กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for September, 2014

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 30 วิธีแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป

วิธีแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป

 

เด็กสมัยใหม่หลายคน มักแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป ไม่มองสาเหตุปัญหารอบด้าน เมื่อเกิดปัญหาอย่างหนึ่งขึ้นมา ใช้วิธีแก้ไขเพื่อให้ไปเกิดอีกปัญหา พอแก้ไขอีกก็ไปเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา พัวพันกันเป็นลูกโซ่สืบทอดต่อไป ทำให้เกิดความทุกข์ทับถมไม่สิ้นสุด เนื่องจากชอบความสะดวกสบาย ขาดความอดทน และไม่มีสติปัญญาเพียงพอ มองปัญหาผิวเผินเกินไป หากไปพบเจอปัญหาซับซ้อน ยิ่งส่งผลความทุกข์ทรมาณแสนสาหัส ชีวิตเริ่มไม่มีความสุข เป็นปัญหาให้กับครอบครัว ญาติพี่น้อง และคนรอบข้างได้ เข้าทำนองทำให้ตนเองเดือดร้อนยังไม่พอ ส่งผลให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปด้วย

เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คนหนึ่ง ให้เหตุผลของการไม่เลือกเรียนโปรแกรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ คือทำวิชาเลขแล้วคำตอบออกมาผิดทุกที ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาง่าย โดยการเลิกเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เมื่อขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ได้เลือกโปรแกรมด้านภาษา คิดว่าเรียนง่ายกว่าโปรแกรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เมื่อเรียนจบต้องสอบ เอนทรานซ์ พบว่าวิชาในคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยมีให้เลือกเรียนน้อยมาก ส่วนใหญ่เน้นไปทางด้านภาษาและสังคมศาสตร์ จึงได้เข้าศึกษาในคณะที่เรียนจบออกมาหางานยากและได้เงินเดือนน้อยกว่า แถมบัณฑิตจบใหม่มีจำนวนมหาศาล ต้องแข่งขันมาก และมีโอกาสตกงานสูง ถ้าใช้ปัญญาสักนิด พิจารณาให้ดี มักพบสาเหตุของปัญหาได้ง่ายดาย ปัญหาของการทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้คำตอบผิด มาจากสาเหตุการทำแบบฝึกหัดน้อยไป มัวแต่ไปท่องจำสูตรคณิตศาสตร์ เมื่อถึงเวลาสอบจึงทำไม่ได้ ทำช้า และไม่ทันเวลา คะแนนออกมาต่ำหรือตกคณิตศาสตร์ หากทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ มักพบว่าโจทย์ในข้อสอบคล้ายคลึงกัน ไม่แตกต่างกันมากนัก ทำข้อสอบได้ถูกต้อง รวดเร็วและทันเวลา คะแนนออกมาดี เมื่อเลือกเรียนโปรแกรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เวลาสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย มีคณะต่างๆ ให้เลือกมากมาย อาทิ แพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ เภสัช กายภาพบำบัด พยาบาล วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ ประมง วนศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ครุศาสตร์ บัญชี เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ จิตวิทยา นิเทศศาสตร์ ทำให้มีโอกาสเงินเดือนสูง แข่งขันน้อยกว่า เป็นอาชีพมีเกียรติ์ศักดิ์ศรี และโอกาสก้าวหน้ามากกว่าเรียนทางด้านภาษาที่เรียนจบออกมา อาจเป็นเลขานุการ แอร์โฮสเตส สจ๊วตบริการบนเครื่องบิน ครูหรืออาจารย์สอนภาษา นักทรัพยากรมนุษย์ตามออฟฟิศ เป็นต้น

บัณฑิตจบใหม่ เพิ่งเข้าทำงานไม่ถึงหนึ่งเดือน ใช้เวลาเดินทางหนึ่งถึงสองชั่วโมงจากบ้านพักถึงออฟฟิศ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเดินทางและการจราจรติดขัดบนท้องถนน การอาศัยรถเมล์และรถสาธารณะประจำทาง ทำให้รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความสุข ทุกข์ทรมานกับการเดินทางทุกครั้ง จึงใช้วิธีการแก้ไขปัญหาง่ายๆ โดยการซื้อรถคันใหม่ ไม่มีเงินก้อนมาจ่ายเป็นค่ารถยนต์ใช้วิธีซื้อเงินดาวน์และผ่อนทุกเดือน ลำพังเงินเดือนน้อยนิด ไม่เพียงพอ จึงต้องทำงานพิเศษหรือค้าขายเพิ่มเติมในช่วงวันหยุดสัปดาห์เมื่อออกรถไม่นาน ก็มีปัญหาที่จอดรถในที่พักคอนโดมิเนียม จอดรถกันคับคั่งและออกรถยากในช่วงเช้าที่ต้องออกไปทำงานในที่สุดใช้วิธี แก้ไขอย่างง่ายโดยการย้ายที่พักอาศัยและจบลงด้วยการไปซื้อและผ่อน คอนโดมิเนียมราคาล้านกว่าบาท ลืมนึกไปว่าเป็นการทำให้ตนเองเดือดร้อน ทำงานหนักขึ้นเพื่อนำเงินมาชำระหนี้สินผ่อนรถและคอนโดมิเนียม ต้องหาคนมาค้ำประกันกับธนาคาร มีโอกาสสูงในการผ่อนเงินไม่ได้ เพียงแค่ทำงานได้ไม่กี่เดือนก็สร้างหนี้สินมากมาย ด้วยการอยากสบาย ไม่อดทน มองวิธีแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป ลงท้ายความทุกข์ได้ติดตามมาจนกระทั่งไม่มีความสุขในชีวิต หลายคนในชีวิตคนเมืองปฏิบัติเช่นนี้

