กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for March, 2015

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 13 การเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่คนไทย

การเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่คนไทย

การเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่คนไทย มักแตกต่างจากชาวตะวันตกที่เจริญแล้ว เป็นเพราะความคิดในเรื่องเลี้ยงลูกแตกต่างกันมาก วัฒนธรรมชาติตะวันตกนิยมให้คนพึ่งพาตนเอง รับผิดชอบและช่วยเหลือตนเอง เน้นไปทางปัจเจกนิยม (Individualism) ไม่เกิดความรู้สึกผูกพันแบบกลุ่ม เป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละบุคคล ส่วนคนไทยและชาติเอเซียนิยมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พ่อแม่ต้องการให้ลูกอยู่ในโอวาท เชื่อฟัง สามารถพึ่งพาได้ในยามชรา เป็นวัฒนธรรมแบบกลุ่ม (Collectivism) เกิดความรู้สึกผูกพันในลักษณะครอบครัวและเครือญาติ

ครอบครัวคนไทยเลี้ยงลูกชนิดไข่ในหิน รักและห่วงใยมากเกินไป คอยสอดส่องอยู่ในสายตาตลอดเวลา และห้ามปรามพฤติกรรมที่เห็นว่าไม่เหมาะสม อ้างว่าเป็นความหวังดีของพ่อแม่ ต้องการให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนดี ไม่ทำตัวเป็นคนพาลเกเร นอกลู่นอกทาง ถ้าลูกไม่เชื่อฟังต้องลงโทษ เฆี่ยนตีเพื่ออบรมสั่งสอนตั้งแต่เด็ก โดยมีความเชื่อตามคำโบราณว่าไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ต้องทำโทษหลาบจำ เติบโตขึ้นจะได้ไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก ขณะเดียวกันคอยห้ามปรามทุกเรื่องที่ตนเองไม่ชอบใจด้วย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเหตุผลของพ่อแม่ทั้งสิ้น ไม่ได้สอบถามเด็กว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น เด็กถูกกดดันและเก็บกด ทำให้ขาดความเป็นอิสรภาพ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ขาดความมั่นใจ ขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก ต้องคอยสอบถามความเห็นจากพ่อแม่อยู่ร่ำไป ลับหลังพ่อแม่ ลูกอาจแสดงพฤติกรรมเก็บกด ทำในสิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบและคอยห้ามปรามเสมอ อาทิ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ติดยาเสพติด แอบหนีเที่ยวเมื่อมีโอกาส ฝ่ายพ่อแม่คิดว่าลูกเป็นดี อยู่ในโอวาท เมื่อทราบความจริงก็แทบลมใส่ เป็นเพราะเข้มงวดลูกในบ้านมากเกินไป เด็กบางคนอาจต่อต้าน ยิ่งแสดงอาการดื้อดึงมากขึ้น กรณีที่รุนแรงพ่อแม่อาจติดกล้องวงจรปิดในห้องนอนลูก บริเวณทั่วบ้านทุกมุมห้อง เพื่อคอยสอดส่องดูพฤติกรรมลูก คิดว่าเด็กไม่เชื่อฟัง มีนิสัยอันธพาล ส่วนใหญ่เป็นเด็กโตวัยรุ่น พ่อแม่บางรายใช้อารมณ์ ด่ากราดลูก และประกาศตัดขาดความพ่อแม่ลูกทันที ส่วนลูกเกิดความเจ็บแค้นในใจ จ้างมือปืนมาสังหารพ่อแม่และบุคคลในครอบครัวตนเอง เคยเป็นข่าวโด่งดัง สร้างความสะเทือนใจ กระทบกับความรู้สึกคนทั่วไป

