ไม่ค่อยเป๊ะ ณ หลีเป๊ะ

 

Photobucket

 

เกาะหลีเป๊ะ .. ไม่ได้ตั้งใจว่าจะไปที่นี่ในเดือนธันวาคม แต่เมื่อมีเหตุให้ต้องไป .. จะอะไรหล่ะ .. ก็ดีนะซี่ .. อิอิ

 

.

 

ได้ยินกิตติศัพท์เกาะนี้มานานมากแล้วจากห้องบีพี มีคนเอาภาพสวยๆ มายั่วน้ำลายอยู่บ่อยๆ เลยตั้งใจไว้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไปเหยียบให้ได้ .. หลีเป๊ะ

 

แต่หลังจากเกิดเหตุสึนามิ ความรู้สึกอยากไปทะเลหดหายไปจนสิ้น มันน่ากลัวเกินกว่าที่เราจะไปเสี่ยง ใช้วิธีปลอบใจตัวเองแทนว่า เราไป หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ ทะเลตรัง ทะเลภูเก็ต มาแล้ว .. พลาดไปอีกทะเลสองทะเล คงไม่เป็นไรหน่า

 

เกือบ 6 ปี ผ่านไป ความหวาดหวั่นในสึนามิยังไม่ได้จางหายหรอก แต่ ความอยากไปหลีเป๊ะมันมีสูงกว่า ทำให้ลืมกลัว ทำตัวประมาทชั่วขณะ บวกกับคิดว่า เราคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกหน่า ไปเหอะ

 

ช่วงวันจองที่พัก สายฝนจากลาท้องฟ้าไปซักพักนึงแล้ว บวกกับจากข้อมูล เขาว่ากันว่า เดือนธันวาคมไปเที่ยวหลีเป๊ะได้แล้ว ไม่มีมรสุม ฉันเลยตัดสินใจจองไป

 

แต่หลังจากจองไปไม่กี่วัน แถวบ้านฉันฝนตกกระหน่ำแบบ non-stop มากๆ ทำเอาบ้านเราชักหวั่นๆ ว่าวันเดินทางจะเป็นยังไงบ้าง ฉันเช็คจากเวบกรมอุตุฯ เขาบอกว่า วันเดินทางของเราทะเลจะมีคลื่น 1-2 เมตร แต่หลังจากนั้น ทะเลจะเรียบ

 

ก่อนเดินทาง 2 วัน บ้านฉันเริ่มมีแสงแดดมาช่วยให้อุ่นใจขึ้น บวกกับโทรไปเช็คเพื่อนที่อยู่ที่จังหวัดสตูล เพื่อนบอกว่าฝนตกบางมาก อากาศดี ไปเที่ยวได้ แถมเพื่อนยังช่วยคอนเฟิร์มอีกรอบ ด้วยการโทรไปเช็คกับเพื่อนของเพื่อน ที่อยู่ที่ อ.ละงู ที่ตั้งของท่าเรือปากบารา เพื่อนของเพื่อนแจ้งว่า อากาศดีมากๆ ไปได้เลย .. แหม ค่อยอุ่นใจหน่อย

 

วันเดินทาง ท้องฟ้าเหนือท่าเรือปากบาราสดใส ฟ้าเป็นฟ้า แม้จะมีเมฆหนา แต่ก็ไม่มีท่าทีของสายฝน ฉันใช้บริการเรือของบริษัทหลีเป๊ะสปีดโบ้ท เป็นเรือ 4 เครื่องยนต์ ถือว่ายังไม่ใหญ่นัก จุดคนได้ซัก 80 มั้ง ค่าเรือไป-กลับ 900 บาท ถือว่าแพงพอตัวเลยทีเดียว สภาพเรือเก่าเล็กน้อย แต่ถูกใจที่ทุกที่นั่ง เขาจัดเสื้อชูชีพแขวนไว้ให้ทุกที่ ชูชีพก็ใหม่เอี่ยม ผู้โดยสารไม่แออัด นั่งกับสบายๆ .. เยี่ยมไปเลย

 

