KOKO Mblog

ยืนหยัดทระนง คู่คงเส้นทางยืดเยื้อ ยิ้มเมื่อ ความฝันใกล้บรรลุชัย

รัฐบาลเพื่อไทย กับนโยบายประชานิยม…ทำได้แล้วดีจริงหรือ?

July5

 

 

 

นโยบายประชานิยม   ทุ่มถล่มให้รากหญ้า   เอาหน้าจากงบประมาณ 

 

เร่งกันผลาญจนพุงปลิ้น  จบสิ้นด้วยนิรโทษกรรม

 

 

 

 

     นโยบายประชานิยมของเพื่อไทยแปลให้ฟังง่ายคือ..การทำให้ให้ประชาชนพอใจ

 

ผ่านนโยบายจ่ายเงินในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแท้จริงแล้ว ต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในใน

 

นโยบายเหล่านี้ การนำเสนอข้อบกพร่องเพียงมุ่งหวังให้พวกท่านชั่งน้ำหนัก เพื่อหาทาง

 

แก้ไขก่อนลงมือ หากทำได้จริงย่อมเกิดผลดีแน่ในระยะสั้น จากการทุ่มอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่

 

ระบบเพื่อให้เกิดสภาพคล่องจากฐานราก   แต่ถ้าไม่คำนึงถึง ผลเสียระยะยาว อาจเกิด

 

ปัญหา เป็นวิกฤติเศรษฐกิจ ฟองสบู่แตกขึ้นอีกครั้งได้   จากการใช้เงินงบประมาณก้อนโต

 

3-4 ล้านล้านบาท  ทุ่มทุนสร้างภาคต่อของกระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ นายกรัฐมนตรีหญิงคน

 

แรกของไทย  ด้วยกลไกของรัฐที่อยู่ในมือต่อเนื่อง ให้สมบูรณ์แบบเหมือนสมัยกระแสทักษิณ

 

ฟีเวอร์ ซึ่งแรงจัดในฤดูกาลแรกของพรรคไทยรักไทย เมื่ออดีตกาล    ..ด้วยกลยุทธ์ง่ายๆไม่

 

ซับซ้อน สร้างภาพติดดิน บวกนโยบายเร้าใจ แต่ได้ใจรากหญ้าเต็มๆโคลนนิ่งมาจากทักษิณ

 

ทุกกระเบียดนิ้ว 

 

 

 

     ฉากสำคัญต่อไปก็คือ ทุ่มถล่มด้วยงบประมาณ ให้ชาวบ้านรักจนลืมตัว ด้วยผลงานระยะ

 

 

สั้นชนิดจับต้องได้ไม่ต้องรอนาน   พอชาวประชาหน้าใสรักแล้วรักเลย จึงค่อยๆเปิดเผยช่อง

 

 

ทางที่ปกปิด ทีละนิด ทีละหน่อย ค่อยๆแย้มจนเคยชิน  และเมื่อถึงตอนนั้น คงมีประโยคเหล่า

 

 

นี้ตามมาให้ได้ยินอีกเป็นระลอก โกงก็ไม่เป็นไรขอให้เป็นยิ่งลักษณ์    เมื่อประชาชนคิด

 

 

แบบนั้นได้ ก็เข้าทาง ไม่ต้องวิตกกังวลอะไรอีก มีอะไรปูดขึ้นมา ก็ท่องคาถาแต่เพียงว่า

 

 

“ประชาชนเลือกฉันเข้ามานะ”  และเมื่อมีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศแล้วไซร้ จะมัวชักช้า

 

 

กันอยู่ใย  มื้อนี้จงเร่งใช้เงินให้สมดังใจหวัง มื้อหน้าประเทศจะพังก็ไม่เป็นไร   

 

.

นโยบายขายฝัน  11ข้อ แลกกับ งบประมาณก้อนโตของแผ่นดิน

 

 

 

 

 

1.เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท

 

 

   จากปัจจุบันผู้จบ ป.ตรีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 1หมื่นบาท การเพิ่มอีก 5,000 บาท   

 

จะถือว่า เพิ่มขึ้นอีก 30-40%  เลยทีเดียว  ผลที่ตามมาคือ ภาคธุรกิจหากต้องการอยู่รอด

 

จะต้องขยับเรื่องราคาส่งออกขึ้น กลไกการตลาดจะต้องปรับตัวตาม มีการแข่งขันที่สูงยิ่งขึ้น

 

หลายเท่า   นโยบายนี้ได้ใจคนจบใหม่  แต่เป็นการผลักภาระให้เอกชนรับ ซึ่งเป็นเรื่องของ

