เ บ ต ง . . . ม้ ว น เ ดี ย ว จ บ

 

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่า 17 ปีมาแล้ว ที่ไม่ได้กลับไปเยือนบ้านเกิดของฉัน อ.เบตง จ.ยะลา

เวลาไม่เคยคอยใครจริงๆ 

.

 

ทริปนี้เกิดแบบเกือบจะกระทันหัน ในวันนึงที่เพื่อนของน้าชาย หิ้วหมูย่างเบตง พร้อมด้วยจี๊ฉ่องฝัน อาหารหลักของชาวเบตงมาฝาก คุยกันไปมา ได้ความว่า เบตงไปได้ ปลอดภัย มีทหารเฝ้าตลอดเส้นทาง ป๊ะป๋าอิชั้นเกิดอยากไปขึ้นมาในทันที เพราะจริงๆ ก็อยากไปเยี่ยมญาติมานานแล้ว แต่ด้วยสถานะการณ์ไม่ดี เลยไม่นึกอยากเสี่ยงไป

แต่แม้วันนี้ ทั้งเพื่อนพ่อเพื่อนแม่และอีกหลายๆ คน จะการันตีความปลอดภัย บอกตรงๆ เราก็ยัง “ปอดแหก” อยู่ดี ถ้าจะไปจริงๆ ขอเลือกไปทางมาเลย์ อุ่นใจกว่า

 

การเดินทางไปเบตง ผ่านทางมาเลย์ ไม่ได้ยุ่งยากอะไร นอกจากต้องไปทำ passport เล่มใหม่ก่อน เพราะเล่มเก่าเราเหลืออายุแค่ 3 เดือน ได้ passport มา ก็โทรจองรถตู้ โทรจองโรงแรม แล้วเดินทางได้เลย

รถตู้จากหาดใหญ่ไปเบตงทางมาเลเซีย เขาจะวิ่งไปทาง ด่านประกอบ ตรง อ.นาทวี ถ้ามาจากบ้านฉัน ปัตตานี ไม่ต้องวิ่งเข้าหาดใหญ่ให้เสียเวลา สามารถไปรอรถได้ที่ปั้มน้ำมัน บนถนนสายหลัก ตรงแยก ต.ป่าชิง ได้เลย ประหยัดเวลาไปเป็นชั่วโมง

ระยะเวลาเดินทาง จากหาดใหญ่ถึงเบตง ของเส้นทางนี้อยู่ที่ประมาณ 4 ชั่วโมง เส้นทางสะดวกสบาย รถไม่เยอะมาก ที่สำคัญคือ ไม่ต้องผ่านทางคดเคี้ยว เหมือนกับการไปทางเส้นยะลาบ้านเรา แล้วก็ไม่ต้องกังวล ว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายด้วย ส่วนตัวฉันโอเคกับเส้นทางนี้

ที่ด่านประกอบ ด้านฝั่งไทย กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ถ้าไปตอนนี้ก็จะเจอด่านในรูปแบบตู้คอนเทนเนอร์ชั่วคราว แตกต่างกับด่านทางฝั่งมาเลย์ เขาสร้างเสียใหญ่โต แต่ถ้าฝั่งเราสร้างเสร็จ ก็คงไม่แพ้เขาเช่นกัน พี่คนขับรถเล่าให้ฟังว่า ที่ดินแถวนั้น เศรษฐีชาวยะลา บริจาคให้ทั้งหมด ดีจัง

เราออกจากหาดใหญ่ด้วยรถเที่ยวแรก ไปถึงเบตงช่วงบ่าย แวะเยี่ยมญาติๆ หนึ่งในนั้น ท่านมีสวนอยู่ กม.7 เลยได้ชิม กล้วยนางยา สดๆ จากสวน เก็บปุ๊บ กินปั๊บ (ถ้าเว้นไว้ 1 วัน ให้ลืมต้น จะหวานกว่ามาก) แถมแม่อิชั้น ขอหน่อเล็กๆ ส่ง EMS ไปให้ญาติที่บางกอกปลูกอีกต่างหาก เพราะเคยเอาโรตีไส้กล้วยนางยาไปฝาก เขาชอบกันมาก อยากได้พันธุ์ไปปลูก แม่อิชั้นก็รับปากไว้ งวดนี้ได้โอกาส เลยจัดไปซะ ^^