ทะเลวันนั้น มีคลื่นพอประมาณ ด้วยความที่เรือลำไม่ใหญ่มาก วิ่งแล้วกระแทกคลื่นกึกๆ สำหรับคนไม่เคยนั่งเรือสปีดโบ้ทแบบนี้ ก็อาจจะมีแอบหวั่นๆ นิดนึง รู้สึกเหมือนกำลังนั่งรถที่วิ่งไปบนถนนดินแดงลูกรัง มีหลุมใหญ่เป็นระยะ แต่นั่งๆ ไปก็ชินไปเอง

 

 

เรือของเราแวะ เกาะตะรุเตา เพื่อถ่ายภาพครู่นึง แล้วไปต่อ ซุ้มประตูหิน ที่เกาะไข่ แต่จอดให้เราลงไม่ได้ เพราะคลื่นแรงเกินกว่าจะจอดเรือได้ เลยได้แต่ถ่ายภาพจากบนเรือ

 

Photobucket

เกาะตะรุเตา

 

Photobucket

ซุ้มประตูหิน เกาะไข่

 

Photobucket 

 

 

 

 

ประมาณ 2 ชั่วโมง เราไปถึงเกาะหลีเป๊ะ ปกติที่นี่ต้องเข้าฝั่งด้วยการเปลี่ยนลงเรือเล็ก ที่โป๊ะกลางน้ำ แต่วันนั้นคลื่นแรง โป๊ะคงจะไม่เปิด จึงเข้าฝั่งโดยไปจอดเรือหน้าหาดของอันดามันรีสอร์ท ที่อยู่ในแนวบังลม ทะเลเรียบกว่า แล้วให้เราต่อเรือเล็กหรือเดินไปที่พักเอง ฉันเลือกพักที่ เมาท์เท่นรีสอร์ท อยู่ใกล้ๆ กัน แต่เดินไปไม่ไหว ต้องให้เรือเล็กไปส่งอีกที

 

 

วันเดินทางผ่านไปด้วยดี แม้จะเสียเวลาไปบ้าง แต่เราก็ดีใจที่ แดดดี ฟ้าใส

 

แต่ .. คืนนั้น .. นอนๆ อยู่ก็ได้ยินเสียงฝนเทลงมา ลมก็แรง นอนฟังเสียงฝน ลุ้นอยู่ทั้งคืน ว่าพรุ่งนี้จะรอดมั๊ย สุดท้าย ฝนตกถึงเช้า กินข้าวเสร็จแล้วก็ยังไม่หยุด เรานั่งรอไปเรื่อยๆ ด้วยความหวังว่าแดดจะมา .. ช่วงสาย แดดเป็นใจ ฟ้าสว่าง ฝนหยุดแล้ว เราตัดสินใจเรียกเรือเพื่อไปดำน้ำดูปะการัง

 

เราได้ ลุงไข่ คนเรือผู้น่ารัก บริการดีมากๆ มาบริการ เค้าบอกว่า ลุงไข่เป็นคนดัง ใครมาก็ต้องเรียกหาแก เพราะบริการดี ซึ่งอันนี้เราคอนเฟิร์ม เพราะตอนไปดำน้ำ เราก็นึกว่าเหมือนไปดำน้ำที่อื่นทั่วไป คือเราก็ลงไปลอยตัวว่ายน้ำดูปะการังตามสะดวก ตัวใครตัวมัน แล้วแต่พอใจจุดใหน

 

แต่ลุงไข่ไม่ใช่ ตอนเรือจอดลุงเขาเอาห่วงยางผูกเชือก เราถามว่าลุงทำอะไร ลุงบอกว่าจะเอามาให้เราทั้งหมดจับ แล้วลากเราไปรอบๆ ของทุกจุดดำน้ำ .. โห ลุงขา อะไรจะเยี่ยมกว่านี้อีก ฉันคิดว่าลุงคงไม่ได้ทำอย่างนี้กับทุกกลุ่ม แต่ดูที่ภาวะทะเลมากกว่า วันนั้นน้ำค่อนข้างแรง ถ้าว่ายดำเอง สงสัยโดนพัดไปใหนต่อใหนแน่ ลุงเลยจัดบริการแสนดีนี้ให้ เวลาเจออะไรใต้น้ำ ลุงก็จะรีบเงยหน้ามาบอก และชี้ให้เราดู พร้อมอธิบายว่า นี่อะไร นั่นอะไร .. ลุงเห็นปลาดาวชี้แล้วชี้อีก เรายังมองไม่เห็น ลุงก็ดำลงไปจับมาวางบนปะการังให้เห็นชัดๆ ซะเลย .. ฮ่าฮ่า สุดยอดเลย ลุงไข่

