กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

Archive for โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

โฮ้ง…ผู้เดียวดาย: ตอนที่ 12 กลับบ้านเสียที (4)

ไอ้แซมเป็นสุนัขตัวแรกที่โผล่ขึ้นมาจากใต้ถุนตึก เมียงมองไปรอบตัวไม่พบสิ่งผิดปรกติ จึงส่งสัญญาณเรียกสุนัขอีกสี่ตัวขึ้นมา เป้าหมายแรกคือรถถังเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่จอดอยู่ อาจเป็นคันใดคันหนึ่งลืมเปิดประตูค้างไว้ ในความมืดสลัวรถสามคันจอดนิ่งสงบ มีเพียงคันเดียวค่อนข้างคุ้นตามาก มันขยับกึ่งวิ่งและเดินไปใกล้รถคันนั้น

พี่แซม มีอะไรเหรอค่ะภรรยาสาวสอบถาม ขณะวิ่งเคียงข้างไปด้วยกัน ส่วนไอ้ดำ ไอ้แกละ และเต้าหู้ยี้คอยเฝ้าระวังด้านหลัง

น้องพิซซ่า ผมคุ้นกับรถคันนี้จัง…”

มันก็เป็นรถคันหนึ่งเท่านั้นที่มนุษย์นิยมใช้กัน

เอ๊ะ! กลิ่นหอมจางบางอย่างโชยมาผมเคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เล็ก

น้องแซมมีอะไรผิดสังเกตไอ้ดำร้องถาม เมื่อสุนัขทุกตัวแอบเข้าด้านข้างเครื่องยนต์ขนาดเล็ก

มีกลิ่นบางอย่างอยู่รอบคันรถผมคุ้นเคยมานาน แต่นึกไม่ออกเป็นกลิ่นอะไร?” น้องชายตัวสุดท้องทำจมูกฟุตฟิด มันดมไปถึงประตูด้านคนขับ

เจ้าแซมแกเป็นอะไรวะ เดี๋ยวมีใครมาพบหรอก เราต้องรีบหลบซ่อนตัวไอ้แกละร้องเตือน

โน้น! มีมนุษย์คนหนึ่งเดินมารถคันนี้แล้ว พวกเราหลบไปข้างหลังเร็ว…” สุนัขนักเลงพันธุ์พิทบูลกระซิบบอกทุกตัว

ไอ้เต้าหู้ยี้ใช้แขนทรงพลังโอบเหล่าสุนัขพันธุ์เทอเรียให้ถอยไปด้านหลังรถ เพียงเสี้ยววินาที หญิงสาวคนหนึ่งได้มาหยุดด้านประตูคนขับ กำลังไขกุญแจและเปิดประตูค้างเล็กน้อย

ทันใดนั้นเธอสังเกตเห็นเงาบางอย่างหลบอยู่หลังท้ายรถ เท้ายังไม่ทันก้าวไปดูว่าเป็นตัวอะไร ก็มีเสียงร้องของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยร้องเรียก เธอได้ลืมสิ่งของบางอย่างในห้องทำงาน

ร่างมนุษย์เดินจากไปตามเสียงเรียก กลิ่นคุ้นเคยพลอยจางหายไปด้วย

ไอ้แซมรีบใช้อุ้งเท้าหน้าเปิดแง้มประตูรถด้านคนขับ กระโดดขึ้นบนเบาะหน้าและหลบซ่อนใต้เบาะหลัง เหล่าสุนัขพันธุ์เทอเรียที่เหลือและพันธุ์พิทบูลรีบทำตามอย่างไอ้แซม แผนการที่วางเอาไว้จึงสำเร็จง่ายดาย สุนัขทุกตัวแอบซ่อนตัว รอคอยเวลาให้มนุษย์ย้อนกลับมาเพื่อขับรถออกไปจากสถานที่คล้ายโรงฆ่าสัตว์

หญิงสาวเดินกลับมาที่รถเช่นเดิม เธอเปิดประตูเข้าไปประจำที่คนขับ ก่อนมุ่งหน้าสู่ท้องถนนหลวง