 

เราเดินทางต่อเข้าไปพักที่ สวนไม้ดอกเมืองหนาว ของชาวบ้านในหมู่บ้านปิยะมิตร ตามคำแนะนำของญาติผู้พี่ ที่เพิ่งเดินทางไปเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา

เขาว่าที่นั่น อากาศเย็นตลอดปี แต่ตอนที่ฉันไป เย็นเฉพาะตอนกลางคืน กลางวันก็ร้อนปกติ

ติดกับสวนดอกไม้เมืองหนาว ก็จะเป็นสวนของ โครงการหลวง พื้นที่ไม่เยอะมาก ประมาณเขา 1 ลูกเล็กๆ ปลูกดอกหน้าวัวเป็นหลัก แต่เหมือนเขาไม่ได้ปลูกไว้ขาย เห็นออกดอกเต็มเรือน ไม่ยักกะตัด คงจะแค่ทดลอง

 

 

 

 

ที่สวนไม้ดอกเมืองหนาว มีที่พักให้บริการ เป็นบ้านไม้ไผ่หลังเล็กๆ หรือ เรือนแถว หรือบ้านปูน ราคาก็ไม่แพง คืนละ 600-650 บาท แล้วแต่ขนาดห้อง ห้องนึงนอนได้ 4 คน มีเตียงใหญ่ 2 เตียง ห้องน้ำในตัว มีน้ำอุ่นและพัดลมให้ด้วย ถ้าพัก 4 คน เลือกห้อง 650 จะสะดวกกว่า

 

บ้านหลังเดี่ยว ห้องละ 600 ถ้านอน 4 คน แคบไปนิดนึง

 

 

เรือนแถว 650 ใหม่กว่าบ้านไม้ไผ่ข้างบน กว้างกว่าเล็กน้อย

 

 

บรรยากาศยามเช้า ถ้าโชคดี ได้เจอทะเลหมอก คงจะสวยกว่าตอนฉันไปมากๆ ฉันเก็บหมอกมาได้แค่เท่าที่เห็นในภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่นี่ ไม่ได้สวยเหมือนที่เชียงใหม่ ดอกไม้ไม่เยอะชนิด ดูแลไม่เนี้ยบเท่าเชียงใหม่ แต่อากาศ ขอบอกว่าไม่แพ้เชียงใหม่แน่นอน

 

 

เช้าวันถัดมา เราไปเยี่ยมชม อุโมงค์ปิยะมิตร อุโมงค์ที่อดีต จคม. สร้างไว้กบดาน

ทางเดินเข้าลักษณะคล้ายอ่างกา ที่ดอยอินทนนท์ เดินพอเหนื่อย ก็ถึงปากถ้ำ มีคุณพี่

 สหายเก่า คอยให้ข้อมูลประวัติความเป็นมาต่างๆ ก่อนเข้าไปในถ้ำ

 

 

 

 

ด้านในถ้ำก็อย่างที่เห็นในภาพ แต่สมัยก่อน คงไม่สวยเรียบและเดินสะดวกแบบนี้

ออกจากถ้ำก็เดินกลับทางเดิม รวมๆ แล้วใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ เราไปต่อกันที่

 

บ่อน้ำร้อน อีกหนึ่งไฮไลท์ของ เบตง แต่เนื่องจากไปถึงตอนพระอาทิตย์ตรงศรีษะ ร้อนเกินจะมีอารมณ์เดินถ่ายภาพ

ออกจากบ่อน้ำร้อน แน่นอน ต้องไปดับร้อนด้วย เฉาก๊วย กม.4 แสนอร่อย แต่แปลกแฮะ เที่ยวนี้ไปกินถึงที่ ทำไมมันไม่อร่อยเหมือนเดิมแล้วหล่ะ .. แต่ก็ซดไปถ้วยครึ่ง ในฐานะที่มาไกล .. อิอิ