การเลี้ยงลูกจึงเป็นเรื่องพ่อแม่สมัยใหม่รู้สึกหนักใจ เลี้ยงแล้วไม่ได้พึ่งพายามชรา ลูกเอาตัวไม่รอดในทุกสถานการณ์ ยิ่งพ่อแม่รักห่วงใยลูกมาก ลูกยิ่งเป็นคนไม่เอาไหน การช่วยเหลืออย่างมากตามวัฒนธรรมแบบกลุ่มของคนไทย ส่งผลสะท้อนให้เด็กไทยไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความอดทน ขาดวุฒิภาวะ เนื่องจากไม่มีอิสรภาพในการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง พ่อแม่ควบคุมเอาไว้ทั้งหมด ลูกคนไทยเลี้ยงไม่รู้จักโตเสียที เมื่อออกไปเผชิญโลกภายนอก ทำงานไม่อดทน ไม่รู้จักความยากลำบาก ในบ้านมีคนคอยช่วยเหลือ ทำแทนและบงการชีวิตตลอดเวลา ส่วนในที่ทำงานต้องทำเองทั้งหมด แก้ไขปัญหาเรื่องงาน และมีปัญหาตลอดเวลา ไม่มีใครช่วยเหลือตลอดเวลาเหมือนอยู่ในบ้าน เมื่อทำผิดพลาด ถูกเจ้านายตำหนินิดหน่อย ก็พาลลาออกจากงานเสียเลย มาทำธุรกิจส่วนตัวเล็กน้อยก็ขาดทุนหรือรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงชีพ ต้องวนเวียนเป็นวัฏจักรมาให้พ่อแม่เลี้ยงดูเหมือนเดิม เป็นเรื่องหน้าเศร้าใจและทุกข์ใจสำหรับพ่อแม่คนไทย

การเลี้ยงดูลูกถูกต้อง ควรผสมผสานวัฒนธรรมปัจเจกบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้อง หัดให้ลูกรับผิดชอบในเรื่องหน้าที่ตนเองตั้งแต่เด็ก เช่น ล้างจานทันทีหลังกินข้าวเสร็จ ทำความสะอาดห้องนอน ห้องน้ำและถูบ้าน เมื่อเติบโตขึ้นบ้างต้องฝึกฝนเรื่องการทำอาหารเอง หัดช่วยเหลือและพึ่งพาตนเองมากที่สุด พ่อแม่ต้องไม่คิดว่าลูกยังเล็ก ทำเองไม่เป็น หรือสงสารลูกทำงานหนัก การฝึกฝนตั้งแต่เด็กช่วยให้ลูกมีความอดทน เรียนรู้การทำงานขั้นต้น มีวินัยและความรับผิดชอบเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เวลาเล่นอะไรด้วยตนเอง พ่อแม่ต้องไม่เข้าไปเล่นด้วย บอกให้เล่นอย่างโน้นอย่างนี้ ปล่อยให้เด็กเล่นเอง เขากำลังฝึกฝนการจิตนการสร้างสรรค์ อย่าไปขัดจังหวะการเล่นของลูก พ่อแม่คอยดูลูกอยู่ห่างๆ ไม่ให้เกิดอันตรายกับเขา เวลาลูกหกล้มและร้องไห้ พ่อแม่ต้องไม่เข้าไปปลอบใจและโอ๋เด็กตลอดเวลา บอกให้ลูกลุกขึ้นยืนเอง พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ในบ้านต้องไม่เลี้ยงดูในลักษณะตามใจหรือบังคับเด็กมากเกินไป ควรรับฟังความคิดเห็นและเหตุผลของลูก ปล่อยให้เด็กทำในสิ่งที่เขาต้องการเสียก่อน ถ้าเป็นสิ่งผิดก็ควรใจเย็น ใช้หลักเหตุผลอธิบายว่าทำไมลูกไม่ควรทำเช่นนั้นและเมื่อทำแล้วจะเกิดผลเช่นใด ดีกว่าห้ามปรามไปเสียทุกเรื่อง ลูกอาจไม่เข้าใจ เกิดการต่อต้านในใจ และดื้อดึงไม่เชื่อฟัง การใช้หลักเหตุผลช่วยให้ลูกตัดสินใจในเรื่องราวสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่าการใช้อารมณ์ที่ปราศจากสติปัญญา ไม่กลายเป็นคนเจ้าอารมณ์จากสิ่งที่พ่อแม่ห้ามปรามหรือขัดใจในสิ่งที่เขาต้องการ ยิ่งลูกได้ช่วยเหลือพ่อแม่ทำมาหากิน ร่วมทุกข์ร่วมสุข และเห็นความยากลำบากในการหาเงิน ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันและรักพ่อแม่มากขึ้น ลูกที่เติบโตเป็นวัยรุ่นอาจหางานทำในช่วงปิดเทอม หรือเสาร์อาทิตย์ไปขายของตามตลาดนัดและห้างสรรพสินค้า บางคนหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือ ทำงานและเรียนควบคู่กันไป เป็นการฝึกฝนให้คุ้นเคยกับความยากลำบาก เด็กพวกนี้จะเฉลียวฉลาดและเก่งเป็นยอดคน เข้าใจวิถีชีวิตตนเองและผู้อื่น มองโลกในด้านความเป็นจริง ไม่เข้าใจในลักษณะแบบฉบับของตนเอง