กลิ่นหอมจางกลับรุนแรงขึ้นกว่าปรกติ สุนัขพันธุ์เทอเรียสีขาวเหลืองไม่ได้กลิ่นมานานเกือบสิบปี จิตใจเต้นโครมครามด้วยอาการดีใจพลุกพล่าน ชะโงกหน้าแอบมองอย่างกระวนกระวาย คนขับไม่รู้สึกตัวว่ามีสุนัขแอบในรถหลายตัว

ผ้าปูรองพื้นและเบาะกำมะหยีสีน้ำตาลยิ่งมองยิ่งคุ้นตา มันอาศัยนอนตั้งแต่เริ่มจำความได้ รถถังเครื่องยนต์ขนาดเล็กคันนี้แหละที่พาไปสู่หมู่บ้านอันใหญ่โตมโหฬาร ใบหน้าเด็กหญิงผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ร่าเริงสดใส อยู่ในห้วงความจำเสมอไม่ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด

หนทางตามท้องถนนคุ้นเคยเป็นยิ่งนัก เวลาเลี้ยวเข้าถนนยางมะตอยเรียบขนานไปกับคลองชลประทาน ต้นไม้ใหญ่สองฝั่งถนนร่มรื่นจนหญิงสาวเผลอไปลดกระจกไฟฟ้าลงมา ลมเย็นช่วงค่ำพัดเข้ามาตลอดเวลา สุนัขทั้งหมดไม่ได้ส่งเสียงพูดคุยกัน เกรงว่ามนุษย์คนขับรถจะล่วงรู้และขับไล่ลงจากรถทั้งหมด

เมื่อถึงบ้านพักหญิงสาวลงจากรถทันที เธอหอบสิ่งของพะรุงพะรังขึ้นบนบ้านพัก ลักษณะทำด้วยไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง สูงสองชั้น ด้านหลังติดคลองชลประทาน ได้ยินเสียงหญิงวัยกลางคนในบ้านตะโกนเรียกหา หญิงสาวตอบรับก่อนก่อนคนในบ้านเปิดประตูออกมารับ แต่เธอไม่วายหันมากดรีโมทคอนโทลล๊อครถและประตูไฟฟ้าหน้าบ้าน ทิ้งความเงียบสงบไว้ด้านนอก

หลังจากหญิงสาวคนขับรถจากไปแล้ว เหล่าสุนัขพันธุ์เทอเรียและพันธุ์พิทบูลมองหน้ากันเลิกลั่ก ต่างคิดวิธีหาทางลงจากรถ ประตูถูกปิดแน่นหนา บานกระจกแนบสนิทไปกับหน้าต่าง ไม่มีช่องว่างโผล่ลอดออกไปได้

เราออกไปไม่ได้ พี่ดำจะทำอย่างไรกันดี…” ไอ้แซมปรึกษาหารือพี่ชายคนโต

รถถังเครื่องยนต์ของมนุษย์มีระบบปิดล็อคอัตโนมัติ ข้าจนปัญญาจริงๆไอ้ดำมีสีหน้าหมดหวัง

เอ๊ะ! พี่ดำ พวกเราต้องตายอยู่ในรถนี่หรือ? ข้าไม่ยอมหรอกไอ้แกละ พี่คนรองร้องโวยวายตามนิสัยดั้งเดิม

ไอ้เต้าหู้ยี้กระโดดขึ้นบนเบาะหลัง สำรวจบรรยากาศรอบนอกตัวรถ มันเป็นเวลาช่วงมืดค่ำ แสงไฟยังส่องไสวจากหลอดไฟนีออนนอกบ้าน

ฮั้วมองไม่เห็นใครเลย พวกลื้อมีหวังขาดอากาศหายใจอยู่ในรถถังบ้านี้…”

เฮ้ย! ไอ้ปากหมา ถ้าพวกข้าตาย เอ็งก็ต้องตายเหมือนกัน ไอ้แกละยืนชี้หน้า อารมณ์โกรธพุ่งขึ้น