แถวๆ ร้านเฉาก๊วย บ้านไม้เก่าๆ บรรยากาศเก่าๆ ยังพอเหลืออยู่ ขอซักภาพสองภาพ

 

 

 

 

 

จากร้านเฉาก๊วย เรามุ่งตรงเข้าตัวเมือง ไปที่นี่เลย โรงเรียนมูลนิธิจงฝา ที่ๆ ตั้งใจไว้ว่าต้องไปถ่ายรูปให้ได้ ด้วยบังเอิญไปเจอในเวบไซต์นึงตอนหาข้อมูลเที่ยวเบตง เห็นตึกเขาแล้วแบบว่า กรี๊ดด เก๋า&เก๋ ห่ะ ต้องไปถ่ายรูปที่นี่ด้วย .. จัดไป

ตอนเข้า เนื่องจากเป็นโรงเรียน ต้องมียามเฝ้า เราบอกเขาไปว่า เป็นศิษย์เก่า ขอเข้าไปถ่ายรูป .. ฮ่า มัวได้อีก ^^

 

 

 

 

ออกจากที่นี่ด้วยความชุ่มฉ่ำใจ ไม่ไปใหนอีกก็ได้ เอิ๊กๆ ^0^

แต่ไม่ได้หรอก โปรแกรมฉันยังไม่จบ เพราะก่อนไป ได้รับข้อมูลจากน้องที่รู้จักทาง facebook เป็นชาวเบตง บอกว่า ที่ หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 10 มี ต้นไม้ยักษ์ ต้นนึง น่าไปดู .. อ่ะ ไปก็ไปสิ

 

ที่นี่เป็นถิ่นของ อดีตหัวหน้า ของป๊ะป๋าซะด้วย ห่างจากตัวเมืองเบตงประมาณ 40-50 กิโล อยู่บนเขาสูงและลึก ใกล้เคียงกับที่อุโมงค์ปิยะมิตร อาแปะคนขับรถที่พาไปบอกว่า เคยพาคนไป แต่ไม่เคยเข้าไปดูต้นไม้ยักษ์ที่ว่า งานนี้แปะเลยขอเดินไปกับพวกเราด้วย

ฉันนึกว่าไปถึงจะมีเจ้าหน้าที่นำทางไป แต่ปรากฏว่าไปถึง ไม่มีผู้คนซักคน ป่าทั้งป่าเงียบสนิท ดีที่ว่าเขาทำทางเดินเทปูนไว้ตลอดแนว เดินไปตามทางได้เลย ไปกันแบบชนิดไม่รู้จุดหมาย เพราะไม่มีป้ายแสดงข้อมูลอะไรซักป้าย ข้อมูลเดียวที่ได้จากเวบ เขาว่าต้องเดินประมาณ 500 เมตร พร้อมภาพทางเดิน ประมาณที่เรากำลังเดินกันอยู่ คิดว่าคงไม่ผิดทาง ก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป

 

อาแปะที่ไปด้วยกัน อายุเยอะสุดแต่เดินนำหน้าตัวปลิว คณะของเราเดินตามไปแบบไม่ค่อยแน่ใจ ถูกทางรึปล่าวหว่า .. ซักพักได้ยินเสียงนกหวีด ปี๊ดดดดด .. เย้ .. อาแปะส่งสัญญาณมาว่าเจอต้นไม้ใหญ่แล้ว ไชโย .. เรามาถูกทางละ

 

ต้นไม้ต้นนี้ ไม่รู้ว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยรึปล่าว ไม่ยืนยัน แต่ใหญ่ที่สุดในชีวิตที่เคยเห็นมาละกัน

 

 

(ภาพนี้ ต่อแบบไม่ค่อยเนียน นะ)

 

 

ฐานรากด้านที่ใหญ่ที่สุด

 

 

เสียดายไม่มีป้ายบอกไว้ ว่าต้นไม้ยักษ์นี้ คือต้นอะไร ท่านใดมีความรู้ดูออก บอก จขบ.ด้วยนะคะ

 

ออกจากเส้นทางป่า มองไปเขาอีกฝั่งนึง มีสิ่งนี้ สัญลักษณ์ดาวแดง เด่นเป็นสง่าอยู่

 