พ่อแม่คนไทยสมัยใหม่ ต้องปรับตัววิธีการเลี้ยงลูก ไม่อิงกับวัฒนธรรมแบบกลุ่มมากเกินไป ต้องนำลักษณะปัจเจกบุคคลของชาติตะวันตกมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ต้องไม่ลืมรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยคือ สอนลูกรู้จักอ่อนน้อม ไม่ก้าวร้าว เคารพผู้อาวุโส และดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า พ่อแม่ที่ฉลาดต้องรู้จักปลูกฝังนิสัยความมีวินัย ความรับผิดชอบ การรู้จักหน้าที่ตนเอง การมีเหตุผล ความอดทน ไม่เอาแต่ใจตนเอง และช่วยเหลือตัวเองเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ไม่พึ่งพาพ่อแม่ตลอดไป อีกทั้งเป็นภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งในครอบครัว ป้องกันลูกไม่ให้ตกอยู่ในสิ่งที่เป็นอบายมุข สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การเลี้ยงลูกของคนไทยหรือคนชาติอื่น ต้องใช้แนวทางวิธีที่กล่าวไว้ข้างต้น พ่อแม่ต้องไม่ให้ความรักลูกมากมายมาปิดหูปิดตาตนเอง เลี้ยงดูและสอนลูกแบบผิดๆ ตามใจลูกหรือบังคับมากเกินไป ปล่อยให้เด็กมีอิสรภาพ ทำอะไรด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการลองผิดลองถูก เกิดความคิดสร้างสรรค์ ในไม่ช้าเด็กจะค้นพบตนเองว่าชอบสิ่งใด เกิดการเลือกอาชีพในสิ่งที่ตนเองรัก โดยมีพ่อแม่เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ลูกพลอยมีความสุขตลอดชั่วชีวิต ความเจริญรุ่งเรืองจึงตามมา ไม่ทิ้งภาระ ความทุกข์ยาก และปัญหาจากการเลี้ยงดูลูกผิดๆ ย้อนกลับมาสู่พ่อแม่ในบั้นปลายของชีวิต

……………………………………………………………………………………

เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 19 การสร้างตลาด

การสร้างตลาด

การสร้างตลาดเป็นธุรกิจประเภทหนึ่ง นิยมทำกันมากมายทั้งโลกทางกายภาพและโลกเสมือนจริง โลกทางกายภาพต้องลงทุนสูง ทำเลสถานที่ดี ผู้คนพลุกพล่าน ตอบสนองความสะดวกสบายลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดี และจัดหาประเภทสินค้ามาวางจำหน่ายในราคาย่อมเยา เหมาะสมกับชุมชน การดำรงในชีวิตประจำวัน และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ส่วนโลกเสมือนจริงต้องอาศัยเทคโนโลยีอินเตอร์เน้ต การลงทุนไม่สูงในระยะแรก อาศัยการโฆษณาและบอกต่อของผู้ใช้งานในสื่อดิจิตอล เมื่อได้รับความนิยม ต้องขยายเครือข่ายและความจุของเทคโนโลยีมากขึ้น การลงทุนมากน้อยตามจำนวนผู้ใช้งาน คุณสมบัติทั่วไปต้องเข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบายในการเข้าถึงทางโลกออนไลน์ ช่องทางการชำระเงินรวดเร็ว น่าเชื่อถือ และปลอดภัยจากการล้วงข้อมูลทางการเงิน

