เมื่อผู้หญิงอย่างฉัน ป่วยเป็น "ไส้เลื่อน" (ครั้งแรกกับ "การผ่าตัด")

 

Credit ภาพจาก google

คุณหมอบอกว่า ใน 1000 คน จะมีผู้หญิงป่วยเป็นโรคไส้เลื่อนแค่ 2 คน

ฉัน เป็น 1 ในผู้ที่ได้รับสิทธิ์นั้น!! ช่างโชคดีซะจริงเชียว

.

 

 

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับฉันเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตั้งใจไว้ว่าออกจากโรงพยาบาล จะมาถ่ายทอดไว้ในบล๊อกนี้ เผื่อจะเป็นข้อมูลให้ใครบางคนบ้าง แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้ลงมือเขียนบล๊อกซักกะที หวังว่าเขียนวันนี้ จะไม่สายเกินไป

 

ประมาณเดือนตุลาปีที่แล้ว ฉันไปเที่ยวบางกอก วันนึงออกไปเดินเที่ยวตั้งแต่เช้า ตกเย็นกลับถึงบ้าน เข้าห้องน้ำ แอบตกใจเมื่อเห็นอาการบวมปูดตรงบริเวณใกล้ๆ ขาหนีบ (จริงๆ มันก็เกือบจะเรียกว่า บวมตรงจุดสำคัญเลยก็ว่าได้) แต่มันไม่ได้บวมมาก แต่ดูได้ด้วยตาว่ามันผิดปกติ ตอนนั้นฉันนึกไปเองว่า เราคงเดินเยอะไป อาจจะเสียดสี แต่มันก็ไม่ได้มีอาการปวดแสบหรืออะไรใดๆ

 

กังวลเล็กน้อย แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง อาบน้ำเสร็จ กินข้าวเสร็จ เข้าห้องน้ำอีกที .. อ้าววว อาการบวมหายไปแล้ว .. เฮ้ออออ โล่งใจ (แต่ก็แอบสงสัยว่า เราเป็นอะไรหว่า)

 

อาการมันหายไป ไม่เป็นอีกเลย จนกระทั่งต้นเดือนธันวา จู่ๆ มันก็กลับมาเป็นแบบเดิมอีก แต่คราวนี้มันปูดกว่าเดิม ก้อนใหญ่ประมาณครึ่งลูกปิงปอง ปูดมาถึงช่วงโคนขา .. เอาแล้วสิเรา .. เครียดเลย

แต่คราวนี้ฉันสังเกตได้ว่ามันปูดๆ ยุบๆ เอาแน่นอนอะไรไม่ได้เลย รู้แต่ว่า เวลาเข้าห้องน้ำ เห็นว่ามันเป็น แต่พอลุกจากห้องน้ำ บางทีมันก็หายไป แปลกมาก

หลายวันเข้า มันชักจะปูดๆ ยุบๆ บ่อยขึ้น เวลานอนจะไม่เป็น เวลาไปเดินซื้อของนานๆ กลับบ้านก็จะเป็น

 

ฉันลองเอาอาการไปโพสท์ถามในเวบสุขภาพเวบนึง มีผู้รู้มาให้ข้อมูลว่า น่าจะเป็น “ไส้เลื่อน” ฉันลองเสิชหาข้อมูลดู เอ .. ชักมีแววนะ อาการคล้ายๆ กับที่เราเป็น สังเกตอยู่อีกซักระยะ ก็มั่นใจว่า ใช่แน่

ทำไงละทีนี้ ในข้อมูลเขาบอกว่า โรคนี้รักษาได้ทางเดียวคือ “ผ่าตัด” .. โอยย .. เกิดมาก็ไม่เคยเข้าห้องผ่าตัด ทำยังไงดี .. เครียดสุดๆ นอนไม่หลับไปหลายคืน กังวลสารพัด คิดถึงแต่ห้องผ่าตัด ด้วยความกลัวจริงๆ มีแอบร้องไห้ด้วยนะเออ ^^

 