 

ป๊ะป๋าบอกว่า อดีตหัวหน้า คงเสียชีวิตที่นี่

บนอนุสรณ์สถาน จารึกเอาไว้ อ่านแล้วแอบขนลุกเล็กน้อย

 

 

 

เรากลับเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง ที่พักของเรา อยู่ใกล้สี่แยกหอนาฬิกาเพียงแค่เดินถึง

ตู้ไปรษณีย์(เคย)ใหญ่ที่สุดในประเทศ ก็อยู่ที่นี่ ฉันแอบบ่นให้ชาวเบตงฟังว่า มีตู้นี้ก็ดีอยู่แล้ว จะสร้างตู้ใหม่ ใหญ่กว่า ไปอีกทำไม ไม่เข้าใจ ไม่อยากตามไปถ่ายรูปด้วย เอาตู้นี้หล่ะ สะดวกดี

 

 

 

 

เผลอแป๊บเดียว ค่ำแล้ว นกนางแอ่นเริ่มเกาะตามสายไฟ ขอบอกว่า 17 ปีให้หลัง ปริมาณนกลดลงไปเยอะมากมาก

 

 

 

 

 

 

เช้าวันถัดมา เก็บภาพเบตงยามเช้า แล้วไป พระตำหนักสมเด็จราชินี ตั้งอยู่ในวิทยาลัยการอาชีพเบตง แวะไปไหว้ศาลเจ้าโต๊ะนิ ในโรงเรียนวีระราฎร์ประสาน แล้วก็ไปเก็บภาพตำแหน่งที่ตั้งบ้านเกิดของฉัน ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ก่อนมาถึง ทั้งบ้านพ่อ และบ้านแม่ (อยู่ตรงข้ามกัน) เรียบร้อยก็เดินชมตลาด เก็บภาพบ้านเก่าๆ โชคดีเจอร้านตัดผม เก๋าทั้งตัวบ้าน เก๋าทั้งอาชีพ ได้ภาพถูกใจ .. คุ้มมากทริปนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไปเบตงครั้งนี้ ตั้งใจไปเก็บให้หมดที่อยากไป เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะได้กลับไปบ้านเกิดอีกครั้ง แม้อาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นแบบม้วนเดียวจบที่พอใจ

 

โดยรวมแล้ว เบตง เปลี่ยนไปเยอะมาก เจริญจนดูวุ่นวาย ไอ้ที่ใครๆ บอกว่า เบตงยังคงโอเค ฉันว่า มันโอเคเกินไปด้วยซ้ำ .. แอบเสียดายที่ 17 ปีที่แล้ว ฉันไม่ได้เป็นฉันอย่างในวันนี้ .. วันนั้น ไปด้วยความรู้สึกว่า ไปทำไม เมืองเก่าๆ ไม่เจริญ ไปใหนก็ต้องเดิน รำคาญตามประสาวัยรุ่น .. เขกหัวตัวเองสามทีในฐานะที่โง่นัก .. อิอิ

 

ลากันไปด้วยภาพนี้ จี๊ฉ่องฝัน ที่กล่าวถึงตอนต้นบล๊อก อาหารหลักชาวเบตง

เมนูนี้ จะอร่อยมั่กมาก ถ้าได้ราดด้วย “มันกุ้ง” จากประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย ฉันไม่รู้ว่าชาวมาเลย์เรียกมันว่าอะไร แต่ลักษณะเป็นกระปุก เนื้อครีมเหนียวๆ สีดำ เวลาปรุงให้ผสมน้ำมันกระเทียมเจียวและซีอิ้ว คนเข้ากันให้พอเป็นน้ำๆ คล้ายน้ำซีอิ้ว แล้วคลุกเข้าไปกับเส้นจิ๊ฉ่องฝัน จะเติมหมูย่างเบตง หรือ ลูกชิ้นลวกทั่วไป ถั่วงอกหรือผักลวกเล็กน้อย .. เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมเลยทีเดียว ^^

 