โลกทางกายภาพ การสร้างตลาดขึ้นอยู่กับเงินลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ลงทุนรายเล็กอาจเล็งพื้นที่ติดถนนใหญ่ หรือเส้นทางหลักภายในซอย ใกล้ชุมชนและหมู่บ้านอาศัยหนาแน่น ส่วนใหญ่อยู่แถบชานเมือง หมู่บ้านใหม่เกิดขึ้นมาก ค่าเช่าที่ดินไม่แพงเกินไป ทำสัญญาเช่าอย่างต่ำสิบปี เถ้าแก่ผู้เช่านำมาสร้างเป็นตลาดสด สร้างอาคาร ตึกชั้นเดียว เพิงขนาดใหญ่ หรือเต็นท์ผ้าใบครอบคลุมพื้นที่ เป็นร่มเงากับผู้ค้าขายหาบเร่ แผงลอย รถเข็น มาเช่ารายวันกับเถ้าแก่ผู้ลงทุนเช่าพื้นที่จากเจ้าของที่ดินอีกทอดหนึ่ง หากเล็งสถานที่ทำเลไม่ดี ไม่มีคนมาซื้อสินค้าสดและจับจ่ายตลาด พ่อค้าแม่ขายขาดทุนก็ไม่มีเงินมาจ่ายค่าเช่ารายวัน เถ้าแก่ผู้เช่าที่ดินก็ขาดทุนไปด้วย ตลาดสดเกิดใหม่ต้องอาศัยระยะเวลา นอกจากองค์ประกอบภายนอกคือ ผู้คนพลุกพล่าน ติดถนนหรือซอยเลนใหญ่ องค์ประกอบภายในต้องมีบริเวณจอดรถ คนคอยโบกรถ สินค้าประเภทอาหารสดราคาถูก ค่าเช่าแผงรายวันไม่แพงเกินไปจนผู้เช่าอยู่ไม่ได้ เพียงเท่านี้ตลาดสดใกล้ชุมชนย่อมขายดิบขายดี เป็นแหล่งตลาดเกิดขึ้นใหม่

การสร้างตลาดรายเล็กสุดคือ การเจราจากับเจ้าของสถานที่ให้ตนเองเป็นผู้จำหน่ายสินค้าบริการนั้นแต่เพียงผู้เดียว รายอื่นจำหน่ายไม่ได้ นอกจากนั้นในรัศมีใกล้เคียงต้องไม่มีผู้จำหน่ายสินค้าบริการนั้นเช่นเดียวกัน เช่น ร้านขายกาแฟตามสถานีรถไฟชุมชนขนาดใหญ่ อนุญาตรายเดียวในการชงและขายกาแฟกับผู้โดยสารรถไฟ การจำหน่ายสินค้าขบเคี้ยวและเครื่องดื่มภายในโรงภาพยนตร์ เป็นต้น กลยุทธ์สำคัญคือ ราคาจำหน่ายสินค้าบริการต้องไม่แพงกว่าปรกติมากเกินไป ไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าราคาโหดร้ายและรับไม่ได้

ถ้าเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ การสร้างตลาดต้องมีแหล่งเงินกู้จากธนาคารและเป็นบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมเงินทุนในการขยายสาขาคลอบคลุมทั่วประเทศ อาจจำหน่ายสินค้าผลิตเอง เช่าพื้นที่ เซ้งร้านค้า หรือจำหน่ายสินค้าผู้ผลิตรายอื่น เช่น ห้างโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้าหรูหรา คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านหนังสือ เป็นต้น กลยุทธ์สำคัญคือ การจัดโปรโมชั่นรายการสินค้า สถานที่สะดวกสบาย มีเส้นทางเข้าออกหลายทาง บริเวณจอดรถกว้างขวาง เพียงพอ และปลอดภัย ถ้าเป็นสินค้าอาหารต้องสด สะอาด ใหม่อยู่เสมอ มีความปลอดภัยทางด้านอาหาร ราคาเหมาะสม การบริการรวดเร็ว พนักงานนอบน้อม เป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส รักษาผลประโยชน์ลูกค้า และกล่าวขอบคุณลูกค้าหลังชำระสินค้าบริการ