 

ต้นทุนการประกอบการของภาคธุรกิจทั้งสิ้นภาคธุรกิจและสถานประกอบการได้อานิสงส์จาก

 

รัฐบาล ด้วยการลดภาษีนิติบุคคลให้พอพ้นขีดไอซียู นิด  เจ๊งช้าไปอีก..หน่อย

 

 

 

2.เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท

 

 

   ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ เพราะต้องมีหลักเกณฑ์การพิจารณาในรายละเอียดอีกมากมาย

 

และต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการไตรภาคี อีกหลายกรณี อาทิเช่น  ต้อง

 

พิจารณาจากฝีมือแรงงานก่อนว่าเหมาะสมแค่ไหนอย่างไร ,จากประสิทธิภาพในการทำงาน

 

อีก , ไหนจะเรื่องค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันอีก   ไหนจะเกิดปัญหาที่จะ

 

กระทบกับผู้ประกอบการอีกล่ะ ค่าแรงแพงจะขายสินค้าราคาเท่าเดิมได้หรือ และถ้าขยับ

 

ราคาขึ้น คุณภาพจะแข่งขันสู้เค้าได้หรือไม่ ถ้าแรงงานเหล่านี้   ยังไม่ได้รับการพัฒนาฝี

 

มือให้มีความเหมาะสมตามค่าแรงที่ได้

นโยบายขายฝันเพื่อแรงงานยังอีกยาวไกลนัก หนำซ้ำยังมีเงื่อนไขให้สะสางอีกมากมาย 

 

 

 

 

3.รับจำนำข้าวเปลือกตันละ15,000 บาท

 

 

 

การจำนำข้าวของเพื่อไทยถือเป็น 100 % เต็ม  จากจำนวนข้าวทั้งสิ้น 32 ล้านตัน

ต้องใช้งบไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท  เป็นการบิดเบือนกลไกตลาด

เพราะรัฐเป็นผู้ซื้อเองทั้งหมด ซึ่งนอกจากเป็นภาระให้ภาครัฐแล้ว จะทำให้ผู้ส่งออกต้องซื้อ

ข้าวราคาแพงไปขายจนสู้คู่แข่งไม่ได้

นโยบายได้ใจชาวนา แต่ผู้ส่งออกข้าว ตายหยังเขียด

 

 

 

 

4.เพิ่มเบี้ยยังชีพจาก 500 บาท เป็น 1000 บาท

5.พักหนี้ครัวเรือนที่ต่ำกว่า 5 แสน อย่างน้อย 3 ปี

6.เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านอีก 1 ล้านบาท

 

7.ให้เกษตรกรมีบัตรเครดิต

 

 

   

    เพิ่มเบี้ยยังชีพ ,พักหนี้ครัวเรือน,เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน,เกษตรกรมีบัตรเครดิต 

 

นโยบายเหล่านี้ ส่งผลดีระยะสั้นให้ประชาชนระดับรากหญ้า แต่ก่อปัญหาระยะยาว

 

เป็นการใช้เงินงบประมาณที่สิ้นเปลืองเกินความจำเป็น จะมีผลกระทบด้านเงินเฟ้อที่ตามมา

 

ชาวบ้านมีเงินใช้จ่ายมากขึ้น ราคาสินค้าต่างๆจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

 

รัฐบาลจะมีความเสี่ยงเรื่องของการเงินคงคลัง จ่ายมากก็ต้องหาให้ได้มาก จะต้องไปหาทาง

 

จัดเก็บภาษีจากประชาชนอีกนั่นแหละ   ถึงจะหาเงินมาเติมให้คงสภาพคล่องได้ จากราย

 

จ่ายประชานิยม มูลค่าหลายล้านล้านบาทเช่นนี้

 

   …นโยบาย 3ข้อแรกเคยทำมาแล้ว แต่ ไม่ก่อประโยชน์อันใดที่เป็นรูปเป็นร่างให้เห็น

ชัดเจน  เพราะขาดการบริหารจัดการที่ดี ปล่อยปละละเลย จนกลายเป็นหนี้เสียสะสมก้อน

ใหญ่  

   …ส่วนบัตรเครดิตเกษตรกร ที่ลงทุนไถนาสร้างภาพ  อยากถามว่า ท่านต้องการให้วิถีชีวิต

พอเพียงในชนบทหมดไปจากสังคมไทยจริงๆหรือ เพราะท้ายที่สุดแล้ว สินเชื่อสารพัดนึกใน

เงินพลาสติกใบนี้ ย่อมสร้างหนี้ให้ชาวนา วนกลับมาเป็นหนี้ในระบบ เหมือนอดีดที่คุ้นเคยกับ

ธกส.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  8.เพิ่มเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

 

 

เพิ่มเงินกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ดีน่ะดีแน่ ที่น่าเป็นห่วงก็คือ จะมีการชำระหนี้กันหรือ

 

ไม่ หากไม่ ย่อมเกิดปัญหาหนี้สะสมเช่นเดิม  คำว่า จีดีพี  เอ็นพีแอล   คงกลับมาฮิตอีกหน

 

 

 

 

9.สร้างรถไฟฟ้า 10 สาย ใน กทม.