คนรุ่นใหม่อีกคนหนึ่ง จบการศึกษาในวิชาชีพดี เป็นที่ต้องการของบริษัท ฐานะพ่อแม่ค่อนข้างดี มีรถยนต์ของตนเอง บ้านพักอาศัยอยู่แถวชานเมือง มีปัญหาการเดินทางนานหลายชั่วโมงบนท้องถนน ตื่นแต่เช้าและกลับถึงบ้านสามทุ่มทุกวัน ทำงานได้เพียงสี่เดือนก็ขอลาออก ไม่แก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธี มาอยู่กับบ้านเฉยๆ ส่วนพ่อแม่ไม่ได้ห้ามปราม รักลูกมากเนื่องจากเป็นลูกคนเดียว แถมยังคะยั้นคะยอให้ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทในต่างประเทศ ลองคิดดูว่าถ้าสำเร็จการศึกษาอีกใบหนึ่งเมื่อกลับมาทำงานและพบกับปัญหาซับ ซ้อนยิ่งกว่า อาจไม่พ้นขอลาออกมาเหมือนเดิม แล้วชีวิตนี้มีความสุขได้อย่างไร เมื่อไม่ทำงานและแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป

พ่อแม่คู่หนึ่งอาชีพรับราชการ เป็นหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด มีฐานะดีเพียงพอและรักลูกมาก ต้องการให้ลูกสามคนเรียนจบอย่างน้อยปริญญาโท ไม่ว่าลูกจะชอบเรียนต่อหรือไม่ก็ตาม บังคับให้ลูกเรียนหนังสือต่อไป แม้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน มีค่าเทอมแพงเท่าใดก็พร้อมจ่ายจนกว่าเรียนจบ ปรากฎว่าลูกชายคนที่สอง ไม่ชอบเรียนหนังสือ ไปติดยาเสพติดและเรียนไม่จบปริญญาโท มาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ทำงาน คนโตผู้ชายเรียนจนจบ ทำงานได้ไม่กี่ปีก็ลาออกจากงาน สาเหตุคือถูกหัวหน้าตำหนิเรื่องการทำงาน แทนที่ปรับปรุงการทำงานของตนเองให้ดีขึ้น ใช้วิธีแก้ไขง่ายๆ คือลาออกมาค้าขายเสื้อผ้าเล็กน้อย ส่วนลูกคนสุดท้องกำลังศึกษาต่อตามที่พ่อแม่ต้องการ ยังไม่ทราบชะตากรรมในอนาคตเป็นอย่างไร พ่อแม่ส่วนใหญ่รักลูกมาก ต้องการให้ทุกคนประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน มีความมั่นคง และเลี้ยงดูตนเองได้ แต่วิธีการอบรมและสอนลูกผิดพลาด มักแปรเปลี่ยนความรักไปในรูปของเงินทอง ไม่ฟังเสียงลูกว่าต้องการอะไรแท้จริง คิดง่ายๆ เอาเองว่าสิ่งที่ตนให้กับลูกเป็นสิ่งดีที่สุด ไม่ได้ฝึกฝนให้ลูกรับรู้ถึงความอดทน การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และการช่วยเหลือตนเอง เคยชินกับการให้เงินทองใช้จ่ายเสมอ อยากได้อะไรก็หามาให้ กรณีนี้ถ้าลูกต้องการเรียนต่อในระดับสูงหลังจบปริญญาตรี ต้องให้ลูกหางานทำและส่งตนเองเรียนต่อระดับปริญญาโท ลูกจะรับรู้ถึงคุณค่าของการศึกษา ถ้าอยากได้รถยนต์และสิ่งของมีค่าต้องมาผ่อนกับพ่อแม่เท่านั้น อย่าให้เงินทองลูกจนเคยตัว เขาจะไม่เรียนรู้ถึงความยากลำบากในการหาเงินทองด้วยตนเอง ลงท้ายเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในชีวิต ก็ใช้วิธีการแก้ไขง่ายๆ เช่น ติดยาเสพติด ลาออกจากงาน เป็นต้น

เรื่องการเรียน การทำงาน ชีวิตครอบครัว การเลี้ยงดูลูก และการคบหาเป็นแฟนกัน  ไม่ควรรีบตัดสินใจบนพื้นฐานของอารมณ์เหนือเหตุผล ทำให้ขาดสติปัญญา ไม่อาจมองเห็นสาเหตุแท้จริงของปัญหา วิธีแก้ไขปัญหาจึงง่ายเกินไป เกิดความทุกข์และความเดือดร้อนตามมาในภายหลัง ปัญหาอย่างหนึ่งอาจจบไป แต่ไปก่อเกิดอีกปัญหาหนึ่งซับซ้อนต่อไป ยิ่งแก้ไขยิ่งพัวพันเหมือนกับวัวพันหลักอยู่ที่เดิม หลายคนมานั่งทุกข์ใจ ชีวิตไม่มีความสุข โทษคนอื่นว่าเป็นสาเหตุให้ตนเองเดือดร้อน ไม่หันมามองว่าเวลาเกิดปัญหาขึ้นมา ได้แก้ไขปัญหาอย่างง่ายๆ หรือไม่ บางคนทำไปด้วยอารมณ์โกรธกริ้ว โลภมาก และหลงใหลได้ปลื้ม แล้วจะไปโทษใคร ถ้าไม่ใช่สาเหตุจากตนเองทั้งสิ้น

 ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://writer.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235

 

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 29 วิธีการสอนลูก

วิธีการสอนลูก

       เด็กทารกแรกเกิด เปรียบเสมือนผ้าขาว ใครต้องการแต่งแต้มอะไรลงบนผืนผ้าย่อมทำได้ทั้งนั้น คำพูดเหล่านี้เป็นเรื่องจริง พูดกันมาเนิ่นนาน บางคนกล่าวว่าใครมีนิสัยอย่างไร เป็นคนเช่นใด ขึ้นอยู่กับบุญทำกรรมแต่ง เป็นเรื่องเชื่อถือกันมา แต่สิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือวิธีการสอนลูก อบรมลูกอย่างไรให้เป็นคนดี เฉลียวฉลาด เชื่อมั่นในตนเอง เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ มีเหตุผล ไม่เอาแต่ใจตนเอง และมองโลกในแง่บวก

       เคยมีมนุษย์ที่เติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูของลิงในป่า ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนเรียนรู้ และสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมของสังคมมนุษย์ การพูดภาษาคนทำไม่ได้ สติปัญญาและไอคิวต่ำ พฤติกรรมคล้ายสัตว์ป่า ทำด้วยสัญชาตญาณของจิตใต้สำนึก ขาดเหตุผลหรือการไตร่ตรอง ผลักดันด้วยอารมณ์เป็นใหญ่ ดำรงชีวิตให้อยู่รอดในป่าเท่านั้น จึงพิสูจน์ขั้นต้นได้ว่าวิธีการอบรมและการสั่งสอนสำคัญมากในมนุษย์ เริ่มแรกตั้งแต่เป็นทารกเรื่อยมา ต้องการได้ลูกมีนิสัยอย่างไร เป็นคนดีหรือไม่ดี มีเหตุผลหรือใช้อารมณ์เป็นหลัก มีจิตใจเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับวิธีการสอนลูกทั้งสิ้น

        ในหนังสือเรื่อง ยอดคุณแม่แน่กว่าครู เขียนโดยคุณแม่ชาวจีนชื่อ หยิน เจียนลี (Yin Jianli) มียอดขายทั่วโลกสิบล้านเล่ม แปลเป็นภาษาต่างประเทศนับสิบภาษา รวมทั้งภาษาไทยแปลโดย รำพรรณ รักศรีอักษร ลูกสาวคนแต่งหนังสือเล่มนี้เป็นคนดี เฉลียวฉลาด คิดและตัดสินใจด้วยเหตุผล วุฒิภาวะสูง สามารถสอบข้ามชั้นเรียนได้ถึงสองครั้ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน คุณแม่ชาวจีนท่านนี้เคยเป็นครูสอนมาก่อน ภายหลังเป็นนักพัฒนาวัยเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ เป็นนักพูดและนักอบรมมีชื่อเสียงในประเทศจีน เธอมีหลักการวิธีการสอนลูกง่ายๆ คือ ไม่เตือน ไม่ห้ามปราม ไม่ดุด่า ไม่ห้ามปราบ และไม่เฆี่ยนตี ส่วนใหญ่พ่อแม่มักใช้อารมณ์บังคับลูกตลอดเวลา ไม่อดทน และไม่ทำความเข้าใจด้วยเหตุผล การแสดงพฤติกรรมเชิงลบดังกล่าว ส่งผลให้การพัฒนาการของเด็กหยุดยั้งลงหรือพัฒนาจิตใจเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ พ่อแม่อ้างว่าลูกยังเล็ก ไม่รู้เรื่องและไร้เดียงสา จึงต้องยัดเยียดความเห็นของตนเองลงในสมองลูก โดยอ้างถึงความรักลูก ผู้เขียนยกตัวอย่างมากมาย โดยเฉพาะปู่ที่มีลักษณะเผด็จการ สั่งสอนลูกสาวกลายเป็นคนเผด็จการเช่นเดียวกัน ลักษณะนิสัยเช่นนี้ได้ถ่ายทอดลงมาสู่หลานชายซึ่งเป็นลูกของลูกสาวอีกทอด หนึ่ง ความจริงเด็กเล็กมีความคิดอ่านตนเอง หากพ่อแม่ตั้งใจฟังลูก อดทนและอธิบายเหตุผลในสิ่งต่างๆ ลูกจะเข้าใจได้เอง ไม่ดื้อดึง เชื่อฟังอย่างง่ายดาย และภายหลังจะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป แต่บางครั้งลูกอาจยืนยันความคิดตนเอง และเชื่อว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อาทิ ชอบทำการบ้านและดูทีวีไปพร้อมกัน พ่อแม่อาจไม่ชอบใจ เกรงว่าลูกไม่มีสมาธิ อาจทำผิดและไม่ได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนทำการบ้าน สายตาจ้องบนจอโทรทัศน์เพราะติดรายการงอมแงม ลูกมักอ้างเหตุผลว่าทำไปพร้อมกันได้ พ่อแม่ต้องไม่ตักเตือนว่ากล่าว ปล่อยให้ลูกเรียนรู้ไปเอง ถ้าหากยืนยันได้ว่าสามารถทำการบ้านเสร็จทัน มีเวลาไปอ่านหนังสือบทเรียนก่อนเข้านอน หรือเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ลูกทำเช่นนี้บ่อยครั้ง พ่อแม่ได้แต่เฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ ต่อมาลูกอยากดูรายการทีวีให้สนุก จึงรีบทำการบ้านตั้งแต่พักกลางวันในโรงเรียนให้เสร็จเรียบร้อย หรือทำเพียงบางส่วนเพื่อมาทำต่อเล็กน้อยก่อนถึงเวลาชมรายการชื่นชอบ ลูกฝึกหัดตนเองให้รับผิดชอบและมีวินัยในการทำการบ้านไปโดยปริยาย หรือลูกชอบอ่านหนังสือเรียนไปพร้อมกับฟังเพลงใส่หูฟัง พ่อแม่อธิบายว่าการทำไปพร้อมกัน ลูกอาจไม่มีสมาธิในการทบทวนบทเรียน การพร่ำบ่นหรือสั่งสอนในเรื่องเดิม ทำให้ลูกเกิดความเบื่อหน่าย ดื้อดึง และไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เด็กอาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือมีความเชื่อมั่นว่าทำได้ ผลการเรียนไม่เสียหาย พ่อแม่ควรอดทนรอ ตั้งฟังลูกให้มากขึ้น ไม่บีบบังคับมากเกินไป ใช้เวลาเป็นเครื่องตัดสินเพื่อพิสูจน์ลูกว่าทำตามที่พูดได้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็สังเกตพฤติกรรมลูกไปด้วย ถ้าเด็กมีความรับผิดชอบ พบว่าลูกมีการปรับตัวในเรื่องการอ่านหนังสือ โดยเมื่อใกล้สอบลูกจะเลิกฟังเพลงหรือชมทีวีทันที ตั้งใจอ่านหนังสือมากขึ้น ปรากฏว่าผลการเรียนออกมาดี