สุดท้าย ฉันตัดสินใจไปหาหมอ ไปครั้งแรกเจอคุณหมอท่านนึง วันนั้นฉันไม่มีอาการบวมปูด ฉันก็ได้แต่เล่าอาการให้หมอฟัง แล้วหมอบอกว่า ถ้าอยากรู้ก็ต้องเบ่งออกมา .. ฉันร้อง ห๊า .. จะเบ่งออกมายังไงอ่ะคุณหมอ

หมอทำหน้าเฉยชา แล้วบอกว่า งั้นก็รอจนมีอาการแล้วค่อยมาหาใหม่ .. ฉันก็ออกจากห้องตรวจด้วยความงงๆ ว่า แล้วตรูจะมีอาการตรงกับวันที่หมอด้านนี้ออกตรวจมั๊ย(วะ) คือที่โรงพยาบาลเขาจะมีวันกำหนดไว้อ่ะว่าหมอด้านใหนออกตรวจวันใหนบ้าง

 

เอาละสิ ต้องกลับไปนอนเครียดต่ออีก คือนอกจากจะเครียดจากโรคแล้ว ยังเครียดด้วยว่า เอ .. ถ้าไปหาหมอคนเดิมและต้องผ่าตัดจริงๆ หมอเขาจะเก่งมั๊ย พูดง่ายๆ ว่ากลัวตายเหมือนกันค่ะ

 

จนไม่ไหวแล้ว ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แน่ จู่ๆ ก็นึกได้ว่ามีเพื่อนเคยทำงานอยู่ที่ รพบ. นี้ เลยโทรไปถามข้อมูลว่าคุณหมอผ่าตัดคนใหนเก่งที่สุด เพื่อนก็แนะนำหมออีกท่านมา พร้อมกับให้กำลังใจว่า ผ่าตัดเรื่องเล็ก ไม่ต้องกังวล รับประกันว่าคุณหมอท่านนี้เก่ง ฉันถึงค่อยได้อุ่นใจ

 

รอจนได้วันที่คุณหมอท่านนี้เข้าเวร ไปรับคิวตั้งแต่เช้า คุณหมอท่านนี้คนไข้เยอะมากๆ ล้นเต็มพื้นที่ ต้องยืนคอย และแน่นอนถ้ายืนนานๆ มันจะต้องปูดออกมา จนได้เข้าพบหมอ ฉันบอกหมอว่า ขอไม่นั่งนะคะ ด้วยเหตุผลว่านั่งแล้วเด๋วไม่มีอาการให้หมอตรวจอีก หมอหัวเราะเลย หมอบอกว่าไม่เป็นไร เขามีวิธีตรวจ แล้วก็เรียกให้ฉันขึ้นเตียงตรวจ

 

หมอจะกดตรงแถวๆ ที่บวมปูด แล้วบอกให้เบ่ง .. ฉันถามว่า เบ่งยังไงอ่ะหมอ .. หมอบอกว่า เบ่งเหมือนตอนจะอุจจาระนั่นหล่ะ .. ฉันถึงได้ถึงบางอ้อว่า อ๋ออออออออ หมอคนก่อนเขาคงหมายถึงแบบนี้ แล้วก็ทำไมไม่บอกกันอ่ะ ปล่อยให้เราต๊กกะใจไปเอง

 

พอเบ่งแล้ว หมอบอกว่า ลำไส้มันลงมาเยอะแล้วนะเนี่ยะ ตรวจแค่นี้เองค่ะ ทราบผลเลยว่าเป็นไส้เลื่อนแน่นอน

 

หมอบอกว่าควรต้อง “ซ่อม” นะ เป็นการซ่อมผนังหน้าท้อง ดันไส้กลับเข้าไปแล้วผูกเย็บอะไรทำนองนี้ ฉันไม่ได้ถามอะไรมาก คิดคำถามไม่ออก

ฉันไปหาหมอวันจันทร์ หมอบอกว่าหมอว่างวันพุธ ฉันถามย้ำว่า พุธนี้?? หมอบอกว่า ใช่ครับ .. อ๊ะ เอาวะทำใจมาแล้ว ผ่าเป็นผ่า อยู่แบบนี้ไม่ได้หรอก เครียดตายก่อนจะไส้เลื่อนอักเสบแน่ๆ บวกกับมั่นใจหมอด้วย หมอบอกว่าผ่าตัด 365 วัน ต้องมีผ่าไส้เลื่อนประมาณ 300 วัน เหอๆ .. คงจะเชี่ยวชาญแล้วหล่ะ

