กิ่งเพชร

ขอแนะนำวรรณกรรมอันหลากหลาย เถ้าแก่มืออาชีพ พี่สอนน้อง คมความคิด นวนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องดีเอ็นเอสายพันธุ์สยอง 2059 และนิยายวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง โฮ้ง…ผู้เดียวดาย

พี่สอนน้อง: ตอนที่ 9 เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เสียคน

.

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เสียคน





เรา
กำลังอยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ยุ่งเหยิง สับสัน
และปรับตัวแทบไม่ทัน โลกหมุนเร็วขึ้นในความรู้สึกของผู้คน
เวลามีแทบไม่พอในการทำในสิ่งหลายๆ อย่างในหนึ่งวัน
เราจึงต้องเลือกทำในบางสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและครอบครัว
ขณะเดียวกันเราได้ละเลยบางสิ่งที่อาจเป็นความอบอุ่นในครอบครัว
น้อยรายที่สามารถแบ่งเวลาทำทุกเรื่องไปพร้อมกันในแต่ละวัน
การสมดุลในเรื่องงาน ครอบครัว การบันเทิง การออกกำลังกาย
และการใช้ชีวิตประจำวันไม่สามารถทำได้ง่ายจนทุกสิ่งลงตัว
ถ้าเราอยากได้ตำแหน่งหน้าที่การงานดี ต้องทุ่มเทเวลาการทำงาน
การมีเวลากับครอบครัวและทำในสิ่งอื่นๆ ยิ่งลดน้อยลง
ในทางตรงกันข้ามเราเลือกทำงานน้อยลง หรือพาร์ทไทม์
(Part
time) เพื่อมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น
ทำให้รายได้ในแต่ละเดือนอาจไม่พอใช้จ่าย เราจึงมีความเครียดสะสมขึ้นทุกวัน
เห็นทุกอย่างขวางหูขวางตาไปหมด เกิดปากเสียงกับคู่ครองตนเอง
เมื่อขาดสติและใช้อารมณ์เหนือเหตุผล
หลายครอบครัวต้องแยกกันอยู่จนกระทั่งหย่าร้างกันไป



ลูก
คือคนแรกที่ซึมซาบทุกสิ่งในครอบครัวได้รวดเร็วมาก
ปฎิกริยาแตกต่างกันตามจริตนิสัยของคน
บางคนเก็บความรู้สึกเศร้าเสียใจไว้เมื่อเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน
กลายเป็นคนเก็บกด เงียบขรึม ไม่กล้าแสดงออก
หรือร้องโวยวายออกมาห้ามปรามด้วยความไม่พอใจ เป็นคนอารมณ์ขุ่นมัว
และโกรธเคืองผู้คนรอบข้างที่ทำให้ตนเองไม่มีความสุข ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด
ลูกจะเกิดความรู้สึกอ้างว้าง เดียวดาย ขาดความอบอุ่นในครอบครัว
ต้องหาที่พึ่งทางจิตใจ อาจคบเพื่อนไม่ดี ประชดชีวิต ทำตัวเหลวใหล
ติดยาเสพติด ขายตัวเป็นโสภณี หรือทำร้ายชีวิตตนเอง
ด้วยความไม่สมหวังอันเนื่องจากภูมิคุ้มกันของครอบครัวอ่อนแอ


 