ในหนังสือยังกล่าวถึงการอ่านหนังสือนอกเวลา เช่น นวนิยาย หนังสือความรู้ต่างๆ ที่ลูกชอบ ไม่ต้องเป็นห่วงหรือตักเตือนลูกในการอ่านหนังสือบทเรียนอยู่เสมอ บางครั้งเด็กต้องการผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนหนังสือ การบังคับลูกมากทำให้กลายเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ เกลียดการเรียนในชั้นเรียน ผลการเรียนตกต่ำ และสอบเข้าเรียนต่อไม่ได้ การอ่านหนังสือที่ลูกชอบ ช่วยให้เด็กรักการอ่าน สมองพัฒนาความคิดไปอย่างมากมาย มีความจำดี กลายเป็นคนเฉลียวฉลาด ไอคิวสูง ถึงแม้ว่าเป็นหนังสือประเภทนวนิยายก็ตาม ส่วนใหญ่พ่อแม่มองว่าเป็นหนังสือไร้สาระ ไม่มีประโยชน์อันใด เอาเวลาไปทบทวนบทเรียนดีกว่า การคิดเช่นนั้นเป็นสิ่งผิด เด็กต้องการเวลาผ่อนคลายบ้าง เมื่อถึงเวลาใกล้สอบ ลูกที่อ่านหนังสือนอกเวลาจะหันมาอ่านตำราเพื่อเตรียมสอบ พวกนี้มีสติปัญญาดีเลิศ สามารถอ่านหนังสือได้รวดเร็ว จำได้อย่างแม่นยำ และผลการเรียนดีมาก แต่ถ้าเป็นการอ่านการ์ตูน หนังสือภาพ และรับชมโทรทัศน์ไม่สามารถพัฒนาสมองให้มีสติปัญญาดีเลิศได้

ยอดคุณแม่หยิน เจียนลี (Yin Jianli) พูดถึงการลงโทษเด็กของครู โดยวิธีคัดลายมือในเรื่องทำผิดหลายสิบจบ ให้เป็นการบ้านมาส่งในวันรุ่งขึ้น ถือเป็นวิธีการไม่ถูกต้อง เด็กจะมีความรู้สึกเกลียดและเบื่อทำการบ้าน ส่งผลให้ไม่อยากเรียนหนังสือ ถ้าครูต้องการให้นักเรียนทำการบ้าน ฝึกฝนบทเรียน ต้องไม่ลงโทษโดยวิธีทำการบ้านมากมายซึ่งส่งผลเสียในภายหลัง

ผู้เขียนเคยเห็นครอบครัวคนจีน อาชีพค้าขาย สนับสนุนลูกตนเองได้รับการศึกษาเต็มที่ เรียนกวดวิชาตลอดเวลา ไม่ให้ทำอะไรทั้งสิ้น แม้แต่งานบ้านเล็กน้อย พ่อแม่ทำเองทั้งหมด ไม่มีทักษะการทำงานและความรู้ด้านอื่น ไม่มีสังคมกับเพื่อน ต้องอยู่กับบ้านอ่านหนังสือ กลายเป็นคนขี้อาย ไม่มีความมั่นใจตนเอง เดินก้มหน้ามองพื้น ไม่กล้าสบสายตาผู้คน อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ไม่มีความอดทน เพื่อนน้อย และมนุษยสัมพันธ์ไม่ดี ไม่ช่วยทำงานบ้าน เนื่องจากไม่เคยฝึกฝนตั้งแต่เด็ก อาจเป็นคนดี เรียนหนังสือเก่ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาที่พ่อแม่ต้องการ แต่มีปัญหาการปรับตัวเข้ากับสังคมรอบข้าง พูดน้อย ไม่กล้าแสดงออก เป็นคนเก็บกด ฟุ้งซ่าน อาจส่งผลไม่มีสมาธิการเรียนหนังสือ ผลการสอบไม่ดีและถูกรีไทร์ได้ ถ้าเรียนจบมักอยู่เป็นโสด ไม่กล้าจีบใครเป็นแฟน ถ้าทำงานเป็นคนไม่เก่ง เข้ากับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานไม่ได้ เมื่อมีปัญหามักใช้วิธีการลาออกจากงาน หรือเปลี่ยนบริษัทบ่อยครั้ง ในที่สุดต้องลาออกมาให้พ่อแม่เลี้ยงเหมือนเดิม หากโชคดีช่วงทำงาน มีเพื่อนคอยช่วยเหลือและเรียนรู้ทักษะด้านอื่นๆ นอกจากความรู้ในหน้าที่การงานหรือตำราเรียน อาจปรับตัวเข้ากับการทำงานได้ บุคลิกภาพในเชิงลบตั้งแต่เด็กจะหายไปเอง ถึงเวลานั้นต้องใช้เวลานับสิบปี