 

วันอังคารฉันต้องเข้าไปนอนเตรียมตัวในโรงพยาบาล เหมือนไปนอนเล่นๆ ว่างงานเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรนอกจาก x-ray ปอด กินอาหารได้ปกติ จนหลังมื้อเย็นพยาบาลก็มาแจ้งให้งดอาหารและน้ำหลังเที่ยงคืน มาเจาะเลือด ให้น้ำเกลือ

คืนนั้นฉันนอนหลับได้บ้าง ที่ไม่หลับไม่ใช่เพราะเครียดแล้ว แต่เพราะพยาบาลเข้าๆ ออกๆ ทุก 1 ชั่วโมง น่าเบื่อแต่ก็เข้าใจ เขาต้องทำตามหน้าที่ คนจะเข้าผ่าตัดต้องเตรียมพร้อมหน่ะนะ

 

พยาบาลวิสัญญีมาคุยเรื่องการบล๊อคหลัง ฉันยืนยันว่าไม่เอา ขอดมยาอย่างเดียว เพราะฉันกลัวมากๆ เข้าไปต้องเป็นลมก่อนแน่ๆ พยาบาลก็บอกว่าเราไม่มีสิทธิเลือก .. อ้าววววว จ๋อยสิทีนี้ (ทั้งๆ ที่คิดในใจว่า เอ มันน่าจะสิทธิของเรารึปล่าวหว่าที่จะเลือกได้)

 

ตอนหลังน้องพยาบาลอีกคนเข้ามาตรวจความดันตามปกติ ฉันแอบถามว่า เราเลือกไม่ได้จริงๆ เหรอ น้องเค้าบอกว่า ส่วนใหญ่เค้าก็ดมยากันนะพี่ .. อ้าววว .. พยาบาลวิสัญญีคนนั้นทำไมต้องโกหกเรา น้องเค้าบอกว่าให้ฉันบอกหมอตอนเข้าห้องผ่าตัดอีกที ฉันก็อืมมม ค่อยโล่งอก

 

ช่วงบ่ายห้องผ่าตัดโทรมาตามตัว จริงๆ เดินไปก็ได้ แต่เขาเล่นเอาเปลมาหามไปเลย ยังกะคนป่วยหนัก เขินๆ อยู่เหมือนกัน ในใจคิดไว้ว่า ไปถึงห้องผ่าตัด ฉันจะสำรวจมองให้ทั่วๆ เลย ว่ามันเป็นอย่างในหนังรึปล่าว เกิดมาไม่เคยเข้าไปใช้บริการ (อ้อ คงได้ใช้ตอนเกิด ครั้งแรกและครั้งเดียว) แปลกที่ฉันไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย .. ดีจัง

 

ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ต้องไปนอนรอคิวอยู่ก่อน ขอบอกว่าตรงที่รอคิวมันอึดอัดมาก ซ้ายก็คนป่วย ขวาก็คนป่วย ไม่มีใครอยากคุยกับใคร ทีวีไม่มีให้ดู เพลงไม่มีให้ฟังคลายเครียด ให้นอนมองฝ้าเพดาน + ฟังเสียงเจ้าหน้าที่คุยกันอย่างเดียว

 

จนกระทั่งถึงคิวฉัน มีเจ้าหน้าที่เดินมา ฉันรีบบอกเจ้าหน้าที่ว่า ขอดมยานะคะ ไม่เอาบล๊อคหลังค่ะ กลัว .. เขาก็ไม่ว่าอะไร ซักพักได้ยินอีกคนเดินออกมาถามว่าเคสนี้ทำอะไร จนท.คนนั้นก็บอกว่า ดมยา .. โอ้ยยยยย โล่งใจ .. รอดแล้วตรู .. ฮ่าฮ่า

 