เจ้า มันกุ้ง ตัวนี้ ชาวมาเลย์เขาใช้ราดบนผลไม้รวม เติมถั่วงอกลวก แตงกวา และ ปลาท่องโก๋ฉีกเล็กๆ เขาเรียกมันว่า “รอเยาะ”

 

 

ฉันเพิ่งนึกได้ว่าไปเบตงงวดนี้ ไม่ยักกะได้กิน หมูย่าง แฮะ เป็นทริปรักษาสุขภาพจั้ง

แต่ .. ได้ข่าวว่า .. ซื้อกลับมาหลายกิโลอยู่ .. ฮ่าฮ่า

 

 

 

อ้อ .. เกือบลืม จะบอกว่า ไก่(ทำ)เบตง ที่ร้านอาหารชื่อดังในเบตง สู้ ไก่(ทำ)ปัตตานี ร้านอาหารลอนดอน ที่ปัตตานี ไม่ได้จริงๆ นะ อุตส่าห์ตั้งใจไปกิน .. เสียใจ

 

 

หมายเหตุ

ไก่(ทำ)เบตง มันคือ เมนูไก่เบตงหล่ะ แต่เป็นของร้านอาหารลอนดอน ที่บ้านฉันเอง ส่วนที่เรียกว่า ไก่(ทำ)เบตง เพราะ เดี๋ยวนี้ ไก่เบตงแท้ๆ หายาก และ แพง ไม่ค่อยมีให้รับประทาน

 



20 Responses to “เ บ ต ง . . . ม้ ว น เ ดี ย ว จ บ”

  1.   chaiwat thurabut Says:

    เราก็คนเบตงเหมือนกันบ้านอยู่ ก.ม. 21 เคยเรียนที่โรงเรียนบ้านด่านสันติราษฎร์ อ.จงจิตร อินทรจักร คิดถึงบ้านเหมือนกัน 8ปีแล้วยังไม่ได้กลับไปเยี่ยมที่บ้านเลย ศิษย์เก่าบ้านด่านยังไงก็ติดต่อกันได้นะเราอยู่ชลบุรี to 0895250037 (ตั้ม )

  2.   tao Says:

    อยากทราบเบอร์ของรถตู้เบตง-ปีนัง

  3.   จขบ. Says:

    คุณบ้าน กม.7 .. อยู่ กม.7 จริงปล่าว จขบ.มีบ้านญาติอยู่ กม.7 ด้วยหล่ะ อิอิ .. ขอบคุณที่แวะมาอ่านบล๊อกค่ะ

    คุณเพื่อนกานต์ ขอบใจมากๆ ที่แวะมาอ่านบล๊อก .. พลาดบ้างซักบล๊อกก็ได้น้า 55 .. อาย

  4.   karnt Says:

    เป็นทริปกลับบ้านเกิดที่อ่านแล้วสนุกตื่นเต้นไปด้วยกับสิ่งเดิมๆและสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อ17ปีก่อน

  5.   บ้านกม.7 Says:

    ขอบคุณที่เอามาแบ่งปัน คิดถึงบ้านมาก ไม่ได้กลับไปนาน เรากินจี๋ฉ่องฟั่นไม่เคยใส่มันกุ้งก็อร่อยนะ ใส่ซอสพริกศรีราชา ซีอิ๊ว น้ำมันงา คลุกกินก็อร่อยแล้ว คิดถึงเต้าหู้และผักน้ำที่นั่นด้วย อร่อยมั่กๆ กบภูเขาผัดเผ็ด ทอดกระเทียม ไก่สับเบตง คาวหยก หมูย่าง ติ๋มซำ ผัดหมี่เบตงแถมไข่ลวกพอเป็นยางมะตูมที่บ่อน้ำร้อนอีก โอ๊ย น้ำลายไหล

  6.   koostory Says:

    คุณ JR .. ขอบคุณที่กลับมาอีกครั้ง เห็นด้วยค่ะ เบตงเปลี่ยนไปเยอะมากๆ เจริญสุดๆ ไปใหนคนก็เยอะ เห็นแล้ววุ่นวาย ถนนหนทางรถราขวักไขว่ ข้างทางมอเตอร์ไซค์จอดตรึม แถมซ้อน 2 ชั้น ยิ่งกว่าที่บ้าน จขบ. ปัตตานีอีก บ้านไม้หาไม่ค่อยเจอแล้ว ตึกส่วนใหญ่ก็ 3-4 ชั้น จะหา 2 ชั้นเนี่ยะแทบไม่มี