การได้เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าบริการ หรือแบรนด์ชนิดหนึ่งในประเทศแต่เพียงผู้เดียว ถือว่าเป็นการสร้างตลาดประเภทหนึ่ง เช่น ร้านกาแฟหรูหรา ร้านฟาสต์ฟู้ดมีชื่อเสียง ร้านผลิตและจำหน่ายขนมชื่อดังของโลก สินค้าหรือตราลิขสิทธิ์ เป็นต้น การทำธุรกิจค่อนข้างง่าย อาศัยชื่อเสียงเดิมของเจ้าของธุรกิจ เถ้าแก่ตัวแทนชำระค่าลิขสิทธิ์เป็นรายปี สัญญาณอาจทำล่วงหน้านับสิบปี เจ้าของแบรนด์อบรมวิธีการผลิตสินค้าบริการ ดีไซน์ร้านค้า และรูปแบบการทำธุรกิจ การแบ่งปันผลกำไรขึ้นอยู่กับรายได้ของร้านค้า เถ้าแก่ตัวแทนขยายสาขาด้วยเงินลงทุนตนเอง แหล่งเงินกู้ หรือการลงทุนร่วมในลักษณะแฟรนไชส์ (ใช้เงินลงทุนของผู้ร่วมลงทุนเฉพาะสาขาแต่ละแห่ง) กลยุทธ์สำคัญคือการทำให้เกิดกระแสของผู้บริโภค การกล่าวถึงในสื่อกระแสหลัก (เช่นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์) และสื่อกระแสใหม่ (สื่อโลกออนไลน์) ความภาคภูมิใจการรู้สึกร่วมไปกับชื่อเสียง และความมีหน้ามีตาในสังคมเมื่อได้ใช้สินค้าบริการ สามารถนำมาโอ้อวด พูดคุยกับญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงให้เห็นถึงความโก้หรูและบ่งบอกสถานะตนเอง คนอื่นเกิดความรู้สึกอิจฉาลึกๆ และต้องการทดลองสินค้าบริการนั้นบ้าง ส่วนใหญ่เป็นระดับพรีเมี่ยม ราคาแพง ยิ่งมีการเข้าคิวเป็นแถวยาวเหยียดหรือมาก่อนร้านค้าเปิด ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นความนิยมสินค้าบริการเป็นอย่างดี

การได้รับสัมปทานจากภาครัฐ เป็นธุรกิจขนาดใหญ่และลงทุนสูง ภาคเอกชนบางรายทำได้เท่านั้น ค่อนข้างเป็นการผูกขาด เป็นการสร้างตลาดโดยเถ้าแก่ไม่กี่ราย เช่น การได้ใบอนุญาตสัญญาณคลื่นความถี่โทรคมนาคม การลงทุนในทีวีดิจิตอล การร่วมลงทุนรถไฟฟ้ารางคู่กับประเทศจีน การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นต้น เถ้าแก่ต้องได้รับการสนับสนุนเงินทุนมหาศาล การมีความรู้ด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและล่าสุด กลยุทธ์สำคัญคือ ค่าบริการสินค้ามีราคาเหมาะสม ไม่แพงเกินไปในความรู้สึกลูกค้า การใช้โปรโมชั่นเพื่อดึงดูดในการขยายฐานลูกค้าให้ถึงจุดคุ้มค่ากับการลงทุน ความซื่อสัตย์และการรักษาผลประโยชน์ลูกค้า