 

ลุงไข่ หรือที่ใครๆ เรียกว่า บังไข่ บอกว่า จริงๆ แล้วลุงเป็นคนไทยพุทธ แต่คนเขาเรียกไปเรียกมา กลายเป็น บัง ไปซะงั้น ฉันเลยรับปากลุงว่า เดี๋ยวหนูไปแก้ข่าวให้ในบล๊อกค่ะ .. สรุปต่อไป ใครเจอลุง ช่วยเรียกลุงไข่ ให้ถูกต้องด้วยนะคะ

 

ทริปนี้โชคดี ได้เห็น  ม้าน้ำ ที่ไม่บอกก็นึกว่าเป็นลูกงู หรือหนอน สีขาวๆ อยู่ไกลและตัวเล็กมาก มิได้ม้วนหางเหมือนที่เคยเห็นในตู้ปลาซะด้วย

 

ดาวมงกุฎหนาม ขอบอกว่าสวยมาก แม้เห็นแค่แว่บเดียว เพราะเห็นปุ๊บรีบเงยหน้ามาถามลุงว่า ลุงๆ นั่นอะไรอ่ะลุง พอได้ทราบนาม ดำลงไปอีกที น้ำพัดเราเลยจุดนั้นออกมาแล้ว มองหาไม่เจอ เสียดายมาก จะให้ลุงพากลับไปดูใหม่ก็เกรงใจลุง

 

ดาวขนนก ปลาดาวสีม่วงตัวยักษ์ สองชนิดนี้เคยเห็นสายพันธุ์อื่นมาบ้างแล้ว แต่ก็ดีใจที่ได้เห็นมัน

 

ปลากระเบน  อันนี้ไฮไลท์มาก เห็นจากจุดดำน้ำ หลังเกาะอาดัง นำเสนอโดยลุงไข่ แม้จะตัวเล็กๆ เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ฟุต นอนอยู่บนพื้นทราย แต่ได้เห็นแล้วดีใจมาก คิดว่านี่หละ คุ้มที่สุดแล้วสำหรับทริปนี้ .. ใครจะนึกว่าชีวิตนี้จะได้เห็น กระเบนเป็นๆ ใต้ท้องทะเลไทย ^0^

 

ฉันไม่มีภาพใต้น้ำมาฝาก เพราะไม่ได้ซื้อ Housing บวกกับตั้งใจว่า อยากชมภาพใต้น้ำทั้งหมด ด้วยตาของฉันเองมากกว่า ขืนพกกล้องไปด้วย ทุกอย่างที่เห็น คงจะเป็นการ เห็น ผ่าน กล้อง มากกว่า .. ซึ่งฉันไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะแอบคิดไว้ว่า ทริปนี้ อาจจะเป็นทริปทะเล ครั้งสุดท้ายของฉันแล้วก็ได้

 

มีก็แต่ภาพบนบก ซึ่งก็ได้มาแค่นี้ เนื่องจาก หลีเป๊ะ วันนั้น อากาศไม่เป๊ะ ดังหวัง

 

Photobucket

หน้าหาดของ เมาเท่นรีสอร์ท

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

เกาะหินงาม

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

สายฝน ก็มีข้อดี เพราะ ฝนตก แดดออก รุ้ง ก็เกิด

 

Photobucket

ชายหาดอีกฝั่ง (ด้าน Idylic & Castaway resort) ทะเลเรียบกว่าฝั่ง เมาท์เท่นรีสอร์ทมากๆ

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

Photobucket

 