    แต่ใจนึง จขบ.ก็ดีใจนะคะที่เมืองเขาไม่เงียบเหงา มันแสดงให้เห็นว่า คนที่นั่นใช้ชีวิตกันอย่างปกติสุขพอสมควร รู้สึกดีกว่าถ้าไปถึงแล้วไม่มีใครกล้าออกจากบ้านหน่ะค่ะ

    แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าเราค่อยๆ มอง ค่อยๆ ชม เสน่ห์เบตงแบบเดิมๆ ก็ยังพอมีให้เห็นบ้างค่ะ

    คุณ ตาเนาะแมเราะ .. บ้านไม้ที่เห็นส่วนใหญ่จะอยู่ตามตรอกซอกซอย ถ้าติดถนนใหญ่คงจะหายากแล้ว จขบ.เห็นแต่ตึกสูงๆ

    จิ๊ฉ่องฝัน ปัจจุบันคนเบตงยังกินกันอยู่ แถม จขบ.ไปร้านกาแฟกลางคืน วัยรุ่นมากลุ่มใหญ่ ก็สั่งเจ้านี่กินเหมือนกันค่ะ แม้จะดูขัดๆ กัน แต่ก็ดีใจที่เด็กเบตง ยังชอบกินอาหารเบตง ค่ะ

    ตำแหน่งบ้านที่บอกมา จขบ.ไม่รู้จักหรอกค่ะ เพราะออกจากเบตงตั้งแต่เล็กๆ รู้แต่ว่า บ้านเก่า พ่อแม่ จขบ. อยู่หน้าทางเข้า รร.วีระราษฎร์ประสาน ค่ะ

    คุณ bobo .. จขบ. เวียนรอบ รร. ค่ะ แต่ถ่ายภาพมาแค่จุดเดียว เสียดายด้านหลังตึกนี้ สวยเหมือนกัน แต่เกรงใจคนขับรถเลยไม่ได้หยุดถ่ายรูป่ค่ะ

    ส่วน กล้วยหินฉาบ เดี๋ยวนี้ ที่ยะลาก็มีขายค่า ไม่ต้องไปถึงคอกช้าง

    คุณ โม้ข้างศาลเบตง สงสัยไปโกรธใครมา คอมเมนท์แนวเสียดสีซะงั้น ใจเย็นๆ ค่า .. จขบ.ได้ยินว่า นายกคนนี้จะหมดวาระแล้วมั้งไม่แน่ใจ

    รร.นั้น จขบ.ไม่ได้สนใจค่า แม้จะสูงตั้ง 25 ชั้น .. จขบ.ไปเบตง สนใจตึกเก่าๆ บ้านไม้ มากกว่าค่ะ

    เด็กตานี .. อ่ะ คนจังหวัดเดียวกัน มีโอกาสก็ลองแวะไปเยือนเบตงอีกครั้งนะคะ

  7.   เด็กปัตตานีที่หลงเสน่ห์เบตง Says:

    สมัยเป็นนักศึกษาเคยไปเบตงเมื่อปี 2540 ชอบมากเลยครับ บรรยากาศดีมาก ๆ ยามเช้าไปเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะบนเขา อากาศเย็นสบาย แม้ถนนจะคดโค้งแต่ผมว่าก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เบตงเป็นอำเภอเดียวที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเองนะ เท่ห์ซะ และเมื่อปีก่อนได้มีโอกาสไปราชการที่เบตงอีกครั้ง แต่ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ เลยไม่ทราบว่าถนนยังคดโค้งมากเหมือนเดิมหรือป่าว หรือว่ามีการตัดถนนลดจำนวนโค้งไปบ้างหรือยัง ส่วนบรรยากาศในตัวเมืองก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะพอสมควรครับ แต่ผมก็ยังชอบและหลงเสน่ห์เบตงอยู่นะครับ มีโอกาสคงได้ไปเที่ยวอีกนะ..เบตง