การเข้าไปซื้อกิจการของคู่แข่งขันหรือการใช้ราคาเป็นตัวทุ่มตลาดให้รายเล็กอยู่ไม่ได้ เป็นการสร้างตลาดผูกขาดเจ้าเดียว ในประเทศเจริญถือว่าผิดกฎหมาย อัยการส่งเรื่องฟ้องศาลให้ลงโทษ หรือแม้แต่การฮั้วราคาปรับสูงขึ้นของรายใหญ่ นักธุรกิจระดับใหญ่เมื่อต้องการซื้อกิจการคู่แข่งขัน ต้องระดมเงินลงทุนมหาศาลจากธนาคาร การเจรจาเรื่องดอกเบี้ย รวมทั้งข้อมูลการตัดสินใจประเภทรายได้ ผลกำไรในแต่ละปี ระยะเวลาการคืนทุน แนวโน้มตลาดในอนาคต และภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน กลยุทธ์สำคัญคือเน้นจำหน่ายสินค้าแพ็คใหญ่ในราคาถูก ซื้อสินค้าขวดใหญ่แถมขวดเล็ก ต้องเพิ่มการจำหน่ายสินค้ามากที่สุด เพื่อเพิ่มรายได้และผลกำไร เป็นการเร่งลดทอนหนี้มหาศาลเร็วที่สุด

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=588875 คลิกเลยครับ

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 12 คนหลงธรรมะ

คนหลงธรรมะ

คนหลงเป็นลักษณะหนึ่งของคนมัวเมา หมกมุ่นอยู่ในเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ จิตใจจดจ่อ ขาดสติสัมปชัญญะพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผล ตั้งอยู่บนความเชื่อศรัทธา หลงใหล และตัดสินใจด้วยอารมณ์ มากกว่าใช้ปัญญาเป็นเครื่องชี้นำ ส่วนธรรมะเป็นคำสั่งสอนให้คนทำความดี ประพฤติปฎิบัติอยู่ในกรอบแห่งความดีงาม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องศาสนา คำสั่งสอนของพระศาสดา เจ้าลัทธิ และนักบุญต่างๆ เมื่อนำทั้งสองคำมารวมกันคือ คนหลงธรรมะ เป็นลักษณะของคนที่มัวเมายึดถือคำสั่งสอนในทางศาสนา หรือลัทธิความเชื่อต่างๆ มากเกินไป ใช้อารมณ์ความรู้สึกไปล่วงหน้า ใครมาเตือนสติก็ไม่ฟัง แสดงอาการเกี้ยวกราดและขัดแย้งกับผู้ไม่เห็นด้วย มักยึดตัวบุคคลที่สั่งสอนนั้น อาจเป็นพระภิกษุมีชื่อเสียงหรือเจ้าลัทธิ ผู้คนเลื่อมใสเข้ามาเป็นสาวกมากมาย คำพูดที่ออกจากปากคือคำสั่งสอน ส่วนใหญ่เป็นธรรมะทางศาสนา มีการชักชวนสาวกช่วยกันร่วมบริจาคทำบุญ อ้างว่าเป็นกุศลกรรมยิ่งใหญ่ เข้าสู่นิพพานรวดเร็วในชาตินี้ ขึ้นอยู่กับสาวกว่าบริจาคทำบุญบ่อยแค่ไหนและจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ อ้างชีวิตเป็นทุกข์ สามีภรรยาและลูกไม่มีตัวตน ถ้าปล่อยวางหรือตัดทิ้งได้ถือว่าเข้าถึงหลักการอนัตตา พูดถึงพระพุทธเจ้า สมัยท่านเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก่อนเสด็จออกผนวชได้ละทิ้งลูกเมียเช่นเดียวกัน (ลืมใช้ปัญญาวิเคราะห์ว่าท่านอยู่ในเชื้อพระวงศ์กษัตริย์ มีทรัพย์สมบัติมากมาย ไม่ได้ทำให้ภรรยาและบุตรเดือดร้อน) หากสาวกทำได้ก็ยิ่งเป็นสิ่งประเสริฐและบุญกุศลสูงสุด หรือชักชวนบุคคลในครอบครัวมาร่วมทำบุญ (เป็นสาวก) ด้วยก็ยิ่งเป็นมหากุศลใหญ่ เมื่อสิ้นบุญ อย่างน้อยก็ไปเกิดใหม่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ รอคอยเข้าสู่นิพพานต่อไป