น่าเสียดายที่เราได้ดำน้ำเพียงไม่กี่จุด ไฮไลท์ของเกาะหลีเป๊ะ ทั้ง ร่องน้ำจาบัง และ เกาะรอกลอย (อ่านว่า รอ-กลอย) เราไม่ได้ชมเลย ที่ร่องน้ำจากบัง น้ำแรง ดำลงไปแล้ว มองเห็นด้านล่างทมึนๆ น้ำขุ่น ไม่เห็นปะการังอ่อนเลย ลุงไข่ใจดียังอุตส่าห์พากลับไปลุ้นอีกรอบตอนขากลับ เผื่อจะได้เห็น แต่ที่ใหนได้ แย่กว่าตอนขาไป คลื่นแรงมาก จอดเรือเฉยๆ โคลงเคลงไปมา หวาดเสียวกลัวเรือล่มมากๆ ส่วนเกาะรอกลอยอยู่ในโปรแกรมรอบไกล เราไม่ได้เลือกเพราะกลัวฝน

 

และสมดังใจกลัว คืนนั้นฝนตกกระหน่ำกว่าเดิม ลมก็แรงมาก วันที่เหลือเราเลยไม่ได้ไปดำน้ำอีก น่าเสียดาย

 

วันกลับเราต้องขึ้นเรือแถวที่เรามา เพราะโป๊ะยังคงใช้ไม่ได้ คลื่นลมแรง ฝนตกตลอด เราได้เรือ 5 เครื่องยนต์ ลำใหญ่กว่าขามา จุได้ประมาณร้อยคนต้นๆ เป็นของบริษัทเดิม เพราะจ่ายเงินซื้อตั๋วไปกลับไว้แล้ว

 

ตอนไปถึง คนมากันเกือบเต็มลำแล้ว โชคดีที่ยังพอมีที่เหลือให้นั่ง แต่ขอบอกว่าไม่เห็นชูชีพเลย คนเริ่มทยอยมามากขึ้น จนเหมือนอัดเป็นปลากระป๋อง ฝนตกคนก็ยิ่งอัดกันเข้ามาด้านใน เพราะด้านนอกเปียก ฉันเห็นแล้วอดนึกไม่ได้ว่า เห้ยย ถ้าเกิดไรขึ้น มีหวังตายยกลำแน่ๆ หาความปลอดภัยไม่ได้เลย จนมีคนต้องตะโกนบอกคนขับว่า พอได้แล้ว อย่ารับคนอีก เขาถึงบอกว่า หมดแล้วๆ ชุดสุดท้ายแล้ว

 

 

ก่อนเรือออก ฉันบอกคนเรือว่า ขอชูชีพด้วย เพราะฉันพาพ่อกับแม่ไปด้วย ไม่ไหวหล่ะถ้าไม่ให้เขาใส่ชูชีพไว้ ตอนเขาเอามาให้ ฉันส่งให้พ่อกับแม่ บอกให้ใส่ไว้เลย คนเรือดันทะลึ่งบอกว่า “ห้ามใส่คับ ห้ามใส่ ถือไว้เฉยๆ” … อ้าวววว เพ่ ไหงงั้นอ่ะ ฉันเดาว่าเขาคงมีไม่พอ ถ้าใส่แล้วคนอื่นขอด้วย จะวุ่นวายกันหมด เลยห้ามเราใส่ ชูชีพก็แสนเก่า

 

พอเขาหันหลังกลับ ฉันก็บอกแม่ว่า ใส่เลยๆ ไม่ต้องสนใจ บ้ารึปล่าว มีชูชีพแต่ไม่ให้ใส่ เกิดมีอะไร จะใส่ทันมั๊ย

 

 