พ่อแม่มีอาชีพนายทหารชั้นสัญญาบัตร ตำแหน่งยศร้อยตรีขึ้นไป มักใช้ความเด็ดขาด เข้มงวดและวินัยทางทหารมาใช้กับครอบครัวและลูก โดยลืมนึกไปว่าครอบครัวไม่ใช่พลทหารในกองร้อยหรือกองพัน เมื่อลูกดื้อดึงไม่ยอมทำตามในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบและขัดความรู้สึกส่วนตัว ก็ดุด่าว่ากล่าว บีบบังคับต่างๆ นานา ต้องการให้อยู่ในคำสั่งและการบังคับบัญชา ในที่สุดด้วยความโกรธสุดขีด ต้องประการตัดความเป็นพ่อแม่กัน ลูกต้องระหกระเหินไปอยู่กับเพื่อน อาจไปก่ออาชญากรรมได้ หรือย้อนรอยกับมาสังหารพ่อแม่ตนเองเพื่อหวังมรดก ไม่เพียงพ่อแม่ที่อยู่ในอาชีพทหารเท่านั้น พ่อหรือแม่ที่บีบบังคับลูกมากเกินไป ใช้อารมณ์เป็นใหญ่เหนือเหตุผล ไม่มีวิธีการเลี้ยงลูกถูกต้อง มักสร้างปัญหาในระยะยาว ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความจริง กล่าวโทษเด็กว่าไม่ดีเอง ดื้อดึง สอนไม่รู้จักจำ ความขัดแย้งสูงในครอบครัว อาจนำไปสู่โศกนาฎกรรมเป็นข่าวใหญ่โตซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

      ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านต่อได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=587235
 

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 30 รูปแบบโมเดลธุรกิจ

รูปแบบโมเดลธุรกิจ (Business model)

 

หนังสือชื่อ Business Model Generation เขียนโดย Alexander Osterwalder และ Yves Pigneurตีพิมพ์ปี คศ.2010 ได้กล่าวถึงรูปแบบโมเดลธุรกิจ มีองค์ประกอบ 9 ส่วน (The 9 building blocks) ดังนี้

 

1.          กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย(Customer Segmentsหรือ CS) ผู้ประกอบการหรือเถ้าแก่ผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการมากกว่าหรือเท่ากับหนึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอาทิ ตลาดมวลชน (Mass market) หมายถึงกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่มีขนาดใหญ่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche market) หมายถึงตลาดย่อย ๆ มีขนาดเล็ก ที่มีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง   เหมือนกันภายในกลุ่มตลาดเฉพาะด้าน (Segmented market) หมายถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่เฉพาะแตกต่างจากตลาดทั่วไป มีขนาดใหญ่กว่าตลาดเฉพาะกลุ่มตลาดหลากหลาย (Diversified market) หมายถึงตลาดที่มีความต้องการที่หลากหลาย แตกต่างกันออกไป ตลาดหลายด้าน (Multi-sided Platform or Multi-sided markets) หมายถึงตลาดหรือลูกค้าตั้งแต่ 2 กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กัน แต่มีความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น ธุรกิจนิตยสาร มีรายได้จากลูกค้า 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ซื้อโฆษณา และผู้ซื้อนิตยสาร หรือการทำนิตยสารแจกฟรี ลูกค้ากลุ่มหนึ่งไม่เสียเงินซื้อ ได้รับการแจกฟรี ส่วนลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้รับแบกค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยการซื้อโฆษณาลงในนิตยสาร

 

2.          คุณค่าที่ส่งมอบลูกค้า (Value Propositions หรือ VP) เป็นสิ่งที่แก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าและตอบสนองความต้องการลูกค้าจนรู้สึกพึงพอใจด้วยคุณค่าที่นำเสนอผ่านสินค้าและบริการ อาทิ สิ่งใหม่ ๆ (Newness) การทำงาน (Performance) รูปแบบเฉพาะตน (Customization) ทำสำเร็จ (Getting the Job Done) การออกแบบ (Design) ตราสินค้าและสถานภาพ (Brand/Status) ราคา (Price) การลดค่าใช้จ่าย (Cost Reduction) การลดความเสี่ยง (Risk Reduction) การเข้าถึงง่าย (Accessibility) ความสะดวก (Convenience/Usability)

 

3.          ช่องทางการจัดจำหน่าย (Channelsหรือ CH)คุณค่าที่นำเสนอถูกส่งผ่านไปถึงลูกค้าโดยช่องทางสื่อสาร(CommunicationChannels) ช่องทางการกระจาย (DistributionChannels) และช่องทางการขาย (SalesChannels)

 