 

สร้างรถไฟฟ้า แก้ปัญหารถติดได้จริงอยู่  แต่ขอให้มีความโปร่งใสและซื่อสัตย์เถิดนะท่าน   

 

เพราะเป็นโครงการใหญ่ยักษ์ ซึ่งวงเงินงบประมาณขนาดนั้นน่ากังวลมาก   อะไรไม่ว่า คง

 

ต้องกู้มาก่อนแล้วให้ประชาชนรุ่นต่อไปผ่อนชำระกันแน่  เพราะเงินงบประมาณนั้น คงหมด

 

ไปตั้งแต่ นโยบาย ข้อ.4 7 แล้วล่ะครับ

 

10.แจกแทบเล็ต เด็ก ป.1 ทุกคน

 

 

 

แจกแทบเล็ตให้เด็ก ป.1 ทุกคน  เหมาะสมหรือไม่ ถ้าต้องการส่งเสริมเรื่องการศึกษา ลอง

 

มองให้ลึกลงไป ทำไมไม่พัฒนาบุคลากรด้านนี้ให้มีความสามารถทัดเทียมกัน ควบคู่ไปกับ

 

การบ่มเพาะจริยธรรมให้เด็ก เป็นภูมิคุ้มกันให้ทั้งเด็กและครู รู้จักขอบเขตและหน้าที่ที่ชัดเจน

 

ก่อน  เปรียบเสมือนเป็นการแจกของเล่นให้เด็ก โดยไม่สอนวิธีใช้ที่ถูกต้องให้ และหากใช้ไม่

 

ถูกวิธี  จะยิ่งเป็นการเพิ่มช่องว่างระหว่างครอบครัวให้ถ่างกว้างมากยิ่งขึ้นต่างหาก ลูกติด

 

คอมพิวเตอร์ มากกว่าติดพ่อแม่ ..แล้วจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าการสั่งสอนผ่านสื่อ  ครู 1 คน

 

สอนนักเรียนได้เป็นล้าน  จะเกิดประสิทธิผลมากกว่า ครูธรรมดาๆที่ใส่ใจและได้เห็น

 

พัฒนาการด้วยตา บวกกับการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่

 

 

 

 

11.ยกเลิกกองทุนน้ำมัน พร้อมลดภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซล

 

ยกเลิกกองทุน-ลดภาษีน้ำมัน ทำได้จริงหรือ ขนาดมีกองทุนน้ำมันเพื่อคอยพยุงราคาแก๊ส

ยังถูไถยื้อกันไปมาได้แค่นี้  ถ้าไม่มีจะเอาเงินที่ไหนมาอุดหนุนกันล่ะครับ  ทีมเศรษฐกิจของ

พวกท่าน คงต้องแสดงวิสัยทัศน์ให้ชัดเจนและชี้แจงข้อดีข้อเสียให้ประชาชนทราบ ก่อนล้ม

ทั้งกระดานโดยไร้แนวทางที่ชัดเจน ..ถึงแม้เบนซินและดีเซลลดได้ จะเกิดประโยชน์มากมาย

แต่ถ้าแก๊สขึ้น ชาวบ้านก็ไม่วาย ..ตายเหมือนเดิม  และคนก็จะเลิกใช้พลังงานทดแทน

เช่น แก๊สโซฮอลล์ ที่ประเทศเราสามารถผลิตได้เอง เพราะราคาจะขยับสูงขึ้นเนื่องจาก

ไม่มีกองทุนน้ำมันช่วยพยุงราคาอีกแล้ว และเมื่อถึงตอนนั้นเราจะต้องนำเข้าน้ำมัน

ขนานใหญ่และราคาจะต้องผันแปรไปตามตลาดโลกอย่างช่วยไม่ได้ และกรุณาอย่าคิดว่า..