เป็น
เรื่องน่าเสียดายหากชีวิตหนึ่งต้องก้าวผิดพลาดไป เพราะความน้อยเนื้อต่ำใจ
หลงผิดไปชั่ววูบ คิดเอาเองว่าโลกใบนี้ย่ำแย่
หาคนเข้าใจตนเองยากเสียเหลือเกิน ผู้คนเห็นแก่ตัว มองในแง่ลบมากกว่าแง่บวก
จดจำในเรื่องทำร้ายจิตใจตนเอง ไม่คิดทำอะไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม
ไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ ปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม คบเพื่อนชั่ว
เพียงเพื่อต้องการทำให้พ่อแม่เสียใจที่ทำให้ตนเองเป็นเช่นนี้
ให้เขาได้รู้สึกเสียทีว่าการไม่รักกัน ไม่รักลูก
และไม่รับผิดชอบต่อครอบครัว
ต้องสูญเสียอะไรบางอย่างจากการกระทำไม่ดีของตนเอง อาทิ
ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสียหาย อับอายขายหน้าเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน
หรือสังคมโจษจันว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ถ้าคิดไตร่ตรองให้ดี
เราเป็นผู้ก่อกรรมเองและต้องรับชะตากรรมเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
ถ้าตนเองคิดดี ทำสิ่งดี จะไม่มีคำว่าเสียใจเกิดขึ้นในชีวิตเราโดยเด็ดขาด
พ่อแม่ท่านเป็นเพียงองค์ประกอบเบื้องต้นเท่านั้น ชีวิตอาจยากลำบากบ้าง
ถ้าพึ่งพาใครไม่ได้จริงๆ
อาจต้องค้นหาญาติผู้ใหญ่พอมีฐานะหรือผู้มีใจบุญมาค้ำชูตนเอง
เมื่อเจริญเติบโตพอช่วยเหลือได้บ้างก็ควรหางานทำเอง
แต่สิ่งหนึ่งที่ละทิ้งไม่ได้คือเรื่องการเรียน
เพราะเป็นหนทางในการทำให้ชีวิตไม่อับจน มีแต่เจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง
นั่นแหละจึงได้ชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน


 

เช่น
เดียวกันกับหนุ่มสาวต้องการมีครอบครัว ต้องศึกษาดูใจกันถ่องแท้ เป็นคนดี
นิสัยเข้ากันได้หรือไม่ ความมั่นคงของรายได้ ความรับผิดชอบมีมากน้อยเพียงใด
ไม่ใช่ตัดสินใจด้วยความใคร่ หลงคารมของอีกฝ่ายหนึ่งจนโงหัวไม่ขึ้น
มองสิ่งไม่ดีในตัวเขาหรือเธอว่าตนเองสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ในที่สุดต้องมานั่งเศร้าเสียใจและเลิกรากันไป


หนุ่ม
สาวพร้อมมีครอบครัว
ต้องช่วยกันวางแผนแบ่งปันเวลาให้สมดุลในแต่ละวันหรือสัปดาห์
ใครมีอาชีพและรายได้ดีกว่าก็น่ามีหน้าที่หารายได้หลักเข้าบ้าน
อีกคนหนึ่งเป็นแม่บ้านรับผิดชอบลูก
อาจทำงานหารายได้บางส่วนในช่วงลูกไปโรงเรียน
พร้อมทั้งกลับมารับลูกทันในเวลาเลิกเรียน
การทำอาหารเป็นและอร่อยถือว่าช่วยให้แม่บ้านมีเสน่ห์
ดึงดูดให้พ่อบ้านอยากกลับมารับประทานอาหารที่บ้าน ไม่แวะระหว่างทาง
เมื่อกลับมาถึงบ้านพ่อต้องแวะไปดูลูกบ้าง พูดคุยสอบถามในเรื่องเรียน
ปัญหาที่ลูกอาจเก็บเอาไว้ ไม่กล้าบอกใคร เพื่อนของลูก
คุณครูเป็นอย่างไรบ้าง การแสดงความรักกัน
การกอดและหอมแก้มช่วยสร้างความอบอุ่นขึ้นในครอบครัว
ถ้าได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกันถือว่าดีที่สุด
อย่างน้อยสองถึงสามวันต่อครั้ง ในวันหยุดสุดสัปดาห์ต้องมีกิจกรรมร่วมกัน
อาทิ ร้องเพลงคาราโอะเกะร่วมกันในบ้าน ทำอาหารร่วมกัน
ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ออกไปพักผ่อนนอกบ้าน ดูภาพยนตร์
ไปตากอากาศต่างจังหวัดใกล้เคียง เป็นต้น


 