ถึงเวลาเข็นเข้าห้องผ่าตัดแล้ว ฉันมองไปรอบๆ อ่อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ก็ไม่ได้ดูว่าสะอาดเนี๊ยบบบบบปิ๊งงงงง นะ แต่ก็ดูโอเคหล่ะ เจ้าหน้าที่ 4-5 คนเลยมารุมฉัน ให้ขยับไปนอนเตียงผ่าตัด เอาสายอะไรต่อมิอะไรมารัด มาแปะ ทำงานอย่างรวดเร็วมากกกก (จนฉันคิดว่า เค้าจะรีบไปใหนอ่ะ) ฉันเห็นคุณหมอท่านนึงเป็นคุณหมอวิสัญญี แอบคิดในใจว่า ดีจังมีหมอวิสัญญีด้วย เพราะก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่า รพบ.ที่นี่ไม่มีหมอด้านนี้ .. ดูสิ เวลานั้นยังคิดนั่นคิดนี่ได้อีก .. บอกแล้วว่าไม่เครียดอย่างที่ควรจะเครียดจริงๆ

 

ซักพักเจ้าหน้าที่ก็เอาที่ครอบมาครอบจมูก แล้วบอกให้หายใจลึกกกกกก อยากหลับก็หลับเลย .. จำได้ว่ากลิ่นยามันแรงมากๆ แต่ฉันพยามสูดให้เต็มๆ กะว่าจะให้หลับไปเร็วๆ จะได้ไม่รับรู้อะไร สูดไม่เต็มกลัวไม่หลับ ฮ่าๆ

 

ผ่านไปนานแค่ใหนไม่รู้ รู้สึกตัวอีกที มีคนเรียกชื่อ คุณ.. ได้ยินอยู่หลายทีจนลืมตาตื่นได้ รู้แต่ว่าตอนนั้นไอมาก เจ็บท้องเลยทีเดียว สำรวจดู อ๋อ .. เราอยู่ห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด นอนนิ่งๆ อยู่พักใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ก็เรียกให้คนมาเข็นกลับห้อง ออกจากห้องผ่าตัดแม่คอยเฝ้าอยู่ หันไปยิ้มกับแม่ แม่ถามว่าเจ็บมั๊ย ฉันว่าไม่เจ็บ ถ้าไม่ไอ

 

มารู้ทีหลังจากเพื่อนพยาบาลว่าตอนเขาให้ดมยา เขาต้องหยุดการทำงานของอวัยวะทั้งหมด แล้วสอดท่อออกซิเจนเข้าไปในปอด .. มิน่า ออกจากห้องผ่าตัดถึงได้ไอจัง คงระคายเคืองหลอดลม (อันนี้คิดเอาเอง)

 

หลังผ่าตัดก็กินอาหารอ่อนๆ ได้เลย แผลไม่ได้เจ็บมากอย่างที่คิดไว้ว่าคงจะเจ็บเยอะ ยกเว้นตอนไอ ต้องเอามือคอยกดแผล กลัวแผลแตก ตอนเที่ยงคืน ฉันจะลุกมาเข้าห้องน้ำ มีอาการหน้ามืดนิดหน่อย พยาบาลบอกว่าเพราะเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดยังไม่ครบ 12 ชั่วโมงเลย ไม่เป็นอะไร

 

เช้ามาฉันลงค่อยๆ เดินได้แล้ว นอนอยู่อีก 2 คืนก็ออกจากโรงพยาบาลได้ .. ไชโย .. หายซะที

 

หมอบอกว่าการผ่าตัดส่วนท้อง ต้องพักฟื้น ห้ามยกของหนัก จริงๆ ก็ 6 เดือน แต่หมอให้ 3 เดือนก็พอ เพราะโรคนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกได้ อาจจะเป็นข้างใหม่ หรือข้างเดิม ต้องคอยระวัง

 

ตอนนี้ผ่านไป 6 เดือนเต็มๆ แล้ว หวังว่ามันจะไม่กลับมาเป็นอีก ตอนนี้พยามไม่ยกของหนักเหมือนที่ผ่านมา (แต่บางทีมันก็ยังแอบหนักอยู่อ่ะ จะให้ทำยังไง บางครั้งก็ไม่อยากจะเรียกคนช่วย คนเราควรพึ่งตัวเอง .. แหะๆ)

 