ก็เรามี ปตท.อยู่นี่นา น่าจะแบ่งกำไรจากผู้ถือหุ้นมาช่วยคนไทยด้วยกันเองมั่ง 

ไม่ใช่ขึ้นราคาเป็นเจ้าแรกอย่างทุกวันนี้  ..ฮา ไม่ออก

 

 

 

 

 

     ซึ่งผลงานหรือการกระทำที่พวกท่านกำลังจะแสดงออกมาในอนาคตอันใกล้นี้ ล้วนเป็น

 

เสียงสะท้อนให้ประชาชนได้รับทราบถึงความจริงใจในการปฏิบัติ มากว่านโยบายขายฝันที่

 

หากทำแล้ว อาจไม่ดีจริงอย่างการโหมโฆษณาก่อนหน้านี้  จะต่างอะไรกับการหลอกลวง

 

ประชาชนให้หลงเชื่อโดยการแจ้งแต่เรื่องดีปิดบังข้อเสียไว้ ..และอย่าได้คิดว่า ประชาชนคน

 

ส่วนใหญ่เลือกท่านมาแล้ว จะไม่แยแสเสียงคัดค้านที่สร้างสรรค์ได้  เพราะประวัติศาสตร์ที่

 

ผ่านมาได้แสดงให้เห็นประจักษ์มาแล้ว หลายครั้งหลายหน ดังเช่น  นิยามที่น่ากลัวของผู้มัว

 

เมาในอำนาจ พึงท่องจำไว้ว่า   คนชนบทเป็นผู้ก่อตั้งรัฐบาล แต่คนกรุงเทพฯเป็นผู้ล้ม

 

รัฐบาล

 

 

 

 

จากนโยบายที่คิดมาของพวกท่านนั้น   คาดเดาเอาเองว่า คงไม่ใช่รอเวลา เพื่อคิดทบทวน

หาทางออกให้ถูกต้องเป็นแน่แท้  แต่คงแค่ รอเวลาเพื่อจัดสรรปันส่วนโควตาให้ลงตัวสียล่ะ

มากกว่า  ใช่หรือไม่   

 

 

 

   นี่ไม่นับรวมระเบิดเวลา ที่รอสลักหลุด ในมือเพื่อไทยเอง อีกนานัปการ อาทิเช่น ..

การนิรโทษกรรมให้ทักษิณและพวกพ้องพ้นมลทิน

หรือการกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเป็นรัฐมนตรีของแกนนำเสื้อแดง ที่ยังมีความผิดคาศาล

อยู่อีกหลายคน  หรือการจะเร่งเอารธน.ปี40 กลับมาใช้ ซึ่งมีผลโยงใยกับฝ่ายทหาร ในช่วง

ขณะนั้นโดยตรง  และหากนำกลับมาใช้แล้ว ผลประโยชน์จะตกอยู่ที่ประชาชนจริงหรือเปล่า

 หรือจะเป็นทิศทางกรณีเขาพระวิหารที่พรรคนี้ปูทางไว้อย่างชัดเจนอีกล่ะ    

ไม่อยากนับเวลาถอยหลัง ..เอวังประเทศไทย   ก็เตรียมใจไว้ ด้วยประการ..ฉะนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

14 Comments to

“รัฐบาลเพื่อไทย กับนโยบายประชานิยม…ทำได้แล้วดีจริงหรือ?”

  1. April 13th, 2013 at 10:27 pm      Reply sambuaga Says:

    ใช่ทุกนโยบายจะต้องมีข้อดีและข้อเสีย


  2. February 10th, 2012 at 7:49 pm      Reply ชื่อเหมือนคนเขียน Says:

    แจกแท็บเล็ต ป.1 คิดได้ไงคับ

    เอาเงินไปสร้างเขื่อนกันน้ำทะเลเถอะคับ

    สงสารพวกคุณจิงจิ้งงงงงง


  3. July 8th, 2011 at 6:33 pm      Reply koko Says:

    รัฐบาลเพื่อใคร กับนโยบายทักษิน…ปูจะทำได้หรือ?

    สุดยอดและตรงใจมากครับ และขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายครับ


  4. July 7th, 2011 at 9:30 pm      Reply ใต้ Says:

    ทำชั่วได้ดีเฉยเลย555ถ้าเผาให้เยอะกว่านี้คงได้ดีกันมากกว่านี้อีก เวณกรรมของประเทศจัง


  5. July 7th, 2011 at 12:06 pm      Reply คนดี Says:

    บนโลกนี้ไม่มีคำว่าจีรัง แต่คนดีสิจีรังยั่งยืน…


  6. July 7th, 2011 at 10:18 am      Reply จ เจี๊ยวจ้าว Says:

    เริ่ม เก็บทอง เก็บเงินดอลล่าร์สหรัฐ ได้แล้ว
    ใครถือหุ้นมากๆ ระวัง…
    เดี๋ยวหาว่าหล่อไม่เตือน