ลื้ออย่าเพิ่งโกรธ ฮั้วไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นสุนัขนักเลงพิบูลเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

เราไม่ควรทะเลาะกัน พี่แกละใจเย็นนิดหนึ่งส่วนคุณเต้าหู้ยี้ขอให้ระวังคำพูด นางสาวพิซซ่าเตือนสติสุนัขทั้งคู่

ไอ้แกละแกเลิกนิสัยใจร้อนเถอะ ถือว่าข้าขอร้องพี่ชายคนโตเอ่ยปราม น้องชายคนรองทำตาปริบๆ คล้ายกับสำนึกตัว

ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=571778

โฮ้ง…ผู้เดียวดาย: กลับบ้านเสียที (2)

เราเพิ่งมาถึงสักครู่ น่าจะพักผ่อนเอาแรงสักเงียบ…” ไอ้แซม
เปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อให้ทุกตัวสบายใจ ครุ่นคิดและจินตนาการภาพในอดีต 
อาจมีวิธีหนีออกไปจากที่นี่ได้
ข้านอนไม่หลับหรอกเจ้าแซม พรุ่งนี้เราจะโดนฆ่าตายหรือไม่ก็ยังไม่รู้ไอ้แกละทำท่าร้องไห้ ผุดลุกผุดนั่งอย่างกระวนกระวายใจ
ลื้ออย่าขี้ขลาดไปหน่อยเลย ฮั้วจะพาออกไปจากกรงขังนี้
เอง มนุษย์ตัวไหนกล้าหือ...จะกัดให้กระจุยเชียว โซ่เส้นแค่นี้ 
ฮั้วไม่เคยกลัว ไอ้เต้าหู้ยี้คำรามลั่น
ไอ้แกละค่อยรู้สึกใจชื้นบ้าง การมีสุนัขตัวใหญ่ ร่างกายกำ
ยำแข็งแรงอยู่ข้างกายช่วยให้ เหล่าสุนัขพันธุ์เทอเรียตัวจิ๋วอบ
อุ่นขึ้น มันอ้าปากเห็นฟันโตซีกใหญ่ เดินอาดๆ เข้าไปใช้ขาเขี่ย
โซ่ล็อคกุญแจเข้ามากัดขย้ำ ราวกับให้ขาดสะบั้นคาปาก ดู
เหมือนโซ่หนาเท่าหัวนิ้วมือแทบไม่หลุดจากกัน
โซ่เส้นบ้าอะไรวะเนี่ย...ฮั้วกัดไม่ขาดสักที สุนัขนักเลง
พันธุ์พิทบูลโอดครวญ หลังใช้ความพยายามชั่วครู่หนึ่ง ยกขา
กระทืบซ้ำก็ไม่สะเทือน
แกไม่เก่งจริงนี่หว่า เราจะได้ออกไปจากกรงขังใหญ่โต
หรือเปล่า... สุนัขพี่ชายคนรองสบประมาทเล็กน้อย
เฮ้ย! ไอ้ลูกหมา ฮั้วเคยกัดโซ่ที่ล่ามฮั้วขาดสะบั้นบ่อยๆ มัน
ง่ายนิดเดียว ไอ้เต้าหู้ยี้โอ้อวด
พอโซ่หลุดออก เอ็งก็ไปกัดลูกชายเจ้านาย...ฮา ฮาๆๆ 
ไอ้แกละหัวเราะเยาะ แต่สุนัขนักเลงพันธุ์พิทบูลไม่ถือสา ดูราว
กับเป็นคนละตัวที่เคยมีปากเสียงกัน ณ ร้านค้าตึกแถวจำหน่าย
อาหารสัตว์จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากน้ำท่วมใหญ่