  8.   โม้ข้างศาลเบตง Says:

    ฉัน ไปทางยะลาบ้าง ไปทางมาเลย์บ้าง บอกว่าไปทางยะลามันกว่า กลับมามีเรื่องเล่าเยอะมาก อย่าลืมว่าเบตงเป็นด่านเอก มีศาลตัวเอง ปกครองขอใช้คำนี้โดยนายคุณาวุฒิเป็นนายกเทศมนตรีตลอดกาล จึงมีปลูกสร้างที่ไม่ได้ก่อภาพลักษณ์ด้านบวกให้กับเบตง ทำไมคุณไม่ถ่ายรูปโรงแรม 25 ชั้นติดกับศาลเจ้าแม่กวนอิมมาให้คนดูด้วยล่ะ เข้าเบตงปั๊บก็เจอโรงแรมนี้ปะหน้าทันที ใช้สวนสาะารณะบนเขาเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมและตั้งอยู่บนหัวเจ้าแม่ที่คนเบตงนับถือ ซวยไม่ซวย เจ๊งไม่เจ๊งก็ให้มันรู้ไป

  9.   bobo Says:

    จี๊ฉ่องฝัน เป็นภาษากวางตุ้ง ก็ก๋วยเตี๋ยวขาวธรรมดานั่นแหละ ส่วนมากเขาราดซอสศรีราชากัน คนขายเขาใส่น้ำมันงาด้วยเล็กน้อยพอหอมๆ ส่วนคลุกกับมันกุ้งมาเลย์นั่นไม่เคยกินแฮะ มันกุ้งนั่นคุ้นๆ ว่าเขาเรียกรอย่าหรือเปล่า ถ้าไปเบตงไปกินโก๊วโล๊วหมี่น เป็นบะหมี่เกี๊ยวที่อร่อยมาก หากินที่ไหนไม่ได้เลย เพราะความพิเศษอยู่ที่ซีิิอิ๊วเป็นซีิอิ๊วเบตงที่เขาหมักแบบธรรมชาติ

    โรงเรียนจีนชื่อ จงฝามูลนิธิ ถ้าชื่อจีนกลางก็เรียกจงหัวเสวียเซี่ยว ทำไมไปแค่ด้านหน้าหว่า โรงเรียนเขาจะตัดภูเขาเป็นชั้นๆ มีสามชั้น ชั่นหนึ่งเป็นสนามฟุตบอลกับสนามบาส ตอนเด็ก รู้สึกว่าเป็นสนามฟุตบอลที่กว้างมาก แล้วทางเดินขึ้นชั้นเรียนที่เป็นทางลาดเขาห้ามวิ่ง เด็กทุกคนก็วิ่งกันหัวเข่าแหกกันมาแล้วแทบทุกคน

    ไม่เคยไปเส้นมาเลย์เลย ไปทางปกตินั่นแหละ ถ้าจะเจอใครมายิงก็คงจะดวงกุดสุดๆ แล้ว ถ้าผ่านคอกช้างให้ซื้อกล้วยฉาบที่มีเฉพาะที่นี่ที่เดียวเป็นกล้วยฉาบทำจากกล้วยหินที่รสชาติมันอร่อยมว๊ากกก

  10.   ตาเนาะแมเราะ Says:

    เบตง เป็นสถานที่เกิดเมื่อ 47 ปีที่แล้ว ได้เห็นภาพถ่ายที่ถ่ายมา ยังคงอนุรักษ์บ้านแบบ classic เก่า ที่ชั้น ล่างจะมีเสาสองต้น ค้ำยันชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนใหญ่ จากภาพถ่ายที่ถ่ายมา หากเจ้าของบ้าน ได้มีการบูรณะปรับปรุงคงจะดีไม่น้อย
    จี๊ฉ่องฝัน (จี๊ฉ่องฟุ่น ภาษาผม) อาหารหลัก ก่อนไปโรงเรียน
    ยินดีกับ เจ้าของกระทู่ ที่ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด
    อดีต บ้านใกล้กับ ธ.ออมสิน ห่างไป สามห้อง ใกล้โรงไม้..