บาง
ครั้งพ่อแม่เห็นว่าลูกเริ่มทำตัวไม่ดี
ติดเพื่อนจะนัดกันออกไปเที่ยวนอกบ้านทั้งๆ อยู่ในวัยอายุน้อยไม่ถึงสิบห้าปี
ไม่มีวุฒิภาวะ ต้องช่วยกันห้ามปราม ถ้าไม่เชื่อฟัง
ญาติผู้ใหญ่หลายคนต้องช่วยกันพูดคุยไม่ให้ทำเช่นนั้น
การไปออกนอกบ้านอาจไปเจอเพื่อนไม่ดีและถูกชักจูงไปในทางเสียหายได้ง่าย
ต้องพูดคุยอบรมสั่งสอน
ส่วนการดุด่าว่ากล่าวและเฆียนตีเป็นหนทางสุดท้ายเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ของเด็ก ถ้าเอาไม่อยู่ลูกอาจกลายเป็นคนดื้อดึง ไม่เชื่อฟังใคร
ติดตัวกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่
ถ้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ เด็กอาจกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่กล้าแสดงออก
หรือพูดคุยกับใคร กลายเป็นคนมีเพื่อนน้อย
การบังคับให้เลือกเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ ต้องพูดคุยในสิ่งที่ลูกกังวลใจ เช่น
เด็กบางคนชอบท่องจำ ไม่ชอบการคำนวณตัวเลขเพราะทำข้อสอบผิดอยู่เสมอ
จึงหนีวิชาคณิตศาสตร์
ฟิสิกส์ซึ่งทั้งสองวิชาต้องอาศัยการฝึกหัดคำนวณโจทย์มากๆ
ไม่ใช่การจำสูตรคำนวณแล้วเข้าไปทำโจทย์ในห้องสอบ
เด็กจึงหันไปชอบภาษาและศิลปะมากกว่าวิทยาศาสตร์
 เมื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โอกาสเข้าศึกษาในสาขาวิชาและคณะดีๆ
มีน้อยกว่า นั่นหมายถึงโอกาสมีงานทำ
รายได้สูงและหน้าที่การงานดีกว่าต้องสูญหายไปด้วย
เมื่อจบการศึกษาต้องไปแข่งขันกับผู้คนมากมาย มีโอกาสตกงานสูง
พ่อแม่ต้องพูดคุยด้วยเหตุผล ถ้าลูกเป็นคนเก่ง
เฉลียวฉลาดและเรียนหนังสือได้ดี
พร้อมทั้งยืนยันว่าต้องการไปเรียนในสายภาษาและศิลปะก็ต้องปล่อยให้เรียนไป



ลูก
บางคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ชอบทำบุญสุนทานเป็นเงินครั้งละมากๆ ไม่เก็บเงินออม
พ่อแม่เกรงว่าลูกอาจไม่มีเงินใช้จ่ายเมื่อถึงวัยชรา และต้องขับรถไปไกลๆ
เพื่อทำบุญในวัดต่างจังหวัด
การดุด่าว่ากล่าวทำให้เกิดการโต้เถียงและขัดแย้งกัน
เพราะลูกเกิดความลุ่มหลงในศรัทธาเรื่องทำบุญ เชื่อว่าชาติหน้ามีจริง
พ่อแม่ควรโมทนาเมื่อลูกกลับมาถึงบ้านและแสดงอาการเป็นห่วงว่าลูกขับรถ
เหนื่อยหรือไม่
ถ้าลูกรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและมีสติสัมปชัญญะจะระลึกได้เองว่าการปล่อยพ่อแม่
ทิ้งไว้อยู่บ้านเพียงคนเดียวเป็นเรื่องไม่เหมาะสม
ไม่ขับรถไปทำบุญต่างจังหวัดบ่อยๆ หรือเกือบทุกสัปดาห์



ถ้าท่านสนใจโปรดติดตามอ่านฟรีได้ที่นี่ http://my.dek-d.com/kingphett/control/writer_editlong.php?story_id=587235








No comments yet»

Your comment

You must be logged in to post a comment.