คุณเต้าหู้ยี้ คุณแลดูเป็นผู้ใหญ่จัง ผิดกับเมื่อวานนี้ นาง
สาวพิซซ่าเอ่ยปากชม แม้แต่เธอเองก็สังเกตเห็นความเปลี่ยน
แปลงนิสัยจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ฮั้วรอดตายมาได้ ถือว่าเกิดใหม่ บุญคุณของพวกลื้อที่
ช่วยชีวิต...ฮั้วจะจดจำเอาไว้ ไอ้เต้าหู้ซาบซึ้งน้ำใจ น้ำตาเริ่ม
คลอเบ้าตา
ไอ้ดำผู้ผลักกลอนไม้จนกรงหลุดออกและช่วยกันดึงสุนัข
นักเลงพันธุ์พิทบูลขึ้นจากการตกตึกสูงสองชั้น รีบโบกไม้โบกมือ
เอ็งอย่าได้ถือเป็นบุญคุณเลย พวกข้าไม่รับหรอก...แกก็
ช่วยเจ้าแซม น้องชายข้าออกมา
เอาละ...ผมว่าเราอย่าพูดเรื่องบุญคุณกันอีกเลย ผมเริ่ม
จำสถานที่แห่งนี้ได้เมื่อสักครู่เองครับ ไอ้แซมกล่าวตัดบท
แกจำอะไรได้บ้างละ ไอ้แซม พี่ชายคนโตร้องถาม
พี่ดำ...ด้านหน้าตึกแห่งนี้เป็นสถานที่จอดรถถังเครื่องยนต์
ขนาดเล็ก มนุษย์เดินเข้าออกพลุกพล่านนายหญิงชอบเอารถมา
จอดเสมอ และเดินลัดเลาะไปด้านหลังซึ่งปลอดมนุษย์ มันเป็น
เส้นทางไปยังตึกรักษาสัตว์อีกหลัง...ผมจำมันได้ดี ไอ้แซม
รำลึกความหลัง เมื่อครั้งยังเป็นสุนัขรุ่น
เราจะออกไปได้อย่างไร...ในเมื่อมีมนุษย์อยู่เต็มไปหมด
ทางด้านนอก ไอ้แกละพูดอย่างเป็นงานเป็นการ
นั่นนะสิ ลำพังโซ่เส้นเดียว เดี๋ยวฮั้วก็กัดขาดออก... 
ไอ้เต้าหู้ยี้เสริม
พวกเราต้องรอจนกว่าจะถึงช่วงเย็น เป็นเวลาเลิกงานพอดี
ของมนุษย์ เมื่อพวกนั้นออกไปหมดแล้ว ค่อยแหกกรงกรงออก
ไป นางสาวพิซซ่าแสดงความเห็น
ถูกต้อง! ผมเห็นด้วยกับน้องพิซซ่า ไอ้แซม ผู้เป็นสามี
สนับสนุน
แต่ข้าไม่เห็นด้วย...เราไม่ควรรอให้เนิ่นนานเกินไป ในเมื่อ
เรารู้ว่าห้องนี้เป็นที่กักขังสุนัข เพื่อรอการเป็นอาจารย์ใหญ่หรือ
สัตว์ทดลอง ทำไมไม่รีบออกไป ไอ้แกละเริ่มขี้ขลาดตาขาวอีก
แกอย่ากลัวไปหน่อยเลย ไอ้แกละ...ข้าก็เห็นดีด้วย หลัง
จากนั้นเราจะไปทางไหนต่อ ประโยคหลังพี่ชายคนโตหันไป
ถามไอ้แซม
เราจะย่องขึ้นไปในรถถังเครื่องยนต์คันใดคันหนึ่งเพื่อพา
เราออกไปจากที่นี่...ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://writer.
dek-d.com/kingphett/writer/view.php?id=571778

โฮ้ง…ผู้เดียวดาย: กลับบ้านเสียที (1)