เขียนบล๊อกนี้ด้วยความหวังว่า ถ้าใครบังเอิญโชคหล่นใส่เกิดเป็นโรคนี้ อ่านแล้วอาจจะคลายกังวลไปได้บ้าง หรือใคร ที่ไม่เคยเข้าห้องผ่าตัด ก็อาจจะคลายกังวลได้บ้างว่าห้องผ่าตัด ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ ดมยาสลบแล้วก็หมดหน้าที่ของเรา (ฮ่า)

 

ปล. จากข้อมูล โรคไส้เลื่อนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มีโอกาสในการเป็นเท่าๆ กัน คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ผู้ชายเท่านั้นที่เป็นหรือมีโอกาสในการเป็นมากกว่า

 

 

 



17 Responses to “เมื่อผู้หญิงอย่างฉัน ป่วยเป็น "ไส้เลื่อน" (ครั้งแรกกับ "การผ่าตัด")”

  1.   จิ๊บ Says:

    รบกวนขอทราบชื่อคุณหมอและรพ.ที่เข้ารับการรักษาได้ไหมคะ กำลังตัดสินใจจะผ่าอยู่เหมือนกันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

  2.   mickykoy Says:

    หนูก็อยากทราบว่า จขกท. รักษาที่ไหน หนูไม่รู้ว่าตัวหนูเป็นหรือป่าว รู้สึกปวดแปลบ บางที มันนูนขึ้นมา ตอนแรกนึกว่าที่ร่างกายทุกคนเปงเหมือนกัน แต่พอมาอ่านเรื่องราวของพี่พี่ หนูอาจจะเป็นก็ได้ การออกกำลังกายท่าไหนบ้างค่ะ ที่จะทำให้ ไส้พวกนี้กลับเข้าสู่ที่เดิมได้บ้าง ไม่ได้กลัวการผ่าตัดเท่าไหร่ แต่กลัวหลังผ่าตัด กลัวอะไรจะไม่เหมือนเดิม อิอิ อย่างไงก็ตอบให้ด้วยนะค่ะ แต่ของหนูเป็นทั้งสองข้างเลย กังวลจังเลย

  3.   tickky Says:

    เป็นเหมือนกันเลย แต่ตอนผ่าบล๊อกหลังค่ะ ไม่ได้วางยาเพราะวางไม่ได้ ไมเกรนขึ้นพอดี ปวดหัวมากๆเลยขอหมอว่าจะขอดูตอนผ่าเสียเลย ก็ดูไปจนเสร็จ เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ได้ยินหมอพูดทุกอย่าง คุยกับหมอเรื่องของกินอีกตังหากเบี่ยงเบนความสนใจเรื่องปวดหัว แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไส้เลื่อนของเราดันเอากลับเข้าไปไม่ได้มันต้องผ่าตัดทันที แต่ทีแย่คือไส้มันเริ่มไม่ไหวก็หมอบอกว่าตัดออกแล้วก็จะจัดการให้เป็นที่เรียบร้อย หมอบอกว่า 1ใน1000 นี่ แจ๊คพ๊อต ผ่าไปนอนฟังหมอคุยไป ถามหมอไป ขอดูไปด้วย มันไม่ยอมหลับ หลับไม่ได้เลยพอออกมาไม่ปวดนะ แต่แย่ตรงควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ แถมแผลไม่หายเลือดไม่หยุด เลยต้องกลับเข้ามานอนเล่นที่รพ.ต่ออีก กว่าอาการดีขึ้นเกือบ 6 เืดือน นอนนานมาก ตอนนี้หายแล้วแต่ก็ต้องระมัดระวังมากเลย เพราะช่องท้องมันไม่แข็งแรงค่ะ ถึงจะผ่านานแล้วเวลาไอหรือจาม ต้องคอยกดท้องไว้ มันเจ็บจี๊ดขึ้นมา ถามหมอก็บอกว่าไม่เป็นไรถ้าเราระวัง หลังๆ นี่เวลาเดินรู้สึกเหมือนกันมันเสียวแปร๊บบริเวณที่ผ่า แต่คิดว่ามันไม่เป็นอะไร ระวังเอา ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนเช่นกันค่ะ

  4.   auii Says:

    ไปผ่่ามาแล้วค่ะโดนบล็อคหลังค่ะเจ็บไม่มาอย่างที่คิดค่ะนอนสองคืนหมอก็ให้กลับ ยังปวดแผลอยู่ค่ะ เดินไม่คล่องปวดหลังด้วยวันนี้วันที่สามค่ะยังไม่เห็นแผลเพราะหมอยังไม่ให้เปิดค่ะ ตอนบล็อคหลังเหมือนเป็นอัมพาตครึ่งตัวค่ะความรู้สึกผ่าประมาณหนึ่งชม.ทรมานค่ะหายใจรำบากพออกจากห้องผ่าตัดอยู่.icu พักฟื้นอีกสอง ชม.ออกมาหนาวมากๆค่ะสั่นกัดฟันจนปวด สักหนึ่งชม.ผ่านไปก็เริ่มคลายความชาไปเรื่อยๆสองชม.ผ่านไปเริ่มกระดิกเท้าได้บ้าง..จากนั้นก็ออกสู่ห้องพักฟื้นผ่านมาได้…แต่ตอนนี้โอเคแล้วค่ะรอตัดไหม..เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะ

  5.   คนไกลบ้าน Says:

    ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่โชคหล่นทับคะ เพิ่งผ่าคลอดลูกชายได้แปดเดือน ผ่านมาอีกสองเดือนเพิ่งผ่าตัดเอาซีสออกไป และตรวจเจอว่ามีอาการไส้เลื่อนอักเสบต้องเข้าห้องผ่าตัดอาทิตย์หน้านี้ โพสท์ไปน้ำตาก้อไหลไปช่างโชคดีอะไรเช่นนี้หือๆๆ

  6.   ิauii Says:

    ดิฉันเริ่มมีอาการค่ะ อยากไปตรวจมากเลย มันมีอาการปวดตึงตรงบริเวณหัวหน่าว คลำมันจะเป็นก้อนไตๆ ตอนนอนก็จะคลำไม่เจอ อยากทราบว่าต้องไปตรวจที่ไหน ตรวจกับหมอเฉพาะทางด้านไหนค่ะ อายเหมือนกันค่ะ แต่ก็เป็นกังวลมาก รบกวนบอกด้วยนะค่ะ อยากหายค่ะ

  7.   Ple Says:

    เราก็เป็นเหมือนกันพึ่งผ่าตัดไปเมื่อวันที่4 กค55 ที่ผ่านมานี้เอง ของเราปูดตรงบริเวณหัวหน่าวค่ะ ผ่าแล้วก็โล่งเลยค่ะ

  8.   koostory Says:

    คุณ pat ตอบไปทางเมล์ให้แล้วนะคะ ให้กำลังใจ ขอให้หายไวๆ ค่า สู้ๆ ค่ะ

    คุณ varakorn ขอบคุณที่แชร์ข้อมูลนะคะ ใครเป็นก็รีบไปผ่าตัดดีกว่าเน๊อะ จะได้สบายใจๆ คุณหายแล้วดีใจด้วยค่ะ

  9.   varakorn Says:

    ผมเป็นที่สะดือ แปลกไหม บอกตามตรง เกือบตาย 2 หน ถ้าไปหาหมอไม่ทัน ต้องคอยเอานิ้วกดให้มันยุบกลับเข้าไปในรูสะดือ อย่าคิดว่าไม่อันตรายนะครับ เคยมีผู้เสียชีวิตมาแล้วเพราะโรคนี้

  10.   pat Says:

    เราเป็นมาจะ 4 ปีแล้วค่ะแต่ไม่กล้าไปผ่า กลัวมาก แต่มันก็ผลุบๆโผล่ๆอยู่แบบนี้ค่ะ

    ไม่ทราบไปผ่าที่โรงพยาบาลอะไรคะ ขอชื่อหมอ และ ค่ารักษาโดยประมาณหน่อยค่ะ

    ส่งมาทางอีเมล์ก็ได้ค่ะ

    ขอบคุณมากๆค่ะ

  11.   koostory Says:

    คุณ nokhasee ขอบคุณที่แวะมาอ่านบล๊อกนะคะ หวังเช่นนั้นเช่นกันค่ะ

    คุณ T_tucky & คุณ DMS ไม่คิดเลยว่าจะเจอผู้หญิงเป็นแบบนี้ในบล๊อกนี้ 3 คน อย่างรวดเร็ว ขอบคุณที่แวะมาอ่านบล๊อกนะคะ