ยอมรับว่าเรือ 5 เครื่องยนต์วิ่งแล้วไม่กระแทกเท่าเรือ 4 เครื่องยนต์ นั่งแล้วรู้สึกสบายใจกว่าเยอะ แต่ .. หลังเรือออกมาซักระยะ ท่ามกลางสายฝน และคลื่น จู่ๆ หน้าปัดคุมเรือก็มีเสียงดังปี๊ดๆ  ดังอยู่หลายครั้ง คนขับเรือหน้าตายุ่งๆ อาการเรือก็ผิดปกติ วิ่งไม่ฉิวเหมือนที่ผ่านมา ซักพักเด็กเรือมาคุย จับความได้ว่า มีอวนไปติดอยู่ 1 เครื่องยนต์ ทำให้เครื่องไม่เดิน .. เหอ เหอ .. คนขับทำโน่นนั่นนี่ซักพัก เสียงปี๊ดยังไม่หยุด จังหวะนึงเหมือนเครื่องดับทั้งหมด .. เหอ เหอ .. เรือโคลงทันที .. ขอบอกว่าหวาดเสียวมากเลย คนในเรือร้องกรี๊ดกันเล็กน้อย แต่แว่บเดียว เครื่องก็กลับมาติด และกลับมาวิ่งฉิวเหมือนเดิม .. เฮ้ออออ โล่งอกไปตามๆ กันทั้งเรือ

 

วันนั้น ฉันคิดว่าคนทั้งลำ คงใจจดจ่อ คิดแต่ว่าเมื่อไหร่จะถึงฝั่งซักที เหมือนฉันแน่เลย ฉันเฝ้าดูแต่นาฬิกา ว่าเมื่อไหร่จะครบ 1.30 ชม. ซักที จะได้ถึงฝั่ง บวกกับชักรู้สึกผิด ไม่น่าชวนพ่อกับแม่มาเล้ยจริงๆ ไม่ไหวอ่ะ เรือแบบนี้เป็นอะไรที่ไม่ประทับใจอย่างแรง จะไม่กลับไปหลีเป๊ะอีกก็เพราะเรือนี่หล่ะ

 

สุดท้ายถึงฝั่ง ฝนหยุดตกแล้ว คนในเรือคงโวยวายอะไรกับคนเรือ คนเรือตะโกนปาวๆ “เรือลำนี้ท้องเรือ 3 ชั้น จุดได้ 120 กว่าคน ไต๋เรือชำนาญมาก ถ้าไม่ปลอดภัยเขาไม่ออกเรือแน่นอน มั่นใจได้ครับ” … แหมมม พูดได้สิ ถึงฝั่งแล้วนี่หว่า ฉันแอบด่าในใจ (ฮ่าฮา) .. แต่ก็ขอขอบคุณคนขับ ที่นำพาทุกชีวิตถึงฝั่งโดยปลอดภัยค่ะ

 

แอบมีเรื่องขำของคนขับเรือมาเล่านิดนึง เขาเป็นคนเดียวกับที่ขับขามา น้องสาวฉันบอกว่าเห็นเขาขับรถ TAXI ตอนอยู่ในเกาะหลีเป๊ะด้วย TAXI ที่นั่น ก็คือ รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง นั่นเอง (แถวบ้านฉันเรียก รถโชเลย์) เขารับส่งคนทั่วเกาะ .. ขำดี จากคนขับเรือลำโต มาสู่คนขับ TAXI พ่วงข้างซะงั้น .. สงสัยพี่เขารับจ๊อบ ดีกว่าอยู่เฉยๆ .. น่ารักดี

 

การเดินทางครั้งนี้ สอนให้รู้ว่า ต่อไป จะไปเที่ยวทะเล กรุณาเลือกช่วงหน้าร้อนเท่านั้น อย่าได้ไปเสี่ยงกับอาการ ฝน ไม่ฝน คลื่น ไม่คลื่น อีกเลย เพราะนอกจากจะเดินทางปลอดภัยสบายใจแล้ว ทะเลยังงาม น้ำใส กว่าด้วย

 

แต่สำหรับฉัน ทริปทะเลทริปนี้ อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะ 1.พ่อกับแม่อายุเยอะแล้ว ไปปีนขึ้นปีนลงเรือคงไม่เหมาะแล้วหล่ะ 2.ฉันว่าฉันได้ไป หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะทะเลตรัง พีพี และล่าสุด หมู่เกาะตะรุเตา ไฮไลท์เด็ดๆ ของเมืองไทยมาแล้ว น่าจะพอเพียงแล้วหล่ะสำหรับชีวิตคนคนนึง และ 3.สึนามิเอาแน่เอานอนไม่ได้ ครั้งนี้โชคดี ครั้งต่อไปอาจไม่ใช่ กลับมาทำตัวไม่ประมาท ดีกว่า (ฮ่าฮ่า)