ตอนที่ 12 กลับบ้านเสียที
 
ไอ้แซมดิ้นขลุกขลักอยู่ในสวิงตะข่าย เส้นใยไนล่อน
เหนียวรัดร่างสุนัขตัวเล็กจนยากขยับเคลื่อนไหวร่างกาย 
ไม่ต่างจากพี่ชายร่วมสาบานสองตัวและภรรยาสาวนอน
แน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ในครอบตะข่ายเดียวกัน สุนัขทั้งสี่ ตัว
นอนกรอกตาไปมาราวกับให้มนุษย์บนลำเรือรับรู้ว่ายังมี
ชีวิตอยู่ ไอ้เต้าหู้ยี้มีสภาพเช่นเดียว
กัน แตกต่างกันที่ มันไม่มีเรี่ยวแรงขัดขืน อยู่ในสวิงตะข่าย
อีกใบหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง 
เสียงครางหงิงๆ ของสุนัขหลายตัวดังวนเวียนอยู่
ในลำเรือเดียวกัน เป็นสุนัขตัวอื่นที่ถูกจับมาเช่นเดียว กัน 
มันอาจเป็นพวกสุนัขจรจัดหรือมีเจ้าของที่พลัดหลงมาเมื่อ
มวลน้ำซัดเข้ามาในเมืองหลวง มนุษย์บนเรือสอง สามคน
อาจไม่ใช่คนดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ไล่จับสุนัขมาเป็นจำนวนมาก 
ไอ้แซมนึกถึงคราวถูกจับไปอยู่ในโกดังเรือนไม้ชั้นเดียว 
รังสิตคลองเจ็ด มีการขุนร่างกายจนอ้วนสมบูรณ์เพื่อจับส่ง
ไปขายโรงแปรรูปเนื้อสัตว์อีกทอดหนึ่ง ความรู้สึกเสียวสัน
หลังแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ มันเริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นความ
กลัวสุดขีด 
เรือพายแล่นออกจากบริเวณตลาดนัดค้าสัตว์ไปสู่
ถนนใหญ่น้ำท่วมสูง สองฟากถนนกลายเป็นทะเลสาบ 
หนองน้ำขนาดย่อมเสียงเรือหางยาวดังลั่นเข้ามาจอด
เทียบเรือพาย มนุษย์สองลำเรือพูดจาตะโกนแข่งกับเสียง
เรือยนต์ ราวกับมีการเจรจาบางอย่างกันสักครู่หนึ่งสุนัข
หลายตัวได้ถูกขนย้ายลงไปในเรือหางยาวขนาดใหญ่กว่า 
สวิงตะข่ายได้รัดพวกมันแน่นยิ่งขึ้นไปอีก 
เหล่าสุนัขตัวจิ๋วพันธุ์เทอเรีย สุนัขพันธุ์พิทบูล และ
สุนัขตัวอื่นได้แต่มองตาปริบๆ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ 
มนุษย์ในเรือหางยาวเป็นผู้ซื้อพวกมันมาอีกทอดหนึ่งจาก
มนุษย์ในเรือพาย จุดหมายปลายทางไม่มีผู้ใดทราบ ได้ว่า
เรือจะมุ่งหน้าไปในทิศทางใด เป็นโรงฆ่าสัตว์หรือสถานที่
สงเคราะห์เลี้ยงสัตว์? อนาคตข้างหน้ายังคงมืดมน …. 
เวลาผ่านไปอีกนานเท่าใดไม่มีสุนัขตัวใดทราบ 
เรือพายขนส่งสุนัขขึ้นบนรถกระบะอีกทอดหนึ่ง ไม่นาน