4.          ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relations หรือ CR)ถูกสร้างและรักษาแต่ละกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยทั่วไปการสร้างความสัมพันธ์เป็นการนำไปสู่ การได้มาซึ่งลูกค้า (Customer Acquisition) การรักษาลูกค้า (Customer Retention) และการเพิ่มยอดขาย (Boosting Sales: Cross-selling & Up-selling)

 

5.          แหล่งที่มาของรายได้ (Revenue Streams หรือ RS)เป็นผลมาจากคุณค่าที่นำเสนอกับลูกค้าอย่างประสบความสำเร็จโดยทั่วไปที่มาของรายได้สามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบได้แก่ รายได้การดำเนินการ (Transaction Revenues) คือได้รายได้จากลูกค้าครั้งต่อครั้ง และรายได้ต่อเนื่อง เป็นการซื้อที่มีลักษณะเป็นกระบวนการ หรือการบริการหลังการขาย(Recurring Revenues) เช่นการใช้โทรศัพท์มือถือ ต้องจ่ายในลักษณะต่อเนื่องทุกเดือน หรือเติมเงินทุกครั้งที่จำนวนเงินค่าโทรหมดลงและต้องการใช้โทรออก

 

6.          ทรัพยากรหลักที่จำเป็น (Key Resources หรือ KR)เป็นสินทรัพย์ที่ต้องการเพื่อสร้างและส่งมอบคุณค่าที่นำเสนอกับลูกค้าสามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรอาทิ สินค้าประเภทกายภาพ (Physical) ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual) บุคคลกร (Human) การเงิน (Financial)

 

7.          กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ(Key Activitiesหรือ KA)เป็นการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ได้มาแหล่งที่มาของรายได้อาทิ การผลิต (Production) การแก้ปัญหา (Problem Solving) การสร้างรูปแบบหรือเครือข่าย (Platform/Network)

 

8.          หุ้นส่วนหลัก (Key Partnershipsหรือ KP) กิจกรรมบางอย่างได้มาจากการจัดจ้างคนนอก (Outsource)และการร่วมมือกับองค์กรภายนอก อาทิ พันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Alliances) พันธมิตรระหว่างคู่แข่ง (Coopetition) การร่วมค้าเชิงธุรกิจ (Joint Venture)เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้าอย่างสม่ำเสมอ (Buyer-supplier Relationships) การสร้างหุ้นส่วนหลักทำให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจ ดังนี้การประหยัดจากขนาดการผลิต (Optimization and Economy of Scale) การลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน (Reduction of Risk and Uncertainty) การซื้อทรัพยากรหรือกิจกรรมเฉพาะ (Acquisition for Particular Resources and Activities)

 

9.          โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure หรือ CS) ส่วนประกอบของรูปแบบโมเดลธุรกิจ เป็นผลมาจากโครงสร้างต้นทุน โดยทั่วไปแนวคิดการบริหารต้นทุน มุ่งไปที่ต้นทุน (Cost-driven) ได้แก่รูปแบบของธุรกิจที่มุ่งเน้นในการลดต้นทุนในทุกด้าน เพื่อจำหน่ายสินค้าและบริการในราคาต่ำกว่าคู่แข่งขัน ลักษณะของต้นทุนมีสองประเภทได้แก่ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) และต้นทุนแปรผัน (Variable Costs) โดยมีการผลิตที่เน้นการประหยัดจากขนาดการผลิต (Economies of Scale) และการประหยัดจากขอบเขต (Economies of Scope)

 

ตัวอย่างรูปแบบโมเดลธุรกิจภาคเกษตรกรรม เช่น ฟาร์มเลี้ยงไข่ไก่ขนาดใหญ่ จำหน่ายไข่ขนาดต่างๆ ราคาเท่ากับท้องตลาด แต่มีการสร้างตราสินค้า (Brand)โดยยิงหมึกพิมพ์ที่ใช้กับอาหารได้ (Edible ink)ลงบนเปลือกไข่สดและฉลากสินค้าระบุยี่ห้อตราสินค้า วันที่หมดอายุ และรหัสเลขที่ของฟาร์มผลิต เป็นระบบการตรวจสอบย้อนกลับ(Traceability system) หากมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร(Food safty) ก็สามารถทราบว่าเกิดที่ฟาร์มไหน ทำให้ควบคุมและป้องกันโรคระบาดสัตว์ได้ทันท่วงที ไม่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และสร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคว่าฟาร์มมีระบบการควบคุมที่ดี ไม่นำเชื่อเสียงของบริษัทไปทำความเสียหายกับผู้บริโภคสินค้าของบริษัทได้แก่ ไข่ไก่สด ไข่ไก่โอเมก้าพลัสไข่ขาวเหลวพาสเจอร์ไรซ์ ไข่แดงเหลวพาสเจอร์ไรซ์ ไข่ขาวรวมพาสเจอร์ไรซ์ ไข่ต้มสมุนไพร ไข่พะโล้  เต้าหู้ไข่ ลูกชิ้นเนื้อไก่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีก ขายตรงให้กับโรงแรม ภัตตาคาร ร้านเบเกอรี่ และร้านทำขนม อาจเปิดร้านเกี่ยวกับนำวัตถุดิบไข่ไก่มาใช้ เช่น ข้าวไข่เจียว ไข่พะโล้ ก๋วยจั๊บ ผัดไทย เป็นต้น

 

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (CS) คือกลุ่มลูกค้าทั่วไปในท้องตลาด ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์อาหาร ลูกค้าประเภทโรงแรม ภัตตาคาร ร้านเบเกอรี่ และร้านทำขนม

 