เจ้าลัทธิหรือผู้ที่อ้างหลักคำสั่งสอน มักมีการบิดเบือนให้สาวกคล้อยตาม พูดจาโน้มน้าวชักจูง อาทิ ทำบุญบริจาคเงิน ต่อต้านคนนอกศาสนา ปลุกระดมทำสงครามศาสนา เข็ญฆ่าผู้บริสุทธิ์ จับผู้เข้าไปช่วยเหลือเป็นตัวประกัน มีผู้เข้าร่วมขบวนการมากมาย เกิดอารมณ์ร่วมไปกับเจ้าลัทธิ โดยถูกปลุกปั่นหลงเชื่อว่า ทำเพื่อพระศาสดาตนเอง ไม่ให้คนนอกมารังแกพี่น้องร่วมศาสนาและอุดมการณ์เดียวกัน เป็นการปกป้องศัตรูเข้ามารุกราน ถือว่าไม่บาปกรรม แถมเป็นการทำบุญกุศลยิ่งใหญ่ ถ้าเสียชีวิตจะได้กลับไปอยู่กับพระเป็นเจ้าหรือศาสดาของตนเอง การปลูกฝังเช่นนี้ ขาดการไตร่ตรองด้วยเหตุผล ใช้อารมณ์ ความเชื่อและศรัทธาเป็นสิ่งชักนำพา จัดอยู่ในประเภทคนหลงธรรมะ

คนหลงธรรมะ เป็นเรื่องของความมัวเมา หลงใหลในหลักคำสั่งสอนของเจ้าลัทธิและศาสนา อยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องดั้งด้นไปถึง เพื่อร่วมทำบุญบริจาคเงินทอง สวดมนต์ นั่งสมาธิภาวนา แต่พอกลับมาถึงบ้านก็แสดงอาการโกรธกริ้วได้ง่าย โลภมากอยากได้บุญเยอะ พูดจาเรื่องธรรมะคล่องแคล่ว หากใครมาพูดขัดแย้ง มีความเห็นแตกต่าง เพียงสะกิดใจนิดเดียว ถึงกับโมโหเป็นฟืนไฟ โต้ตอบกลับอย่างรุนแรง จนไม่น่าเชื่อว่าผู้ที่เคร่งครัดในทางศาสนา สามารถแสดงออกได้มากกว่าคนปรกติทั่วไป เป็นเพราะว่าพื้นฐานคนหลงธรรมะ ยึดมั่นถือมั่นมากเกินไป ตั้งอยู่ในหลักการความเชื่อและอารมณ์เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ตรงกันข้ามกับผู้เข้าถึงปัญญา เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบาน มีสติสัมปชัญญะกำกับตลอดเวลา สามารถหยั่งรู้ถึงทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรคอย่างแท้จริง ทำให้พ้นทุกข์และตัดกรรมในปัจจุบันได้ทันที

ผู้ที่หลงธรรมะ มักเป็นคนไม่มีความมั่นใจตนเอง จิตใจอ่อนไหว เชื่อคนอื่นง่าย หรือเป็นพวกวิตกกังวลในโลกภายหน้า หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว เกิดความหวาดกลัวในชีวิตไม่แน่นอน จึงต้องเสาะหาเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ ทำบุญบริจาคเต็มที่ พยายามเข้าถึงนิพพานในชาตินี้ แต่ดูเหมือนยิ่งห่างไกล เนื่องจากหลงใหลในคำสั่งสอนของพระภิกษุหรือเจ้าลัทธิที่ตนเองเคารพนับถือ ไม่อาจตัดขาดได้ ไปเน้นทางด้านวัตถุนิยม การสร้างโบถส์วิหาร พระพุทธรูป และการเรี่ยไรทำบุญมากเกินไป การถือศีลภาวนาก็ทำในลักษณะผิวเผิน หรือเป็นลักษณะบังหน้าว่าเคร่งครัดต่อศาสนา ได้เพียงกระพี้เปลือกนอก ไม่สามารถเข้าถึงแก่นพระธรรมอย่างแท้จริง เพื่อบรรลุเข้าสู่ตัวปัญญา เป็นเครื่องมือในการเอาชนะและตัดขาดจากกิเลสทั้งปวง

……………………………………………………………………………………………………………