป็นตัวตัดสินใจ ผู้ประกอบการมักใช้วิธีการซื้อหนึ่งแถมหนึ่งเพื่อกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภค บัตรสมาชิกโดยมีการสะสมแต้มตามราคาสินค้า เพื่อใช้เป็นส่วนลดแทนเงินสดในการซื้อครั้งต่อไปตามเกณฑ์คะแนนการสะสมแต้ม หรือการซื้อสินค้าบางอย่างในราคาพิเศษ ส่วนลูกค้าคู่กับทำเลสถานที่ ถ้าลูกค้าเดินทางสะดวก ไม่ไกลจากบ้านพัก มีสิ่งอำนวยความสะดวกไปการสถานที่ตั้งของร้านค้า อาทิ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสกายเทรน อาคารจอดรถกว้างขวาง สามารถเดินลงจากรถเข้าสู่อาคารร้านค้าทันที มีสะพานเดินฝั่งตรงข้ามเชื่อมต่อเข้าสู่สถานที่ตั้ง ด้านหน้าเป็นสถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถประจำทาง ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายพลุกพล่าน มีที่จอดรถรองรับแท็กซี่และสามล้อ ไม่กีกขวางการจราจรของรถคันอื่น

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 26 บัวสี่เหล่า

บัวสี่เหล่า

ในทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงกล่าวถึงบัวสี่เหล่า คืออุปมาเปรียบบุคคลเหมือนดอกบัว 4 จำพวก ตามฐานะที่จะบรรลุนิพพานได้หรือไม่ได้ในชาตินั้น เมื่อแรกตรัสรู้ได้ทรงพิจารณาว่าพระธรรมที่บรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อนสุขม ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฎิบัติได้ แต่ต่อมาได้ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง เห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัวสี่เหล่าในน้ำที่ทรงเห็นในขณะนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมฝั่งน้ำ อธิบายบุคคล 4 จำพวกดังนี้

1.       อุคคฎิตัญญู พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลารวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที

2.       วิปจิตัญญู พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมและฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป

3.       เนยยะ พวกที่มีสติปัญญาน้อย เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมและฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง

4.       ปทปรมะ พวกที่ไร้สติปัญญาและยังเป็นมิจฉาทิฎฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธา ปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่ในโคลนตม ตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่พ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน

สามจำพวกแรกเรียกว่า เวไนยสัตว์ (ผู้แนะนำสั่งสอนได้) ส่วนพวกที่สี่เรียกว่า อเวไนยสัตว์ (ผู้ไม่อาจแนะนำสั่งสอนได้) (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557)

ในชีวิตประจำวัน ถ้าเปรียบเทียบบัวสี่เหล่ากับการศึกษาเล่นเรียน การมีคู่ครอง และการทำงาน อาจแบ่งออกเป็น 4 จำพวกเช่นเดียวกันคือ

พวกแรก เป็นคนดี มีศีลธรรม และสติปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถศึกษาเล่าเรียนได้เกรดดีเยี่ยม ไม่มีปัญหาเรื่องคู่ครอง ไม่มีเรื่องราวขึ้นเกิดขึ้นในครอบครัวจนเกิดการหย่าร้าง มีสติสัมปชัญญะตลอดเวลา สามารถพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นตลอดเวลา เข้าถึงตัวปัญญาได้ง่าย ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของกิเลสได้ง่ายๆ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขทางจิตใจมากกว่าทางวัตถุ หากประกอบอาชีพส่วนตัวจะเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย สามารถเชื่อมโยงหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที มองเห็นภาพรวมทั้งหมด มีความคิด ตลอดจนวิสัยทัศน์

พวกที่สอง เป็นคนดีและศีลธรรมรองลงมาจากพวกแรก อาจมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด แต่เป็นคนยึดมั่นถือมั่นในบางสิ่งบางอย่างที่ตนเองเชื่อถือ จึงถูกครอบงำจากกิเลสแห่งความตัวตนบ้าง หากได้รับฟังธรรมเทศนาก็อาจพัฒนาจิตใจและอารมณ์ขึ้นสู่พวกแรก อาจประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน อาชีพส่วนตัว หรือชีวิตครอบครัวอย่างใดอย่างหนึ่ง มีความสุขสมหวังรองลงมา สามารถหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาในเรื่องที่ตนเองประสบความสำเร็จเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ตนเองล้มเหลวไม่สามารถจัดการได้ ต้องพึงพาความช่วยเหลือจากผู้อื่น

พวกที่สาม เป็นคนมีสติปัญญาและยึดมั่นถือมั่นปานกลาง การเป็นคนดีหรือไม่ดีได้ขึ้นกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาจเป็นพวกค่อนข้างเห็นแก่ตัวหรือขี้สงสาร มักตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพจากความโลภ ถ้าหมั่นทำบุญ ฟังธรรมเทศนาบ่อยๆ นานวันอาจพัฒนาจิตใจขึ้นสู่พวกที่สอง

พวกสุดท้าย เป็นพวกโง่ขลาทางพุทธศาสนา มีกิเลสและอัตตาแห่งตัวตนสูง คิดว่าตนเองมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดกว่าผู้อื่น ไม่นับถือศาสนาใด ไม่เชื่อในเรื่องเวรกรรม เป็นผู้มีความดื้อรั้น ไม่ฟังความผู้ใด ส่วนใหญ่เป็นคนไม่ดี คิดเอาเปรียบตลอดเวลา แสดงความคิดเห็นแบบคนเห็นแก่ตัว หาเหตุผลเข้าข้างตนเองตลอดเวลา เป็นผู้ไม่น่าคบค้าเป็นมิตรด้วย เป็นลูกจ้างก็คดโกงนายจ้าง หากเป็นนักธุรกิจมักเสนอผลประโยชน์กับผู้มีอำนาจ เป็นพวกชอบอามิสสินจ้าง ถ้ามีตำแหน่งใหญ่โตก็มาจากการเลียแข้งเลียขา ไม่ใช่ความสามารถส่วนตัว หาผลประโยชน์ให้กับนักการเมือง อาจเป็นพวกนักต้มตุ๋นหรือมิจฉาชีพ ไม่สามารถอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดีได้ จึงควรหลีกหนีห่างไกล

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235