  11.   JR Says:

    เปลี่ยนไปเยอะมาก และก็เปลี่ยนไปในทางที่ผมไม่ชอบมากด้วย
    ของเดิมดีกว่า Classic กว่ามากๆ เดิม

    สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นใหม่ มันทำลายความงามแบบเดิมๆ ไปเกือบหมด

  12.   จขบ. Says:

    คุณ Top ไม่เป็นไร ยินดีค่ะ

    คนบ้านเดียวกัน อยากให้บ้านเรากลับมาเป็นดั่งเดิมเช่นกันค่ะ

    คุณชวลิต อย่างที่บอก จขบ.ปอดแหกคร้าบบบผม ^^

    คุณ JR ขอบคุณที่ชมค่ะ

  13.   JR Says:

    ถ่ายภาพได้สวยงามมากครับ
    (สวยงามกว่าของจริง)

  14.   ชวลิต Says:

    ผมก็ยังกลับทางเดิมครับ ไม่เคยอ้อมไปมาเลย์

  15.   คนบ้านเดียวกัน Says:

    ยังคิดถึงบ้านเกิดเช่นเดียวกัน แต่เสียอย่างเดียว เราคนไทยแต่ต้องทำ Passport กลับด้วยรถตู้ทางมาเลย์ ฟังแล้วละเหี่ยใจ ขอบ้านเรากลับเป็นเหมือนเดิม

  16.   TOP Says:

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ให้ข้อมูลได้ชัดเจนดีมากเลยครับ ขอให้มีความสุข นะครับ ขอบคุณครับ

  17.   จขบ. Says:

    เด๋วนะคะ ที่ขอนี่ รถตู้ หาดใหญ่-เบตง หรือ รถตู้ที่ จขบ.เช่าเที่ยวในเบตงอ่ะ ตอบไปแล้วเพิ่งนึกได้ 55

    เอาเป็นว่าให้เบอร์รถตู้ หาดใหญ่-เบตง (เข้าทางมาเลย์) ไว้เลยนะคะ

    คิว ok เบตง 074-354343
    คิว เบตงทัวร์ 074-230905

    คิวใหนก็ได้ เหมือนกัน เขาออกเวลาต่างกันเล็กน้อย โทรไปคุย สะดวกคิวใหนก็เลือกคิวนั้นเลยค่ะ ตอนจองระบุที่นั่งได้เลย ถ้าไม่ชอบที่นั่งคิวใหน ก็ลองสอบถามอีกคิวดูก่อน ค่อยตัดสินใจค่ะ

    คิวก็อยู่ติดกันเลย ตรงสี่แยก ตรงข้าม ธ.นครหลวงไทย (จะเปลี่ยนเป็นธนชาติเร็วๆ นี้มังคะ) ตรงจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ลงมาหน่อยค่ะ

    ค่ารถคนละ 250 บาทค่ะ จองล่วงหน้าหลายวันก็ได้

  18.   จขบ. Says:

    คุณ meaw ขอบคุณที่แวะมาอ่านบล๊อกค่ะ

    คุณท๊อป ติดต่อ หมิงเจ็ก นะคะ (แต่เราต้องเรียก หมิงแปะ เพราะแก่กว่าพ่อจขบ.) 0869578929 หรือ 073-230852 เบอร์บ้านอาจจะเป็นลูกชายรับสายค่ะ

    ท่านเป็นคนเบตง อายุเยอะแล้ว แต่ขอบอกว่าคล่องมั่กมากกกก จะไปใหนก็โทรไปคุย แล้วต่อรองราคากันเองนะคะ พาไป ปีนัง เก็นติ้ง อื่นๆ ในมาเลก็ได้ค่ะ

  19.   ท๊อป Says:

    รถตู็้้้็โทรไปจองที่ไหนอะครับ พอดีจะไปเดือนกรกฎาคมอะครับ ขอข้อมูลหน่อยครับ ขอบคุณครับ

  20.   meaw Says:

    ภาพสวยมากเลยค่ะ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.