 นักมาจอดตึกเก่าแก่ชั้นเดียว ข้างในเป็นห้องมีกรงสุนัข
เรียงรายจำนวนมาก กรงเปล่าเหล่านั้นถูกเปิดออก สุนัข 
นับสิบตัวขนลงจากรถเข้ามาเก็บไว้ในกรงแทน ทุกตัว
นอนหลับพักผ่อนด้วยความอ่อนล้าจากการเดินทางไกล 
แสงแดดส่องทะลุแผ่นกระจกหน้าต่างเข้ามาบ่งบอก
รุ่งเช้าของอีกวันหนึ่ง บรรยายด้านในสงบเงียบ ไอ้แซม
ขยับร่างกายเชื่องช้า ออกแรงดันร่างสุนัขตัวหนึ่งที่กายทับ
อยู่บนตัวมัน พอผงกหัวขึ้นก็พบไอ้แกละนอนอยู่ ใกล้เคียง 
นางสาวพิซซ่ากับไอ้ดำอยู่ถัดไป ไอ้เต้าหู้ยี้อยู่มุมกรง ส่ง
เสียงกรนจนแสบแก้วหูเหลียวมองไปรอบ กายพบว่าอยู่
ในกรงสแตนเลสขนาดใหญ่ เนื้อที่กว้างขวางอยู่สบาย 
ไม่เหมือนกรงคับแคบที่ผ่านมา กรงใหญ่วาง เรียงเป็น
ระเบียบห้าแถว แต่ละแถวมีกรงขนาดเดียวกันอยู่หกกรง
พื้นห้องชั้นเดียวสะอาดสะอ้าน ผนังตัวตึกฉาบ ด้วยปูนทา
ทับด้วยสีเหลือง สีเริ่มหลุดล่อนตามกาลเวลาที่ผ่านไป 
ประตูห้องถูกเปิดออก พนักงานชายถือถังอาหาร
เม็ดมาตักใส่ลงในรางอาหารข้างกรง เขาเดินวนเวียนไป
รอบๆ ในแต่ละแถวจนครบหมดทุกกรง กลิ่นรสชาติ
อาหารค่อนข้างแรง กระตุ้นให้สุนัขหลายตัวทำจมูกฟุต
ฟิด และเดินลอดศีรษะเข้ามากินอาหารเม็ดอย่างเอร็ด
อร่อย 
เหล่าสุนัขตัวจิ๋วพันธุ์เทอเรียกินอิ่มหนำสำราญ 
สุนัขนักเลงพันธุ์พิบูลหิวโซตาลาย มันเคี้ยวอาหาร
เม็ดเข้า ไปกำใหญ่ ทั้งห้องได้ยินแต่เสียงดังกร็อบแกร๊บ
ห้องโถงใหญ่แลดูสะดวกสบายมากกว่าเป็นสถานสง
เคราะห์ สัตว์เลี้ยง ขาดเพียงแต่สนามทุ่งหญ้าเขี้ยวขจี
ไว้ออกกำลังกายและสนามทรายเพื่อขุดดินเล่นสนุก
สนาน 
โอชีวิตข้ามีความสุขในวันนี้เองไอ้เต้าหู้ยี้
หลับตาพริ้ม นอนเหยียดขาสบายใจ หลังกินอาหาร
อิ่มท้อง  
ข้าว่าเราอยู่ในสถานที่แปลกๆ ไม่น่าไว้วางใจไอ้ดำแสดงความเห็น 
ผมคิดเช่นเดียวกับพี่ดำ…” ไอ้แซมผงกศีรษะ 
คิดมากน่าข้าว่าเราอยู่ในสถานที่ปลอดภัย 
มีอาหารกิน ไม่ต้องเร่ร่อนก็พอแล้วไอ้แกละล้มตัวลง
นอน ยกขาไขว่ห้างสบายใจเฉิบ 
แต่เราไม่มีอิสระ ไปไหนไม่ได้ ดิฉันสงสัยพวก
มนุษย์จับเรามากักขังทำไม…” นางสาวพิซซ่าตั้งคำถาม
ขึ้น ทำเอาสุนัขทุกเลิกคิ้วด้วยความสงสัย 
ผมเห็นมนุษย์ตักอาหารใส่รางมีป้ายสีน้ำเงินสี่
เหลี่ยมมีรูปงูพันรอบคบเพลิงอยู่กระเป๋าซ้ายมือ…” ไอ้