  7. July 7th, 2011 at 6:14 am      Reply ชอบเที่ยว Says:

    ในที่สุดเราก็ต้องทำใจ
    และกินยาทัมใจ
    เข้าสู่ยุคคนไม่ดีครองเมือง
    เป็นกำลังใจให้ทุกคนจร้า


  8. July 6th, 2011 at 3:40 pm      Reply septimus Says:

    ทั้งหลายทั้งปวงที่คุณโก้บรรยายมา มองได้อย่างเดียวค่ะ…ล่มชาติ

    เทคแคร์ค่ะคุณโก้


  9. July 6th, 2011 at 11:28 am      Reply aaaaa Says:

    สงสารประเทศไทยคับ มีแต่พวกสมองกรวงเลือกนักโทษที่สั่งเผาเมืองไทยขึ้นเป็นคณะรัฐมตรีเหมือนกับว่าช้ำเติมประเทศไทยหนักกว่าเดิมอีก ละอีกอย่านโยบายก็มีแต่ หลอกหลวงพวกกันเองจริงๆ คาวนี้ประชาชนคนอิสาน ละ เหนือ มันจะเป็นยังไงเมื้อโดนหักหลังสะงัน…อาเมนประเทศไทย ที่รักยิ่ง


  10. July 6th, 2011 at 8:43 am      Reply ผีอ้วน Says:

    ต้องเปลี่ยนหัวข้อใหม่นะครับ

    รัฐบาลเพื่อใคร กับนโยบายทักษิน…ปูจะทำได้หรือ?


  11. July 5th, 2011 at 10:43 pm      Reply 11arrows Says:

    เลือกตั้งคราวหน้า ก็ทำนโยบายง่ายเลย
    นโยบายเก่าคูณด้วย 20%…
    คราวถัดไปก็คูณ 20% ถัดไปอีกก็คุณอีก
    คูณไปกู้ไป…
    ฮาฮาฮาฮาฮา…
    จะไม่มีปัญหาอะไร ตราบเท่าที่ยังมีที่ให้รัฐกู้ไปเรื่อยๆ

    :(


  12. July 5th, 2011 at 5:42 pm      Reply ะะะะะะ Says:

    ดูจากหน้าตาแล้วคงทำไม่ได้


  13. July 5th, 2011 at 2:53 pm      Reply raimon Says:

    ผมว่าทำได้จริง แต่ต้นทุนสูง และไม่ยั่งยืน อีกทั้งไม่ใช่เงินตัวเองแต่เป็นหยาดเหงื่อของคนทำงานเสียภาษี นี้คือการมอมเมา ซื้อเสียง สร้างความสุขให้ประชาชน เพื่อให้เราได้เสพ ได้ชื่นชอบ และลละเลยหลัการพึ่งตนเอง ละเลย เศรษบกิจพอเพียง ถามว่าคนมีเครดิตดีจริงหรือ ถ้าจะกู้เงิน เทียบกับคนที่พอเพียง พอประมาณไม่กู้ แบบไหนจะสุขแท้และยั่งยืนกว่ากัน รัฐบาลที่เริ่มต้นมาด้วยการข่มขู่ และอยู่ภายใต้อาณัติของอดีตนักโทษหนีคดี จะทำเพื่อประโยชน์ของคนในชาติจริงหรือ ในเมื่อตนเองยังกิเลสหนาขนาดยอมเผาบ้าน เผาเมือง คุกคาม เพื่อให้รัฐบาลคายอำนาจ ซึ่งรัฐบาลก็ทำตามจริงๆ วันนี้ คนไทยต้องยอมจำนนด้วยปริมาณแต่ด้อยคุณภาพ ถ้าเกิดวิกฤติ คนที่เลือกรัฐบาลจะเข้าใจว่าเขาหนีไปเสพสุขในต่างประเทศแต่คนในชาติต้องรับกรรม ประเทศเรากำลังจะใกล้เป็นแบบ ฟิลิปปินส์ อินโนีเซีย ในยุคของมาร์กอส ซูฮาร์โต้ ชินวัตร


  14. July 5th, 2011 at 2:35 pm      Reply rapeseed Says:

    สวัสดีคะคถณโก้ โคตรผิดหวังกับผลโหวตมากกกกกก เลยคะ สงสัยเผาไทยชอบตัวเลข 15,000 บาท ฮาฮา ทั้งเงินเดือนปริญาตรีและจำนำข้าวเปลือกตัวเลขเดียวกันเลย

    ด้วยความระลึกถึง


Email will not be published

Website example

Your Comment: