ดี เ ป ร ส ชั่ น – ค า ด ไ ม่ ถึ ง

 

 

ช่วงเวลาเย็น ถึง ค่ำ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 คงเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่ง ที่ฉันอยากจดจำ ไม่ให้ลืม

.

 

ก่อนหน้านั้นหลายวัน ฝนตกต่อเนื่อง เบาบ้าง แรงบ้าง จำไม่ค่อยได้ แต่ ฉันจำได้ดีว่า ก่อนพายุจะเข้า ฝนตกแบบ non-stop ติดต่อกัน เป็นระยะเวลามากกว่า 24 ชั่วโมง .. และตกหนักอย่างมากมาก ในช่วงบ่ายวันนั้น .. ตกจนทำให้ฉันต้องเขียนคอมเมนท์ไว้ใน face book ว่า .. ฝนมันตกแบบไม่คิดจะเหลือไว้ตกปีหน้ามั่งรึไง .. เห็นปริมาณน้ำฝน และความแรงแล้ว ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ

 

 

ฉันจำได้ว่าฉันโพสท์ข้อความนี้ ณ เวลา ประมาณ 4 โมง ก่อนเวลาอาหารเย็น (แต่เวลาที่ขึ้นโชว์ ไหงกลายเป็น 5.55 pm ไปซะงั้น) หลังจากนั้น ฉันเดินไปดูคูน้ำหน้าบ้าน เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ .. ณ ตอนนั้น น้ำยังมีปริมาณแค่ครึ่งคูกว่าๆ .. ฉันคิดในใจ .. ยังเหลืออีกเยอะ

 

สี่โมงครึ่ง เวลาอาหารเย็นของบ้านเรา ทุกคนนั่งทานอาหารกันเป็นปกติ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงกระหน่ำอยู่ด้านนอก .. หลังจบมื้ออาหาร เวลาประมาณห้าโมงกว่าๆ ฉันเดินออกไปดูคูน้ำอีกครั้ง ด้วยความเป็นกังวล (นิดๆ) เพราะฝนแรงมากๆ .. ปรากฎว่า ฉันต้องร้องจ้ากกกก .. น้ำล้นคูขึ้นมาแล้ว .. เฮ้ยยย ทำไมไวงี้อ่ะ ฉันคิดในใจ

 

หลังจากนั้นฉันรีบเดินไปบอกแม่ ซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์กับน้องสาว ตามกิจวัตรประจำเย็นทุกวัน .. ฉันบอกแม่ว่า ไม่ต้องคุยแล้ววว น้ำมาแล้ว ขนของกันเถอะ!

 

แม่รีบวางสายแล้วเดินไปดูน้ำหน้าบ้าน .. ใช่แล้ว .. ลงมือเลย

 

ฉันคิดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าลำดับแรก จัดการถอดสายคอมพิวเตอร์ ยกขึ้นที่สูงทั้งเครื่องและสาย ตรวจดูสายไฟในบ้านที่อยู่ระดับต่ำทั้งหมด ยกตู้แช่แข็ง 2 ตู้เย็น 12.5 คิว 1 ตู้ ขึ้นไปในที่ระดับสูงกว่าปกติ  เก็บของในร้านฉันที่อยู่ระดับต่ำขึ้นที่สูงทั้งหมด จัดการหาผ้าใบและผ้าโฆษณา(แผ่นไวนิล) มาขึงหน้าประตูบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นน้ำ ที่เกิดจากแรงรถวิ่ง ซัดเข้าบ้านเรา (เราเคยทำอย่างนี้แล้วเมื่อปี 49 ได้ผลดีมาก) เราทำงานแข่งกับสายน้ำและห่าฝน

 

ทำงานไปใจก็คิดได้ว่าถ้าน้ำท่วมมาก อาจจะมีอด หันไปถามแม่ว่า .. หุงข้าว ดีมั๊ย (ฮ่าฮ่า) .. แม่จัดแจงจัดไป 1 หม้อเต็มๆ

 

ไม่น่าเชื่อว่าภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง เรายังผูกผ้าใบได้ไม่เสร็จดี ระดับน้ำก็ขึ้นถึงบริเวณหน้าบ้านแล้ว .. ไม่ต้องพูดถึง บ้านข้างๆ ที่อยู่ต่ำกว่าเรา น้ำเข้าถึงตัวบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ระดับไม่สูงมากนัก (แค่ตาตุ่ม)

 

นับเป็นโชคดีของบ้านเรามากๆ ที่หลังจากเก็บของทุกอย่างเรียบร้อย ผูกผ้าใบกันน้ำเรียบร้อย ไฟฟ้าก็ดับลง .. ตอนนั้นห่าฝนก็ยังเทลงมาไม่หยุด ลมแรงมากจนไม่ต้องปิดประตูบ้านทั้งสองห้อง และแน่นอน .. ข้าวหม้อนั้นยังไม่สุกดี

 

เราใช้ไฟฉายส่อง เพื่อจัดการกับพื้นที่หน้าบ้านอีกเล็กน้อย เพราะปริมาณน้ำและความแรงของคลื่น ทำให้ต้นไม้กระถางเล็กๆ ที่ฉันปลูกไว้หน้าบ้าน ลอยละล่องเป็นทิวแถว (ฮือๆ เสียดาย)

 

แม่จัดการเอาข้าวมานึ่งต่อด้วยแก๊ส ฉันตรวจสอบสวิชไฟทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเราปิดมันหมดแล้ว แม้ว่าจะไม่มีไฟฟ้าใช้แล้วก็ตาม เผื่อว่าค่ำคืนไฟติด จะได้ไม่มีปัญหาไฟฟ้าช้อต

 

ก่อนขึ้นชั้นบน ฉันไปแอบเปิดดูระดับน้ำหน้าบ้านอีกครั้ง มันค่อนข้างมืดมองอะไรไม่เห็น แต่ก็ยังใจชื้น ที่น้ำยังไม่เข้ามาในบ้าน เสียดายที่ไม่ได้เก็บภาพนาทีเหล่านั้นเอาไว้ .. มันเกินจะมีอารมณ์ถ่ายภาพจริงๆ

 

คืนนั้นก่อนเข้านอน พายุและห่าฝนสงบลงแล้ว ท้องฟ้าเงียบสนิท ฉันมองดูทางหน้าต่าง .. คิดว่าถ้าคืนนี้ฝนไม่ตกอีก ระดับน้ำคงไม่เพิ่มขึ้นแล้ว

 

เที่ยงคืนตรง แสงไฟหัวเตียงติด ฉันลุกขึ้นมาดูที่หน้าต่าง .. น้ำน่าจะลดลงแล้วหล่ะ เมื่อรอดูซักพักให้แน่ใจ ว่าไฟเสถียรแล้ว ก็ลงมาเสียบปลั้กตู้เย็น ตู้แช่ ต่างๆ แล้วขึ้นไปนอนต่อ

 

เช้าวันที่ 2 ตื่นมาก็พบว่า น้ำที่ถนนหน้าบ้านลดลงหมดแล้ว .. นับเป็นโชคดีของเราอย่างที่สุด ที่ไม่มีอะไรเสียหายมากนัก ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ  ฉันออกไปสำรวจรอบๆ เมือง บ้านริมถนนสายหลักทุกสาย น่าจะได้รับผลกระทบทั้งหมด บ้านใครต่ำก้อโชคร้ายไป บ้านใครสูงก็รอดตัว

 

ฉันกลับมาคิดย้อนกลับไป ก็ขำขำดี .. ตอนยกของหนีน้ำ ไม่ถึงสองชั่วโมง จัดการได้ทั้งหมด แต่ตอนจัดกลับนี่สิ จัดอยู่วันสองวันเชียว .. เหนื่อย (ชิป) .. อิอิ .. ตู้แช่ กับ ตู้เย็น ยังไม่มีแรงยกลงที่เดิมเลย เอาไว้อย่างนั้นก่อนละกัน เพราะมีคนเตือนว่า .. นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของฤดูกาล .. เหอ เหอ

 

ย้อนไปพูดถึงประกาศเตือนภัยของกรมอุตุฯ นิดนึง .. เช้าวันนั้นเราจำได้ว่าได้รับทราบประกาศเตือนภัยแล้ว แม่ฉันยังพูด เมื่อได้ยินประกาศเตือนภัยซ้ำจากรายการข่าวในทีวี ว่า ประกาศตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่รู้จะเป็นไงมั่ง

 

แต่ .. ด้วยความที่เกิดมา ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ไอ่ ดีเปรสชั่น เนี่ยะ .. มันรุนแรงแค่ใหน ความเร็วเท่านั้นเท่านี้ จุดศูนย์กลางอยู่ตรงนั้นตรงนี้ .. มันแปลว่าอะไร(วะ) ไม่ค่อยเข้าใจ ฟังหูซ้าย ทะลุหูขวา รู้แค่ว่า อืม .. ฝนคงจะตกหนัก

 

งานนี้ เป็น ดีเปรสชั่น-คาดไม่ถึง จริง จริง .. ฉันไม่นึกตำหนิใครทั้งนั้น .. มันเป็นความไม่รู้ และ ประมาท ของเรา ล้วน ล้วน

 

ฉันมั่นใจว่าต่อไปนี้ ถ้าได้ยินประกาศเตือนเกี่ยวกับ ดีเปรสชั่น .. ทุกคนจะคิดถึงเหตุการณ์วันที่ 1 ที่ผ่านมาแน่นอน

 

ฉันลองกลับไปค้นหาประกาศของกรมอุตุฯ ที่เกี่ยวข้องกับบ้านฉัน จะเห็นได้ว่า กรมฯ เขาเตือนเราแล้วจริงๆ .. ประกาศที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่บ้านฉัน มีถึง 6 ฉบับทีเดียว .. ในฉบับที่ 5 ออกเมื่อเวลา 16.00 น. จะเห็นได้เลยว่าพายุขึ้นฝั่งที่บ้านฉันแล้ว ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาที่ฉันเขียนลง face book พอดี .. ดูจากรายละเอียด เขาบอกเลยว่าพายุเคลื่อนไปที่ใหน อย่างไร

 

สัญญาว่าต่อไป จะฟังและติดตามประกาศของกรมอุตุฯ อย่างละเอียดและรอบคอบ กว่าที่ผ่านมา

 

ขอขอบพระคุณกรมอุตุฯ ที่ประกาศเตือนเรา

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพทุกภาพ จาก www.tmd.go.th & GooGle Search



Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.