 

แต่ก็ไม่แน่นะ ยังเสียดาย ร่องน้ำจาบัง กับ เกาะรอกลอย อยู่เลยอ่ะ .. ^^

 

 

ตามที่เขียนมาทั้งหมด บล๊อกนี้ก็เลยได้ชื่อว่า ไม่ค่อยเป๊ะ ณ หลีเป๊ะ นั่นเอง



14 Responses to “ไม่ค่อยเป๊ะ ณ หลีเป๊ะ”

  1.   สีกุน Says:

    หลีเป๊ะอยู่นอกแนวกำบังลมการเจอลมแรงเป็นเรื่องปกติครับ พอเข้าแนวกำบังลม(เกาะตะรุเตา)ทุกอย่างก็ปกติครับ

  2.   SATA Says:

    นำภาพเที่ยวภูเก็ต ภาพเกาะไข่มา

    ให้ชมกัน จากภาพคนเชียงราย

    http://www.slide.com/mscd?bnc=bnc&pxcid=Ir8AzeWDdtPq42GXedLsih4NaLgYK3h82g4MarWEzoF9E_eTYZvES1G49_0b_Dpi&nc=

  3.   TAD_IT2000 Says:

    หลีเป๊ะไปเพื่อศึกษาธรรมชาติน่าสนใจมาก ไปทุกปีก็ไม่เบื่อ สามสี่วันไม่อาจไปได้ทั่ว หากไม่มีข้อมูลจะทำให้ผิดหวังได้ เคยเจอนักท่องเที่ยวตกปลาเล่าให้ฟัง ว่าไปแล้วไม่มีปลาเมื่อถามว่าไปที่ไหน ก็ทราบว่าไปผิดที่ สิ่งที่ควรไปให้เห็นกับตาคือปะการังใต้น้ำ ดูฝูงปลา เกาะหินงาม เกาะราวี เกาะอาดัง ไปหลีเป๊ะก็จริงแต่รอบ ๆ มีเกาะอีกมาก บนเกาะอาดังก้มีหลายอย่างน่าสนใจ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการท่องเที่ยวนะครับ

  4.   น่ารัก Says:

    ภาพสวยจัง เพลงก็เพราะ
    เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รุ้

  5.   koostory Says:

    ค่ะ คุณพูนชัย ลุงไข่ก็บอกแบบนั้น แต่ถ้าจะไปให้ตรงวันนั้น มันก็ยากจัง วันหยุดมันไม่ตรง ยกเว้นตั้งใจไปจริงๆ

    แต่เคยอ่านเจอมา บางคนบอกว่าไปตรงช่วงนั้น แต่น้ำก็ไม่ตาย นะคะ เอาแน่นอนไม่ได้เลยค่ะ

    ให้ดีไปอยู่ซักหลายๆ วัน วันใหนน้ำตาย ก็ออกวันนั้น น่าจะดี อิอิ

    ใช่ค่ะ หลายวันนี้ที่ปัตตานีกลับมาตกอีกแล้ว หลังจากแดดแรงมาให้ดีใจอยู่ไม่กี่วัน

  6.   พูนชัย Says:

    ได้ความรู้จากชาวเรือว่า ถ้าจะเที่ยวทะเลดำน้ำดูปะการังให้ไปเที่ยวช่วง ข้างขึ้นหรือข้างแรมระหว่าง 7ค่ำถึง 13 ค่ำครับเพราะเป็นช่วงที่น้ำตาย แต่ถ้าเป็นช่วง 15ค่ำถึง5-6 ค่ำนั้น น้ำเป็น คลื่นจะแรงและน้ำจะขุ่น ดูปะการังไม่สนุก
    ผมไปสตูล 2 ครั้งก็ไม่ได้จังหวะเลยทั้ง 2 ครั้ง ตั้งใจว่าครั้งหน้าจะไปหลีเป๊ะในช่วงดังกล่าวให้ได้ครับ
    ปีนี้ฝนใต้น่าจะยาวถึงหลังปีใหม่แน่ๆเลย

  7.   จขบ. koostory Says:

    คุณฝน .. อ้าวเหรอคะ มีความเชื่อแบบนั้นด้วยเหรอคะ เสียดายจังที่ไม่ได้ไปลอดซุ้มนั้น

    จริงๆ จขบ. ไปตั้ง 4 วัน 3 คืน นะคะ มีเวลาเหลือเฟือ แต่โชคไม่ดีเองที่เจอฝน นั่งแกร่วอยู่ที่ที่พักค่ะ

    ภาพใต้น้ำ จขบ. เก็บไว้ในความทรงจำ ไม่แบ่งให้ใครชม อิอิ

  8.   ฝน Says:

    ถ่ายรูปสวยมากค่ะ แต่คิดว่าคุณคงไม่ได้ไปหลีเป๊ะอีกรอบแล้วหล่ะ เพราะคุณไม่ได้รอดซุ้มประตูหินที่เกาะไข่ อิอิ น่าเสียดายมากที่คุณไม่ได้ดำน้ำดูปะการังให้ครบทุกที่ เนื่องจากคุณไปช่วงที่อากาศยังแปรปรวนเล็กน้อย การไปเที่ยวหลีเป๊ะ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 3 วัน ถึงจะค่อนข้างทั่ว ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ประทับใจอย่างนี้แหละค่า
    ปล น่าเสียดาย ไม่มีรูปถ่ายใต้น้ำเนอะ อยากเห็นจัง

  9.   koostory Says:

    Mblog เอาขึ้นหน้าเวบไวมาก เมื่อวานหัวไม่แล่นเขียนได้ไม่ดีเลย ขัดใจนิดนึง แต่วันนี้มาแก้ไขใหม่ ค่อยถูกใจ เนื้อหาตรงกับที่อยากนำเสนอกว่าเมื่อวาน ขออภัยด้วยค่ะ

  10.   koostory Says:

    คุณ art .. หาโอกาสไปดูค่ะ แนะนำว่าไปหน้าร้อนนะคะ ทะเลเรียบจะปลอดภัย และ สวยงามกว่ามาก

    คุณ untameheart ก็เช่นกัน หาโอกาสไปค่ะ .. ขอบคุณที่ชมเรื่องภาพค่ะ

    คุณ narasha .. ขอบคุณที่ชมเช่นกัน .. จขบ.ก็กลัวค่ะ แต่คงเพราะมันเกิดนานมาแล้ว เลยเริ่มทำตัวประมาท 55

    คุณ narasha .. สิมิลันสวยและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ จขบ. เคยไปทะเลไทยมาค่ะ ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ

  11.   Kanyawee Says:

    เพิ่งไปหลีเป๊ะมาเมื่อวันที่ 9-12 ธันวา เหมือนกันเลยค่ะ ทะเลสวยมาก แต่โชคไม่ค่อยดีเจอพายุฝนเข้าพอดี เลยดำน้ำได้แค่บางที่ แต่บางช่วงก็แอบมีแดดอ่อน ๆ ก็ยังคงความสวยงามตามแบบทะเลอันดามัน คิดว่าทริปถัดไปจะไปสิมิลัน แล้วถัดไปจะกลับไปหลีเป๊ะอีกครั้ง ส่วนเรื่องสึนามิ ก็แอบกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ต้องปลง ถ้าคนถึงคราวตายก็คงไม่สามารถหนีพ้นได้ อย่าไปตื่นกลัวให้มาก ใช้ชีวิตที่ยังหายใจอยู่ให้คุ้มที่สุดดีกว่าค่ะ….

  12.   narasha Says:

    ภาพสวยมากครับ ทะเลใต้สวยเหมือนเคย แต่ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่ 2547 เรื่องภัยสึนามิ ทำให้ผมค่อนข้างไม่ไว้ใจชายทะเลแถบนี้….

  13.   untameheart Says:

    “ฉันเลยรับปากลุงว่า เดี๋ยวหนูไปแก้ให้ในบล๊อกค่ะ” :)

    ถ่ายรูปได้สวยมากครับ
    ทะเลสวย น่าไปเที่ยวจัง

  14.   art Says:

    ชอบมากเลยครับ สวยมาก อยากไปมั่งจัง

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.