คุณค่าที่ส่งมอบลูกค้า (VP) เป็นแหล่งโปรตีนและคุณค่าทางอาหาร ความปลอดภัยทางอาหาร ไว้วางใจและเชื่อถือได้ ผ่านการสร้างตราสินค้า

 

ช่องทางการจัดจำหน่าย (CH) ผ่านทางร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านทำอาหารหลายสาขา โรงงานผลิตเค้กและทำขนม

 

ความสัมพันธ์กับลูกค้า (CR) ผ่านกิจกรรมทางตลาด เช่น ออกบูธ การจำหน่ายโดยพนักงานขาย การโฆษณาในสื่อต่างๆ จัดงานสัมนา จัดนิทรรศการ สอนวิธีการทำอาหารและขนมที่มาจากไข่ในเชิงให้ความรู้กับผู้บริโภคทั่วไป การบริโภคไข่แดงมีปัญหาเรื่องคลอเรสเตอรอลหรือไม่บริโภคได้มากน้อยเท่าไหร่ สินค้าตนเองแตกต่างจากคู่แข่งขันอย่างไร

 

แหล่งที่มาของรายได้ (RS)คือการจำหน่ายไข่สด ผลิตภัณฑ์จากไข่ที่เพิ่มมูลค่าแม่ไก่ปลดระวางนำเนื้อมาทำเป็นลูกชิ้นไก่

 

ทรัพยากรหลักที่จำเป็น (KR) คือสินทรัพย์ที่จับต้องได้ทางกายภาพ ได้แก่ แม่พันธุ์ไก่ไข่ โรงเรือนกรงตับ ที่ดิน โรงงานอาหารสัตว์ โรงงานผลิตภัณฑ์จากไข่ โรงงานมูลค่าเพิ่มจากไข่

 

กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ(KA) ได้แก่ การเก็บไข่สดจากกรงตับ การผลิตสินค้าจากผลิตภัณฑ์ไข่ การผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม

 

หุ้นส่วนหลัก (KP) อาจดำเนินการร่วมค้าเชิงธุรกิจ (Joint Venture) กับนักลงทุนที่เชี่ยวชาญการทำอาหาร เบเกอรี่ ขนมไทย ลูกชิ้นไก่ ในการตั้งโรงงานมูลค่าเพิ่มเพื่อจำหน่ายในประเทศ ผ่านร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ร้านจำหน่ายเบเกอรี่และขนมไทย ร้านไอศกรีมไข่กระทะ หรือร้านอาหารประเภททำจากไข่ ผลิตภัณฑ์ไข่ และ/หรือร่วมมือกับนักลงทุนต่างประเทศในจัดตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์จากไข่ ส่งออกไข่เหลวพาสเจอร์ไรซ์ไปต่างประเทศ

 

โครงสร้างต้นทุน (CS) เน้นการเพิ่มขยายสาขาร้านจำหน่ายเบเกอรี่และขนมไทย ร้านไอศกรีมไข่กระทะ หรือร้านอาหารประเภททำจากไข่ ผลิตภัณฑ์ไข่ทำให้ต้องไปขยายฟาร์มไข่ไก่เพิ่มขึ้น เป็นการลดต้นทุนการผลิต

 

ข้อดีคือ เป็นรูปแบบโมเดลธุรกิจที่เพิ่มมูลค่ากับธุรกิจการเกษตร(Value-added agriculture)

 

ข้อเสียคือ การทำฟาร์มไก่ไข่มีบริษัทขนาดใหญ่ กลาง และเล็กจำนวนมากในท้องตลาด ต้นทุนวัตถุดิบอาหารเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ขณะที่ภาครัฐพยายามเข้ามาควบคุมราคาไข่ไก่ การแข่งขันสูงมาก รายใหญ่ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดเกือบหมด การจำหน่ายในรูปไข่ไก่สด (Commodity) อาจประสบปัญหาขาดทุนได้ เนื่องจากเป็นตลาดมวลชน (Mass market) จึงควรสร้างมูลค่าเพิ่มหรือมีนวัตกรรมให้กลายเป็นสินค้ามีตรา(Brand products) ในตลาดเฉพาะด้าน (Segmented market)และตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche market)

 

ตัวอย่างรูปแบบโมเดลธุรกิจการสื่อชนิดใหม่ (New media)เช่น ยูทูป เว็บบล็อก เฟสบุ๊ค ไลน์ เป็นต้น เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมาก เป็นการสื่อสารชนิดสองทาง (Two-way communication) โดยผู้ส่งสารหรือข้อมูล (Sender)ผ่านช่องทางการสื่อสาร (Communication channel)ทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตไปยังผู้รับปลายทาง (Receiver)ซึ่งจะพิจารณาข้อมูลก่อนโต้ตอบกลับคืนไป อาจเป็นรูปแบบแชท ส่งข้อมูลทางอีเมล การรับและตอบข้อความในเว็บบล็อก เปิดบริการคนทั่วไปใช้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ต้องการให้คนทั่วโลกเข้ามาใช้งานจำนวนมาก เพื่อการโฆษณาทางตรง(Internet direct marketing)และเก็บค่าบริการจากบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่นำมาลงในเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น

 

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (CS)คือลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาเป็นสมาชิกหรือเยี่ยมชม(Users) เป็นเจ้าของเนื้อหา (Content owner) และเจ้าของสินค้าลงในโฆษณาสื่อชนิดใหม่

 

คุณค่าที่ส่งมอบลูกค้า (VP) คือเนื้อหา (Content)ในสื่อชนิดใหม่

 

ช่องทางการจัดจำหน่าย (CH)ผ่านเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น

 

ความสัมพันธ์กับลูกค้า (CR)คือความพึงพอใจผ่านกิจกรรมต่างๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกกับผู้เข้ามาใช้งานจนเกิดความภักดี (Loyalty)

 

แหล่งที่มาของรายได้ (RS) คือรายได้จากการโฆษณาและจำนวนผู้เข้ามาใช้งานฟรี (ยิ่งจำนวนคนมาก รายได้จากการโฆษณายิ่งเพิ่มขึ้น)

 

ทรัพยากรหลักที่จำเป็น (KR)คือจำนวนเนื้อหาที่ลงในแพลตฟอร์ม (Platform) ของเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น ผู้พัฒนาเว็บไซด์และแอพพลิเคชั่น(Website and application developer)

 

กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ(KA) ผ่านการจัดการแพลตฟอร์ม (Platformmanagement)กิจกรรมต่างๆ และเทคโนโลยีสร้างสรรค์(Creativethinking) ขึ้นมาตลอดเวลาการจัดการงานบริการโฆษณา (Advertising management services)

 

หุ้นส่วนหลัก (KP)คือผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่

 

โครงสร้างต้นทุน (CS)คือต้นทุนแพลตฟอร์ม (Platformcost) และต้นทุนพัฒนาเทคโนโลยีสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่

 

ข้อดีคือ เป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้ามาทำธุรกิจได้ง่าย เพียงอาศัยความคิดสร้างสรรค์และแตกต่างจากคู่แข่งขัน

 

ข้อเสียคือในระยะแรกต้องมีนักลงทุน (Angel investor) มาร่วมหุ้นด้วยเมื่อธุรกิจเจริญเติบโตขึ้นต้องใช้เงินลงทุนสูงตามจำนวนผู้เข้ามาใช้งานในแพลตฟอร์ม

 

ตัวอย่างรูปแบบโมเดลธุรกิจการสร้างแอปเปิ้ลสโตร์(Apple store)ของบริษัทแอปเปิ้ล เพื่อจำหน่ายแอพพลิเคชั่น หนังสืออีบุ๊ค เพลง ภาพยนตร์ในระบบดิจิตอล โดยการเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 30 ของการขายสินค้าแต่ละชนิด ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทไอพอด ไอโฟนไอแพด และแมคบุ๊ค ของบริษัทตนเอง เกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนวัตกรรมครั้งยิ่งใหญ่ พฤติกรรมวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป เกิดความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าประเภทบันเทิงและความรู้โดยการซื้อผ่านแอปเปิ้ลสโตร์ด้วยบัตรเครดิต ขอเพียงมีชื่อผู้ใช้ (User name) และรหัสผ่าน(Password) เท่านั้น

 

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (CS)คือลูกค้าที่นิยมซื้อสินค้าในรูปดิจิตอล สาวกของบริษัทแอปเปิ้ล ส่วนหุ้นส่วนการค้าหรือเจ้าของสินค้า ได้แก่ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software) เจ้าของลิขสิทธิ์และร้านจำหน่ายหนังสืออีบุ๊ค เพลง ภาพยนตร์ในระบบดิจิตอล

 

คุณค่าที่ส่งมอบลูกค้า (VP)ผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอส(ios) มีความปลอดภัยสูงสุด ไม่สามารถเจาะเข้าไปขโมยเอาข้อมูลบัตรเครดิตได้ ถ้าไม่ทราบชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ระบบดังกล่าวสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทแอปเปิ้ล

 

ช่องทางการจัดจำหน่าย (CH) ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทไอพอด ไอโฟน ไอแพด และแมคบุ๊ค

 

ความสัมพันธ์กับลูกค้า (CR) คือความไว้วางใจในแอปเปิ้ลสโตร์ และความพึงพอใจจากความสะดวกสบายในการค้นหาและซื้อสินค้ามากมายในรูปดิจิตอล

 

แหล่งที่มาของรายได้ (RS)ได้แก่ ค่าธรรมเนียมร้อยละ 30 ของการขายสินค้าแต่ละชนิดในแอปเปิ้ลสโตร์

 

ทรัพยากรหลักที่จำเป็น (KR) คือแพลตฟอร์มในแอปเปิ้ลสโตร์ และระบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอส (ios) ไปยังระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ของธนาคารแต่ละแห่งที่ทำธุรกิจการเงินร่วมกับบริษัทแอปเปิ้ล

 

กิจกรรมหลักที่ดำเนินการ(KA)ผ่านการจัดการแพลตฟอร์ม (Platform management) การรักษาและพัฒนาระบบปฏิบัติการไอโอเอส (ios)

 

หุ้นส่วนหลัก (KP)คือผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่

 

โครงสร้างต้นทุน (CS) คือต้นทุนการจัดการแพลตฟอร์ม (Platform management)การรักษาและพัฒนาระบบปฏิบัติการไอโอเอส (ios)

 

ข้อดีคือ เป็นเทคโนโลยีใหม่ ปลุกกระแสร้านค้าปลีกบนออนไลน์ผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอส (ios) ในระยะแรกไม่มีคู่แข่งขัน ทำให้ธุรกิจมีผลกำไรงดงาม

 

ข้อเสียคือ แอปเปิ้ลสโตร์มีช่องทางจำกัด อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทไอพอด ไอโฟน ไอแพด และแมคบุ๊คของบริษัทแอปเปิ้ลเท่านั้น ดังนั้นยอดจำหน่ายสินค้าในรูปดิจิตอลขึ้นอยู่กับการจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875