  12.   DMS Says:

    เคยเป็นเหมือนกันค่ะ แต่เป็นตอนเด็กๆ ก็กลัวเหมือนกันว่ามันจะเป็นซ้ำอีกมั๊ย

  13.   t_tucky Says:

    มายกมือว่าเคยเป็นไส้เลื่อน และผ่าตัดแล้วค่ะ

    เป็นตอนเด็กๆ จำได้ว่าอยู่ ป.1 เพราะแม่ทำงานใน รพ. พอเจอปุ๊บ ก็พบหมอปั๊บ แล้วนัดวันผ่าตัดทันทีค่ะ

  14.   nokhasee Says:

    เล่าสนุกมากเลยค่ะ คิดว่าน่าจะทำให้หลายๆคนที่กลัวการผ่าตัด คลายความกลัวไปได้มากเชียว ^_^

  15.   koostory Says:

    คุณ Yaplo_Ya เป็นเยอะรึยังอะคะ ถ้าออกกำลังแบบที่หมอว่าแล้วมันกลับเข้าไปได้ก็โชคดีเลยค่ะ ไม่ต้องเจ็บตัว โรคนี้มันไม่มีอาการอะไร นอกจากเป็นก้อนปูดออกมาอย่างเดียว ยกเว้นเข้าขั้นที่ว่าลำไส้ออกมาแล้ว ไม่กลับเข้าไปอีก จนกระทั่งอักเสบ แบบนั้นจะเจ็บและต้องผ่าตัดทันที ตามที่อ่านมานะคะ

    จขบ. ตอนนี้ก็ปกติดีค่ะ มีบางครั้งเหมือนรู้สึกถ่วงๆ ตุงๆ ตรงแถวๆ แผลผ่า ไม่รู้คิดไปเองมั้ย แต่ไม่ใช่ก้อนปูดออกมาอีกแล้วค่ะ

    แล้ว จขบ.ก็มีญาติผู้ใหญ่เป็นเหมือนกัน เค้าว่าเป็นมานานแล้วด้วยอ่ะ (น่าจะเป็น 10 ปี) เค้าก็ไม่ได้ทำอะไร เค้าว่ากดๆ มันก็กลับเข้าไปเอง แถมเขายังเป็นนักเต้นแอโรบิคด้วย งงเหมือนกันว่าทำไมเขาไม่เครียดเลย ไอ่เราเป็นแค่ไม่นาน เครียดแทบแย่

    ยังไงคอยปรึกษาคุณหมอไว้นะคะ ถ้าต้องผ่าจริงๆ ก็อย่างที่เล่าค่ะ ไม่น่ากลัวอย่างที่วาดภาพไว้จริงๆ แผลเล็กนิดเดียว เป็นเส้นตรงๆ แค่ 1.5 นิ้วได้ค่ะ ให้กำลังใจ ขอให้หายไวๆ นะคะ

    คุณพี่ rapeseed ขอบคุณมากค่า ตอนนี้เรียกว่าหาแล้วหล่ะค่ะพี่ เพียงแต่ต้องระวังไม่ยกของหนักค่ะ กลัวเป็นอีก

  16.   rapeseed Says:

    Glad to see you here again ka. Hope u r well now na ka.

  17.   ่YaPlo_Ya Says:

    เพิ่งตรวจพบว่าเริ่มแรกเป็นไส้เลื่อนเหมือนกันค่ะ..ตอนนี้ไม่มีอาดารเจ็บเท่าไหร่ หมอแนะนำให้ออกกำลังกายถ้ามันสามารถเลื่อนกลับไปเองก็ไม่ต้องผ่า..แต่ดูแล้วลำบากจัง เพราะวิ่งเพื่อเสริมกล้ามเนื้อหน้าท้อง. กลัวมันจะสะเทือนหนัก…ผ่าแล้วเป็นไงค่ะ..รู้ดีกว่าไหมค่ะ….อ่านแล้วนึกถึงตัวเองเลย…
    ป.ล.อ่านแล้วงงเหมือนกัน 2คนต่อผู้หญิง1000คน. *^^*

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.