แซมกล่าวขึ้น ความเป็นสุนัขช่างสังเกตทำเอาทุกตัวเริ่ม
มองเห็นภาพลางๆ ขึ้นในสมอง ยกเว้นไอ้เต้าหู้ยี้ 
มันเกี่ยวอะไรด้วยวะฮั้วไม่เข้าใจ 
ดิฉันเห็นมนุษย์สองสามคนมาเจาะเลือดตรวจ
เราในวันแรกที่สถานสงเคราะห์ฯป้ายสีน้ำเงินมีสัญ
ลักษณ์งูพันคบเพลิงชนิดเดียวกัน…” 
หมายความว่าเราอาจมาอยู่ใน…” ไอ้ดำหยุด
คำพูดไว้ มันไม่อยากเชื่อว่าเป็นไปได้ 
ถูกต้อง! เราอยู่ในสถานศึกษารักษาสัตว์ เมื่อ
ผมยังเป็นเด็ก..นายหญิงเคยพามาที่นี่เสมอเวลาผมไม่
สบาย แค่รถถังเครื่องยนต์เลี้ยวเข้ามา ผมก็จำได้แล้วน้องชายร่วมสาบานคนสุดท้องหวนนึกถึงอดีต 
แล้วยังไงลื้อคิดว่าจะเจอนายผู้หญิงอีกหรือ? 
มันนานหลายปีแล้ว ถึงเจอเค้าก็จำลื้อไม่ได้ อย่าว่าจะ
เจอเลย ออกไปจากกรงขังยังยาก…” สุนัขนักเลงพันธุ์
พิบูลพูดไปตามข้อเท็จจริง 
เฮ้ย! ไอ้ปากมอม เอ็งเคยบอกว่าจะช่วยตามหา
นายผู้หญิงของไอ้แซม ทำไมไม่ให้ความหวังกันบ้าง…” 
ไอ้แกละชักไม่พอใจ มองด้วยสายตาเคือง 
ฮา ฮาๆๆ ฮั้วไม่ลืมหรอก ไอ้แซมเคยบอกนายผู้
หญิงเป็นคนสูงโปร่ง หน้าตาสวย รูปไข่ มีรอยแผลเป็น
ข้อมือขวา ถ้าเจอฮั้วจะเห่าให้ดังลั่นทุ่งเลยเชียว…” 
ไอ้เต้าหู้ยี้เอ่ยอย่างอารมณ์ดี หลังผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม
ใหญ่ มันดูสุขุมเยือกเย็นขึ้นมาก 
ไอ้แซม ทำไมนายผู้หญิงมีรอยแผลเป็นไอ้แกละ
สงสัยสุนัขสีขาวเหลืองก้มหน้าเล็กน้อย 
มันเป็นความผิดของผมเอ็งครับ เมื่อฟันเขี้ยว
เริ่มขึ้น ผมเผลอไปกัดข้อมือนายผู้หญิง…” 
ฮา ฮา ฮาๆๆๆๆๆสุนัขนักเลงพันธุ์พิทบูล
หัวเราะร่วน 
แกตลกอะไรนักหนาไอ้แกละตวาดทันที แต่
ดูเหมือนไอ้เต้าหู้ยี้หัวเราะไม่หยุด
หะ หะฮั้วนึกถึงครั้งที่ไปกัดลูกชายนาย ฮา ฮา
มันเหมือนกันเปี๊ยบ…” 
เหมือนกันที่ไหนเอ็งกัดเพราะอารมณ์แปรปรวน
หงุดหงิด แต่ไอ้แซมฟันเพิ่งขึ้นไอ้แกละเถียงไม่ลดละ 
เอาละ เราอย่าเพิ่งเถียงกัน ถ้าที่นี่เป็นสถานศึกษา
รักษาสัตว์ ข้าว่าเราไม่ปลอดภัยเสียแล้ว…” ไอ้ดำ กล่าว
ด้วยความเป็นห่วง 
ทำไมพี่ดำ…” ไอ้แกละซักถาม 
เราอาจถูกจับมาให้มนุษย์ทดลองผ่าตัดหรือไม่ก็
เป็นอาจารย์ใหญ่ถ้าท่านสนใจโปรดอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com
/kingphett/writer/view.php?id=571778